คลอโรฟิลล์ พลัส ไมเกรน ความดัน เบาหวาน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โทร.063-2256262

คลอโรฟิลล์ พลัส  ไมเกรน ความดัน เบาหวาน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โทร.063-2256262 🌿คลอโรฟิลล์พลัส สารสกัดต้นอัลฟัลฟ่า ใบหม่อน
ต้นอ่อนข่าวบาร์เลย์ โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน
และแปปเปอร์มินท์

ปรับโฉมใหม่! คลอโรฟิลล์ พลัสผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ พลัส โฉมใหม่! จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 เป็นต้นไปดื่มทุกวัน...
29/07/2024

ปรับโฉมใหม่! คลอโรฟิลล์ พลัส

ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ พลัส โฉมใหม่! จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

ดื่มทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก

• ขับสารพิษ ปรับสมดุลร่างกาย
• คลอโรฟิลล์ชนิดน้ำบริสุทธิ์จากอเมริกา
• ดื่มง่าย ปราศจากกลิ่นเหม็นเขียว
• ได้มาตรฐาน GMP และ อย. 🔶🔶🔶🔶🔶🔶🔶🔶🔶I

09/03/2018
เมื่อเพื่อนเก่า  มีแก่ใจ  เตือนสติเพื่อนขอบคุณ======เรามาดูเรื่องจริง 3 เรื่อง ที่เคยเกิดแล้วเรื่องที่1   …..ผู้บริหารระ...
18/01/2018

เมื่อเพื่อนเก่า มีแก่ใจ เตือนสติเพื่อน

ขอบคุณ
======
เรามาดูเรื่องจริง 3 เรื่อง ที่เคยเกิดแล้ว

เรื่องที่1

…..ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งหนึ่ง รูปหล่อ ร่ำรวย อายุ 33 ปี ได้แต่งงานกับบุตรสาวของบุคคลในกลุ่มทุนใหญ่ เธอทั้งสวยและฉลาด อายุ 28 ปี ปีต่อมาก็ได้ให้กำเนิดบุตรฝาแฝดชาย-หญิงน่ารักคู่หนึ่ง เขาเป็นคนสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ทำงานจริงจัง
…..คติพจน์ ประจำใจ คือ “..ไม่มีเรื่องใดในโลกที่เป็นเรื่องยาก ขอเพียงเราตั้งใจทำจริงเท่านั้น..”
…..คืนหนึ่ง เขาได้ขับรถเบนซ์คันเก่งของเขา ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย เขาขับรถชนกับรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ที่ฝ่าฝืนกฎจราจรย้อนศรมา ทั้ง 2 ฝ่ายเกิดการการทะเลาะด้วยความไม่พอใจกัน เขาจึงโดนวัยรุ่นพาลเกเรอายุยังไม่ถึง 18 แทงตาย

เรื่องที่ 2

…..ดาวมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง อายุ 20 ปี ใบหน้างดงาม สูง 170 ซม.ได้รับการอบรมบ่มนิสัยจากพ่อแม่อย่างดีตั้งแต่เด็ก เชี่ยวชาญในเครื่องดนตรีหลายชนิด และชำนาญภาษาต่างประเทศ มีรอยยิ้มอันอ่อนหวาน บุคลิกสง่างาม
…..คติพจน์ประจำใจว่า “..เพียงแต่คุณหันหน้าเข้าหาแสงสว่าง ก็จะไม่มีเงามืด..”
…..คืนวันหนึ่ง หลังจากจัดปาร์ตี้วันเกิดแล้ว เป็นวันฝนตก เธอได้ทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ที่คบกันมากกว่า 1 ปี ด้วยความโมโห จึงกระโดดตึกถึงแก่ชีวิต

เรื่องที่สาม

…..เจ้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง อายุ 60 ปี ก่อร่างสร้างตัวจากมือเปล่า ในวัยหนุ่ม เขาประสบความสำเร็จในตลาดการค้า ได้สร้างอาณาจักรธุรกิจของตนเอง เขาอ่านตำราพิชัยสงครามของซุนอู่จนชำนาญ และเชี่ยวชาญการทำธุรกิจร่วมทุน (Venture Capital)
…..คติพจน์ประจำใจคือ “...เป็นผู้นำและผู้สร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพที่สำคัญที่สุด..”
…..คืนวันหนึ่ง หลังจากการประชุมทางวิดิโอแล้ว (Video Conference) ในคืนท้องฟ้าครึ้มฝน เขาได้ด่าพนักงานระดับล่างคนหนึ่งอย่างรุนแรง ว่าโง่เหมือนหมู ด้วยความโกรธ พนักงานได้หยิบเอาที่เขี่ยบุหรี่ทุบศีรษะเขาแตกตาย ทำให้ธุรกิจของเขาถูกทุบทำลายพังพินาศไปด้วย

