Rayongโต๊ะข่าว

Rayongโต๊ะข่าว ดูแล ให้คำปรึกษา หลังการขาย 24 ชม. จริ?

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมกับสโมสรฟุตบอล PTT Academy  จัดการอบรม Football Clinic ให้กับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน PTT Gr...
09/07/2024

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมกับสโมสรฟุตบอล PTT Academy จัดการอบรม Football Clinic ให้กับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน PTT Group Cup 2024 รุ่น U14
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมกับสโมสรฟุตบอล PTT Academy จัดการอบรม Football Clinic ให้กับทีมจังหวัดระยองที่เข้าร่วมการแข่งขัน PTT Group Cup 2024 รุ่น U14 ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง โดยได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญพิเศษคุณตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทยชุดใหญ่ นักเตะสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด และคุณดวง นฤพล อารมณ์สวะ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ นักเตะสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันประสบการณ์เส้นทางสู่นักเตะทีมชาติให้กับน้องๆ ผู้เข้าร่วมการอบรมในวันนี้และน้องๆ ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกทักษะด้านกีฬาฟุตบอลร่วมกับผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลจากสโมสร PTT Academy เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้พัฒนาตนเองและทีมสำหรับการแข่งขันต่อไป

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.pttgrouprayong.com/newsroom/news/348/

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง

GC บริษัทเดียวในไทย คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมสนับสนุนและสร้างแบรนด์องค์กรแห่งปี จากแคมเปญ We are GEN S ในเว...
05/07/2024

GC บริษัทเดียวในไทย คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมสนับสนุนและสร้างแบรนด์องค์กรแห่งปี จากแคมเปญ We are GEN S ในเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ส่งแคมเปญ We are GEN S คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี ระดับ Bronze กลุ่ม Corporate Brand จากเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 จัดขึ้น ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดย “We are GEN S” เป็นแคมเปญเอกลักษณ์สร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงความยั่งยืนให้เข้าใจง่ายและทำได้จริงด้วยหลากหลายไอเดียการใช้ชีวิตในแบบ Net Zero Lifestyles ปลุกไฟ “GEN S..Generation Sustainability คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” ไม่จำกัดเพศ อาชีพ และวัย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกู้โลกเดือด ผ่านแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ทั่วโลก (https://gcgens.com/) ด้วยแนวคิดหลักที่ไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อโลก โดยครอบคลุมการมองเห็นทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ กว่า 142 ล้านครั้ง ส่งผลให้เกิด GEN S คำมั่นสัญญาเพื่อโลกที่ดีขึ้น กว่า 1,800 ความมุ่งมั่น
นับเป็นหนึ่งในรางวัลเชิดชูเกียรติระดับเอเชียสำหรับแคมเปญประชาสัมพันธ์ที่โดดเด่น สะท้อนความทุ่มเทของ GC ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593

ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร GC กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ที่ผ่านมา GC มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้การสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) (ESG) พร้อมมุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โดยขยายความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก GC ตระหนักเสมอว่า บริษัทฯ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแล สร้างสมดุลที่ยั่งยืนให้กับทุกชีวิต เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ที่ดีกว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไป และเราเชื่อว่า โลกที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันของทุกคน”
แคมเปญ “We are GEN S” แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างความยั่งยืน เริ่ม Launch เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามารถสร้างความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วม ในการรับชมวิดีโอมากกว่า 9.7 ล้านครั้ง ผ่านการเล่าเรื่องด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ เช่น รับประทานอาหารให้หมด ลด Food Waste ปิดน้ำและถอดปลั๊กไฟเมื่อไม่ใช้ การใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ใช้ซ้ำ ใช้อย่างคุ้มค่า หรือ ช่วยคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เป็นต้น ความทุ่มเทที่ GC ดำเนินการนี้ เพื่อมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ GC ในการสร้างโลกที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ และ “We are GEN S” ยังก่อเกิดการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มสนใจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพิ่มอีก 62 ธุรกิจ ที่อาจสร้างความร่วมมือกันในอนาคต

