ธนกร optometry คลินิกสายตา บริการโดยทัศนมาตร

ธนกร  optometry คลินิกสายตา บริการโดยทัศนมาตร Good vision for your life นัดหมายในการตรวจเช็คปัญหาการมองเห็นโดยทัศนมาตรกับทางร้าน ธนกร ออพโตเมทรี
ห้องตรวจมาตรฐาน6เมตรตามหลักสากล

เปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้วันที่ 8 ธ.ค 68 เป็นต้นไปค่ะ   นำรูปภาพสวยๆ ที่ไปตะลอน น่าน > หนองคาย > อุดร    ห่มผ้าพระธาตุแ...
07/12/2025

เปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้วันที่ 8 ธ.ค 68 เป็นต้นไปค่ะ
นำรูปภาพสวยๆ ที่ไปตะลอน น่าน > หนองคาย > อุดร
ห่มผ้าพระธาตุแช่แห้ง(ปีกระต่าย) - ยกปรียอดพระเจดีย์(วัดป่านาคำน้อย) มาให้ทุกๆท่านชมค่ะะะ
🙏🏻🙏🏻🙏🏻

ท่านใดมีปัญหาการมองอยู่ขณะนี้
อยากที่จะเข้ามาตรวจเช็คการมองเห็นที่ร้านแว่น ธนกร ออพโตเมทรี (optometry)
👉🏻สามารถนัดเข้ามาได้ในวัน ที่8 ธ.ค. เป็นต้นไปค้ะ


💡 เวลาทำการ 9.30น. - 18.30น. 💡

•สามารถจอดรถได้ที่บริเวณหน้าร้านค่ะ
•ทัศนมาตรทางร้านใช้ระยะเวลาในการตรวจ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อการแก้ปัญหาที่เป็นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
•รับประกันค่าสายตา 1 เดือน
รับประกันโค้ททางบริษัท หลุดลอก ร่อน 1 ปี

ยินดีให้บริการทุกๆท่านอย่างยิ่งค่ะ ตั้งใจใส่ใจในการมองของทุกๆ เคสที่เข้ามาปรึกษาอย่างเต็มที่ อยากให้ทุกๆท่าน มีการมองเห็นที่ดีในทุกๆวันค้ะะ 🙏🏻💚🌈👓🧏🏻👁️

23/11/2025

💀 Dark Refraction : “ด้านมืดของศาสตร์แห่งแสง”
EP.2 : “0.01D ละเอียดจริงหรือแค่กับดักทางการตลาด?”



อดีต เมื่อเราพูดถึงค่าสายตา เรามักจะคุ้นเคยกับค่าสายตา 0.25D/step เช่น 0.25, 0.50, 0.75, 1.00, 1.25, ... และเลนส์ก็สั่งได้แค่ค่า 0.25D จริง ๆ เครื่องมือวัดสายตาส่วนใหญ่ (ในอดีต) ไม่ว่าจะ Auto-Refractometer, Phoropter, หรือ Lens Set ส่วนใหญ่ก็จะ 0.25D/step เช่นกัน (จริง ๆ มันมี Accessories 0.12D อยู่ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะผู้ผลิตเลนส์เองก็ยังทำไม่ได้)

แต่หลัง ๆ มานี้ คอมพิวเตอร์มันฉลาดขึ้น จาก Auto-Refractometer แบบเดิมที่ใช้ Infrared สะท้อนจอประสาทตาแล้ววัดค่าออกมา ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้ Wavefront Technology แทน ถ้าพูดให้เห็นภาพก็คือ เหมือนเราอยากจะรู้ความลึกของบ่อน้ำ ถ้าแบบเดิม (Infrared) เราก็เอาไม้ทอยันดูว่าบ่อลึกแค่ไหน ซึ่งเราก็จะได้ความลึกเพียงส่วนเดียว แต่แบบใหม่ (Wavefront) เหมือนเราหว่านแห่ครอบไปทั้งบ่อ นอกจากความลึกแล้ว เรายังได้ลักษณะสภาพของพื้นผิวอีกด้วย ทำให้สเกลแบบหลังนั้นละเอียดกว่าและได้มิติที่เยอะกว่า ส่งผลให้แบบเดิมเครื่องวัดค่าออกมาเป็น 0.25D/step ขณะที่แบบใหม่นั้นลงไปได้ถึง 0.01D/step

