16/06/2023
เก๊าต์ กับ รูมาตอยด์ แตกต่างกันอย่างไร
เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ มีปัญหาโรคเก๊าต์ และรูมาตอยด์ กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมากการที่จะแยกอาการทั้งสองโรคน้ไม่ใช่เรื่องง่าย เลย เพราะฉะนั้นการที่จะรู้ถึงความแตกต่างของอาการระหว่างโรคเก๊าต์และรูมาตอยด์ จะทำให้ช่วยรับมือได้ทัน และสามารถดูแลได้อย่างถูกวิธี
โรคเก๊าต์และโรครูมาตอยด์ ปวดข้อเหมือนกันแต่จะมีรูปแบบการปวดที่แตกต่างกัน
⭕โรคเกาต์ (GOUT)
โรคเก๊าต์ถือว่า เป็นหนึ่งของข้ออักเสบเหมือนกัน จะพบได้ประมาณร้อยละ 5 ของบรรดาข้ออักเสบทั้งหมด ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ามผู้ป่วยโรคเกาต์ประมาณ 2.4 ล้านคน โดยเฉลี่ยพบว่ามีผู้ป่วยโรคเกาต์ประมาณ 300 คน ต่อประชากร 100,000 คน อาการของโรคเกาต์เกิดจากการสะสมของกรดยูริกที่มากเกินไป และร่างกายไม่สามารถขับกรดยูริก ส่วนเกิน ของร่างกายออกมาได้ จึงทำให้ตกผลึกบริเวณข้อ และอวัยวะต่างๆมีอาการปวดตามส่วนล่างของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อ โคนนิ้วหัวแม่เท้า นิ้วเท้า ข้อเท้า และข้อเข่า จะเกิดอาการปวดที่ข้อๆเดียว จะไม่เกิดพร้อมกันหลายข้อ จะมีอาการปวดข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีปุ่มกระดูกปรากฎขึ้น ตรงบริเวณข้อ สามารถทำให้ปวดได้ทุกช่วงเวลา ถ้าหากเกิดข้ออักเสบรุนแรง แล้วไปประคบร้อน อาจเกิดอาการอักเสบเพิ่มขึ้น ซึ่งอาการปวดจะเป็นแบ เป็นๆหายๆ
⭕โรครูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis)
โรครูมาตอยด์ ถือว่า เป็นโรคข้ออักเสบเหมือนกัน จะพบได้ประมาณร้อยละ 5 ของบรรดาโรคข้ออักเสบทั้งหมด โรครูมาตอยด์ เกิดจาก การผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ไปทำลายและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อและกระดูกรอบๆข้อ ทำให้เกิดอาการปวดตามจุดต่างๆของร่างกายเช่น
✅ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า
✅ข้อเท้า ข้อเข่า
✅ข้อไหล่ รวมทั้งข้อศอกด้วย
และอาการสามารถปวดได้หลายๆข้อพร้อมกัน เกิดการผิดรูปของข้อนิ้วข้อมือ และข้อนิ้วเท้า คนป่วยจะมีอาการปวดข้อมากที่สุดในช่วงเช้า หรือช่วงที่มีอากาศเย็นๆ และถ้าหากประคบเย็นจะทำให้มอาการปวดเพิ่มมากขึ้น หากไม่รีบไปรักษา
ดังนั้น หากว่าเกิดอาการปวดข้อและไม่สามรถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคเก๊าต์ หรือ โรครูมาตอยด์ ควรจะสังเกตตัวเอง และรีบดำเนินการรักษาโดยเร็ว
ด้วยความปรารถนาดีจาก https://www.dkoutthai.com/