งาน PR Awards Asia-Pacific 2024 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นโดย Campaign Asia-Pacific นิตยสารชั้นนำด้านการตลาดและการโฆษณา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีรางวัลด้านการสื่อสารที่ดำเนินงานมากว่า 20 ปี โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ กว่า 72 คน ทั่วโลกเป็นผู้ตัดสิน เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีกลยุทธ์การสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่โดดเด่นในภูมิภาค โดยคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีกลยุทธ์การสื่อสารที่โปร่งใสและมีผลกระทบที่สำคัญต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รางวัลนี้จึงเน้นย้ำถึงความสามารถของ GC ในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593

-Pacific2024 #คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน

นัดกัน มาเลือกซื้อ อาหารคาวและหวาน  ได้ตามชอบ ที่ ตลาดวันสุข@ PTT Auto One เนินสำลีวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00...
02/07/2024

นัดกัน มาเลือกซื้อ อาหารคาวและหวาน ได้ตามชอบ ที่ ตลาดวันสุข@ PTT Auto One เนินสำลี
วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 – 14.00 น. กิจกรรมพิเศษ ซื้อครบ 300 บาท ลุ้นจับสลากรับของที่ระลึก

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมกับสโมสรฟุตบอล  PTT Academy และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการอบรมหลักสูตร FIFA Football Fo...
01/07/2024

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง ร่วมกับสโมสรฟุตบอล PTT Academy และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการอบรมหลักสูตร FIFA Football For Schools ให้กับผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลเยาวชนในจังหวัดระยอง ในวันที่ 29 มิถุนายน 2567 ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ คุณกฤษดา กาแมน นักฟุตบอลสโมสร BGPU และกองหลังฟุตบอลทีมชาติไทย ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การฝึกซ้อมให้กับทีมผู้ฝึกสอนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ นักกีฬาที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.pttgrouprayong.com/newsroom/news/346/

กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง

จังหวัดระยอง ร่วมกับ กนอ. และ SCGC เร่งเดินหน้ามอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ        จากเหตุการณ์ มาบตาพุด แทงค์ เทอร์...
28/06/2024

จังหวัดระยอง ร่วมกับ กนอ. และ SCGC เร่งเดินหน้ามอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
จากเหตุการณ์ มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล พร้อมสนับสนุนงบกิจกรรม CSR
เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับชุมชน

ระยอง - 28 มิถุนายน 2567 : จังหวัดระยอง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจีซี (SCGC) และ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในกลุ่มธุรกิจ SCGC จัดพิธีมอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด พร้อมมอบเงินสนับสนุนกิจกรรม CSR เพื่อให้ชุมชนนำไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายปมุข เตพละกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฎิบัติการ SCGC นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง นายสันติ บุษบาศรี รองนายกเทศมนตรีตำบลมาบข่าพัฒนา พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนกว่า 80 ชุมชน ร่วมในพิธี ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “จังหวัดระยองได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม การช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหาย กรณีเหตุการณ์ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด โดยจังหวัดระยองได้ประสานการดำเนินการและหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดกรอบในการช่วยเหลือดูแลชุมชนผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และยุติธรรม ซึ่งได้มีการประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 และมีมติเห็นชอบกรอบในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบและสนับสนุนกิจกรรม CSR ให้กับชุมชนและกลุ่มประมง โดยให้ดำเนินการจัดพิธีมอบเงินดูแลชุมชนตามประกาศพี้นที่สาธารณภัย และสนับสนุนกิจกรรม CSR ขึ้นก่อน สำหรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพ สุขภาพ และทรัพย์สินตามที่ได้ยื่นคำร้องมาแล้วนั้น จังหวัดได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานราชการเข้ามาประสานกับบริษัทฯ และผู้แทนชุมชน เพื่อเร่งพิจารณาให้การช่วยเหลือและการเยียวยาชุมชน รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบในกลุ่มนี้ให้เสร็จโดยเร็วต่อไป”

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า “บริษัทฯ ขออภัยและรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับเหตุการณ์ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด โดยบริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการเพื่อมอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แบ่งกรอบการดูแลเป็น 3 กรอบ ได้แก่ 1) มอบเงินให้กับชุมชนตามประกาศพื้นที่สาธารณภัย จำนวน 2 ชุมชน คือ ชุมชนตากวน อ่าวประดู่ และชุมชนหนองแฟบ โดยพิจารณาจากจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ สำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าซึ่งไม่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ บริษัทฯ จะช่วยเหลือด้วยการมอบถุงยังชีพต่อไป 2) ช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจังหวัดระยองได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตามการช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นประธานกรรมการ และ 3) สนับสนุนกิจกรรม CSR โดยบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะมอบเงินส่วนนี้เป็นพิเศษ เพื่อให้ชุมชนได้นำไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยพิจารณามอบให้กับชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ซึ่งมีจำนวน 62 ชุมชน 21 กลุ่มประมง โดยบริษัทฯ สนับสนุนงบประมาณ CSR รวม 7,250,000 บาท ซึ่งการมอบเงินเพื่อดูแลชุมชนในครั้งนี้ เป็นการมอบเงินในกรอบที่ 1 และ 3 สำหรับกรอบที่ 2 ขณะนี้อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการฯ”

นายปมุข เตพละกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ร่วมกับ SCGC และ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบในทันที สื่อสารทำความเข้าใจและสร้างความมั่นใจในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเต็มที่ รวมทั้งหลังเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมสนับสนุน จังหวัดระยอง SCGC หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุมชน กำหนดกรอบในการช่วยเหลือดูแลชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ และให้การสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบให้เสร็จโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ ความปลอดภัยในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย กนอ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมได้ผลักดันให้โรงงานที่อยู่ในพื้นที่ของ กนอ.ทั่วประเทศ บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาคอุตสาหกรรมต่อสังคม โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม”

เปิดวิสัยทัศน์ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุดสู่การเป็น Hub ในเ...
28/06/2024

เปิดวิสัยทัศน์ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC
สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด
สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

18 มิถุนายน 2567 กรุงเทพมหานคร : นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และนายทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) สองผู้บริหารของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ร่วมแสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของ GC ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus รักษาฐานให้แข็งแรง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้าง Synergy ปรับพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนตํ่า (High Value & Low Carbon Business) รุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วย allnex และ NatureWorks อีกทั้งสร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุด และพัฒนา Strategic Partnership เพื่อตอบสนองเมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC กล่าวว่า “ก้าวต่อไปในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนของ GC เราพร้อมสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus – ประกอบด้วย Step Change - Step Out - Step Up เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยเรานำความพร้อมด้านนวัตกรรม ศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพที่เรามีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มาต่อยอดและตอบสนอง แนวโน้มความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ตามเทรนด์โลก”

ทั้งนี้ กลยุทธ์ Step Out หรือการสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตในอนาคตของบริษัทฯ โดยกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value & Low Carbon Business) จะมุ่งเน้นการขยายตลาดและสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์ผ่าน allnex ที่มีโรงงานและฐานธุรกิจสารเคลือบผิว (Coating Resins) อยู่ 34 แห่งทั่วโลก สำหรับการพัฒนาฐานการผลิต (Hub) ของ allnex ในทวีปต่างๆ นั้น allnex ประสบความสำเร็จในการพัฒนา China Hub จึงได้นำมาต่อยอดขยายฐานผลิตในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต ได้แก่ โรงงาน Mahad
รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย และแห่งใหม่ในอนาคต โรงงานมาบตาพุด ประเทศไทย เพื่อเป็น Hub ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในตลาดเคลือบผิวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ บรรจุภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งเคลือบผิวอาคารแบบพิเศษ (Special Decoration)

