05/01/2026
อาการ คันผิวหนังช่วงฤดูหนาวในประเทศไทย พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น แห้ง ลมแรง แม้ไม่หนาวจัดแบบต่างประเทศ แต่ก็ส่งผลกับผิวเราได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุจะผิวแห้งมากตามวัย
เภ'ดิว แห่งเชิญพิมายเภสัช มีข้อแนะนำดังนี้ครับ
1. อาการคันผิวหนังที่พบบ่อยช่วงฤดูหนาว
1.1 ผิวแห้ง (Xerosis cutis): คัน ผิวลอก เป็นขุย แตก
พบบ่อยที่ ขา แขน หลัง มือ
1.2 ผื่นคันจากผิวแห้ง (Asteatotic eczema / Winter itch):
ผิวแดง ลายแตกเหมือนรอยดินแห้ง คันมาก เกายิ่งลาม
1.3 ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ (Atopic dermatitis flare): ผู้ที่เป็นภูมิแพ้เดิมจะคันมากขึ้น มีผื่นแดง หนา คล้ำ
1.4 ผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง (Irritant dermatitis): แสบ คัน หลังอาบน้ำ หรือเปลี่ยนสบู่
1.5 คันโดยไม่มีผื่นชัดเจน (Winter pruritus): คันเฉย ๆ ผิวดูปกติ แต่แห้ง
2. สาเหตุหลัก
❄️ อากาศเย็น + ความชื้นต่ำ → ผิวสูญเสียน้ำ
🚿 อาบน้ำอุ่น/ร้อนจัด → ชะล้างไขมันธรรมชาติ
🧼 สบู่แรง / แอลกอฮอล์ → ทำลาย skin barrier
👕 เสื้อผ้าหยาบ เช่น ขนสัตว์ → ระคายผิว
👵 ผู้สูงอายุ → ต่อมไขมันทำงานลดลง
💊 บางยา เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันบางชนิด
3. การป้องกัน (สำคัญที่สุด)
3.1 การดูแลผิว:
- อาบน้ำ อุณหภูมิปกติ – อุ่นเล็กน้อย
- อาบไม่เกิน 10–15 นาที
- ใช้ สบู่สูตรอ่อน (pH ใกล้เคียงผิว)
- ซับตัวเบา ๆ ไม่ถูแรง
3.2 การทาครีม: ทาครีม ภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ
เลือกชนิด:Cream / Ointment ดีกว่า Lotion
มีส่วนผสม: Ceramide, Glycerin, Urea (5–10%), Petrolatum
3.3 พฤติกรรม:
- ใส่เสื้อผ้านุ่ม ระบายอากาศ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการเกา
4. การรักษาเบื้องต้น
4.1 กรณีคันจากผิวแห้ง (ไม่มีผื่นแดงมาก)
- มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น วันละ 2–3 ครั้ง
- ยาทาแก้คัน เช่น Calamine
4.2 กรณีมีผื่นแดง คันมาก
- ยาสเตียรอยด์อ่อน (เช่น Hydrocortisone 1%)
ทาบาง ๆ วันละ 1–2 ครั้ง ไม่เกิน 5–7 วัน ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์เสมอ
4.3 กรณีคันรบกวนการนอน
- ยาแก้แพ้ชนิดง่วง เช่น CPM (ใช้ช่วงสั้น), Hydroxyzine 10 mg
5. คำแนะนำสำคัญ (เภสัช/คลินิก)
⚠️ ควรพบแพทย์หาก:
- คันมากเรื้อรัง > 2 สัปดาห์
- มีแผล แตก เลือดออก
- คันทั้งตัวโดยไม่มีผื่น → อาจเกี่ยวกับ ตับ ไต เบาหวาน ต่อมไทรอยด์
- เด็กเล็ก / ผู้สูงอายุ / ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ฤดูหนาว = ผิวแห้ง → คัน → เกา → ผื่น
หยุดการทำให้คันได้ด้วย "อาบน้ำไว เลี่ยงน้ำอุ่น สบู่อ่อนโยน และทาครีมให้เร็วและบ่อย”