***************

….เรื่องทั้ง 3 ที่กล่าวมาข้างต้นนี้
ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน
แต่มีจุดสำคัญที่เหมือนกัน
คือ
เกิดขึ้นใน 3 วินาที

…..ทำไม.?

มีคนจำนวนมากใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังรอบคอบ
วางแผนไว้รอบด้าน
บนโต๊ะก็แปะติดคติพจน์การดำรงชีวิตต่างๆ มีตำราอาหารที่ชี้คุณประโยชน์และโทษต่อร่างกาย และอาหารเครื่องดื่มประเภทบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงอีกมากมาย ในสมุดบันทึกก็จดสูตรลับต่างๆ ที่ใช้เพื่อการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมีอายุยืนยาว
แต่ทุกอย่างมักพังทลายจากอารมณ์ชั่ววูบใน 3 วินาทีเท่านั้น

…..เพราะว่า ใน 3 วินาทีนี้ ไม่สามารถทนได้
ทนไม่ไหว
ลืมที่จะอดทน
จนนำมาซึ่ง ผลงานที่ได้สร้างมาถูกพังทลายจนสิ้น

…..การแต่งงาน ต้องใช้เวลาดำเนินการที่ยาวนาน
พูดเรื่องหย่าใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..การคบเพื่อนสนิทต้องใช้เวลาที่ยาวนาน
ครั้นจะโกรธกันก็ใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..การมีภาพพจน์ที่ดีต้องใช้เวลาที่ยาวนาน
การพูดผิดใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..การมีใจสงบได้ต้องใช้เวลาปฏิบัติที่ยาวนาน
การทำลาย ใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..ความสุขต้องใช้เวลาบ่มเพาะที่ยาวนา ปลงไม่ตกใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..การสำรวมต้องใช้ความอดทนที่ยาวนาน อารมณ์ชั่ววูบใช้เวลาเพียง 3 วินาที

…..เพื่อนทั้งหลาย
คนโบราณกล่าวไว้ว่า
คนที่ฉลาดมาชั่วชีวิต
แต่กลับทำเรื่องเหลวไหลในชั่วขณะหนึ่ง

ครั้งต่อไป
ไม่ว่าจะมีอารมณ์ชั่ววูบเกิดขึ้นในเวลาใดก็ตาม

ขอให้จำไว้ว่า
กลั้นลมหายใจ
ทำจิตตัวเองให้นิ่ง
3 วินาทีที่ว่านี้ก็จะผ่านไป

การใช้เวลา
ครุ่นคิดใน 3 วินาทีนี้
สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณทั้งชีวิต
และทำมาทั้งชีวิต
มันเปลียนแปลงไปได้ในทันที

31/12/2017

ส่งท้ายปีเก่า...ตอนรับปีใหม่ 2018

📝แง่คิดการทำงานกับคนแง่คิดดีๆ สำหรับการเป็นผู้บริหารคน✏ถ้าใช้ "เสือ" ทำงาน ต้องให้เขามีพื้นที่ แล้วปล่อยไปล่าเหยื่อมาให้...
30/08/2017

📝แง่คิดการทำงานกับคน
แง่คิดดีๆ สำหรับการเป็นผู้บริหารคน

✏ถ้าใช้ "เสือ" ทำงาน ต้องให้เขามีพื้นที่ แล้วปล่อยไปล่าเหยื่อมาให้ ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องกำหนดวิธีเพราะพวกเขาคือนักล่า

✏ถ้าใช้ "ควาย" ทำงาน ต้องให้หญ้าเขาให้พอ ต้องบังคับแล้วใช้ไถนา พวกเขาอึด แต่ต้องจูง

✏ถ้าใช้ "หมา" ทำงาน ต้องให้อาหาร ให้ความสนิทสนม ให้เห่าและเฝ้าบ้าน พวกเขาภักดี ประจบ และจับผิดเก่ง

