24/03/2023
สาเหตุหลักของโรคร้ายที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ล้วนมาจากพฤติกรรมการกินอาหาร “หวาน มัน เค็ม” ที่ด้านหนึ่งให้ความอร่อย แต่อีกด้านหนึ่งก็นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
เริ่มที่ “หวาน” ซึ่งไม่ได้มีเพียงปริมาณน้ำตาลที่เติมเพื่อเพิ่มรสชาติอาหาร แต่ยังรวมถึงน้ำตาลที่อยู่ในอาหาร ขนม และเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งการกินน้ำตาลมากเกินไป ทำให้อ้วนง่ายขึ้น และทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง ฉะนั้นควรบริโภคให้เหมาะสมคือ ผู้ใหญ่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมลงในอาหารหรือเครื่องดื่มไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 24 กรัม) ส่วนเด็กไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 16 กรัม) โดย 1 ช้อนชาเท่ากับ 4 กรัม
ต่อที่ “มัน” มาจากปริมาณน้ำมันในการประกอบอาหาร รวมถึงไขมันที่อยู่ในขนมขบเคี้ยว อาหารประเภททอด และอาหารแปรรูปต่างๆ ที่มีไขมันแฝงตัวอยู่ อาทิ ไส้กรอก ทูน่ากระป๋อง ขนมเค้ก ของหวานน้ำกะทิ เบเกอรี่ ซึ่งการบริโภคไขมันสูงเกินไป เสี่ยงต่อโรคอ้วนและความดันโลหิตสูง ฉะนั้นควรบริโภคไขมันไม่เกิน 65 กรัมต่อวัน หรือใช้น้ำมันประกอบอาหารไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
และ “เค็ม” โซเดียม การกินเค็มมากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคไต ฉะนั้นควรบริโภคโซเดียมไม่เกินวันละ 1 ช้อนชาต่อวัน (หรือ 2,000 มิลลิกรัม) ทั้งนี้ แหล่งที่มาของโซเดียม ไม่ใช่แค่เกลืออย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโซเดียมแฝงในอาหาร อาทิ อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูปขนมขบเคี้ยว อาหารหมักดอง ตลอดจนเครื่องปรุงรสนานาชนิด ฉะนั้นเราควรชิมก่อนปรุง และปรุงรสชาติอาหารแต่พอเหมาะ
📌 ดูแลด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน
Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ มีกระบวนการในการผลิตระดับ NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด Pollitin มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี