พยาบาลน้ำฝน Namfon Nurse

พยาบาลน้ำฝน Namfon Nurse ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก พยาบาลน้ำฝน Namfon Nurse, การแพทย์และสุขภาพ, Nakhon Pathom.
(1)

👩‍⚕️ พยาบาลวิชาชีพ | ห้องฉุกเฉิน | NLP Coach

ช่วยคลี่คลายความเครียด ความกลัว
และความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้สูงอายุ
ครอบครัว และผู้ดูแล

เพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบ แข็งแรง และมีความสุข

📩 ปรึกษา / Private Coaching ทักแชท

อาการที่พบบ่อยเมื่อผู้สูงอายุน้ำตาลในเลือดต่ำ ในผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะบางครั้งอาการอาจจะไม่ชัดเ...
27/04/2026

อาการที่พบบ่อยเมื่อผู้สูงอายุน้ำตาลในเลือดต่ำ

ในผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะบางครั้งอาการอาจจะไม่ชัดเจน หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการหลงลืมตามวัยได้ง่ายๆ
นี่คืออาการที่พบบ่อยซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักค่ะ:
1. อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ (สัญญาณเตือนระยะแรก)
เป็นช่วงที่ร่างกายพยายามหลั่งฮอร์โมนมาเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาล:
- ตัวเย็น เหงื่อออกมาก: มักจะเหงื่อออกท่วมตัวแม้จะอยู่ในที่เย็น
- ใจสั่น: รู้สึกหัวใจเต้นเร็ว หรือสั่นไหวในอก
- มือสั่น กระวนกระวาย: มีอาการตื่นตระหนก หรืออยู่ไม่สุข
-หิวจัด: รู้สึกหิวขึ้นมาทันทีทันใด

2. อาการทางสมอง (เมื่อสมองเริ่มขาดพลังงาน)
กลุ่มนี้อันตรายและพบบ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งบางครั้งดูคล้ายอาการทางระบบประสาท:
- ซึม สับสน: พูดจาวกวน ถามตอบไม่ตรงคำถาม หรือดูเหม่อลอยผิดปกติ
- พฤติกรรมเปลี่ยน: จู่ๆ ก็หงุดหงิด ก้าวร้าว หรือดูสับสนกับสถานที่และเวลา
- เวียนศีรษะ เดินเซ: ทรงตัวไม่อยู่ เสี่ยงต่อการหกล้ม
- การมองเห็นผิดปกติ: ตาพร่ามัว หรือเห็นภาพซ้อน
แขนขาอ่อนแรง: ในบางรายอาจมีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ชั่วคราว
-หมดสติหรือชัก: หากน้ำตาลต่ำรุนแรงมาก
การช่วยเหลือเบื้องต้น (กฎ 15-15):

- หากผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและกลืนได้:
ให้ทานคาร์โบไฮเดรตเร็ว 15 กรัม: เช่น น้ำหวานหรือน้ำผลไม้ครึ่งแก้ว, ลูกอม 3-4 เม็ด หรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- รอ 15 นาที: แล้วเจาะระดับน้ำตาลซ้ำ หากยังต่ำกว่า 70 mg/dL ให้ทานซ้ำอีกรอบค่ะ และรีบนำส่งโรงพยาบาล
ข้อควรระวัง: หากผู้ป่วย หมดสติ ห้ามนำน้ำหรืออาหารกรอกปากเด็ดขาดนะคะ เพราะเสี่ยงต่อการสำลักและเสียชีวิตได้ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
แชร์โพสต์นี้ไปให้ลูกหลานหรือคนดูแลผู้สูงอายุท่านอื่นดูด้วยนะคะ

#ผู้สูงอายุ #ดูแลผู้สูงอายุ #เบาหวาน #น้ำตาลในเลือดต่ำ #ฉุกเฉิน

เคยสงสัยมั้ยคะ ทำไมเวลาที่ผู้สูงอายุลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว มักจะมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันตกสาเหตุหลักที่ทำให้ผู...
26/04/2026

เคยสงสัยมั้ยคะ ทำไมเวลาที่ผู้สูงอายุลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว มักจะมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันตก
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ได้แก่:
1.ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานช้าลง: เมื่อเราเปลี่ยนท่าจากนอนเป็นนั่งหรือยืน ร่างกายจะมีกลไกตอบสนองอัตโนมัติในการบีบตัวของหลอดเลือดเพื่อเพิ่มความดันโลหิต แต่ในผู้สูงอายุ ระบบนี้มักจะทำงานช้าลง ทำให้ความดันโลหิตปรับตัวไม่ทัน

2. หลอดเลือดแข็งตัว: หลอดเลือดของผู้สูงอายุมักจะแข็งตัวและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ไม่สามารถบีบตัวได้ดีเมื่อต้องการเพิ่มความดันโลหิต

3. ปริมาณเลือดในร่างกายน้อยลง: ผู้สูงอายุมักจะมีปริมาณเลือดในร่างกายน้อยลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะมีความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าทาง

4. โรคประจำตัวและยาบางชนิด: โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคพาร์กินสัน รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต หรือยาขับปัสสาวะ อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าทาง

5. ภาวะขาดน้ำ: การดื่มน้ำไม่เพียงพออาจทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายน้อยลง และเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
สรุป: การเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วในผู้สูงอายุทำให้ความดันตกได้เนื่องจากปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ รวมถึงระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำงานช้าลง หลอดเลือดที่แข็งตัว ปริมาณเลือดที่น้อยลง โรคประจำตัว และยาบางชนิด
ถ้าไม่อยากพลาดเคล็ดลับดูแลผู้สูงอายุแบบง่ายๆ และใช้ได้จริง กดติดตามพยาบาลน้ำฝนไว้เลยค่ะ

#ดูแลผู้สูงอายุ #ผู้สูงอายุ #วัยเก๋า #ดูแลคนที่คุณรัก #พยาบาลน้ำฝน

เรื่องราวนี้ถูกแชร์โดยคุณ Ploylada Setthawarasin (พลอยลดา) เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยเธอเล่าประสบการณ์เ...
25/04/2026

