07/09/2022
เพราะต่อให้ ‘มีทรัพย์’
มากมายอลังการแค่ไหน
ครอบครองสิ่งที่ใครต่อใครอยากได้ไว้เพียงใด
ในที่สุดคุณจะรู้สึกเฉยๆ
ไม่นึกยินดียินร้ายกับชีวิต
หรือกระทั่งรู้สึกว่าชีวิตเหี่ยวเฉา น่าเบื่อหน่าย
ถ้าหาก ‘ขาดจริงๆ’ อยู่สิ่งเดียว
คือความพอใจจะตื่นขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง
การตื่นนอนในแต่ละเช้า
หมายถึงการหยุดฝัน
หมายถึงการหลุดพ้นจากสภาพหลับไหลไร้ชีวิตชีวา
หมายถึงการอยากใช้ร่างกายเคลื่อนไหวจับต้องสิ่งต่างๆ
หมายถึงการลุกขึ้นมาเดินทางสู่จุดหมายกันต่ออีกก้าว
หมายถึงการโต้ตอบกับโลกภายนอกได้สอดคล้อง
หมายถึงการหวนกลับมามีสติรู้ตัวว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร
แต่ความหมายของ ‘การตื่นจากสภาพหลับไหล’
จะหายไปทั้งหมดไม่เหลือเลย
หากลืมตาขึ้นมาแล้ว
มีแต่การเปลี่ยนจาก ‘ฝันกลางคืน’ เป็น ‘ฝันกลางวัน’
มีแต่การลุกจากที่นอนอย่างเซื่องซึม
มีแต่การเคลื่อนไหวคล้ายหุ่นยนต์ที่ถูกลากไป
มีแต่การออกอ่าวอย่างไม่รู้จะล่องเรื่อยไปไหนดี
มีแต่การโต้ตอบกับโลกภายนอกแบบงงๆ
มีแต่การขาดสติ เหม่อลอยกับชีวิตทั้งชีวิต
ถ้าชีวิต
คือการ ‘ไม่มีแก่ใจ’
ที่จะตื่นขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง
ยิ่งนานคุณจะยิ่งรู้สึก ‘ไม่มีอะไรสักอย่าง’
ชีวิตจะเหมือนไม่ใช่ชีวิต
แต่เหมือนฝันงงๆอยู่ตลอดเวลา
ทั้งยามหลับและยามตื่น
และนั่นก็สะท้อนว่า
คุณใช้ชีวิตแบบเล่นๆเกินไป
ปล่อยให้ชีวิตไหลไปสู่ความตายเอาเอง
ไม่มองให้ดีว่าก่อนตายอยากได้อะไร
ต้องมุ่งไปทางไหนเพื่อให้ ‘ได้ทำ’ อะไร
ที่น่าพอใจระหว่างมีชีวิตเสียบ้าง!