การดูแลสุขภาพ โรคสะเก็ดเงิน

การดูแลสุขภาพ โรคสะเก็ดเงิน ข้อมูลเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

โรคสะเก็ดเงิน หรือ เรื้อนกวาง (อังกฤษ: Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการหนาตัวของชั้นหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นแดง ที่มีขุยหรือสะเก็ดขาวติดอยู่ รอยโรคมักเกิดกับผิวหนังบริเวณที่ถูกเสียดสีบ่อยๆ รวมทั้งที่ศีรษะและเล็บด้วย ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วย

ชาร้อนแก้ร้อนใน ช่วยให้แผลตกสะเก็ด ปรับสมดุลร่างกายค่ะ
04/11/2015

ชาร้อนแก้ร้อนใน ช่วยให้แผลตกสะเก็ด ปรับสมดุลร่างกายค่ะ

30/08/2015

ชาสมุนไพรกับโรคสะเก็ดเงิน
ทางออกของคนรักสุขภาพกับชาอุ่นๆๆๆๆ

27/08/2015

ระแสการรักสุขภาพมาแรงมากในช่วงนี้ด้วย โดยเฉพาะชาวจีนให้การยอมรับเรื่องการบริโภค “สมุนไพรจีน”เพื่อขจัดพิษ หรือล้างพิษที่เกิดขึ้นในร่างกาย วันนี้โรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทยได้เปิดแผนกแพทย์แผนจีน ซึ่งมีการจ่ายยาสมุนไพรจีนในการรักษาโรค รวมไปถึงมีร้านขายยาสมุนไพรจีนอยู่จำนวนมาก แต่การจะบริโภคสมุนไพรจีนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องนั้นควรอย่างยิ่งต้องรู้จักสมุนไพรจีนตัวใดมีสรรพคุณอย่างไรด้วย

เปิด 13 สมุนไพรจีนฮิตรักษาโรค

วิสุทธิ์ บริณายตานนท์ เถ้าแก่รุ่น 2 ร้านโอสถ ย่ง ซิว ตึ๊ง ไท้เชียง ร้านขายยาจีนโบราณย่านเยาวราช ที่เปิดขายมาประมาณ 80 ปี เปิดเผยว่า สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาของจีนนั้นมีจำนวนมากมาย ตั้งแต่สมุนไพรจีนที่นิยมใช้มาประกอบอาหารไปจนสมุนไพรจีนหายากที่มีฤทธิ์เป็นยา ซึ่งในการนำสมุนไพรจีนมาใช้นั้น จำเป็นจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์แผนจีน หรือร้านขายยาสมุนไพรจีนที่มีความชำนาญ เพราะสมุนไพรจีนเพื่อรักษาโรค มักจะต้องใช้ส่วนผสมเป็นสมุนไพรหลายตัว จำนวนมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแต่ละคนด้วย

สำหรับสมุนไพรจีนขจัดพิษหรือล้างพิษของจีนนั้น ก็มีสรรพคุณรักษาตั้งแต่พิษน้อยๆ อย่างพิษร้อน พิษเย็น ไปจนถึงสมุนไพรที่ช่วยป้องกันมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิต หัวใจ เบาหวาน ฯลฯ

สำหรับพิษร้อนเช่น ร้อนใน เป็นไข้ ไอ มีเสมหะ มีสมุนไพรที่รู้จักกันดีหลายตัว ที่นิยมใช้กันได้แก่ ดอกเก็กฮวย,หล่อฮั้งก้วย,ซัวเซียม,เหง็กเต็ก และชะเอม(กำเช่า)

‘ดอกเก็กฮวย’นั้น ทั้งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนมักนิยมนำมาทำชา มีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับลม รักษาอาการปากแห้ง ร้อนใน นัยน์ตาแห้ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิดรวมทั้ง สามารถปรับสมดุลและลดความดันโลหิตในร่างกาย