เรื่องราวนี้ถูกแชร์โดยคุณ Ploylada Setthawarasin (พลอยลดา) เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยเธอเล่าประสบการณ์เฉียดตาย/เฉียดตาบอดไว้ดังนี้:
ต้นเหตุ: คุณพลอยลดาได้ทำ "กุ้งแช่น้ำปลา" กินเองที่บ้าน ติดต่อกันถึง 2 วัน
อาการเริ่มต้น: หลังจากนั้นไม่นาน เธอเริ่มมีอาการผิดปกติและติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยแพทย์วินิจฉัยว่า มีพยาธิลุกลามไปถึงบริเวณขอบตา
การรักษา: อาการหนักจนถึงขั้นที่แพทย์ต้องสั่งให้ เตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดด่วน เพราะพยาธิกำลังคุกคามการมองเห็น และต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 10 วัน
ความเข้าใจผิด: ในตอนแรกเธอเล่าว่าไม่มีใครเชื่อว่าสาเหตุจะมาจากการกินกุ้งแช่น้ำปลาที่ทำเอง (เพราะคิดว่าสะอาดพอ) แต่ผลการตรวจยืนยันชัดเจนว่าเกิดจากการติดเชื้อพยาธิจากกุ้งดิบ
การกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะอาหารทะเลและปลาน้ำจืด มีความเสี่ยงหลัก ๆ อยู่ 2 ประเภท คือ พยาธิ และ แบคทีเรีย
1. พยาธิ (Parasites)
จากข้อความในภาพที่ระบุว่า "พยาธิลามไปที่ขอบตา" พยาธิที่มักพบในกุ้งและสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง ได้แก่:
พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum): นี่คือตัวการหลักที่ทำให้เกิดอาการตามภาพ พยาธิตัวอ่อนจะชอนไชไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ ดวงตา และ สมอง
อาการ: จะมีอาการบวมเคลื่อนที่ (Swelling) ปวด จี๊ด ๆ หากไชเข้าตาอาจทำให้ตาบอด หรือถ้าไชเข้าสมองอาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้
การรักษา: มักต้องจบลงด้วยการ ผ่าตัด เพื่อนำตัวพยาธิออก เพราะยาถ่ายพยาธิอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอหากพยาธิอยู่ในจุดที่อันตราย
2. แบคทีเรียตัวร้าย (Vibrio spp.)
นอกจากพยาธิแล้ว กุ้งดิบยังมีแบคทีเรียที่อันตรายมากคือ Vibrio parahaemolyticus และ Vibrio vulnificus:
อันตราย: แบคทีเรียกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียน แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis) จะทำให้เกิดเนื้อตาย (Necrotizing fasciitis) จนต้อง ผ่าตัดคว้านเนื้อ หรือ ตัดอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต
🛡️ วิธีป้องกันและข้อแนะนำ
แม้กุ้งแช่น้ำปลาจะเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่เพื่อความปลอดภัยควรปฏิบัติดังนี้:
- ความร้อนคือคำตอบ: พยาธิและแบคทีเรียส่วนใหญ่จะตายที่อุณหภูมิสูงกว่า 70°C การลวกกุ้งให้สุกก่อนปรุงรสคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
- การแช่แข็ง (Freezing): การแช่แข็งกุ้งที่อุณหภูมิ -20°C เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน หรือ -35°C เป็นเวลา 15 ชั่วโมง สามารถช่วยฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ (แต่ไม่รับประกันเรื่องแบคทีเรีย 100%)
- ความสะอาด: การล้างด้วยน้ำโซดาหรือน้ำมะนาว ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ เป็นเพียงความเชื่อที่ช่วยให้เนื้อกุ้งเด้งหรือลดกลิ่นคาวเท่านั้น
อย่าปล่อยให้เมนูโปรดกลายเป็นฝันร้าย!
แชร์โพสต์นี้เป็นอุทาหรณ์นี้ให้เพื่อนและครอบครัวด่วน ก่อนที่จะสายเกินแก้

#เตือนภัยสายกิน #กุ้งแช่น้ำปลา #พยาธิขึ้นตา #อุทาหรณ์ #อันตรายจากของดิบ

5 วิธีดูแล "วัยเก๋า" ให้ปลอดภัยในวันที่ฝุ่นPM 2.5ปกคลุมเมือง1. งดกิจกรรมกลางแจ้ง: เปลี่ยนจากการเดินสวนสาธารณะ มาเป็นการข...
24/04/2026

5 วิธีดูแล "วัยเก๋า" ให้ปลอดภัยในวันที่
ฝุ่นPM 2.5ปกคลุมเมือง

1. งดกิจกรรมกลางแจ้ง: เปลี่ยนจากการเดินสวนสาธารณะ มาเป็นการขยับร่างกายเบาๆ ในบ้านแทน
2. สวมหน้ากากที่ถูกต้อง: ต้องเป็น N95 (ถ้าใส่ไหว) หรือหน้ากากอนามัยที่แนบสนิท
3. ตัวช่วยในบ้าน: เปิดเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA
4. ดื่มน้ำสะอาด: ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและลดความระคายเคืองในลำคอ
5. สังเกตอาการใกล้ชิด: หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือเหนื่อยหอบ ให้พบแพทย์ทันที
แชร์โพสต์นี้ไปให้ผู้สูงอายุและคนที่คุณรักกันค่ะ

#สุขภาพผู้สูงอายุ #ดูแลคนที่คุณรัก

ทำไม PM 2.5 ถึง "ใจร้าย" กับผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว?1. ร่างกายเสื่อมตามวัย: ระบบทางเดินหายใจและหัวใจของผู้สูงอายุ...
23/04/2026

ทำไม PM 2.5 ถึง "ใจร้าย" กับผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว?