มากไปกว่านั้น ฝั่งผู้ผลิตเลนส์ หลังจาก Free-Form Technology กลายเป็นมาตรฐาน (Standard) ในการผลิตเลนส์ยุคปัจจุบัน ทำให้สามารถขัดค่าได้ละเอียดถึง 0.01D เช่นกัน ดังนั้น เมื่อเครื่องวัดก็ทำได้ เลนส์ก็ทำได้ ดูผิวเผินแล้วเหมือนจะต้องดี แต่ผลที่ออกมาดูจะไม่ค่อยต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ เพราะปัญหาเดิมก็ยังคงมีอยู่ ยังมีคนที่ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้สักที เคลมหลายรอบแล้วก็ยังไม่ได้ บางคนก็เข็ดหลาบกันไปเลย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเทคโนโลยีที่ดีขนาดนี้?

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามใหญ่: ค่า 0.01D นี้คือความจริงใหม่ในวงการ หรือเป็นเพียง 'กับดักทางการตลาด' ที่ถูกห่อหุ้มด้วยศัพท์แสงประหลาด ๆ ราวกับหลุดมาจากจักรวาล Marvel? วันนี้ผมไม่ได้มา Anti-Tech แต่มาทำความเข้าใจและใช้งานให้ถูกต้อง เพื่อให้เราไม่เป็นเหยื่อการตลาด เพราะยิ่งความเข้าใจกระจ่างขึ้นเท่าไหร่ วิชาชีพทัศนมาตรก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

#วัดสายตาระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อ 30 ปี ก่อน คำว่า “คอมพิวเตอร์” เป็นคำใหม่ (เหมือนกับคำว่า AI สมัยนี้) คือคนจะมีความเชื่อว่า “คอมพิวเตอร์ = แม่นยำ” ส่วน “มนุษย์ = มีกิเลส, Bias และมีความผิดพลาด” และทัศนมาตรศาสตร์ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเมื่อก่อนคนทำแว่นเองก็ไม่เข้าใจเรื่องสายตามากเหมือนสมัยนี้ ไม่มีการเรียนการสอน ไม่มีอินเตอร์เนต ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่มาจากความใฝ่รู้ ครูพักลักจำ พอมีคอมพิวเตอร์วัดสายตาเกิดขึ้น ก็เกิดศรัทธา และบูชาว่าเป็นสรณะ (ที่พึ่ง) ซึ่งมันก็ถือว่าได้ผลมากในสมัยนั้น ดังนั้นทุกร้านต่างใฝ่ฝันว่าจะมีเครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์ประจำร้าน พอได้มาแล้ว ก็ต้องขึ้นป้ายเลยว่า “ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นด้วยระบบคอมพิวเตอร์” แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว จะมีก็สติ๊กเกอร์เก่าที่ยังไม่ได้แกะออก

ยุคแรก (วัดแบบหยาบ)

#หลักการ: จะยิงแสง Infrared เข้าไปในดวงตา แล้ววัดการหักเหของแสงที่สะท้อนกลับออกมา โดยตั้งสมมติฐานว่า "ดวงตาเป็นเลนส์ที่มีผิวเรียบสม่ำเสมอ"

#วิธีคิด: เครื่องจะพยายามหา ค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุด เพื่อให้แสงไปตกบนจอประสาทตา โดยมองภาพรวมของดวงตาทั้งหมดเป็นชิ้นเดียว

#เปรียบเทียบ: เหมือนการตัดสูทแบบสำเร็จรูป (Ready-to-wear) ที่ใช้แค่สายวัดรอบอกและรอบเอวเพื่อหาไซส์มาตรฐาน S, M, L หรือเทียบกับการหยั่งความลึกของน้ำด้วยไม้ค้ำยัน ที่ให้ค่าเพียงมิติเดียวคือความลึก

: Wavefront Aberrometer (วัดแบบละเอียด)

#หลักการ: จะฉายคลื่นแสงเข้าไปในดวงตาเช่นกัน แต่ขากลับออกมา เครื่องจะวัดความบิดเบี้ยวของ "หน้าคลื่นแสง" (Wavefront) ที่เดินทางผ่านกระจกตาและเลนส์ตา โดยแบ่งพื้นที่รูม่านตาออกเป็นจุดเล็ก ๆ จำนวนมาก (ผ่านเซนเซอร์ที่เรียกว่า Hartmann-Shack Sensor)

#วิธีคิด: เครื่องจะตรวจสอบทุกตารางมิลลิเมตรของทางเดินแสงว่ามีความขรุขระ หรือบิดเบี้ยวตรงจุดไหนบ้าง ไม่ได้มองภาพรวมเป็นค่าเฉลี่ยแบบหยาบ ๆ

#เปรียบเทียบ: เหมือนการ "สแกนร่างกาย 3 มิติ" เพื่อตัดสูทแบบ Tailor-made ที่วัดความโค้งเว้าของแผ่นหลัง ความลาดของไหล่ และรายละเอียดทุกจุด เพื่อให้เข้ากับสรีระของคนไข้คนนั้นเป๊ะ ๆ หรือเทียบกับการ "หว่านแห" ที่มีตาข่าย (Grid) เล็ก ๆ ครอบไปทั่วผิวน้ำ ทำให้รู้ถึงลักษณะของผิวน้ำในแต่ละจุดอย่างละเอียด

#ผลที่วัดได้ (Result)

: วัดได้เฉพาะ "ความคลาดเคลื่อนระดับต่ำ" (Lower-Order Aberrations - LOAs) ได้แก่: Sphere : สั้น หรือ ยาว และ Cylinder: เอียง และองศาเอียง ซึ่งครอบคลุมปัญหาการมองเห็นประมาณ 85-90% ของคนทั่วไป

: วัดได้ "ทุกอย่าง" คือทั้ง LOAs และ "ความคลาดเคลื่อนระดับสูง" (Higher-Order Aberrations - HOAs) ซึ่งมันเป็นเหมือนกับ optical noise เช่น:

: ภาพซ้อนเหมือนดาวหาง (พบมากในขึ้นไข้ที่ใช้ multi-focal IOL และ คนไข้หลังเลสิก)

: แสงแตกเป็นสามแฉก

: เห็นแสงฟุ้งกระจาย (Halo) รอบดวงไฟ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ซึ่งเดิมที aberration เล็กๆน้อยๆเหล่านี้คือสิ่งที่ถูกมองข้ามและละเลย ซึ่งจริงๆ แล้วมีผลต่อคุณภาพความคมชัด แต่ด้วยเทคโนโลยีการขัดผิวโครงสร้างเลนส์ในอดีตนั้นไม่ละเอียดพอที่จะแก้ไข aberration เล็กๆเหล่านี้ได้

เดิมที Aberration เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ถูกมองข้ามและละเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วมีผลต่อ คุณภาพความคมชัด แต่ด้วยเทคโนโลยีการขัดผิวโครงสร้างเลนส์ในอดีตนั้น ไม่ละเอียดพอ ที่จะแก้ไข 'Optical Noise' เหล่านี้ได้

= BCVA + MPMVA
จากข้อมูลข้างต้น ก็เหมือนว่าทุกอย่างต้องออกมาดี แต่ทำไมผลลัพธ์จากการใช้งานจริงจึงยังคงมีปัญหาอยู่?

หลักการจ่ายเลนส์ที่ถูกต้อง (Full Rx) ต้องอยู่บนพื้นฐานนี้คือ: BCVA (Best Corrected Visual Acuity) + MPMVA (Maximum Plus Maximum Visual Acuity) คือการได้ค่าที่ให้ความคมชัดดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นค่ากำลังเลนส์ที่ ลบน้อยที่สุด (หรือบวกมากที่สุด) ที่ยังคงทำให้คนไข้มีความคมชัดสูงสุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ ระบบ Accommodation (ระบบเพ่ง)นั้นผ่อนคลายสูงสุด

แต่เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้ มักให้ค่าที่ Over-Minus (สั้นเกินจริง) ในคนไข้สายตาสั้น และ Under-Plus (ยาวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น) ในคนไข้สายตายาวแต่กำเนิด (Hyperopia)

ว่าแต่...ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

ความจริงคือ “เครื่องมือไม่ได้ผิด” แต่ปัจจัยทางสรีรวิทยา (Physiology) ของร่างกายเรา ทำให้เครื่องมือเข้าใจผิด จึงให้ค่าที่ออกมาผิด โดยมีสาเหตุหลักคือ:

1. Proximal Accommodation: เมื่อสมองรู้ทันกล่องสี่เหลี่ยม

#กลไก: Proximal Accommodation เป็นภาวะที่สมองเราเพ่งเนื่องจากกะระยะผิด สมองของเรารู้ว่าวัตถุไม่ได้อยู่ที่ระยะอนันต์จริง ๆ เพราะ "มีกล่องสี่เหลี่ยมจ่ออยู่หน้าใบหน้า" (Psychological awareness of nearness) เมื่อสมองรู้สึกว่าวัตถุอยู่ใกล้ จะไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติให้เกิดการเพ่ง (Accommodation) เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