‘หล่อฮั้งก้วย’ มีลักษณะเป็นลูกกลม ชนิดผลใหญ่ ผลกลม เนื้อแน่น เขย่าไม่มีเสียง เปลือกสีเหลืองปนน้ำตาล จะถือว่ามีคุณภาพดี มีรสหวานเป็นพิเศษ มีฤทธิ์เย็น สรรพคุณทางยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับเสมหะ อีกทั้งยังรักษาโรคไอกรน ท้องผูก โรคหลอดลมอักเสบ หืด หอบ ได้อีกด้วย

‘ซัวเซียม’ หรือ ปักซัวเซียม มีรสหวานอมขมเล็กน้อย มีฤทธิ์เย็นเล็กน้อย สรรพคุณรักษาอาการไอ ไอเป็นเลือด เจ็บคอ กระหายน้ำ บำรุงกระเพาะอาหาร (ห้ามผู้มีอาการไอเพราะความเย็นรับประทาน)

‘เหง็กเต็ก’ หรือไผ่หยก มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุก มีใบคล้ายใบไผ่ ปลูกมากที่เหอหนาน เจียงซู เหลียวหนิง และซินซาว มณฑลเจ้อเจียงที่ถือว่ามีคุณภาพดีที่สุด สรรพคุณลดความดันโลหิต กระตุ้นหัวใจ ดับร้อนใน และขับปัสสาวะ

‘ชะเอม’ หรือ กำเช่า ใช้ส่วนราก มีรสหวานมีฤทธิ์ปานกลาง สรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ไอ รักษาใจสั่น โรคลมชัก แก้อาหารเป็นพิษ มีสาร Glycyrrhizin สามารถดูดซับสารพิษ และจับสารพิษเพื่อขับออกทางตับ อีกทั้งสามารถถอนพิษจากยาฆ่าแมลงได้ด้วย

‘สมุนไพรร้อน’ขจัดเย็น

ขณะที่ร่างกายหากมีความเย็นมากเกินไป (หยาง) ก็สามารถใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนขจัดได้ ที่นิยมและมีชื่อเสียงมากได้แก่ ตังกุย และโสมเกาหลี

‘ตังกุย’ มีรสหวานเผ็ด มีฤทธิ์ร้อนเล็กน้อย มักใช้เป็นยาบำรุงเลือด ปรับการไหลเวียนของเลือดให้เป็นปกติ แก้อาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก อาการท้องผูก อีกทั้งมีฤทธิ์กระตุ้นและระงับการทำงานของมดลูกด้วย

‘โสมเกาหลี’ มีชื่อเสียงมากในหมู่คนนิยมรับประทานโสม และในหมู่การแพทย์แผนจีนโดยเฉพาะโสมแดง สรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือด เสริมสมรรถภาพทางเพศ ลดน้ำตาลในเลือด รักษาความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ ตัน (หากมีไข้และท้องผูกไม่ควรรับประทาน)
‘กาฝากต้นหม่อน’ เพิ่มเม็ดเลือดขาว
สำหรับโรคต่างๆ นั้น หากเป็นโรคความดันจากไขมัน สมุนไพรที่รักษาได้ดีคือ ‘ซัวจา’ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งกินได้ทั้งสดและแห้ง มีรสเปรี้ยวหวาน ฤทธิ์อ่อน มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร ขับพยาธิ ท้องร่วง กระตุ้นให้มดลูกเข้าอู่หลังคลอดบุตร ลดความดันโลหิต และลดคลอเรสเตอรอลในเลือด

นอกจากนี้ยังมี ‘กาฝากต้นหม่อน’ หรือ เช่าเก็ง เป็นยาบำรุงเลือด รักษาโรคหัวใจ ความดัน ไขข้อรูมาติค ที่มีคุณภาพดีมาจากมณฑลกวางสี มีรสขมหวาน ฤทธิ์ปานกลาง เป็นยาบำรุงไต มีฤทธิขับปัสสาวะ ต้านแบคทีเรีย และสามารถเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวซึ่งมีหน้าที่ขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย

5 สมุนไพรจีนป้องกันมะเร็ง
ส่วนสมุนไพรจีนใช้รักษาโรคมะเร็งเด่นๆ คือ แปะฮวยจั่วจิเช่า หรือ หมากดิบน้ำค้าง พั้วกีไน้ โสม และเห็ดหอม
‘แปะฮวยจั่วจิเช่า’ เป็นพืชจำพวกหญ้า มีรสเผ็ดขมนิดๆ ฤทธิ์เย็นไม่มีพิษ สรรพคุณดับร้อนใน ดับพิษ ทำให้เลือดและลำไส้เย็น ลำไส้อักเสป ไทฟอยด์ ไอเพราะปอดร้อน ปวดฟัน และป้องกันมะเร็งได้ (ผู้ที่ธาตุไฟอ่อนห้ามรับประทาน)
‘พั๊วกีไน้’ เป็นยาขับถ่าย ถอนพิษ แก้มะเร็ง โดยคนเป็นมะเร็งสามารถนำมาต้มกินแทนน้ำ กระหายน้ำได้
‘โสม’ มีอีกสรรพคุณคือมีสารบางอย่างที่สามารถกำจัดและทำลายพืช รวมไปถึงสิ่งแปลกปลอมที่จะทำให้เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติได้ มีฤทธิ์ป้องกันโรคมะเร็ง และยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ส่วนมากมักนำโสมมาใช้ในผู้ป่วยที่เข้ารักษาด้วยวิธีการเคมีบำบัด อีกทั้งเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย (ควรรับประทานขณะท้องว่าง)
‘เห็ดหลินจือ’ หรือ เหล่งจูโกว มีรสหวาน ฤทธิ์ปานกลาง บำรุงแก้อาการอ่อนเพลีย ขับเสมหะ หอบหืด นอนไม่หลับ รักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ป้องกันโรคตับอักเสบจากการขับสารพิษออกจากร่างกาย และป้องกันมะเร็ง
‘เห็ดหอม’ มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งรัฐเซาท์แคโรไรนา ประเทศสหรัฐอเมริกาและสถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า เห็ดหอมจะช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดีเยี่ยม และเห็ดหอมยังมีสารเลนติแนน และสารริทาดินีน ต้านเซลล์มะเร็งได้ด้วย โดยเฉพาะมะเร็งในลำไส้และมะเร็งในกระเพาะอาหาร
อย่างไรก็ดีในการรับประทานยาจีนที่ถูกต้อง ควรมีการต้มตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงขึ้นไป(อยู่ที่ตัวยามากหรือน้อย) และควรรับประทานก่อนอาหาร โดยการต้มด้วยหม้อดินและภาชนะเคลือบจะให้ผลดีมากกว่าภาชนะแสตนเลส ทั้งนี้การรับประทานสมุนไพรจีนเพื่อรักษาโรค จำเป็นต้องให้แพทย์แผนจีนเป็นคนวินิจฉัยตามสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคน หรือต้องได้รับคำแนะนำจากร้านยาสมุนไพรจีนโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ สามารถหาอ่านข้อมูลสมุนไพรจีนเพิ่มเติมได้จาก ยาจีนและอาหารบำรุงสุขภาพ เรียบเรียงโดยมิ่งมิตร นวรัตน์2542 ,ยาสมุนไพรจีน 100 ชนิด รวบรวมโดย บุญชัย ฉัตตะวานิช,ยาจีน โดย วีระชัย มาศฉมาดล ทัศนีย์ เมฆอริยะ2531 ,มหัศจรรย์แห่งโสม เรียบเรียงโดยนวลปราง ฉ่องใจ2537 ,และจิบชา เพิ่มพลัง ต้นโรค หยุดมะเร็ง เรียบเรียงโดยภานุทรรศน์ 2544
โจ๊กดอกไม้ Description: article

26/08/2015

โรคสะเก็ดเงิน

26/08/2015

ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน

ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมี ๓ กลุ่ม คือ ยาทา ยารับประทาน และยาฉีด โดยมีหลักในการพิจารณาคือ ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของพื้นผิวของร่างกาย ให้เลือกใช้ยาทาก่อน ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบเกินร้อยละ ๑๐ ของพื้นผิวของร่างกาย ให้ใช้ยารับประทานหรือยาฉีด ยาที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