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจ Bio และ Green ซึ่ง NatureWorks ผู้ผลิตไบโอพลาสติกประเภทโพลิแลกติกแอซิด (PLA) ชั้นนำของโลก ใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิดย่อยสลายได้ สามารถนำไปใช้ในหลากหลาย
แอปพลิเคชัน เช่น แคปซูลกาแฟ ถุงชา และ วัสดุสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ด้วยคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน โดย GC ถือหุ้น 50% ร่วมกับ Cargill อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhonsawan Bio Complex – NBC) มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งจะเป็น Bio Complex แห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้น้ำตาลจากอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อผลิต Lactic Acid ซึ่งนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต PLA มีกำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้าน Bio และ Green ของประเทศ สร้างโอกาสแก่ภาคเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น จะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Material) สู่ตลาดโลก

ในส่วนของกลยุทธ์ Step Up หรือการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ GC สานต่อแนวทางการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบของ ESG ( Environmental - Social - Governance สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) พร้อมเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Target) ภายในปี 2593 แนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การทำงานร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ทั้งในการศึกษาเรื่อง Carbon Capture Technology ผ่านการลงทุนใน Corporate Venture Capital (CVC) และการศึกษาโอกาสในการนำไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ (Blue/Green Hydrogen) ไปใช้และพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต

นายทศพร บุณยพิพัฒน์ President GC ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Step Change ว่า “แนวทางที่สำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และการรักษาฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้านของ GC เราจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยง Value Chain ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมถึงสามารถรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าสูงที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในอนาคตได้เป็นอย่างดี นับเป็นการบริหารการลงทุนอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567
ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2567 ที่ผ่านมา GC มีรายได้การขายรวม 155,187 ล้านบาท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ อะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ ตามลำดับ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติจำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินการปกติและรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิรวม 606 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรับมือและดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปแนวทางการสร้างการเติบโตของ GC ในช่วงครึ่งปีหลัง
1. ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) และคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)
การต่อยอดธุรกิจผ่าน allnex ตามแนวทางกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจของ GC ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ High Value ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
2. ยกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด รองรับการขยายตัวการลงทุนและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรายได้ประชาชาติ (GDP) เติบโต ที่ 4.6% GC จึงวางแผนสรรหา และพัฒนา Strategic Partnership ดึงดูดการลงทุนธุรกิจ High Value/ Specialty Chemicals สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะสร้างฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายณะรงค์ศักดิ์ CEO GC เสริมว่า “ด้วยจุดแข็งของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งอันเป็นศูนย์กลางการส่งออกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก วันนี้เราจึงได้เห็นแนวโน้มความสนใจการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อัตราการใช้เคมีภัณฑ์ต่อประชากรยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ซึ่ง GC มีศักยภาพและความพร้อมตอบสนองความต้องการและสามารถร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมได้หลากหลาย จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ GC”

กลยุทธ์ 3 Steps Plus ได้สร้างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ GC ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับรางวัลเกียรติยศในระดับประเทศและระดับนานาชาติมากมาย เช่น เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่ม World Index ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ 5 ปีต่อเนื่อง โดย S&P Global และล่าสุดกับการเป็นบริษัทไทยหนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ และ เป็น 1 ใน 7 องค์กรไทย จากทั้งหมด 350 องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการประกาศเป็นองค์กรชั้นนำด้านสภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2567 (Asia-Pacific Climate Leaders 2024) โดย Financial Times จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Statista ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ

GC ร่วมมือซาบีน่าในโครงการ เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม ต่อเนื่องปีที่ 18เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ ความรักแล...
28/06/2024

GC ร่วมมือซาบีน่าในโครงการ เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม ต่อเนื่องปีที่ 18

เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ ความรักและความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญควรแบ่งปันให้กันแม้ยามเจ็บป่วย....
โครงการ “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท พีพีที โกลบอล
เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เพื่อเป็นกำลังใจ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อเต้านมเทียมให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดย GC ได้สนับสนุนเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ LLDPE ปราศจากสารปนเปื้อน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเต้านมเทียม และได้สนับสนุนผ้าดิบ Upcycling ซึ่งทำจากขวดพลาสติกใช้แล้ว มาให้เหล่าจิตอาสาช่วยเย็บทำถุงผ้า สำหรับใส่อุปกรณ์ชุดเย็บเต้านมเทียม จำนวน 20,000 ชุด โดยโครงการนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2550 และทำอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 18 ซึ่งปัจจุบันรวมส่งมอบเต้านมเทียมไปแล้วกว่า 257,100 เต้า ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ผู้หญิงเล็งเห็นความสำคัญ หมั่นคอยตรวจมะเร็งเต้านมให้มากยิ่งขึ้น GC ได้สนับสนุนอุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ในการผลิตแผ่นสอนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง (Breast Cancer Simulator Pad) จำนวน 20,000 ชิ้น โดยประชาชนทั่วไป สามารถติดต่อขอรับแผ่นสอนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ฟรี ที่ซาบีน่าชอปทุกสาขา

กิจกรรมวิ่ง ช้อป เช็ก สนุก สุขภาพดี by PTT โรงแยกก๊าซฯ ปี 2วันที่ 20 มิถุนายน 2567 โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จ...
28/06/2024

กิจกรรมวิ่ง ช้อป เช็ก สนุก สุขภาพดี by PTT โรงแยกก๊าซฯ ปี 2

วันที่ 20 มิถุนายน 2567 โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับเทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดกิจกรรมวิ่ง ช้อป เช็ก สนุก สุขภาพดี By PTT โรงแยกก๊าซฯ ปี 2 นำโดย คุณสรไนย เลิศอักษร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แยกก๊าซธรรมชาติ และคุณถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด และประธานชุมชนทั้ง 38 ชุมชน กิจกรรมจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 20 - 22 มิถุนายน 2567 ณ ลาน Amazon ตึก M มาบตาพุด เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม กับกิจกรรมวิ่งสะสมระยะ Virtual Run เป็นระยะเวลา 1 เดือน สะสมระยะรวมกว่า 33,000 กิโลเมตร และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนให้มีโอกาสในการสร้างรายได้ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ เต้นแอโรบิกร่วมกับชมรมแอโรบิกเทศบาลเมืองมาบตาพุด การตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรีจากโรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง การอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการทำ CPR กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และกิจกรรมสาธิตการทำยาหม่องไพล จากสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ จ.ระยอง ตลาดนัดชุมชนกว่า 80 ร้านค้า และสินค้าจากชุมชนยิ้มได้ของ ปตท. สร้างรายได้มากกว่า 830,000 บาท ผู้เข้าร่วมกว่า 1,600 คน นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธกิจกรรมจากทาง ปตท. ได้แก่ รถนิทรรศการเคลื่อนที่ Big Blue Bus กิจกรรมส่งเสริมการจัดการขยะ PTT Recycle Station การแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Upcycling และบูธ GSP Check for Sure ที่ให้ความรู้การตรวจสอบถังก๊าซหุงต้มให้ปลอดภัย

เปิด 5 วิสัยทัศน์ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุดสู่การเป็น Hub ...
26/06/2024

เปิด 5 วิสัยทัศน์ ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุดสู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

👉🏻รักษาฐานให้แข็งแรง ยกระดับอย่างรอบด้าน

👉🏻มุ่งสู่ High Value - Low Carbon สู่องค์กรคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

👉🏻สร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุดและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

👉🏻ส่งเสริมกลยุทธ์การเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ผ่านธุรกิจ Specialty Chemicals และ ธุรกิจ Green / Bio

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.pttgcgroup.com/th/newsroom/news/1367/

#ดีขึ้นเพื่อคุณดีขึ้นเพื่อโลก
ีที่เข้าถึงทุกความสุข

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ชู "ปุ๋ยใบไม้รักษ์โลก" ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำและ SDGs ในงานเสวนาระยองบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ...
25/06/2024

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ชู "ปุ๋ยใบไม้รักษ์โลก" ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำและ SDGs ในงานเสวนาระยอง

บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี) ได้เข้าร่วมงานเสวนาโครงการเสริมสร้างความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองร่วมมือกับสำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด "ทิศทางโลก ทิศทางไทยในสังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืน" โดยนำโครงการ "ปุ๋ยใบไม้รักษ์โลก" ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในการลดขยะอินทรีย์ และส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) มาร่วมจัดแสดงและให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