#ผลลัพธ์: เลนส์ตาของคนไข้จะป่องตัวขึ้น ทำให้ค่าสายตาที่วัดได้ติดลบมากขึ้น (Over-minus)

2. กลไกการ Fogging ที่ตามไม่ทันการเพ่ง: กล้ามเนื้อตา "คว้า" โฟกัสเร็วเกินไป

เครื่อง Auto-refractometer (และ Wavefront ส่วนใหญ่) จะมีระบบ Fogging (ทำให้ภาพเบลอเพื่อคลายการเพ่ง) แต่ในคนไข้บางราย กล้ามเนื้อตาอาจมีการเกร็งค้าง (Spasm) หรือมีความไวในการเพ่งสูง จังหวะที่เครื่องทำให้ภาพชัดเพื่อวัดค่า (แม้จะเสี้ยววินาที) ตาคนไข้จะเผลอ "คว้า" ภาพนั้นไว้ (Grab focus) ทำให้เกิดการเพ่งแทรกเข้ามาในจังหวะที่เครื่องยิงแสงวัดค่าพอดี

3. อิทธิพลของ Spherical Aberration: เมื่อขอบนอกรูม่านตาดึงค่าเฉลี่ยให้ "สั้น" เกินจริง

#หลักการ เครื่อง Wavefront มักต้องการรูม่านตาที่ขยายกว้างเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด
Positive Spherical Aberration: แสงที่ผ่าน "ขอบนอก" ของกระจกตาและเลนส์ตา มักจะหักเหเยอะกว่าแสงที่ผ่านจุดกึ่งกลาง (แปลว่าขอบนอกจะมีค่าสายตาสั้นมากกว่าตรงกลาง)

#การคำนวณ: หาก Algorithm ของเครื่องนำค่าเฉลี่ยของ "ทั้งรูม่านตา" (Whole pupil) มาคำนวณค่าสายตา มันจะดึงค่าเฉลี่ยให้ติดลบมากขึ้น เพราะไปรวมเอาขอบนอกที่สั้นกว่าเข้ามาด้วย ทั้ง ๆ ที่ในการมองเห็นปกติ คนไข้จะใช้จุดกึ่งกลาง (Visual Axis) เป็นหลัก

4. ปัญหาจากชั้นน้ำตา (Tear Film Instability)

เครื่องมือที่มีความละเอียดสูงจะไวต่อความไม่เรียบของกระจกตามาก หากคนไข้ตาแห้ง หรือกะพริบตาไม่สุด ชั้นน้ำตาจะขรุขระ ซึ่งการกระเจิงของแสงจากน้ำตาที่ไม่เรียบ สามารถหลอก Sensor ให้แปลผลผิดเพี้ยนไปทาง Minus ได้ หรือทำให้ค่าแกว่งไปมาอย่างมาก

ดังนั้น เครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบธรรมดาและ Wavefront ถูกออกแบบมาให้เป็น "จุดเริ่มต้น" (Starting Point)เท่านั้น ไม่ใช่ “Final Rx” แล้วเอาค่าที่ได้ไปจ่ายเลนส์แบบตรง ๆ และที่สำคัญ โดยหลักสากลแล้ว ให้ถือว่าค่าที่ได้จากเครื่อง (Objective Refraction) เป็นค่าที่ "Max Minus" (ลบมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้) เสมอ

#เมื่อความไฮเทคกลายเป็นเรื่องโมฆะ

อย่างที่พูดไปข้างต้นว่า “เครื่องไม่ได้แย่” แต่การใช้งานให้รู้ขีดจำกัดของมันต่างหากที่สำคัญ และ ตัวที่เป็นอุปสรรคต่อวงการ ต่อเทคโนโลยี และขัดขวางความเจริญของวิชาชีพทัศนมาตรเลยก็คือ “ #การทอนค่าสายตา” หรือ “ #จัดสายตา” อย่างที่ผมพูดถึงอยู่บ่อย ๆ เพราะเวลาคุณโฆษณา คุณบอกว่า เครื่องตรวจได้ถูกต้อง ละเอียด แม่นยำ ระดับ 0.01D แต่เวลาคุณทำจริง คุณก็ไปลอกค่าสายตาเก่าที่ผิด ๆ ถูก ๆ จัดให้สายตาสองข้างเท่ากัน (โดยไม่เคยแคร์ว่า Accommodation จะทำงานเพี้ยน) จัดให้สายตาเอียงเท่ากัน องศาเอียงคุณก็ปัดเข้าแกนหลัก ปัดไปปัดมาไม่ชัด คุณก็ Over-minus แล้วผลที่ออกมามันก็ผิด เพราะคุณไม่เคยรู้ว่า Residual Refractive Error มันจะไปรบกวนโครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟยังไง เพราะแม้ว่าฝั่งผู้ผลิตเลนส์เขาจะสามารถทำเลนส์ที่มีโครงสร้างได้ละเอียด 0.01D แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Input มันเป็นค่าสายตาที่ผิดมาตั้งแต่ต้น แล้วผลที่ออกมามันจะดีได้อย่างไร? เช่นเดียวกับการติดกระดุมเม็ดแรกผิดไปแล้ว จะหวังให้กระดุมเม็ดสุดท้ายมันเข้ารูได้อย่างถูกต้องได้อย่างไร? Input ผิด Output ก็ไม่มีทางถูก!