กลุ่มยาทา

ที่สำคัญได้แก่ยาต่อไปนี้

๑) ยาทาสเตียรอยด์

เป็นยาที่ใช้รักษาผื่นโรคสะเก็ดเงินบ่อยที่สุด ยาทาสเตียรอยด์อาจอยู่ในรูปขี้ผึ้ง ครีม หรือสารละลาย การเลือกใช้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดใด และในรูปใด มีหลักพิจารณาดังนี้

ผื่นหนา เป็นตามแขนขา มือ หรือเท้า ใช้ยาทาสเตียรอยด์ฤทธิ์แรงในรูปขี้ผึ้ง
ผื่นบางหรือเป็นบริเวณหน้า ข้อพับต่างๆ ใช้ยาทาสเตียรอยด์ฤทธิ์อ่อนหรือแรงปานกลาง ในรูปครีม
ผื่นหนาที่ศีรษะ ใช้ยาทาสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์แรงในรูปครีมเหลว หรือครีมน้ำนม ถ้าผื่นมีลักษณะบางใช้ยาทาสเตียรอยด์ในรูปสารละลาย ซึ่งจะซึมเข้าถึงหนังศีรษะได้ดี

ข้อดี ของยาทาสเตียรอยด์ คือ ทำให้ผื่นยุบได้เร็ว ใช้ง่าย หาซื้อได้ทั่วไป
ข้อด้อย ของยาทาสเตียรอยด์ คือ หากใช้นานๆ จะเกิดภาวะดื้อยา ผิวหนังขาวและบางลง เมื่อหยุดยา ผื่นมักกลับเป็นใหม่ได้เร็ว และรุนแรงมากขึ้น อาจติดเชื้อราหรือแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย การใช้ยาทาสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์แรงเป็นเวลานานๆ ยาจะถูกดูดซึมได้มาก และไปกดการทำงานของต่อมหมวกไต อีกทั้งยังมีผลต่ออวัยวะอื่นๆ ของร่างกายเช่นเดียวกับการรับประทานยาสเตียรอยด์ทั่วไป ดังนั้น การใช้ยาสเตียรอยด์จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาทาเองโดยไม่มีความรู้ เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

๒) ยาทากลุ่มน้ำมันดิน (crude coal tar or wood tars)

เป็นสารเคมีพวกไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon) ที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ถ่านหินหรือต้นไม้ที่ตายทับถมกันเป็นเวลานาน สารเคมีเหล่านี้ มีฤทธิ์ ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินหายได้ ปัจจุบันน้ำมันดินที่ใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินมีหลายรูปแบบ เช่น แชมพูผสมน้ำมันดิน (tar shampoo) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินของหนังศีรษะและรังแคทั่วๆ ไปได้ด้วย

ข้อดี ของยาทากลุ่มน้ำมันดิน คือ เมื่อยาออกฤทธิ์ทำให้ผื่นหรือปื้นผิวหนังอักเสบสงบลง และมักสงบไปได้ยาวนาน อาจกลับมาเป็นซ้ำใหม่ได้ แต่ช้ากว่าการใช้ยาทาสเตียรอยด์
ข้อด้อย ของยาทากลุ่มน้ำมันดิน

ยานี้ไม่มีผู้ผลิตแบบสำเร็จรูปจำหน่ายในท้องตลาดประเทศไทย จะหาซื้อได้เฉพาะจากโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วไปเท่านั้น ยกเว้นแชมพูผสมน้ำมันดินที่มีผู้ผลิตหลายบริษัทผลิตออกมาจำหน่ายในท้องตลาด
ครีมที่ผสมน้ำมันดินมีสีและกลิ่นไม่น่าใช้ ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถทนกลิ่นยาได้
ผู้ป่วยที่ใช้ยาทากลุ่มนี้ต้องรอนานเป็นสัปดาห์กว่าจะเห็นผลของยา
ยาทากลุ่มน้ำมันดินไม่ควรใช้ทาที่หน้าและข้อพับต่างๆ เพราะผิวหนังในบริเวณนี้บาง ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

ยาทากลุ่มน้ำมันดิน
ยาทากลุ่มน้ำมันดิน

๓) ยาทากลุ่มแอนทราลินหรือดิทรานอล (anthralin or dithranol)

แอนทราลินเป็นสารเคมีสกัดจากผลไม้ประเภทถั่ว (legume) ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีในทวีปอเมริกาใต้และภูมิภาคเอเชียใต้ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา ต่อมาพบว่า มีฤทธิ์รักษาโรคผื่นสะเก็ดเงินได้ด้วย ยาทากลุ่มแอนทราลินมีใช้กันในรูปขี้ผึ้งและครีม ยานี้ระคายผิวหนังมาก จึงไม่ควรใช้บริเวณหน้าและข้อพับต่างๆ การทายาต้องระวังไม่ให้ถูกผิวหนังปกติ ยานี้ใช้ได้ผลดีกับผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงิน ที่หนาๆ ปัจจุบันยาทาแอนทราลินยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

๔) ยาทากลุ่มกรดซาลิซิลิก (salicylic acid)

ในรูปครีม หรือขี้ผึ้ง มีฤทธิ์ทำให้สะเก็ดหรือขุยบนผื่นสะเก็ดเงินลอกออก ช่วยให้ยาทาชนิดอื่นซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดี เหมาะสำหรับใช้บริเวณศีรษะ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้าที่มีผื่นหนามาก ไม่ควรใช้บริเวณข้อพับ และในเด็ก เพราะกรดซาลิซิลิกอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจนเกิดเป็นพิษได้
ยาทาในรูปครีมและขี้ผึ้ง
ยาทาในรูปครีมและขี้ผึ้ง ๕) ยาทากลุ่มแคลซิโพทริออล (calcipotriol)

ซึ่งเป็นสารในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี ๓ (D3 derivative) มีทั้งในรูปครีม ขี้ผึ้ง และสารละลายไม่มีสีหรือไม่มีกลิ่นเหม็น จึงแก้ปัญหาของยาทาน้ำมันดินและยาทาแอนทราลินไปได้ สารในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี ๓ ออกฤทธิ์กดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนัง และทำให้เซลล์ผิวหนังเจริญสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย
๖) ยาทากลุ่มเรทินอล (retinol)

เป็นสารในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (vitamin A derivative) นำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด เช่น สิว ฝ่ามือฝ่าเท้าหนา รวมทั้งโรคสะเก็ดเงินด้วย ปัจจุบันเริ่มมีการศึกษาและนำยาทากลุ่มเรทินอลมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบ้างแล้ว แต่ผลการรักษายังอยู่ในระยะศึกษาทดลอง ยานี้ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

๗) ยาทาให้ผิวชุ่มชื้น

ผื่นผิวหนังอักเสบของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะไวต่อปัจจัยกระตุ้นภายนอกมาก ดังนั้นนอกจากการใช้ยาทารักษาอาการอักเสบของผิวหนังแล้ว ควรทายาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังบ่อยๆ ด้วย เพื่อเป็นการช่วยลดอาการระคายเคืองและลดการอักเสบของผื่นผิวหนังได้อีกทางหนึ่ง

กลุ่มยารับประทาน

ยารับประทานและยาฉีดที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน มีอยู่ ๔ กลุ่ม คือ

๑) ยารับประทานเมโทเทร็กเซต (methotrexate)

ยานี้ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวช้าลง จึงทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินยุบลง นอกจากนี้ยายังกดการทำงานของเซลล์อื่นๆ ในร่างกายที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์ไขกระดูก เมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย จะกระจายไปที่เซลล์ตับและไต จึงมีผลต่อเซลล์ตับและไต ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยารับประทานเมโทเทร็กเซต คือ ผู้ป่วยที่เป็นผื่นผิวหนังรุนแรง เกิดตุ่มหนองทั่วทั้งตัว หรือผื่นผิวหนังอักเสบ ที่มีพื้นที่มากกว่าร้อยละ ๑๐ ของพื้นผิวตัวไม่ตอบสนองต่อยาทา หรือผื่นของโรคเป็นในตำแหน่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าสังคมได้ หรือทำให้ผู้ป่วยมีความพิการไม่สามารถทำงานได้ เช่น เป็นมากที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ยาเมโทเทร็กเซตไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ โรคไต โรคติดเชื้อรุนแรงหรือวัณโรคปอด และโรคแผลในกระเพาะอาหาร รวมทั้งสตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร

๒) ยารับประทานเรทินอยด์ (retinoids)

เรทินอยด์เป็นสารอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่นเดียวกับยาทากลุ่มเรทินอล มีฤทธิ์ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบของโรคสะเก็ดเงินได้ดี ยารับประทานกลุ่มเรทินอยด์ที่มีใช้ในประเทศไทย คือ แอซิเทรทิน (acitretin) ยานี้สามารถควบคุมผื่นโรคสะเก็ดเงินที่เป็นตุ่มหนองทั่วตัว และผื่นหนาตามฝ่ามือฝ่าเท้าได้ดี แต่ผื่นของโรคสะเก็ดเงินที่เป็นปื้นหนาจะตอบสนองต่อยาได้ไม่ดีนัก ผลข้างเคียงของยาที่พบเสมอๆ คือ ริมฝีปากแห้ง แตก ผิวแห้งคัน ผมร่วงทั่วศีรษะ สตรีที่รับประทานยานี้ต้องคุมกำเนิดตลอดระยะเวลาที่รับประทานยา และต้องคุมกำเนิดต่อเนื่องไปอีกนาน ๒ ปีหลังหยุดยา เพราะยานี้จะสะสมอยู่ที่ไขมันในร่างกาย สามารถทำให้เด็กในครรภ์พิการได้

ยารับประทานเมโทเทร็กเซตและเรทินอยด์
ยารับประทานเมโทเทร็กเซตและเรทินอยด์

๓) ยารับประทานไซโคลสปอริน (cyclosporin)

ยานี้ออกฤทธิ์กดการทำงานของเม็ดเลือดขาวที่จะไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้แบ่งตัวเพิ่มจำนวน ทำให้ลดการอักเสบที่ผิวหนัง จึงทำให้ผื่นผิวหนังที่อักเสบและหนามีอาการดีขึ้น ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินในรายที่ผื่นโรคสะเก็ดเงินรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ยานี้ไม่สามารถใช้กับผู้ป่วยที่มีไตพิการ มีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งมาก่อน หญิงมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ป่วยที่กำลังติดเชื้อ ผู้มีความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และผู้มีประวัติแพ้ยานี้มาก่อน

๔) ยาฉีดกลุ่มชีวสาร (biologic agents)

ยากลุ่มนี้เป็นยารุ่นใหม่ที่ออกฤทธิ์ทำให้ผื่นผิวหนังอักเสบและอาการปวดข้อของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหาของการใช้ยากลุ่มนี้คือ มีราคาแพงมาก เมื่อใช้ยาแล้วโรคสะเก็ดเงินไม่ได้หายขาด และเมื่อหยุดใช้ยา ผู้ป่วยจะกลับมีอาการผื่นผิวหนังอักเสบขึ้นมาใหม่ได้อีก

อนึ่ง ยากลุ่มนี้ใช้ได้เฉพาะวิธีการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังหรือเข้าเส้นเลือดเท่านั้น

26/08/2015

สมุนไพรจีน ช่วยลดอาการบวมแดงของโรคสะเก็ดเงิน

วันนี้ นำเสนอสมุนไพรขับพิษ ขับร้อน รูปอาจไม่คุ้นเคย
แต่ถ้าได้ยินชื่อ อาจจะพอคุ้นกันบ้าง

แปะฮวยจั่วจี่เฉ่า , bai hua she she cao , 白花蛇舌草,ขับปัสสาวะ ลดอาการบวม

รสขมอมหวาน ยามีฤทธิ์เย็น ออกฤทธิ์ที่เส้นลมปราณกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

สรรพคุณ
ขับพิษ ขับความร้อน แก้ปวด รักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือแผลฟกช้