18/03/2026
สะเทือนกันหมด 🥺😱
https://www.facebook.com/share/p/1KnqxC1Fdu/
วันจันทร์ตอนเที่ยง
ฉันนัดเพื่อนคนหนึ่งไปกินข้าว
เราไม่ได้เจอกันพักใหญ่แล้ว
เขาเคยเป็น economist / analyst
ทำงานอยู่กับบริษัท oil & gas ใหญ่ของรัสเซีย
ที่ตั้งอยู่ที่เจนีวา
แล้วปีที่แล้ว
เขาโดน layoff
ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งนะคะคุณ
แต่เพราะโลกมันเปลี่ยน
หลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน
บริษัทโดน sanction
ธุรกิจไปต่อไม่ไหว
ทีมถูกยุบ
จบแบบเงียบ ๆ
วันนี้ฉันเลยชวนเขามานั่งกินข้าว
อยากฟังมุมมองจากคนที่ เห็นอะไรจริงๆ จากที่อยู่ในโลกน้ำมันมาทั้งชีวิต
คุณจะว่า ฉันหมกมุ่นกับเรื่องน้ำมันมากไปก็จริงนะช่วงนี้
เพราะฉันเลิกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อๆไป กับโลกไม่ได้เลย
ฉันคิดว่า เพื่อนคนนี้น่าจะมีคำตอบได้ดี
อย่างน้อยฉันก็น่าจะฟุ้งซ่านน้อยลงเยอะละนะ
เรานั่งกันที่ร้านเงียบ ๆ
สั่งอาหารง่าย ๆ
ฉันยังไม่ทันเริ่มอะไรเลย
เขาพูดขึ้นมาก่อน
“คนกำลังดูผิดจุดกันหมด”
ฉันเงยหน้าขึ้น
“ยังไง”
เขายิ้มบาง ๆ แล้วพูด
“ทุกคนจ้องแต่น้ำมัน”
ฉันว่าคนส่วนใหญ่ตอนนี้เข้าใจแบบนี้จริง ๆ
โอเค น้ำมันขึ้น
100 ดอลลาร์แล้ว
แรงนะ
แล้วไงต่อ
จบ
แต่เขาส่ายหัว
“มันไม่ใช่น้ำมัน”
เขาหยุด
แล้วพูดช้า ๆ
“มันคือสิ่งที่ติดอยู่หลังน้ำมัน”
ลองนึกภาพแบบนี้นะ
มีท่อใหญ่ ๆ เส้นหนึ่ง
เล็กมากถ้ามองจากแผนที่โลก
แค่ประมาณ 54 กิโลเมตร
แต่ของสำคัญครึ่งโลกต้องผ่านตรงนี้
แล้วอยู่ดี ๆ
มันเริ่ม “ติด”
ไม่ใช่ปิดสนิท
แต่เริ่มมีคนไม่กล้าใช้
นั่นแหละคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ
Hormuz
“แล้วตอนนี้มันไม่ได้ปิดนะ”
เขาพูด
“แต่มันเริ่มมีคนไม่กล้าใช้”
แค่นี้พอแล้ว
คุณไม่ต้องปิดท่อ
แค่ทำให้คน “ลังเล”
ระบบทั้งระบบก็เริ่มชะลอเอง
สามสัปดาห์ที่ผ่านมา
สงครามมันไม่ได้อยู่แค่ในข่าวแล้ว
มันเริ่มไหลเข้ามาในชีวิตจริง
ตอนนี้มีน้ำมันประมาณ
10–15% ของโลก
ที่ออกมาไม่ได้
แต่เขามองหน้าฉันแล้วพูด
“ถ้าคุณคิดว่ามันจบแค่น้ำมัน”
เขาส่ายหัว
“คุณกำลังประเมินต่ำไปมาก”
แล้วเขาพูดประโยคหนึ่งที่ฉันยังจำได้ดี
“ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่หายไป”
เขาหยุด
“แต่คือสิ่งที่ควรจะมา…แล้วมันไม่มา”
อูยยย … ฉันถึงกับวางมีดส้อม
เสต็กตรงหน้าฉันเริ่มไม่ค่อยอร่อยแล้วค่ะคุณ
เขาเริ่มเล่าจากขนส่งก่อน
“โรงกลั่นในเอเชียตอนนี้ปวดหัวมาก”
เพราะน้ำมันที่เคยใช้
มันหายไป
แล้วของที่หาแทนได้
คุณภาพไม่เหมือนเดิม
บางที่เบากว่า
บางที่กำมะถันต่ำกว่า
ฟังดูดีใช่ไหม
เขาส่ายหัว
“ไม่ดีเลย”
เพราะโรงกลั่นถูกออกแบบมาให้ใช้ของแบบเดิม
พอเปลี่ยน
ต้นทุนเพิ่ม
เครื่องจักรสึก
แล้วที่สำคัญ
ได้น้ำมันดีเซลกับ jet fuel น้อยลง
“ซึ่งสองตัวนี้คือของที่โลกกำลังขาดที่สุด”
เขาพูด
ผลคืออะไร
โรงกลั่นเริ่มลดกำลังผลิต
จีน
อินเดีย
ญี่ปุ่น
รวมถึงไทย
ลดกันประมาณ 5–15%
ในขณะเดียวกัน
โรงกลั่นยักษ์ในตะวันออกกลาง
ที่ปกติส่งของไปทั่วโลก
แทบหยุด
ของที่ออกมาได้ทางท่อ
ก็ยังเป็นแค่น้ำมันดิบ
ยังไม่ใช่ของที่ใช้จริง
เขาพูดต่อ
“ตอนนี้มีเรือประมาณ 5% ของทั้งโลก”
ที่ติดอยู่ในอ่าว
ออกไม่ได้
เข้าไม่ได้
ลอยอยู่เฉย ๆ
ฉันเงียบ
เขาก็พูดต่อเลย
“คุณรู้ไหมว่ามันแปลว่าอะไร”
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่ง
ค่าขนส่งพุ่ง
jet fuel พุ่ง
ยุโรปเริ่มโดนแล้ว
เพราะเกือบ 70% ของ jet fuel
เขาพึ่งฝั่งนี้
ฉันถามเขาตรง ๆ
“แล้วมันจะจบเร็วไหม”
เขาไม่ตอบทันที
แค่ยิ้ม
แล้วพูด
“ต่อให้เปิด Hormuz พรุ่งนี้”
เขามองฉัน
“มันก็ไม่กลับมาเหมือนเดิมทันที”
เพราะอะไร
โรงกลั่นเสีย
โครงสร้างพัง
และที่สำคัญ
“คนยังกลัวอยู่”
เขาหยุดกิน
แล้วเริ่มเรื่องใหม่
“อุตสาหกรรมที่สองที่กำลังเจ็บ”
การผลิต
“คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตะวันออกกลาง
ไม่ได้มีแค่น้ำมัน”
เขาพูด
“มันคือโรงงานวัตถุดิบของโลก”
เขาไล่ชื่อให้ฉันฟัง
naphtha
methanol
polyethylene
styrene
“ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้โลกผลิตของได้”
ตั้งแต่ถุงพลาสติก
ไปจนถึงรถยนต์
ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์
ตอนนี้
ของไม่มา
โรงงานในเอเชียหลายแห่ง
เริ่มบอกว่า
“ทำของส่งไม่ได้”
แล้วเขามองหน้าฉันแล้วพูด
“มันยังไม่จบ”
ฉันขมวดคิ้ว คิดในใจ ”อะไรอีกยะพ่อคุณ
นี่แทบจะไม่เหลืออะไรในพอร์ตให้ลงแล้วนะ“
เขาไม่สนใจฉัน พูดต่อเฉย
แอนนาเบล คุณรู้ไหมยาที่คุณกิน
aspirin
antibiotics
หลายตัวต้องใช้ petrochemical
ซึ่งตอนนี้
ติด
แล้วเขายิ้มเล็ก ๆ
“มีตัวหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงเลย”
Helium
ฉันชิงตอบไว ทำเป็นเก่ง
ก๊าซลูกโป่งใช่ไหมล่ะ
ใช่ เขามองหน้าฉัน แล้วพูดต่อ
… แต่ในโลกจริง
มันใช้ทำ semiconductor
MRI
อุตสาหกรรมขั้นสูง ไม่ใช่แค่ลูกโป่ง
Qatar ผลิต helium ประมาณหนึ่งในสามของโลก
ตอนนี้
โรงงานหยุด
และไม่มีตัวแทน
ฉันเริ่มรู้สึกว่าเรื่องมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เขายังไม่หยุด
“อีก sector”
โลหะ
อลูมิเนียม
ที่คุณใช้ทุกวัน
ตั้งแต่กระป๋อง
ไปจนถึงเครื่องบิน
ตอนนี้ราคาเริ่มขึ้น
เพราะโรงงานในอ่าว
ส่งออกไม่ได้
ของเข้าไม่ได้
แล้วเขาวางส้อม
แล้วพูดเรื่องสุดท้าย
“อาหาร”
ประมาณหนึ่งในสามของการค้าปุ๋ยโลก
ต้องผ่าน Hormuz
ปุ๋ยที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งคือ
urea
ตอนนี้ขึ้นแล้วประมาณ 35%
ทั้งที่ก่อนหน้านี้
มันก็แพงอยู่แล้ว
เขาถามฉัน
“รู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
ถ้าปุ๋ยมาไม่ทันฤดูเพาะปลูก
ชาวนาไม่ได้ใช้
ผลผลิตลด
ราคาข้าวขึ้น
ข้าวโพดขึ้น
อาหารขึ้น
“นี่แหละเงินเฟ้อจริง”
เขาพูด
ประเทศที่เจ็บสุด
คือประเทศจน
ที่พึ่งพาปุ๋ยจากตะวันออกกลาง
เกิน 25%
บางที่เกินครึ่ง
เขานั่งพิงเก้าอี้
แล้วพูดเบา ๆ
“CEO บริษัทปุ๋ยใหญ่คนหนึ่งบอกว่า”
เขามองฉัน
“ถ้า Hormuz ปิดต่อ”
เขาหยุด
“มันจะ catastrophic ต่ออาหารโลก”
เรานั่งเงียบกันพักหนึ่ง
แล้วเขาสรุปให้ฉันแบบสั้นมาก
“ตอนนี้โลกไม่ได้มีปัญหาแค่สงคราม”
เขาพูด
“มันมีปัญหาเรื่องของที่ควรจะไหล…แต่ไม่ไหล”
น้ำมัน
พลาสติก
ยา
โลหะ
ปุ๋ย
ทุกอย่างมันเชื่อมกันหมด
แล้วเขาพูดประโยคสุดท้าย
ที่ฉันคิดว่าคุณควรจำ
“สิ่งที่น่ากลัวที่สุด”
เขาวางแก้วน้ำ
“คือมันไม่ได้กระทบทันที”
“แต่มันจะค่อย ๆ โผล่มา”
ทีละอย่าง
เงียบ ๆ
….
คุณอาจจะยังไม่รู้สึกวันนี้
แต่ในอีกไม่กี่เดือน
คุณจะเริ่มเห็น
ของบางอย่างแพงขึ้น
ของบางอย่างหายไป
หรือบางอย่าง
มี…แต่ไม่พอ
ฉันเดินออกจากร้านวันนั้น
แล้วคิดอยู่เรื่องเดียว
โลกทั้งใบ
พึ่งพาช่องแคบเล็ก ๆ เส้นเดียว
มานานมาก
และตอนนี้
เราเพิ่งเริ่มเข้าใจว่า
มันเปราะบางแค่ไหน
สงครามครั้งนี้
มันไม่ได้แค่ยิงกัน
มันกำลังบีบ
“เส้นเลือดของระบบเศรษฐกิจโลก”
ช้า ๆ
และที่น่ากลัวคือ
สิ่งที่คุณเห็นวันนี้
อาจยังไม่ใช่ผลกระทบจริงด้วยซ้ำ
ออ นอ บอ
ผู้ซึ่งตอนนี้ ฟุ้งซ่านหนักยิ่งกว่าตอนที่เดินเข้าร้านอีกค่ะคุณ🥹
18.03.2026