โครงการปุ๋ยใบไม้รักษ์โลก เกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เทศบาลเมืองมาบตาพุด และชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำเศษใบไม้และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ถือเป็นโครงการสำคัญของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในการสนับสนุนเป้าหมายของประเทศ ในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2065

จากความสำเร็จของโครงการปุ๋ยใบไม้รักษ์โลก ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ประจำปี 2566 ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐและมาตรฐานสากล ภายใต้หลักการ ESG, ISO 26000 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อเป็นการสานต่อเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น
โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จะจัดกิจกรรม "เวทีถอดบทเรียน โครงการปุ๋ยใบไม้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ใน วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 ณ วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตรผสมผสานฐานเรียนรู้สวนคุณย่า ชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง ภายในงานมีกิจกกรม ถอดบทเรียนโครงการปุ๋ยใบไม้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในการทำปุ๋ยใบไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด งานเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป

บีแอลซีพี มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อีสท์ วอเตอร์ ให้การต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีตรวจราชการ ย้ำความเป็นผู้นำบริหารจัดการน้ำครบวงจรพื้นที่ภาคตะวันออกอีสท์ วอเตอ...
25/06/2024

อีสท์ วอเตอร์ ให้การต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีตรวจราชการ ย้ำความเป็นผู้นำบริหารจัดการน้ำครบวงจรพื้นที่ภาคตะวันออก

อีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในโอกาสตรวจราชการจังหวัดระยองและชลบุรี พร้อมถกปัญหาและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อรองรับการลงทุนในอีอีซี ย้ำความเป็นผู้นำบริหารจัดการน้ำครบวงจรของประเทศ มีแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคง ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสีย คาดเป็นจุดเริ่มต้นมุ่งเป้าธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจรในภาคตะวันออก รองรับการเติบโตทุกภาคส่วนตามนโยบายพัฒนาพื้นที่อีอีซี

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ โดยนายสมบัติ อยู่สามารถ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ให้การต้อนรับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ ที่เดินทางมาตรวจราชการในจังหวัดระยองและชลบุรี เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

อีสท์ วอเตอร์ มีขีดความสามารถในการให้บริการส่งจ่ายน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยปัจจุบันอีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าและให้การสนับสนุนโครงการภายใต้การดูแลของ อีอีซี 2 โครงการสำคัญดังนี้ การให้บริการน้ำครบวงจรเต็มรูปแบบให้แก่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (อีอีซีเอ) และ การให้บริการผลิตน้ำประปาให้แก่โครงการวังจันทร์ วัลเลย์ (อีอีซีไอ)

โดยอีสท์ วอเตอร์ จะเป็นผู้พัฒนาระบบน้ำประปา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กำลังการผลิตสูงสุด 20,000 ลบ.ม. ต่อวัน และการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะกับโครงการที่เป็นการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาวรองรับน้ำเสีย 16,000 ลบ.ม. ต่อวัน รวมถึงการวางแผนสนับสนุนการผลิตน้ำรีเคลม กำลังการผลิต 5,000 ลบ.ม. ต่อวัน หากอีอีซีเอมีความประสงค์ที่จะพัฒนา เน้นย้ำให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในด้านการบริหารจัดการน้ำครบวงจรและใส่ใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง ซึ่งอีสท์ วอเตอร์จะใช้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านน้ำรองรับการเติบโตในอนาคต

อีสท์ วอเตอร์ ย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างความมั่นคงของการจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำครบวงจรของประเทศด้วยสมาร์ทเทคโนโลยี ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำมากกว่า 30 ปี ความมั่นคงของแหล่งน้ำดิบต้นทุน ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสีย ที่เรียกว่า การบริหารจัดการน้ำครบวงจร (Total water solution) ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ต้นทุนต่ำ ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมุ่งเน้นการให้บริการแก่โครงการต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อสนับสนุนภารกิจการเติบโตของอุตสาหกรรมในพื้นที่

ที่อยู่

Mueang Rayong District

เบอร์โทรศัพท์

+66984989361

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Rayongโต๊ะข่าวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Rayongโต๊ะข่าว:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram