คลังยา - Healthcare

คลังยา - Healthcare ...จำหน่ายยา...ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม...อุ? ...จำหน่ายยา...ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม...อุปกรณ์การแพทย์...

"มีเภสัชกรประจำตลอดเวลาทำการ"

Fluiforte Syr แจ้งเปลี่ยนรูปร่างขวดใหม่^_____^
13/02/2026

Fluiforte Syr แจ้งเปลี่ยนรูปร่างขวดใหม่

^_____^

01/01/2026

สวัสดีปีใหม่ ^____^
คลังยาขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆท่านที่คอยสนับสนุนตลอดมา ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนค่ะ

ร้านเปิดปกติจ้า ^^
29/12/2025

ร้านเปิดปกติจ้า ^^

เปืดตามปกติค่ะ ^^
29/12/2025

เปืดตามปกติค่ะ ^^

03/10/2025

ยานี้เรียกว่าอะไร ยาที่บางคนมักจะขอเวลาเจ็บคอ

❌ ยาแก้อักเสบ
❌ ยาแก้เจ็บคอ
✅ ยาปฏิชีวนะ ชื่อ อะมอกซีซิลิน (Amoxicillin)


เพราะมันออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียถึงแก่กรรม เพราะน้ำแพร่เข้าจนตัวแตก แต่ทำอะไรไวรัสไม่ได้เลย


ส่วนยาแก้อักเสบจริงๆ น่ะ คือยากลุ่ม NSAIDs (Non-steroidal anti-inflammatory drugs) เช่น Ibuprofen, Mefenamic acid, Diclofenac(Voltar**) ซึ่งมักจะเรียกในชื่อยาแก้ปวด


เพราะมันออกฤทธิ์ “ยับยั้ง” การสร้างสารชื่อ prostaglandin
ซึ่งสารนี้ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบและเกิดการปวดด้วยนั่นเอง


ดังนั้นการใช้อย่างนี้ต้องมั่นใจว่า เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจริงๆ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัส บางทีก็ไม่เกี่ยวเลย ใช้เสียงเยอะจากไปคอนเสิร์ตอะไรแบบนี้

เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินความจำเป็น จะทำให้ร่างกายมีเชื้อดื้อยามากขึ้น เวลาติดเชื้อขึ้นมา จะหายาปฏิชีวนะจัดการยากขึ้น

แถมยังทำให้แบคทีเรียในลำไส้ตัวดีๆ ล้มตๅยไปด้วย ทำให้ตัวร้ายๆ ที่เหลืออยู่ ก่อความรุนแรงได้ เช่น สร้างสารอักเสบปั่นป่วนร่างกาย หรือถ้าซวยหนักคือ ยืดลำไส้ใหญ่และทำลายลำไส้เลย (Pseudomembranous colitis)

15/09/2025

👶💨 เครื่องพ่นยาที่บ้าน
คู่มือสำหรับพ่อแม่ที่อยากเข้าใจให้หมดจบในโพสต์เดียว ❗

เด็กแบบไหนที่ “ควรมี” เครื่องพ่นยาที่บ้าน
แล้วมีอะไรที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนซื้อเครื่องบ้าง?

หลายครั้งผมเองก็ลังเลว่าจะเขียนดีไหม 🤔
เพราะไม่ใช่เด็กทุกคน ที่ต้องมีเครื่องพ่นยาติดบ้าน
จริงๆแล้วใช้เฉพาะในเด็กที่เป็น หอบหืด (asthma) หรือมีโรคปอดบางกลุ่มเท่านั้น

แต่ทุกวันนี้…
• การแชร์ข้อมูลกันทางโซเชียล
• การบอกต่อจากผู้ปกครองคนอื่น
• การขายออนไลน์ที่กดสั่งง่ายเหมือนซื้อของเล่น

ทำให้หลายบ้าน “มีเครื่องพ่นยา” โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากหมอโดยตรง
ผลคือ…เจอปัญหาซ้ำๆ พวกนี้บ่อยมากครับ 👇

1️⃣ เครื่องพ่นยาของปลอม – เจอบ่อยสุด!
จากที่ผมลองเช็กเองมากกว่า 80% ที่ขายในโซเชียลคือของปลอม
เพราะราคาถูกเว่อร์ + ให้ค่าคอมสูง → คลิปรีวิวเลยเต็ม feed ไปหมด
(ในโพสต์นี้ ผมจะเล่าให้ฟังชัดๆ ว่าของปลอมอันตรายยังไงครับ)

2️⃣ ดูแลเครื่องไม่ถูกต้อง
บางบ้านบอกว่า “พ่นทีเป็นชั่วโมงกว่ายาจะหมด”
→ นี่แปลว่าเครื่องตันแล้วครับ พ่นไปก็ไม่ได้ผล

3️⃣ ใช้ยาผิดชนิดตามคอนเทนต์ออนไลน์
อันนี้อันตรายที่สุด ❌
เพราะไม่ใช่เด็กทุกคนที่ไอจะต้องใช้ยาพ่นแบบเดียวกัน



เพราะเหตุผลพวกนี้แหละครับ
ที่ทำให้ผมอยากเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา
เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้ปกครอง 💙
และหวังว่าบุคลากรทางการแพทย์จะนำข้อมูลไปใช้แนะนำครอบครัวอื่นๆ ต่อได้ด้วย 🙏

วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ใน 10 ข้อสำคัญครับ ✨
(อย่าลืมดูภาพประกอบในคอมเมนท์ จะเข้าใจชัดขึ้นอีกครับ)
=========================================
1️⃣ เครื่องพ่นยาคืออะไร?
2️⃣ จำเป็นต้องมีเครื่องพ่นยาที่บ้านเมื่อไหร่?
3️⃣ ประเภทและกลไกของเครื่องพ่นยา
4️⃣ เครื่องแบบไหนดีกว่ากัน?
5️⃣ ยาที่ใช้ในเครื่องพ่นยาที่บ้าน มีอะไรบ้าง?
6️⃣ คุณสมบัติของเครื่องพ่นยาที่ดี ควรมีอะไรบ้าง?
7️⃣ เช็คลิสต์ก่อนซื้อเครื่องพ่นยา 1 เครื่อง
8️⃣ ลักษณะของเครื่องพ่นยาปลอม (ต้องระวัง!)
9️⃣ ปัญหาที่เจอเวลาใช้ “เครื่องพ่นยาปลอม”
🔟 วิธีใช้เครื่องพ่นยาอย่างถูกต้อง
1️⃣1️⃣ การทำความสะอาดและการดูแลเครื่องพ่นยา
1️⃣2️⃣ ถามตอบ คำถามที่เจอบ่อย
=========================================

1️⃣ เครื่องพ่นยาคืออะไร?

เครื่องพ่นยา (Nebulizer) ก็คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยน “ยาน้ำ” ให้กลายเป็นละอองฝอยเล็กๆ 🌫️
เด็กก็จะ “หายใจเอาละอองนี้เข้าไป” → ยาจึงไปถึงหลอดลมและปอดได้โดยตรง

เวลาไปพ่นที่โรงพยาบาลพ่อแม่เด็กบางคนมักเรียกกันว่า
"พ่นกุ๊กไก่"🐔, "ดมควัน", "รมควัน"
หรือบ้านไหนมีศัพท์อื่นลองมาบอกกันหน่อยนะครับ

=========================================

2️⃣ จำเป็นต้องมีเครื่องพ่นยาที่บ้านเมื่อไหร่?

จริงๆแล้ว ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ต้องมีเครื่องพ่นยาที่บ้าน
โดยทั่วไปก็ไม่ได้แนะนำให้ซื้อเก็บไว้ทุกบ้านนะครับ

✅ เด็กที่อาจจำเป็นต้องมีเครื่องพ่นยาที่บ้าน ได้แก่

1. เด็กที่เป็นหอบหืด (asthma)
หรือบางครั้งหมออาจใช้คำว่า “หลอดลมไว” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ในเด็กกลุ่มนี้ เครื่องพ่นยาจะมีประโยชน์ใน 3 สถานการณ์หลักๆ คือ
1.1 เด็กเล็กที่ยังใช้ยาพ่นแบบสูดผ่านกระบอก (pMDI+spacer) ไม่เป็น
เด็กบางคนไม่ยอมใช้หรือใช้ไม่ถูก → เครื่องพ่นยาจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า
เพื่อให้ได้พ่นยาสเตียรอยด์ทุกวัน คุมอาการหอบหืดไม่ให้กำเริบ
1.2 ใช้พ่นยาสเตียรอยด์ขนาดสูงเป็นช่วงๆ
เด็กบางคนอาจไม่ถึงขั้นต้องพ่นทุกวัน แต่จะใช้เฉพาะบางเวลา
เช่น ตอนเริ่มมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ → พ่นยาสเตียรอยด์ขนาดสูงทันที เพื่อลดโอกาสหอบรุนแรง
1.3 ใช้ในช่วงที่อาการหอบหืดกำเริบ
การมีเครื่องพ่นที่บ้านช่วยควบคุมอาการเบื้องต้นได้ ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล

2. เด็กที่มีโรคปอดเรื้อรัง
เช่น มีเสมหะเรื้อรังมาก → การพ่นยาหรือพ่นน้ำเกลือช่วยให้เสมหะนุ่ม เคลียร์ออกง่ายขึ้น

📌 สรุป: ข้อบ่งชี้จริงๆ มีเพียง 2 กลุ่มนี้เท่านั้น


แต่ในความเป็นจริง…
พ่อแม่หลายคนซื้อเครื่องพ่นยาไว้ใช้เอง เพราะเวลาลูกเป็นหวัดทีไร มักจะไอมีเสมหะเยอะ เสมหะเหนียว
→ การพ่นน้ำเกลือช่วยให้หลอดลมชุ่มชื้น เสมหะนุ่มขึ้น ไอง่ายขึ้น

แม้จะไม่ใช่ข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องมีเครื่องพ่นยาที่บ้าน
แต่ก็กลายเป็น “เหตุผลยอดนิยม” ที่ทำให้หลายครอบครัวเลือกซื้อเครื่องพ่นยาไว้ใช้เอง เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น และเลี่ยงการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

💭 ความเห็นส่วนตัวของผม คือ สามารถทำได้ครับ ✅
แต่ต้อง
"ไม่ใช้เครื่องปลอม"
"ใช้อย่างถูกวิธี"
และ "ดูแลทำความสะอาดเครื่องเสมอ"

ถ้าไม่มั่นใจ ควรปรึกษาหมอเด็กที่ดูแลลูกก่อน เพื่อความปลอดภัยครับ 🙏

=========================================

3️⃣ ประเภทและกลไกของเครื่องพ่นยา

การจะเปลี่ยนยาน้ำให้กลายเป็นละอองฝอยเล็กๆ (ที่เราเห็นเป็น “ควัน”) 🌫️
เครื่องพ่นยาที่ขายกันในท้องตลาด ปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบหลักๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนซื้อ คือ 👇

1. แบบใช้ลมอัด (Jet nebulizer หรือ Compressor nebulizer)
→ ใช้แรงดันลมเป่าให้ยาน้ำแตกกระจายเป็นละออง
→ จะมีเสียงดังพอสมควรเวลาทำงาน
✅ ใช้หลักการเดียวกับเครื่องพ่นยาที่โรงพยาบาลใช้

2. แบบตาข่ายสั่น (Mesh nebulizer)
→ ใช้แผ่นตาข่ายที่มีรูเล็กๆ สั่นด้วยความถี่สูง ดันน้ำยาผ่านรูจนแตกออกเป็นละออง
→ เสียงเงียบมาก
⚠️ พ่อแม่บางคนอาจเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องไม่ทำงาน เพราะไม่ดังเหมือนของโรงพยาบาล

ℹ️ จริงๆ แล้ว ยังมีอีกชนิดหนึ่งคือ Ultrasonic nebulizer
→ ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงทำให้น้ำยาแตกตัว เสียงเบา
→ แต่มันเกิดความร้อน ทำให้ยาบางชนิดเกิดการเสื่อมประสิทธิภาพได้ เช่น budesonide
→ ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมแล้ว (แต่ยังมีบางยี่ห้อขายอยู่) จึงไม่ขอพูดในที่นี้นะครับ

💡 สิ่งสำคัญที่ควรรู้
ละอองยาที่ออกมาจะต้องมีขนาดเล็กประมาณ 1–5 ไมครอน
→ ถึงจะเดินทางลึกไปถึงหลอดลมและปอดได้จริง

ถ้าละอองไม่เล็กเอียดพอ → จะติดอยู่ที่จมูกหรือคอ ไม่ลงไปถึงปอด
➡️ ทำให้ยาไม่ได้ผล

=========================================

4️⃣ เครื่องแบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบคือ… ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน
เพราะทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นกับว่าจะนำไปใช้แบบไหนครับ 👇

🌀 เครื่องแบบลมอัด (Jet nebulizer หรือ Compressor nebulizer)
ข้อดี
• ทนทาน ใช้ได้นาน ไม่พังง่าย
• ดูแลง่ายกว่า ไม่ค่อยจุกจิก
• ราคามักถูกกว่าอีกแบบ (แล้วแต่ยี่ห้อ)

ข้อเสีย
• ขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก
• มีเสียงดังตอนใช้งาน (บางเด็กอาจตกใจ)
• ต้องเสียบปลั๊กไฟเวลาใช้
• เวลาพ่นเสร็จ จะมียาเหลือตกค้างในกระเปาะประมาณ 1–2 ml
→ เลยต้อง “ผสมน้ำเกลือเพิ่ม” ให้ถึง 3-4 ml เพื่อดันยาออกมาให้หมดจริงๆ



🔇 เครื่องแบบตาข่ายสั่น (Mesh nebulizer)
ข้อดี
• เสียงเงียบมากกกก 🔇 → เงียบจนพ่อแม่บางคนตกใจ คิดว่าเครื่องเสีย แต่จริงๆ ทำงานปกติ
• ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย → ใช้ได้แม้ไม่มีปลั๊กไฟ เพราะใช้แบตเตอรี่ได้
• ยาเหลือตกค้างน้อยมาก (≈0.3 ml) → ทำให้พ่นยาหมดเกือบ 100%
→ ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำเกลือเพิ่มเยอะเหมือนเครื่องแบบลมอัด (เติมแค่ตามปริมาณยาที่หมอกำหนดก็พอ)
• ใช้เวลาพ่นสั้นกว่า → เด็กนั่งนิ่งไม่นาน ลดโอกาสงอแง

ข้อเสีย
• ราคาแพงกว่า (ถ้าซื้อของแท้นะ 555)
• ดูแลรักษาซับซ้อนกว่า
→ หลังใช้ทุกครั้ง จะต้อง “เปิดน้ำเปล่าไล่ผ่าน 1–2 นาที” กันตาข่ายตัน
→ ถ้าล้างไม่สะอาดหรือตาข่ายตัน จะพ่นไม่ออก
• ความทนทานน้อยกว่า (หัวตาข่ายบอบบางมาก ห้ามจับ ห้ามกระแทก) → อาจจะต้องเปลี่ยนหัวตาข่ายเรื่อยๆ
→ โดยเฉพาะในเด็กที่ต้องพ่นยาสเตียรอยด์ (เช่น budesonide) บ่อยๆ จะทำให้ตาข่ายอุดตันง่าย



💡 สรุปสั้นๆ
• ถ้าใช้ที่บ้านเป็นหลัก เน้นทน ดูแลง่าย → Jet nebulizer อาจตอบโจทย์
• ถ้าอยากได้เครื่องเงียบมาก พกพาง่าย ใช้นอกบ้านสะดวก → Mesh nebulizer เหมาะกว่า

=========================================

5️⃣ ยาที่ใช้ในเครื่องพ่นยาที่บ้าน มีอะไรบ้าง?

⚠️ เน้นย้ำก่อนเลยครับ
ก่อนใช้ยาทุกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
เพราะในการเจ็บป่วยแต่ละครั้ง อาจไม่ได้ใช้ยาตัวเดียวกัน



💧 5.1 น้ำเกลือ (Normal saline, NSS, 0.9%NaCl)
• คือน้ำเกลือชนิดเดียวกับที่ใช้ล้างจมูก
• เวลาพ่น ใช้ปริมาณ 3–5 ml
• สรรพคุณ → เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความเหนียวของเสมหะและน้ำมูก
• ไม่มีผลข้างเคียง ใช้ได้อย่างปลอดภัย
💡 แต่จริงๆ “การดื่มน้ำให้เพียงพอ” ช่วยเรื่องเสมหะได้ดีกว่ามาก

💨 5.2 ยาขยายหลอดลม (Salbutamol)
• ชื่อการค้า เช่น Asmasal, Ventolin, Salda
• สรรพคุณ → ช่วยให้หลอดลมที่ตีบแคบ ให้ขยายออก
• ใช้ในเด็กที่เป็นหอบหืด หรือ “หลอดลมไว” ที่มีอาการไอเยอะ หายใจเสียงวี้ดๆ
• ผลข้างเคียง → ใจสั่น มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว
⚠️ ต้องให้แพทย์เป็นคนสั่ง → เพราะขนาดยาขึ้นกับน้ำหนักและโรคของเด็ก

🌿 5.3 ยาสเตียรอยด์ (Budesonide – ชื่อการค้า Pulmicort)
• มี 2 ความเข้มข้น → 0.5 mg/2 ml และ 1 mg/2 ml
• ใช้ในเด็กหอบหืดหรือหลอดลมไว
• การใช้มีหลายแบบ เช่น
>> ใช้ทุกวันเป็น “ยาควบคุมอาการ” หอบหืด
>> ใช้เฉพาะบางช่วง (เช่น ตอนติดหวัด หมออาจให้พ่นสเตียรอยด์ขนาดสูงชั่วคราว)
>> ใช้เมื่ออาการหอบหืดกำเริบ → ร่วมกับยาขยายหลอดลม
• ผลข้างเคียง
• เชื้อราขึ้นในปาก (ต้องบ้วนปาก–ล้างหน้า หลังพ่นทุกครั้ง)
• บางรายอาจเกิด Paradoxical bronchospasm (พ่นแล้วอาการหอบหนักขึ้น)
→ พบไม่บ่อย แต่ป้องกันได้ด้วยการผสมยาขยายหลอดลมเข้าไปด้วย
⚠️ ต้องให้แพทย์เป็นคนสั่ง → เพราะขนาดยาขึ้นกับน้ำหนักและโรคของเด็ก



❌ ยาอื่นๆ (ที่ใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น)
เช่น Adrenaline (ยาลดบวม), น้ำเกลือความเข้มข้นสูง (3% NaCl)
👉 ยากลุ่มนี้ถือเป็น ยาอันตราย (high alert drug)
ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่ควรนำมาใช้เองที่บ้าน



💡 สรุป: เวลาพ่อแม่พูดว่า “พ่นยาๆ” จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดซ่อนอยู่เยอะครับ
ว่าจะพ่นยาอะไร ใช้เมื่อไหร่ ขนาดเท่าไหร่ → ต้องให้แพทย์เป็นคนตัดสินใจ
นี่แหละครับคือเหตุผลที่หมอส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยแนะนำให้ซื้อเครื่องพ่นยาไว้ที่บ้านโดยไม่ได้ปรึกษาก่อน 🙏

=========================================

6️⃣ คุณสมบัติของเครื่องพ่นยาที่ดี ควรมีอะไรบ้าง?

ลองนึกดูนะครับ… เวลาเราจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านซักชิ้น ยังต้องคิดหนัก เลือกนาน
แล้วเครื่องพ่นยา ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีหน้าที่ “พ่นยาเข้าสู่ร่างกาย”
→ ยิ่งควรต้องเลือกให้ดี ไม่งั้นอาจเป็นอันตรายกับลูกได้โดยตรง

✅ หลักการเลือกเครื่องพ่นยาที่ดี มีดังนี้ครับ
1.ละอองฝอยขนาดเหมาะสม
• ต้องสร้างละอองยาได้ขนาด 1–5 ไมครอน
• เล็กพอที่จะไปถึงหลอดลมและปอดได้จริง
2.ความเร็วในการพ่นพอดี
• ควรอยู่ที่ 0.2–0.4 ml/นาที
• ถ้าเร็วเกินไป (>0.4) → เด็กหายใจตามไม่ทัน ได้รับยาน้อย
• ถ้าช้าเกินไป (

05/06/2025

ATK -covid 19
ชุดตรวจโควิดเข้าหน้าร้านแล้วค่ะ
49 บาท
#คลังยากาดหลวงใต้

04/06/2025

💊😕"ได้ยา...แต่ไม่รู้ว่ายาอะไร" ปัญหาที่ผู้บริโภคหลายคนเคยเจอ ซองยาไร้ฉลาก ฟังดูเล็กน้อย แต่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ แต่รู้ไหม หากพบฉลากยาไม่ครบ แจ้งดำเนินคดีได้
---
💬 หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บริโภครายนี้มีอาการปวดหลัง ได้เข้ารับการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังซักประวัติเรียบร้อยก็ได้รับยาโดยไม่มีการอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับตัวยา เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือจึงมาร้องเรียนหน่วยงานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในหน่วยงานประจำจังหวัดสภาผู้บริโภค
หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งด้านผู้บริโภคได้เปิดดูในถุงว่าเป็นยาอะไรบ้าง ซึ่งมีระบุเพียงเวลารับประทาน เเต่ไม่มีการเขียนระบุชื่อยาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังคลินิกดังกล่าว เพื่อเจรจาเบื้องต้นให้กับผู้บริโภค แต่ทางเเพทย์เจ้าของคลินิกไม่ประสงค์บอกชื่อยาให้แก่ผู้บริโภค และแจ้งให้นำยามาคืนและจะคืนเงินให้ ซึ่งผู้บริโภคก็ยอมรับทางเลือกนั้นในที่สุด
✨สภาผู้บริโภคมีความเห็นว่า การไม่แจ้งชื่อยาและไม่อธิบายวิธีใช้ เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพราะตามสิทธิผู้บริโภคแล้ว ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ
เพราะตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565 ระบุว่า ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป คลินิกทุกที่ ต้องระบุฉลากบรรจุยา ต้องมีข้อมูล ชื่อสถานพยาบาลและช่องทางการติดต่อ, ชื่อและสกุล และวัน เดือน ปีที่จ่ายยา, ชื่อยา, จำนวนยา, วิธีใช้ยา, สรรพคุณของยา, คำเตือน, วันหมดอายุของยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับทราบข้อมูลบนฉลากบรรจุยาที่ให้บริการของสถานพยาบาลที่เพียงพอตามสิทธิของผู้ป่วยที่พึงจะได้รับและเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้ยา
👉 หากผู้บริโภคพบว่าคลินิกไม่ระบุข้อมูลบนซองยา หรือได้รับปัญหาเกี่ยวกับยา เช่น จ่ายยาผิด ยาไม่มีคุณภาพ หรือแพทย์ไม่ให้ข้อมูลครบถ้วน สามารถร้องเรียนมาที่ กระทรวงสาธารณสุข หรือสภาผู้บริโภค ที่เบอร์สายด่วน 1502 ร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ tcc.or.th และสามารถร้องเรียนกับหน่วยงานประจำจังหวัดของสภาผู้บริโภค ทั้ง 20 จังหวัด โดยดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.tcc.or.th/tcc-agency/
✨อ่านเรื่องเล่าผู้บริโภคเพิ่มเติมได้ที่ :: https://www.tcc.or.th/documents/dispensing-medicine/
#สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #เรื่องเล่าผู้บริโภค

30/05/2025

ATK - ตอนนี้เหลือ
แบบตรวจไข้หวัดใหญ่+โควิด
โควิดล้วนเข้าพรุ่งนี้ค่ะ

29/05/2025

อัพเดตการใช้ฟ้าทะลายโจร โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เริ่มมีอาการป่วยกันเยอะขึ้น
🩺 ถ้ามีอาการ รีบใช้ยาไว หายเร็ว นะคะ 🤩

✅ ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้เป็น First line drug สำหรับการรักษากลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจส่วนต้น และถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชียาจากสมุนไพร) โดยมีข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการหวัด เช่น เจ็บคอ ไข้ ไอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการในผู้ป่วยโควิd 19 ที่มีความรุนแรงน้อย บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่มีมูกหรือมีเลือดปน

📍สำหรับการใช้ยาให้มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มยาในระยะเริ่มต้นของโรค จะเห็นผลได้ดีกว่าการใช้ในระยะหลัง และสามารถหยุดยาได้เมื่ออาการดีขึ้น โดยไม่มีผลทำให้ดื้อยา

🔬 จากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ พบว่าฟ้าทะลายโจรมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของไข้หวัด โดยมีฤทธิ์ลดไข้ ต้านอักเสบ และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรักษาไข้หวัด (common cold) มีผู้เข้าร่วมงานวิจัยทั้งสิ้น 300 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1) ได้รับฟ้าทะลายโจร 200 mg/day 2) ได้รับฟ้าทะลายโจร 400 mg/day และ 3) ได้รับยาหลอก ให้ยาเป็นเวลา 7 วัน ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับ 400 mg มีคะแนนความรุนแรงของโรคหลังได้ยาน้อยกว่ากลุ่มที่ได้ 200 mg และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ในวันที่ 3 (400 mg: 5.70, 200 mg: 5.81, ยาหลอก: 9.55, p = 0.004) แต่ไม่แตกต่างกันในวันที่ 5 กับ 7

🔬 การศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง ให้ในขนาด Andrographolide (AD) 84 mg/day โดยให้กินครั้งละ 4 แคปซูล (AD 7 mg/cap) วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน พบว่าคะแนนรวมของกลุ่มอาการโควิd 19 ลดลง ในวันที่ 3, 6, 14 เมื่อเทียบกับวันแรกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และเมื่อครบ 14 วัน พบว่าผู้ป่วย 67.59% หายจากการติดเชื้อโควิd 19 ระยะเวลาเฉลี่ยคือ 10.32 วัน และ 98.62% ของผู้ป่วยไม่พบอาการข้างเคียงจากการใช้

💊ขนาดและวิธีใช้
✅ อาการไข้หวัด เจ็บคอ: ได้รับ Andrographolide 60-120 มก./วัน แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร เป็นเวลา 5-7 วัน

✅ ท้องเสีย: กินผงฟ้าทะลายโจรครั้งละ 500 มก. - 2 ก. วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน

✅ โควิd 19 ที่อาการรุนแรงน้อย:
o ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป): กินฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 180 มก./วัน แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง (กินครั้งละ 5 แคปซูล) เป็นเวลา 5 วัน **(หรือรับประทานฟ้าทะลายโจรแคปซูล ในขนาดแอนโดรกราโฟไลด์144 มก/วัน ก็สามารถใช้รักษาอาการได้เช่นกัน ตามข้อมูลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แบ่งกิน มื้อละ 3 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง 5 วัน )**

o เด็กอายุ 4-11 ปี: กินฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 30 มก./วัน โดยให้รับประทาน 1 แคปซูล แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน

o อาจยืดระยะเวลาการให้ได้ถึง 7-10 วัน ขึ้นกับอาการทางคลินิก

⚠ อาการข้างเคียงที่อาจพบ : ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น
⛔️ ข้อห้ามใช้
• ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจรหรือพืชกลุ่ม acanthaceae เช่น เสลดพังพอน ทองพันชั่ง พญาวานร
• ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากทำให้ทารกวิรูป
⚠ ข้อควรระวัง
• มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด จึงต้องระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) เช่น warfarin, NOACs และยาละลายลิ่มเลือด (antiplatelets) เพราะอาจเสริมฤทธิ์กันได้
• มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ CYP ได้หลายตัว จึงต้องระวังการใช้ร่วมกับยาที่ต้องถูกกำจัดผ่านเอนไซม์เหล่านี้ เช่น tamoxifen (CYP1A2), amitriptyline/phenytoin (CYP2C9), statins/protease inhibitors/itraconazole (CYP3A4) เป็นต้น
• อาจต้านยากดภูมิคุ้มกันได้ เนื่องจากช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

💡คำแนะนำเพิ่มเติม
• ระหว่างการใช้หากมีอาการรุนแรงหรือใช้ติดต่อกัน 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
• ระวังการใช้ในผู้ที่มีการทำงานของตับผิดปกติ
• ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น อาจทำให้แขนขาชา อ่อนแรง กล้ามเนื้อเปลี้ยหรือท้องผูกได้

📍 ข้อมูลขนาดการใช้ยาที่แนะนำอ้างอิงตามขนาดยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรอภัยภูเบศร ตามภาพ
“ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรอภัยภูเบศร” ประกอบด้วยผงยาฟ้าทะลายโจร ขนาด 400 มิลลิกรัม/แคปซูล (Andrographolide 12 mg/แคปซูล) วัตถุดิบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 100%

🔖 อ้างอิง
• Poolsup N, Suthisisang C, Prathanturarug S, Asawamekin A, Chanchareon U. Andrographis paniculata in the symptomatic treatment of uncomplicated upper respiratory tract infection: systematic review of randomized controlled trials. J Clin Pharm Ther. 2004;29(1):37-45.
• Gupta S, Mishra KP, Ganju L. Broad-spectrum antiviral properties of andrographolide. Arch Virol. 2017;162(3):611-23.
• Hossain S, Urbi Z, Karuniawati H, Mohiuddin RB, Moh Qrimida A, Allzrag AMM, et al. Andrographis paniculata (Burm. f.) Wall. ex Nees: An Updated Review of Phytochemistry, Antimicrobial Pharmacology, and Clinical Safety and Efficacy. Life (Basel). 2021;11(4).
• Raj JP, Maurya MR, Nair N, Marfatia H, Hadaye R, Gogtay NJ. Efficacy and safety of AP-Bio®(KalmCold®) in participants with uncomplicated upper respiratory tract viral infection (common cold) − A phase III, double-blind, parallel group, randomized placebo-controlled trial. Complementary Therapies in Medicine. 2023;73:102934.
• ถมอุดทา ป, ถมอุดทา อ, สระมุณี ก, ราชรามแก้ว ศ, มาตย์วิเศษ ป, คำสีเขียว จ, et al. ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ฟ้าทะลายโจร ในการรักษาโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2023;20(3):220-35.

01/05/2025
11/04/2025

เทศกาลสงกรานต์
ร้านเปิดตามปกติ

ยกเว้นวันที่ 15 เปิดช่วงบ่ายค่ะ ^___^

ที่อยู่

194 หมู่ 2 ตำบลหลวงใต้
Ngao
52110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

0995593339

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลังยา - Healthcareผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์