#สรุป

เทคโนโลยีไม่ได้ผิด แต่การไม่เข้าใจขอบเขตและขีดจำกัดของเครื่องมือต่างหากที่ผิด นำไปสู่การตลาดที่เกินจริง สร้างความคาดหวังโดยไม่จำเป็น และมองผู้บริโภคเป็นเหยื่อเพียงเพราะทำแล้วได้เงิน นี่แหละคือ Dark Side of The Moon ของวงการสายตาตัวจริง!

ก็พอหอมปากหอมคอสำหรับ Dark Refraction EP.2 หวังว่า จะได้สาระและความบันเทิงให้กับท่านที่อยากจะรู้จักอีกด้านของพระจันทร์ว่าในความมืดนั้นมีอะไร ถ้าชื่นชอบก็กดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้กันได้

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตาม
ดร.ลอฟท์ O.D. ,(The Dark Prism)

Loft Optometry
578 ถ.วัชรพล ท่าแร้ง บางเขน กทม 10220
mobile : 090-553-6554
lineID : loftoptometry
www.loftoptometry.com

tags :

Promotionพิเศษจากบริษัท โรเด้น สต๊อก (ประเทศเยอรมัน)  สั่งซื้อเลนส์ กับทางร้าน ธนกร ออพโตเมทรี ภายใน  วันที่1-30 พฤศจิกา...
05/11/2025

Promotionพิเศษจากบริษัท โรเด้น สต๊อก (ประเทศเยอรมัน) สั่งซื้อเลนส์ กับทางร้าน ธนกร ออพโตเมทรี

ภายใน วันที่1-30 พฤศจิกายน 2568

-สั่งเลนส์ประกอบแว่น กับทางร้านได้รับ upgrade เปลี่ยนสีฟรี มีทั้ง ออกแดดเปลี่ยนสี หรือ เคลือบสีไว้กับตัวเลนส์เป็นไว้ใส่ออกแดดได้แล้วนะคะ

หากท่านใดสนใจ สามารถโทรสอบถามเพื่อ นัดคิวในการตรวจตาได้เลยนะคะะ 0822649542

ขออนุญาตนะคะ อาจจะยาวหน่อย~~ 🐵🥸👀🕶️การให้บริการทางร้าน ธนกร OPTOMETRY(ออพโตเมทรี)ให้บริการโดยทัศนมาตรวิชาชีพ  เฉพาะทางด้า...
05/11/2025

ขออนุญาตนะคะ อาจจะยาวหน่อย~~

🐵🥸👀🕶️การให้บริการทางร้าน
ธนกร OPTOMETRY(ออพโตเมทรี)ให้บริการโดยทัศนมาตรวิชาชีพ เฉพาะทางด้านสายตา

👉🏻ให้คำปรึกษาปัญหาสายตาในการมองเห็นเบื้องต้น
👉🏻ตรวจเช็คโรคตาเบื้องต้น เช่น ต้อกระจก
👉🏻ใช้บริการตรวจสายตาโดย มีขั้นตอนดังนี้

1. การซักประวัติโรคทางตา โรคประจำตัว ประวัติการตรวจตา ปัญหาหรืออาการที่เกี่ยวกับการมองเห็นของคนไข้ ลักษณะการใช้งานมองเห็นของคนไข้

2. ตรวจดู visual acuity (ระดับการมองเห็นของคนไข้ ณ ปัจจุบัน ในขณะที่ใส่แว่น(อันเดิม)และตาเปล่า ทั้งที่ระยะ 6 เมตร และ 40 cm.)

3. ตรวจดู ปัญหาตาเหล่/เข เบื้องต้นด้วยวิธี cover / uncover test ในที่ระยะ 6 เมตร และ ระยะ 40 cm.(ในระยะที่มองไกลและระยะอ่านหนังสือ)

4. ตรวจเช็คปัญหาการมองเห็น

4.1 การเช็คค่าสายตา ด้วยทักษะการ retinoscope คือ การใช้วิธีการส่องแสงไฟเข้าไปภายในตา เพื่อดูแสงสะท้อนภายในตา ว่าในขณะนี้มีปัญหาการมองเห็นเป็นเช่นไร เช่น ปัญหาสายตาสั้น/ยาว , สายตาเอียง
4.2 หลังจากทำ retinoscope เสร็จแล้ว จึง ทำการหาค่าสายตาด้วยวิธีการถามตอบผ่านการทดสอบโดยใช้เครื่อง manual phoropter ในการตรวจหาค่าสายตา
4.3 ขั้นตอนการ Balance visual acuity ทำเพื่อดูการทำงานของระบบ accommodation(ระบบการทำงานของ Lens ในตาให้มีการทำงานปรับ auto focus ทั้ง 2 ตา ทำงานแบบ balance กัน เรียกอีกอย่างว่าระบบการเพ่ง)
***เพื่อไม่ให้ตาใดตานึง มีการทำงานด้วยระบบการเพ่งที่มากกว่าอีกตา ไม่งั้นก็จะส่งผลต่อระบบการมองเห็นได้ ตามมาด้วยอาการต่างๆ เช่น ล้าตา ปวดหัว หนักตา ปวดหัวคิ้ว เวลามองไกลรู้สึกต้องเพ่งต้องเกร็ง เป็นต้น

5. การตรวจเช็คปัญหา ตาเหล่ ตาเข ด้วยการดูการทำงานของกล้ามเนื้อตา ทั้งที่ ระยะ ไกล 6 เมตร และ ที่ระยะใกล้ 40 cm(ระยะใช้งานอ่านหนังสือ)

5.1 ตรวจเช็คการทำงานของตา ใน ขณะที่มองไกล และ มองใกล้ ทั้งแนว Horizontal และ แนว Vertical(แนวสูงต่ำของตา)
5.2 ตรวจเช็คแรงกล้ามเนื้อตาดู ความสัมพันธ์ของตำแหน่งตาที่เป็นอยู่

6. เมื่อเราตรวจดูการทำงานของกล้ามเนื้อตาแล้ว และตรวจหาปัญหาในการมองระยะไกลเสร็จแล้ว จึงจะสามารถรู้ได้ว่า ในที่ระยะใกล้ เราควรช่วยการมองเห็นที่ถูกต้องได้เท่าไหร่
* หากแก้ปัญหาที่ระยะไกล ไม่ครบจบ ก็จะไม่รู้ได้จริงว่าควรช่วยการมองเห็นใกล้ที่คนไข้แสดงออกมาเท่าใด

6.1 เรามาตรวจดูปัญหาการทำงานความสามารถของระบบ accommodation (ระบบการทำงานของเลนส์ตา กันที่ระยะ 40 cm. )
6.2 เมื่อเราตรวจเช็คความสามารถในการทำงานของระบบ accommodation เสร็จ จึงมาดูความสามารถของเลนส์ตาเราที่ทำงานอยู่ในขณะนี้ ว่ามีเท่าไร่ และสามารถเกร็งหรือเพ่งเพิ่มได้อีกเท่าไหร่

7. มาสรุปการพิจารณาแก้ปัญหาการมองเห็นจากอาการที่คนไข้มีปัญหาให้ถูกต้อง โดยการให้ทดลองใส่เลนส์ทดลองแว่นจากค่าสายตาจริงที่ตรวจเช็คออกมาได้ โดยทดลองเดินในการมองที่ระยะไกล เดินดูตกสูงตกต่ำ และทดลองมองที่ระยะใกล้ ระยะที่ใช้ทำงานจริง

เนื่องด้วยขั้นตอนในการตรวจที่กล่าวมาข้างต้น จึงต้องใช้เวลาในการตรวจเป็นเวลาประมาณ1 ชม.
เพื่อหาปัญหาที่คนไข้เป็นอย่างละเอียดค่ะ และใช้เวลา10-14วันในการประกอบแว่น ที่ร้านใช้เป็นเลนส์ Lab ขึ้นมาโดยเฉพาะปัญหาของแต่ละบุคคลจึงใช้ระยะเวลาในการรอหน่อยน้ะค้ะ


☺️🤍ทางร้านมีการรับประกัน
-รับประกันค่าสายตาจากการตัดแว่นจากทางร้าน เป็นเวลา 1 เดือน
-รับประกันโค้ทเลนส์ลอก ร่อน หย่น 1 ปี

🍀บริการดูแลหลังการขาย
-เปลี่ยนซิลิโคนแป้นจมูกฟรี
-ปรับดัดขาแว่นฟรี
-ผ้าเช็ดแว่นฟรี

🚗🛵🚦ปัญหาที่ท่านประสบพบเจอไม่ว่าจะเป็นการขับรถที่มองป้าย จราจรไม่ชัด กะระยะการขับรถยาก ยิ่งการขับรถในเวลากลางคืน เห็นแสงแตกเป็นแฉก พยายามมองให้ชัดด้วยการเพ่งเกร็ง
**เห็นภาพซ้อนมองยังไงก็ไม่หายซ้อน

📋📈📖 ดูเอกสาร ดูคอมพิวเตอร์ ดูโทรศัพท์
มือถือ ตัวอักษรต้องใช้ตัวใหญ่ขึ้น จึงจะเห็น หรือจ้องเพ่งยังไงก็ไม่ชัดเป็นเวลานาน แถมยังปวดตาอีก

💌🌈💡ทางร้านเรายินดีให้บริการแก้ปัญหาด้วยความตั้งใจ ใส่ใจในการมองเห็นของทุกท่าน เพราะการมองเห็นที่ดี คือประตูสู่การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ลืมตา ตื่นมายามเช้า เปิดระบบการทำงานของดวงตา แบบสบายตาทำให้เราดำเนินชีวิตได้แบบชัดเจนในทุกวัน ทุกขั้นตอนทัศนมาตรตรวจทุกขั้นตอน

ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ ที่อยากจะส่งต่อการมองเห็นที่ดีผ่าน แว่นตาที่เหมาะสมกับการมองเห็นของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ทำให้อาจจะใช้เวลาในการตรวจ ประมาณ 1ชม. และอยากให้เคสทุกเคสได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน ทางร้าน อยากที่จะให้ทำการนัดตรวจเพื่อที่จะได้ ไม่รู้สึกว่ามานั่งรอเป็นเวลานานค้ะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านที่ให้ร้าน ธนกร optometry ได้ดูแลสายตาการมองเห็นนะคะ 🙏🏻🐵🫶🏻
หากท่านใดสนใจปรึกษาปัญหาการมองเห็น ปัญหาที่ท่านเป็นอยู่ สามารถ โทรเข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 0822649542 หรือตาม google map คำว่า ธนกร ออพโตเมทรี (optometry) ให้บริการโดยทัศนมาตรตรวจสายตา ร้านแว่นตา นางรอง


#ร้านแว่นใกล้ฉัน #ร้านแว่นนางรอง #ร้านแว่นในบุรีรัมย์ #ทัศนมาตร #นักทัศนมาตร #ตรวจตา #ดูแลสายตา #สายตาดีมีไว้บอกต่อ #สายตายาว #สายตาสั้น #สายตาเอียง

ขออภัยในความไม่สะดวก  ร้านหยุดให้บริการ วันที่6-7-8 ตุลาคม  เนื่องจากเจ้าของร้านไปปฏิบัติธรรม จึงขออภัยในความไม่สะดวกมาน...
04/10/2025

ขออภัยในความไม่สะดวก ร้านหยุดให้บริการ วันที่6-7-8 ตุลาคม เนื่องจากเจ้าของร้านไปปฏิบัติธรรม จึงขออภัยในความไม่สะดวกมานะที่นี้ด้วยค่ะ

พรุ่งนี้ วันที่ 5 เปิดให้ บริการปกติ ท่านใด เข้ามาปรึกษาปัญหาที่เป็นอยู่ หรือ อยากตรวจเช็คสายตา นัดเข้ามาทางเพจ หรือ โทรมาได้ที่เบอร์ 0822649542 ได้เลยค่ะ ยินดีให้บริการคะ 😊😊😊

ทางร้านใช้เลนส์และกรอบที่มีคุณภาพ พร้อมแก้ปัญหาการมองเห็นอย่างละเอียด 🙈🐵👓🕶️

โปรโมชันพิเศษ!! สำหรับลูกค้า RODENSTOCKเปลี่ยนเลนส์ใหม่ทั้งที ได้ครบทั้ง “คมชัด บาง เบา สวมใส่สบาย” เมื่อตัดเลนส์ RODENS...
02/07/2025

โปรโมชันพิเศษ!! สำหรับลูกค้า RODENSTOCK
เปลี่ยนเลนส์ใหม่ทั้งที ได้ครบทั้ง “คมชัด บาง เบา สวมใส่สบาย”
เมื่อตัดเลนส์ RODENSTOCK ทุกรุ่น
รับสิทธิพิเศษ Free Index Upgrade กับร้านค้าที่ร่วมรายการ
Index Upgrade เลนส์ย่อบาง ดียังไง?
✅ ได้เลนส์ที่บางและเบา สวมใส่สบาย
✅ แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้มั่นใจ
✅ ดูดี เป็นธรรมชาติ
✅ เลือกกรอบแว่นได้หลากหลายแบบ
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เมื่อซื้อเลนส์ RODENSTOCK ทุกรุ่น
ขอรับสิทธิ์ R Brand Mark® ฟรี!

24/01/2025

รอเจ้าของมารับค่า

🍑🍑ค่ำคืนวันพระจันทร์เต็มดวง🍓🍓วันที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลกมากที่สุด ทุกๆ 2 ปี🥝🥝วันพระจันทร์ซ้อนขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย...
13/01/2025

🍑🍑ค่ำคืนวันพระจันทร์เต็มดวง
🍓🍓วันที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลกมากที่สุด ทุกๆ 2 ปี
🥝🥝วันพระจันทร์ซ้อน
ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ให้มีปัญญา มีงานที่สมบูรณ์ มีคนรักเมตตา ทำงานอย่างมีความสุข ราบรื่น เฮงๆๆ

ร้าน ธนกร OPTOMETRY  เปิดให้บริการแล้วนะค้า 🐵🐵🐵ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของระบบการมองเห็น หากมีอาการ ปวดหัว ปวดกระบ...
12/01/2025

ร้าน ธนกร OPTOMETRY เปิดให้บริการแล้วนะค้า 🐵🐵🐵
ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาของระบบการมองเห็น หากมีอาการ ปวดหัว ปวดกระบอกตา เห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน ต้องหรี่ตาเวลามอง เข้ามาปรึกษาก่อนได้ค่ะ

ขอแนะนำก่อนเข้ามารับบริการตรวจนะค้า

-พักผ่อนให้เพียงพอ แนะนำให้เข้ามาตรวจช่วงเช้า ถึงช่วงบ่าย จะเป็นช่วงที่การใช้งานของสายตายังไม่เกิดอาการล้าของตา
-งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้าตรวจประมาณ 48 ชั่วโมง เพราะเมื่อเราดื่มแฮลกอฮอล์ ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น กล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำงานไม่ปกติ รวมถึงระบบการทำงานของเลนส์ในตาที่ช่วยให้เรามองเห็นทำงานไม่ปกติ เกิดภาพซ้อนและเบลอได้ รูม่านตาจะขยายช้าลง อาจจะทำให้ค่าที่ตรวจได้ไม่ใช่ค่าที่เหมาะสม
-หากมีโรคประจำตัวรบกวนแจ้งด้วยนะค้า

นัดหมายเข้ารับการบริการ 0822649542 หรือสอบถามมาทางเพจนี้ได้เลยค่ะ
แนะนำให้โทรมาสอบถามได้ค่ะ

เปิดให้บริการเวลา 9.30 – 18.00น. ***หยุดทุกวันจันทร์***
ใช้เวลาตรวจประมาณ 1.30 ชม.
ใช้เวลาสั่งเลนส์และประกอบเลนส์แว่นตา ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์

ร้านอยู่ หัวมุมห้อง แถวใกล้กับ คุมอง(นางรอง) และครูกุ้ง อยู่ตรงข้ามเยื้องกับ ร้าน tasty everyday

#ร้านแว่นนางรอง #ทัศนมาตร #แว่นตา #ร้านแว่นตาใกล้ฉัน #ร้านแว่นตาบุรีรัมย์ #ตรวจสายตาละเอียด #นักทัศนมาตร #ตรวจสายตา
#ธนกรออพโตเมทรี

https://maps.app.goo.gl/bKZzMjP8X4B2naBk9⁩

Optometrist

ที่อยู่

ภักดีบริรักษ์
Nang Rong
31110

เบอร์โทรศัพท์

+66822649542

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ธนกร optometry คลินิกสายตา บริการโดยทัศนมาตรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์