31/03/2015
5 คำถามยอดฮิตของ น้ำคาวปลา
แม้คุณแม่หลังคลอดจะรู้จักน้ำคาวปลากันแล้ว แต่ก็ยังมีคำถามและต้องการคำตอบอยู่ คำตอบจากคุณหมอดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแม่หลังคลอดเข้าใจและดูแลตัวเองได้ถูกต้องค่ะ
1. ถาม : น้ำคาวปลาคืออะไร ทำไมจึงมีหลังคลอด
ตอบ: น้ำคาวปลาเป็นน้ำที่ออกมาจากโพรงมดลูกในช่วงหลังคลอด ซึ่งในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอดเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นในขณะตั้งครรภ์ เพื่อการฝังตัวของทารก จะเริ่มแยกออกเป็นสองชั้น ชั้นบนจะหลุดลอกออกมาเป็นน้ำคาวปลา ส่วนชั้นล่างจะยังยึดติดกับชั้นกล้ามเนื้อมดลูก และพร้อมที่จะสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นใหม่ สำหรับการมีรอบประจำเดือนใหม่หลังคลอดต่อไป
2. ถาม : น้ำคาวปลาจะหมดภายในกี่วัน หากหมดเร็วจะผิดปกติไหม และถ้ามีนานกว่าปกติ เกิดจากสาเหตุใด เป็นสัญญาณไม่ดีหรือไม่
ตอบ: น้ำคาวปลาในช่วงแรก ประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เยื่อบุโพรงมดลูกที่คั่งค้างหลังคลอด และแบคทีเรีย ใน 3-4 วันแรกคลอดน้ำคาวปลาจะมีเลือดปนมากทำให้เห็นเป็นสีแดงสด จากนั้นสีจะจางลงและปริมาณลดลง โดยเป็นสีแดงจางๆ นานประมาณ 7-10 วัน หลังจากนั้นสีจะจางลงอีก เนื่องจากน้ำคาวปลาช่วงหลังๆ ประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนประกอบอื่นๆ ลดลง จึงเห็นเป็นสีเหลืองขาว ไม่มีกลิ่น และมีอยู่นานประมาณ 2-3 สัปดาห์
ดังนั้น น้ำคาวปลาจะหมดภายใน 3-4 สัปดาห์ ถ้าน้ำคาวปลาออกมามากหรือนานกว่าปกติ อาจเกิดจากการมีรกค้างหลังคลอด กล้ามเนื้อมดลูกล้า หดรัดตัวไม่ดีหลังคลอด หรือมีการอักเสบติดเชื้อภายในโพรงมดลูกหลังคลอดได้
3. ถาม : น้ำคาวปลาธรรมชาติ กับประจำเดือนที่มาเร็วกว่าปกติต่างกันอย่างไร
ตอบ: สำหรับประจำเดือนที่มาเร็วกว่าปกตินั้น สังเกตจากเลือดที่มีสีแดงสด และจะมีสีแดงสดเหมือนกันทุกวัน ต่างจากน้ำคาวปลาที่จะค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นสีเหลืองขุ่น และรอบแรกของประจำเดือนมักออกมาปริมาณมาก อาจมีอาการปวดระดูร่วมด้วย การที่ประจำเดือนมาเร็วหลังคลอดมักพบในคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตร แต่ถ้ามีการให้นมแม่ได้ดี มักจะยังไม่มีประจำเดือนมา
4. ถาม : เป็นไปได้ไหมที่น้ำคาวปลาหมดแล้ว แต่ผ่านไป 3-4 วัน กลับมีน้ำคาวปลาอีก เป็นเพราะสาเหตุใด มีอันตรายหรือไม่
ตอบ: กรณีที่น้ำคาวปลาหมดแล้ว และพบว่ามีน้ำคาวปลาออกมาอีก มักพบในกรณีที่ลูกดูดนมได้ดีมาก ขณะลูกดูดนมจากบริเวณหัวนม จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารตัวหนึ่งซึ่งส่งผลกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบตัว ทำให้รู้สึกปวดท้องคล้ายเวลาปวดท้องมีประจำเดือน และบีบให้มีน้ำคาวปลาออกมาได้อีกเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ส่งผลอันตรายแต่อย่างใด
5. ถาม : การผ่าคลอด กับคลอดธรรมชาติ ปริมาณน้ำคาวปลาจะมากน้อยเท่ากันหรือไม่
ตอบ : กรณีผ่าท้องคลอด น้ำคาวปลาจะหมดเร็วกว่ากรณีที่คุณแม่คลอดทางช่องคลอด เนื่องจากสูติแพทย์ได้ล้วงเช็ดภายในโพรงมดลูกขณะผ่าตัดคลอดแล้ว ทำให้ปริมาณน้ำคาวปลาน้อยกว่ากรณีคลอดทางช่องคลอดมาก ดังนั้น จึงมีปริมาณน้ำคาวปลาในแต่ละวันน้อยกว่ากันมาก และช่วยให้แห้งเร็วกว่ากรณีคลอดทางช่องคลอด