1. ร่างกายเสื่อมตามวัย: ระบบทางเดินหายใจและหัวใจของผู้สูงอายุไม่แข็งแรงเท่าเดิม ทำให้กรองฝุ่นได้น้อยลง
2. เสี่ยงโรคแทรกซ้อน: ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วสามารถเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันและหลอดเลือดสมอง
3. อาการมักไม่ชัดเจน: บางครั้งผู้สูงอายุอาจจะแค่รู้สึกเพลีย หรือมึนหัว ซึ่งจริงๆ คือผลกระทบจากฝุ่น
สังเกตอาการท่านสักนิด หากมีอาการหอบเกนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกอย่ารอช้า... รีบพามาโรงพยาบาล

#สุขภาพผู้สูงอายุ #ดูแลคนที่คุณรัก

มึนหัวบ้านหมุน หรือจริงๆ คุณแค่ 'คอตึง' จนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ?หลายคนคิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคทางสมอง ทั้งที่จริงๆ แล้วส...
22/04/2026

มึนหัวบ้านหมุน หรือจริงๆ คุณแค่ 'คอตึง' จนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ?
หลายคนคิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคทางสมอง ทั้งที่จริงๆ แล้วสาเหตุอาจมาจากกล้ามเนื้อบ่าที่เกร็งจนแข็งเป็นก้อนหิน พอมันแข็งปุ๊บ มันก็ไปกดทับเส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงศีรษะ ผลคือมึนตึ้บ คิดงานไม่ออก ยิ่งเครียดยิ่งตึง วนลูปไม่จบสิ้น
เลิกทนทรมาน! ลองใช้ 3 ท่ากายบริหารแบบง่ายๆ แล้วจะรู้ว่าความโล่งมีอยู่จริง!
ลองทำท่าเหล่านี้ค้างไว้ท่าละ 15-20 วินาทีดูค่ะ

1. ยืดข้างคอ: ใช้มือขวาอ้อมข้ามศีรษะไปจับหูซ้าย แล้วค่อยๆ เอียงคอมาทางขวาจนรู้สึกตึงที่บ่าซ้าย (สลับข้าง)

2. เก็บคาง (Chin Tuck): นั่งหลังตรง เก็บคางเข้าหาลำคอ (ให้รู้สึกเหมือนมีเหนียง) เพื่อยืดกล้ามเนื้อคอส่วนบน

3. หมุนสะบัก: ยกไหล่ขึ้นหูแล้วหมุนไปด้านหลังเป็นวงกลมกว้างๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อบ่า
ใครทำท่าไหนแล้วฟินที่สุด พิมพ์บอกกันหน่อยค่ะ

#ปวดคอบ่าไหล่ #สุขภาพดีสร้างได้ #ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ #มึนหัว

21/04/2026

อยากดูแลพ่อแม่ไปนาน ๆ…อย่าปล่อยให้หลังคุณพังก่อน

#ปวดหลังไม่รู้ตัว #ดูแลผู้สูงอายุ #สุขภาพต้องมาก่อน #พยาบาลน้ำฝน #ท่าทางที่ถูกต้อง

แค่ 5 นาทีหลังตื่นนอน.. ก่อนที่หลังคุณจะพังจนดูแลใครไม่ได้!จากประสบการณ์คนดูแลที่เคยปวดหลังเรื้อรังจนเกือบต้องเข้าโรงพยา...
20/04/2026

แค่ 5 นาทีหลังตื่นนอน.. ก่อนที่หลังคุณจะพังจนดูแลใครไม่ได้!
จากประสบการณ์คนดูแลที่เคยปวดหลังเรื้อรังจนเกือบต้องเข้าโรงพยาบาลซะเอง...
แจก 4 ท่าบริหาร "กู้ชีพหลัง" ฉบับคนเวลาน้อย ทำตามได้ทันที
1. ท่าแมวและวัว (Cat-Cow Stretch)
ช่วยยืดเหยียดกระดูกสันหลังและคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลัง
วิธีทำ: อยู่ในท่าคลาน (คุกเข่าและวางมือ)
จังหวะที่ 1: สูดลมหายใจเข้า เงยหน้าขึ้น แอ่นหลังลงเล็กน้อย (ท่าเท่าวัว)
จังหวะที่ 2: หายใจออก โก่งหลังขึ้นให้มากที่สุด ก้มหน้ามองสะดือ (ท่าแมว)
ทำซ้ำ: 10-15 ครั้ง
2. ท่าสะพาน (Bridge Pose)
ท่านี้สำคัญมาก เพราะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ "กล้ามเนื้อสะโพกและหลังส่วนล่าง" ซึ่งเป็นฐานพลังเวลาเราต้องพยุงผู้สูงอายุ
วิธีทำ: นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น วางแขนไว้ข้างลำตัว
การเคลื่อนไหว: ออกแรงเกร็งก้นแล้วยกสะโพกขึ้นจากพื้นให้เป็นเส้นตรงจากเข่าถึงไหล่ ค้างไว้ 3-5 วินาที
ทำซ้ำ: 10-12 ครั้ง
3. ท่านก-สุนัข (Bird-Dog)
ช่วยเรื่องการทรงตัวและสร้างความมั่นคงให้แกนกลางลำตัว (Core Stability)
วิธีทำ: อยู่ในท่าคลาน
การเคลื่อนไหว: ยกแขนซ้ายเหยียดไปข้างหน้า พร้อมกับเหยียดขาขวาไปข้างหลัง (ให้ขนานกับพื้น) พยายามรักษาลำตัวให้นิ่ง ไม่เอียงไปมา
สลับข้าง: ทำสลับซ้าย-ขวา รวม 10 ครั้ง

4. ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก (Child’s Pose)
ช่วยพักหลังส่วนล่างหลังจากที่ต้องแบกรับน้ำหนักมาทั้งวัน
วิธีทำ: นั่งคุกเข่าบนส้นเท้า แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงเหยียดแขนไปข้างหน้าให้หน้าผากแตะพื้น
ระยะเวลา: ค้างไว้ 30 วินาที พร้อมหายใจเข้า-ออกลึกๆ

เซฟท่าบริหารนี้เก็บไว้เอาไว้เตือนตัวเองให้ทำทุกเช้า!

#ดูแลผู้สูงอายุ #ดูแลพ่อแม่ #คนดูแล #ปวดหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลังเรื้อรัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หลายคนอาจคิดว่าแค่ผู้สูงอายุสำลักอาหารเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่นา...
19/04/2026

หลายคนอาจคิดว่าแค่ผู้สูงอายุสำลักอาหารเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมการสำลักถึงอันตรายร้ายแรงต่อผู้สูงอายุ:
1. การอุดกั้นทางเดินหายใจเฉียบพลัน (Asphyxiation)
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเร็วที่สุด หากเศษอาหารชิ้นใหญ่หลุดเข้าไปอุดกั้นบริเวณหลอดลม (Trachea) จะทำให้:
- ขาดออกซิเจน: ร่างกายและสมองไม่ได้รับอากาศ
- หัวใจหยุดเต้น: เมื่อระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงอย่างวิกฤต หัวใจจะทำงานล้มเหลวและหยุดเต้นได้ภายใน 4-5 นาที
2. ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)
แม้เศษอาหารจะไม่ได้อุดหลอดลมจนหายใจไม่ได้ แต่ถ้าเศษอาหารหรือน้ำเข้าไปในปอด จะเกิดผลตามมาคือ:
- การติดเชื้อ: อาหารมักปนเปื้อนแบคทีเรียจากช่องปาก เมื่อเข้าไปอยู่ในปอดที่อบอุ่นและชื้น จะเกิดการอักเสบและติดเชื้อรุนแรง
- ระบบหายใจล้มเหลว: ปอดของผู้สูงอายุมักมีพังผืดหรือความยืดหยุ่นน้อยลงอยู่แล้ว เมื่ออักเสบจะทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำได้ยากมาก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในโรงพยาบาล
3. กลไกการป้องกันตัวที่เสื่อมถอย
ทำไมผู้สูงอายุถึง "เอาตัวรอด" จากการสำลักได้ยากกว่าวัยหนุ่มสาว?
- รีเฟล็กซ์การไอ (Cough Reflex) ลดลง: กล้ามเนื้อที่ใช้ในการไอไม่แข็งแรงพอที่จะพ่นสิ่งแปลกปลอมออกมา
- การกลืนลำบาก (Dysphagia): หูรูดหลอดอาหารและกล้ามเนื้อคอหอยทำงานไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ฝาปิดกล่องเสียงปิดไม่สนิทขณะกลืน
- โรคประจำตัว: เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน หรืออัมพฤกษ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมกล้ามเนื้อการกลืน
วิธีป้องกันสำลักง่ายๆ
1. จัดท่าทาง:
- กรณีที่ผู้สูงอายุกินเองได้ทางปาก ให้นั่งตัวตรง 90 องศาขณะกิน และห้ามนอนทันทีหลังทานอาหาร (ควรรออย่างน้อย 30-60 นาที)
- กรณีที่ให้อาหารทางสายยาง ปรับศรีษะให้สูง 30องศา ก่อนให้อาหารทางสายยาง
2. ปรับเนื้อสัมผัส: สับอาหารให้ละเอียด หรือใช้สารเพิ่มความหนืด (Thickener) ในน้ำหากผู้สูงอายุสำลักน้ำบ่อย
3. คำเล็ก เคี้ยวนาน: เตือนให้เคี้ยวให้ละเอียดและไม่ควรชวนคุยขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก

#กินปลอดภัยไม่สำลัก #ดูแลผู้สูงอายุ #ภาวะกลืนลำบาก #เช็คก่อนกลืน #ลูกหลานดูแลใจ

18/04/2026

อย่ารอให้ป่วย...ถึงจะยอมพัก

#อย่าฝืนจนพัง #ความเครียดทำร้ายร่างกาย #พักบ้างนะ #ความเครียดสะสม #ฮีลใจตัวเอง

หยุด! ทำลายหลังตัวเองทีละนิด ❌ ก่อนจะสายเกินแก้คนส่วนใหญ่ที่ดูแลผู้สูงอายุ มักมองข้ามความเสี่ยงของการพยุงท่านลุกจากเตียง...
17/04/2026

หยุด! ทำลายหลังตัวเองทีละนิด ❌ ก่อนจะสายเกินแก้
คนส่วนใหญ่ที่ดูแลผู้สูงอายุ มักมองข้ามความเสี่ยงของการพยุงท่านลุกจากเตียงค่ะ การทำผิดท่าซ้ำๆ คือสาเหตุหลักของอาการปวดหลังเรื้อรังที่คนดูแลต้องเจอ
❌ งอหลังดึงขึ้น
❌ ยืนห่างแล้วเอื้อมจับ
❌ รีบดึงให้ลุกเร็วๆ
สิ่งเหล่านี้ทำให้หลังรับน้ำหนักทั้งหมด!
บางคนเถึงขั้นเป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม
มาร่วมเปลี่ยน 'ความตั้งใจดี' ให้เป็น 'วิธีการที่ถูกต้อง' กันเถอะค่ะ

ขั้นตอนการพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียงที่ง่ายและถูกต้อง:
1. จัดเตรียมสถานที่: ตรวจสอบความแข็งแรงของเตียงและตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งกีดขวางรอบๆ เตียง
2. จัดท่าทางของผู้ป่วย: จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย โดยเข่างอและเท้าวางบนเตียง
3. จัดท่าทางของคนพยุง: ยืนด้านข้างผู้ป่วย โดยขาทั้งสองข้างแยกออกจากกันและเข่างอเล็กน้อย
4. สื่อสารกับผู้ป่วย: บอกผู้ป่วยว่าจะช่วยพยุงท่านลุกจากเตียง และขอให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือโดยการใช้แขนและขาในการช่วยส่งแรง
5. พยุงผู้ป่วยลุก: คนพยุงใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวผู้ป่วย และขอให้ผู้ป่วยโอบรอบคอคนพยุง จากนั้นคนพยุงใช้แรงจากกล้ามเนื้อขาและสะโพกในการพยุงผู้ป่วยลุก โดยเข่างอและหลังตรงตลอดเวลา
6. จัดท่าทางของผู้ป่วยหลังลุก: จัดให้ผู้ป่วยนั่งบนขอบเตียงสักพัก เพื่อให้ผู้ป่วยปรับตัวและไม่เกิดความเวียนศีรษะ
ข้อควรระวังในการพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียง:
1. อย่าใช้แรงจากกล้ามเนื้อหลัง: ใช้แรงจากกล้ามเนื้อขาและสะโพกแทนแรงจากกล้ามเนื้อหลัง เพื่อลดแรงกดทับที่หลังและป้องกันการบาดเจ็บ
2. อย่าเร่งรีบ: พยุงผู้ป่วยลุกอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพื่อป้องกันการล้มและการบาดเจ็บของผู้ป่วย
3. อย่าพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียงเพียงลำพัง: หากผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือมีน้ำหนักมาก ควรขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในการพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียง
4. อย่าพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียงหากคุณมีอาการปวดหลัง: หากคุณมีอาการปวดหลัง ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการพยุงผู้ป่วยลุกจากเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการปวดหลังแย่ลง

แชร์คลิปนี้ไปให้เพื่อนๆ ที่กำลังดูแลผู้สูงอายุอยู่ ได้รู้เทคนิคการดูแลตัวเองและคนที่รักอย่างถูกวิธีค่ะ

#พยุงผู้สูงอายุ #ปวดหลัง #ป้องกันการบาดเจ็บ #ความรู้สุขภาพ #ดูแลตัวเอง"

15 เมษา…อย่าลืมดูแลคนคนนี้เรามักห่วงคนอื่นก่อนเสมอแต่บางที…คนที่ควรได้รับความห่วงใยคนแรกอาจเป็น “ตัวคุณเอง”ปีใหม่ไทยผ่าน...
15/04/2026

15 เมษา…อย่าลืมดูแลคนคนนี้

เรามักห่วงคนอื่นก่อนเสมอ
แต่บางที…คนที่ควรได้รับความห่วงใยคนแรก
อาจเป็น “ตัวคุณเอง”
ปีใหม่ไทยผ่านไปแล้ว
ขอให้วันนี้…
คุณได้เริ่มต้นใหม่
ดูแลทั้งร่างกาย และหัวใจของตัวเองให้มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งภายนอกและภายใน 🤍
ถ้าช่วงนี้คุณกำลังเหนื่อย เครียด หรือรู้สึกไม่โอเค
ทักมาคุยกับน้ำฝนได้เสมอนะคะ 💙

ด้วยรัก...
พยาบาลน้ำฝน

#ดูแลใจตัวเอง #สุขภาพใจ #เริ่มต้นใหม่ #ฮีลใจ #สงกรานต์

ที่อยู่

Nakhon Pathom
73170

เบอร์โทรศัพท์

+66949466591

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พยาบาลน้ำฝน Namfon Nurseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง พยาบาลน้ำฝน Namfon Nurse:

แชร์