คนไม่เข้าใจ
✔จะใช้เสือเยี่ยงควาย
✔จะใช้ควายเยี่ยงหมา
✔จะใช้หมาเยี่ยงเสือ

📣เสือไม่เลียปากนาย
ไม่ประจบ และไม่ไถนา
📣ควายไม่เฝ้าบ้าน
ไม่ล่าเหยื่อ และไม่ประจบ
📣หมาไม่ไถนา
ไม่ล่าเหยื่อ แต่ชอบเลียปากนาย
.. เสือส่วนมากเมื่อเติบโตมักจะเป็นนายคน หรือเจ้าของกิจการ เพราะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง
..ควายส่วนมากไม่เติบโต เพราะไม่คิดนอกกรอบ และไม่สร้างสรรค์ และมักถูกหมาดูหมิ่นและหลอกใช้
..หมาส่วนมากเติบโตในองค์กร แต่ไม่สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองได้ ต้องพึ่งเสือและควายในการเติบโต

💥เสือที่ฉลาดและมองการณ์ไกล จะเอาควายไปด้วยแต่ถ้าเป็นเสือบ้าอำนาจ มักจะเอาหมาไปด้วย..???

เลือกเอานะคะว่า....
ท่านจะเอาอะไรระหว่าง.....
เสือ/หมา/ควาย..????
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

31/07/2017

รวมกันเราอยู่....

"การเลือกคบคน สำคัญต่อความสำเร็จขนาดไหน..."ลองทายดูเล่นๆนะครับว่า มหาเศรษฐีเหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกัน 1. บิล เกตส์ 2. สต...
23/05/2017

"การเลือกคบคน สำคัญต่อความสำเร็จขนาดไหน..."

ลองทายดูเล่นๆนะครับว่า มหาเศรษฐีเหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกัน
1. บิล เกตส์ 2. สตีฟ จ๊อบส์ 3. แลรี่ เพจ (ผู้ก่อตั้งบริษัท Google)
4. เควิน ซิสตรอม (ผู้คิดค้นแอพพลิเคชั่น Instagram) และ 5. วิลเบอร์ ไรท์ (หนึ่งในพี่น้องตระกูลไรท์)

เมื่อดูจากคุณลักษณะภายนอกคนเหล่านี้อาจมีหลายอย่างที่คล้ายกัน แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ และเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับพวกเขาก็คือ คนเหล่านี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จระดับโลกด้วยตัวเอง แต่พวกเขามี “คู่คิด” ที่ดีคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นนักประดิษฐ์ตัวจริงของบริษัท Apple แท้จริงแล้วไม่ใช่ สตีฟ จ๊อบส์ แต่เป็นคู่หูของเขาชื่อ สตีฟ วอซเนียก และแท้จริงแล้วผู้ตั้งชื่อให้บริษัท Microsoft ก็ไม่ใช่ บิล เกตส์ แต่เป็นคู่หูของเขาชื่อ พอล อัลแลน นอกจากนี้ พอล อัลแลน ยังเป็นผู้โน้มน้าวให้ บิล เกตส์ ลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดเพื่อมาจัดตั้งบริษัท Microsoft ที่ภายหลังมีชื่อเสียงโด่งดังก้องโลกอีกด้วย และมหาเศรษฐีที่เหลืออีกสามคนก็ไม่อาจเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ได้เลย หากขาดคู่คิดคนสำคัญของเขาไป

คนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลกธุรกิจทุกคน จะมีผู้ที่คอยเป็น “คู่คิด” ให้เขาอยู่เสมอ หากไม่ใช่คนๆเดียวก็จะเป็นกลุ่มคนที่เขาไว้ใจ แม้แต่ มาร์ค ซักเกอเบิร์ก มหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดผู้ก่อตั้ง Facebook เองก็ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า:

“ผมรู้สึกทุกข์ใจทุกครั้งที่มีคนชื่นชมความสำเร็จของผม เพราะอันที่จริงแล้วผมไม่ได้สร้าง Facebook ขึ้นมาคนเดียว ทีม
งานของผมต่างหากที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา คำชื่นชมทั้งหมดควรเป็นของพวกเขา และหากผมสามารถให้คำแนะนำในเรื่องธุรกิจกับคุณได้เพียงข้อเดียว ผมก็จะแนะนำว่า... จงเลือกคบคนให้ดี”

จริงอยู่ว่าในโลกของความสำเร็จ “ความคิด” นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ใครคิดได้เก่งกว่า เร็วกว่า ดีกว่า ย่อมจะได้รับชัยชนะ แต่เรามักจะให้ความสำคัญกับ “ความคิด” มากเกินไป จนมองข้าม “แหล่งกำเนิดของความคิด” ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะถ้าถามว่าความคิดของเรามาจากไหน ก็ต้องตอบว่า “มาจากสิ่งที่เราได้ยิน ได้เห็น และได้สัมผัสในแต่ละวัน”
ซึ่งสิ่งเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็มาจาก “คนที่อยู่ใกล้ตัวเรา” นั่นเอง...

กล่าวคือ “คนที่คุณคบ” อาจสำคัญยิ่งกว่า “สิ่งที่คุณคิด” เสียอีก เพราะแหล่งกำเนิดความคิดส่วนใหญ่ของคุณ ก็มักจะมาจากคนที่คุณคลุกคลีอยู่ด้วยนั่นเอง

เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับการคบคน คือเรื่องของ “ลี กา ชิง” มหาเศรษฐีชาวฮ่องกงซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็น “บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของทวีปเอเชียในปี 2014” และเป็น
“บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของทวีปเอเชียในปี 2001” แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ใจบุญที่สุดในทวีปเอเชียอีกด้วย โดยเขาได้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้คนไปแล้วกว่า 2 พันล้าน
ดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
ทว่า... เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องของ ลี กา ชิง แต่เป็นเรื่องคนขับรถของเขา!

เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากที่คนขับรถของ ลี กา ชิง ได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์มาตลอดระยะเวลาถึง 30 ปี ในที่สุดวันหนึ่งเขาก็ขอลาออก ลี กา ชิงตัดสินใจมอบเช็คเงินสดมูลค่า 2 ล้านดอลล่าร์ฮ่องกงให้เขาเพื่อแทนคำขอบคุณ แต่คนขับรถกลับปฏิเสธไม่ขอรับเงินจำนวนนั้น!

เขาให้เหตุผลว่า “เงิน 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน นั้นท่านได้ให้ผมมาแล้ว” ลี กา ชิง ประหลาดใจมาก จึงถามว่า “ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยให้เงินคุณ และเงินเดือนคุณก็แค่ 2 หมื่น คุณเก็บยังไงถึงได้มากมายขนาดนั้น” คนขับรถจึงตอบว่า “ในขณะที่ผมทำงานให้ท่าน ทุกครั้งที่ท่านคุยโทรศัพท์อยู่เบาะหลัง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดินหรือซื้อหุ้น ผมอาศัยการฟังแล้วนำเงินที่มีอยู่
เล็กๆน้อยๆไปซื้อตามท่านบ้าง
จนวันนี้เงินเหล่านั้นได้งอกเงยเป็นมูลค่าร่วม 20 ล้านแล้ว”ลี กา ชิง ถึงกับเอ่ยปากชมคนขับรถของเขายกใหญ่ พร้อมกับทิ้งท้ายว่าเรื่องนี้สามารถเป็นคติสอนใจให้กับนักธุรกิจได้เป็นอย่างดีว่า “คุณจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณอยู่กับใคร” เพราะแม้เป็นเพียงคนขับรถ แต่เมื่อรู้จักเรียนรู้และซึมซับสิ่งดีๆจากนักธุรกิจระดับพระกาฬ เขาก็สามารถมีเงินเก็บมากกว่าคนที่มีใบปริญญาและประกาศนียบัตรเต็มบ้านได้!

ผู้เขียนบทความนี้กล่าวต่อไปว่า คนที่รู้จักซึมซับและพัฒนาตัวเอง เมื่ออยู่กับเศรษฐีเงินล้านก็จะมีกำไรนับแสน เมื่ออยู่กับคนอยู่กับเศรษฐีเงินสิบล้านก็จะมีกำไรนับล้าน และเมื่ออยู่กับคนอยู่กับเศรษฐีเงินร้อยล้านก็จะมีกำไรสิบล้าน หากเราเดินตามแมลงวันก็จะเข้าใกล้ห้องสุขา หากเราเดินตามตัวผึ้งก็จะหาดอกไม้จนเจอ อยู่กับคนที่คิดบวกคุณก็จะเป็นคนคิดบวก อยู่กับคนที่คิดลบคุณก็จะพูดแต่คำสกปรก เพราะคนโบราณสอนไว้ว่า ‘สิ่งของแยกตามประเภท ส่วนคนนั้นแยกตามกลุ่ม’

พระพุทธเจ้าเองก็ตรัสสอนเรื่องนี้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นใน “มงคล 38” (หลักการใช้ชีวิต 38 ประการที่จะทำให้ชีวิตประเสริฐและดีงาม) มงคลข้อแรกสุดคือ “จงไม่คบคนพาล” และข้อต่อมาคือ “จงคบบัณฑิต” จะเห็นได้ว่าทรงให้ความสำคัญกับ “การคบคน” อย่างมาก ถึงขนาดที่ทรงนำมาเป็นมงคลชีวิตสองข้อแรกสุด ก่อนความขยัน การทำบุญ การมีวินัยหรือแม้กระทั่งความกตัญญูเสียอีก

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า หากคุณคบคนดี เขาก็ย่อมจะชักชวนคุณให้ทำแต่ความดี เช่น เป็นตัวอย่างให้คุณในเรื่องการมีวินัย คอยกระตุ้นให้คุณขยัน แนะนำเรื่องความกตัญญูกตเวที หรือพยายามพาคุณไปทำบุญด้วยอยู่แล้ว แต่ถ้าคบคนพาล ต่อให้คุณมีคุณสมบัติที่ดีอยู่ในตัวมากมาย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จิตใจคุณจะไหลสู่ที่ต่ำตามเขาไปทีละน้อย ทำให้คุณสมบัติดีๆทั้งหลาย เหล่านั้นค่อยๆหายไปทีละข้อ จึงอาจกล่าวได้ว่าการมีกัลยาณมิตร หรือการ “คบคนดี” คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรมเลยทีเดียว

“สิ่งที่เราคิด” กับ “คนที่เราคบ” มักจะมีความคล้ายกันอย่างน่าอัศจรรย์ ฉะนั้น ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในระดับสูง ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม ขอให้เลือกคบคนให้ดี เพราะหาก “คบ” คนแบบไหนเราย่อม “คล้าย” คนแบบนั้น เมื่อเรา “คล้าย” คนแบบไหนเราย่อม “คิด” แบบนั้น และเรา “คิด” แบบไหนเราก็ย่อมได้ “ชีวิต” แบบนั้น...
รับประกันได้เลย!

"ดอกไม้เมื่ออยู่ในกองขยะ ย่อมส่งกลิ่นเหม็นเน่า
แต่เศษขยะเมื่ออยู่ในดงดอกไม้ ย่อมส่งกลิ่นหอม"

"เลือกคบคนที่ดีอย่าคบคนที่อวดดี" "

"彡 6 โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่ได้ลุกออกมาจากเก้าอี้ แก้วหน้ารินน้ำเอาไว้เต็มแก้วแต่อยู่ไ...
05/03/2017

"彡 6 โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย”

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่ได้ลุกออกมาจากเก้าอี้
แก้วหน้ารินน้ำเอาไว้เต็มแก้วแต่อยู่ไปได้ทั้งวัน
หรือวุ่นเสียจนไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ วิ่งเข้าออกห้องประชุม
ได้ดื่มน้ำเฉพาะช่วงที่ทานข้าวกลางวันเท่านั้น
ขอบอกไว้เลยว่าร่างกายของคุณกำลัง “ขาดน้ำ”
โดยที่คุณไม่รู้ตัว และมันส่งผลร้ายถึงสุขภาพ
อย่างร้ายแรงโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน

1. สมองเสื่อม

ใครจะไปเชื่อว่าแค่ดื่มน้ำน้อย ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรค
สมองเสื่อมได้ เพราะเมื่อร่างกายของเราขาดน้ำ
ปริมาณของน้ำในร่างกายไม่เพียงพอในการเป็นส่วนหนึ่งของเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อเลือดมีความข้นหนืดมากขึ้น ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่สมองได้เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อมได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากคุณรู้สึกไม่สดชื่น เนือยๆ คิดอะไรช้า
ไม่กระฉับกระเฉง อึนๆ มึนๆ นั่นอาจเป็นผลมาจาก
แค่การ “ดื่มน้ำน้อยเกินไป” ก็ได้นะ

2. ริดสีดวงทวาร

แน่นอนที่สุดว่าหากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ
ส่งผลไปถึงการย่อยในกระเพาะอาหารที่ทำได้ยาก
ลำบากมากขึ้น และลำไส้ที่แห้ง อาจทำให้เราไม่สามารถขับอุจจาระออกมาได้ เพราะอุจจาระอาจแห้งเกินไป
เมื่อของเสียสะสมอยู่ในลำไส้ ลำไส้ก็จะดูดซึมของเสีย
นั้นกลับเข้าร่างกายไปอีก ยิ่งทำให้เลือดมีของเสีย
และข้นหนืดกว่าเดิม อุจจาระก็แข็งแห้งกว่าเดิม
จนเกิดเป็นอาการท้องผูก และท้ายที่สุดลงเอย
ด้วยโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง


3. ปวดข้อ

เชื่อหรือไม่ว่ากระดูกอ่อนในหลายๆ ส่วนของร่างกาย
รวมไปถึงหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ และเกิดอาการผิดปกติได้ง่าย มีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 80% ดังนั้นหากข้อต่อหรือหมอนรองกระดูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้น
เพียงพอ อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ดูดซับแรงกระแทกได้
ไม่ดีพอ จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย หรืออาจอักเสบได้ง่ายเมื่อต้องออกแรงเดิน ยก เหวี่ยง หรือแม้แต่ตอนออกกำลังกาย และยกน้ำหนัก


4. ทางเดินปัสสาวะอักเสบ / กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หากคุณมีอาการปวดปัสสาวะ แต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมา หรือไหลออกเพียงหยดสองหยด คุณอาจกำลังเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
อันเนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ การติดเชื้อ
และการกลั้นปัสสาวะนานๆ


5. อ้วน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหากคุณดื่มน้ำน้อย เป็นสาเหตุ
ที่อาจทำไปสู่โรคอ้วนได้ เพราะหากคุณดื่มน้ำอย่างเพียงพอในตอนเช้า ระหว่างมื้อกลางวัน และตอนเย็น
หรืออาจดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนทานอาหาร คุณจะพบว่าคุณอิ่มง่ายอิ่มเร็วกว่าการทานอาหารโดยไม่ดื่มน้ำเลย ยิ่งถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่กินจุอยู่แล้ว แล้วยิ่งไม่ดื่มน้ำอีก ด้วยความหิวหรือความอยากอาหาร คุณอาจทานเพลินจนน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ


6. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

ประจำเดือนของคุณผู้หญิงเป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพ
ได้ดีอีกอย่างหนึ่ง หากคุณพบว่าคุณมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดๆ หายๆ มีน้ำเกินไป มีสีเข้มเกินไป
มาเป็นลิ่มเลือด หรือแม้กระทั่งปวดท้องประจำเดือนมาก สาเหตุสำคัญที่คุณอาจละเลยอาจมาจากการดื่มน้ำน้อย
ก็เป็นได้ เพราะเมื่อน้ำในร่างกายมีปริมาณไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำไปสร้างเป็นประจำเดือน
ได้นั่นเอง


3 สัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนดื่มน้ำน้อยหรือไม่
ให้สังเกตได้จาก

1. ปัสสาวะไม่ถึง 4-7 ครั้งต่อวัน

2. ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแทบทุกครั้ง

3. ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนจัด


แค่ดื่มน้ำน้อยก็ส่งผลเสียถึงร่างกายได้มากมายขนาดนี้
นี่ยังไม่รวมถึงผลเสียด้านผิวพรรณที่หย่อยคล้อย
หมองคล้ำ ผิวแห้ง ตาแห้ง และดูแก่กว่าวัยอีกนะ
สาวๆ ได้ยินแล้วคงกรี๊ดเลยสิ

เพราะฉะนั้นหากใครมีอาการตามสัญญาณของคนดื่มน้ำน้อยดังกล่าว ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นให้ได้ราวๆ 1,500-2,000 มิลลิลิตรต่อวัน หรือ 6-8 แก้วต่อวัน หรือถ้ากลัวลืม
ก็เอาขวดลิตรมาตั้งไว้บนโต๊ะ 1 ขวด แล้วเตือนตัวเองว่าต้องดื่มให้หมด ทำงานจิบไป เข้าห้องประชุมก็ถือแก้วน้ำเข้าไปด้วย รับรองว่าหากทำได้ร่างกายของคุณ
จะไม่ขาดน้ำอีกต่อไป

หมายเหตุ – หากคุณดื่มน้ำไม่ถึง 6-8 แก้ว แต่ไม่มีอาการที่แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย อาจเป็นเพราะคุณดื่มเครื่องดื่ม หรือทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากพออยู่แล้ว จึงอาจไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำให้ได้ 6-8 แก้วต่อวันค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม “น้ำเปล่า” ก็ยังสำคัญต่อร่างกาย อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าบ้างนะคะ

Cr. เพจ สุขภาพเราสร้างได้

วิธี “อึ” แบบหมดท้อง ไม่มีตกค้าง เพียง 6 วิธีนี้!! แก้ท้องอืดได้สบายตัวสุดๆคุณทราบหรือไม่ว่าภัยสุขภาพใกล้ตัวอย่าง ‘อุจจา...
28/02/2017

วิธี “อึ” แบบหมดท้อง ไม่มีตกค้าง
เพียง 6 วิธีนี้!! แก้ท้องอืดได้สบายตัวสุดๆ

คุณทราบหรือไม่ว่าภัยสุขภาพใกล้ตัวอย่าง
‘อุจจาระตกค้าง’ นั้นมีอันตรายมากน้อยเพียงใด?

อุจจาระตกค้าง หรือ อึค้างเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ทุกคน
เราอาจตรวจสัญญาณ อึค้างในลำไส้ใหญ่ได้เองง่ายๆ
โดยการนอนหงายแล้วเอามือคลำท้องด้านซ้ายล่าง
เลยสะดือไปทางซ้ายหน่อย แล้วเอานิ้วทั้ง 5 ลอง
กดดูจนลึกเต็มที่เลื่อนไปมา ถ้ามีอึค้างอยู่จะคลำ
ได้เป็นลำคล้ายแท่งยาว ๆ อยู่ตามรูปลักษณ์ของ
ลำไส้ โดยลำไส้ใหญ่นี้จะยิ่งคลำได้ชัดในคนที่ผอม
สำหรับคนเจ้าเนื้ออาจต้องใช้เทคนิคนอนแล้วแขม่วพุง
ช่วยแล้วค่อยคลำจะชัดขึ้น ที่จริงเรื่องการอึที่ดูเหมือนเป็น
กิจวัตรธรรมดาไม่มีอะไรนั้น มันต้องมีการฝึก
เข้าห้องน้ำกันบ้างให้ติดเป็นนิสัย

กลุ่มคนที่มักมีปัญหาเรื่องอึค้าง ได้แก่
1. เด็กเล็กที่ให้กินนมแล้วนอนเลย ไม่พาอุ้มพาดบ่า
ลูบหลัง หรือไม่พาขยับตัวกลิ้งไปมาสักนิดหน่อยให้ไส้
ได้บีบตัวบ้าง และในเด็กที่อึแข็งมาก อึนี่อาจแข็งถึงกับ
บาดรูก้นได้เป็นแผล แล้วครั้งต่อไปเด็กจะไม่อยาก
อึออกมาเพราะกลัวเจ็บ แผลแยก เลยยิ่งกลั้น
พอยิ่งกลั้นอึก็ยิ่งแข็งค้างไปเรื่อย

2. คนที่ผ่าตัดบ่อย จะมีพังผืดไปรัดลำไส้ข้างใน
นุงนังทำให้บีบตัวไม่ดีอาจมีอึค้างอยู่ตามซอกโน้น
ซอกนี้ในลำไส้ จนบางท่านกลายเป็นลำไส้อุดตันไปได้ก็มี

3. ผู้สูงอายุและคนไข้นอนโรงพยาบาล ที่ไม่ค่อยได้ขยับตัวลุกเดิน

4. คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแถมกลั้นอึบ่อย
โดยเฉพาะท่านที่ทำงานออฟฟิศต้องนั่งแปะอยู่กับที่นาน
หรืองานเข้าบ่อยต้องขอผลัดเข้าห้องน้ำไปเรื่อยๆก็ไม่ดีครับ

5. ท่านที่มีลำไส้ยาว คือยิ่งยาวก็ยิ่งเป็นไซโลเก็บอึไว้ได้นานขึ้น
บางท่านจะสังเกตว่าผักก็กินเยอะ แต่อึแค่สัปดาห์ละหนเท่านั้น

สำหรับเทคนิค “อึให้ดี ไม่มีตกค้าง” มีดังนี้
1. อย่าอั้นอึตอนเช้า เพราะถ้าเลยเช้าไปแล้ว กว่าร่างกาย
จะส่งสัญญาณให้ปวดอีกอาจจะนานจนผิดเวลา

2. อึให้ตรงกับเวลาเดิม เหมือนเป็นการช่วย “โปรแกรมลำไส้”
ให้คอยบีบไล่อึออกมาสม่ำเสมอก็จะไม่ค้างครับ

3. รอจังหวะขณะอึ ถ้าขณะนั่งห้องน้ำถ่ายหนัก อยู่
ถ้าไม่ปวดอย่าเบ่งครับ ให้ลองจับสังเกตว่ามันจะ“ปวดเป็นช่วงๆ”
แล้วก็คลายไปแล้วประเดี๋ยวก็ปวดบีบขึ้นมาอีก นั่นเป็นเพราะ
ลำไส้คนบีบตัวเป็น ลูกคลื่นเหมือนงูเลื้อย ถ้ามันเลื้อยมา
ถึงตรงอึพอดีมันจึงปวดขึ้นมา ถ้าเบ่งตอนไม่ปวดจะเหมือนเป็นการ
“แกล้งลำไส้” ให้เกิดแรงดันขึ้นมาโดยใช่เหตุเกิด
โป่งพองขึ้นมาได้ “ริดสีดวงทวาร” เป็นของแถม

4. นวดลำไส้ ถ้าในเด็กให้นวดรอบสะดือ ในผู้ใหญ่
ให้นวดตรงท้องด้านล่างซ้ายเลยสะดือไป นวดเบาๆ
ไปมาแล้วทิ้งไว้สักพักจะรู้สึกปวดถ่ายขึ้นมา

5. เอามือกดท้องด้านซ้ายล่างขณะถ่าย หรือจะลุกขึ้น
นั่งยองเอาหน้าขาเป็นตัวกดไล่อึออกมา เพราะที่จริง
แล้วการอึที่ดีตามธรรมชาติของคนคือ“นั่งยอง”
เพราะจะได้มีแรงกดจากหน้าขาด้วย การที่ฝรั่ง
เอาส้วมแบบนั่งมาให้เราใช้เป็นการผิดธรรมชาติมนุษย์
ที่จะไม่มีแรงเบ่งอึมากในท่านั่งห้อยขา ทำให้คนเอเชีย
กลายเป็นทั้งริดสีดวงและท้องผูกมากเหมือนฝรั่งด้วย

6. ลุกขึ้นเดินไปมา จะทำให้ไส้บีบตัวดี สักพักไส้
จะบีบรีดเอา “อึท้ายขบวน” ที่เหลือออกมา
แล้วเราจะรู้สึกปวดเบ่งอีกที
* ไม่ว่าใครก็ตามถ้าความถี่ในการอึน้อยกว่า 3 ครั้ง
ต่อสัปดาห์ถือว่า “ท้องผูก”
* นอกจากออกกำลังกายแล้วอาจใช้อาหารล้างลำไส้ช่วยได้ คือ
1. น้ำมะขามเปียก
2. ลูกพรุนแห้งรับประทานทั้งผล เพราะจะได้กากด้วย
ไม่ต้องแยกกินแต่น้ำ ยกเว้นถ้าเป็นเด็ก
3. แอปเปิ้ลเขียว กินทั้งผลหรือปั่นทั้งกากก็ได้
4. ถั่วดำ จัดเป็นอาหารล้างพิษได้ด้วย
5. สับปะรดและมะละกอที่มีน้ำย่อยช่วยกัดกาก
คราบโปรตีนเก่าๆ ที่ถูกย่อยไม่หมดและจะมีสภาพติด
เป็นอุจจาระยางเหนียวสีดำคล้ายกับ “จาระบี”
6. ให้เลี่ยงการ ดื่มน้ำเย็นในตอนเช้า โดยให้ดื่มน้ำปกติ
หรือน้ำอุ่นตอนเช้าขณะตื่นมาท้องว่างจะช่วยให้
ไส้บีบรัดตัวได้ ชวนให้ปวดอึขึ้นมาได้ดีทีเดียวค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ผอ.สถาบัน เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

แชร์แบ่งปัน...สาระดีๆกันน่ะค่ะ

ที่อยู่

Nakhon Pathom

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลอโรฟิลล์ พลัส ไมเกรน ความดัน เบาหวาน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โทร.063-2256262ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram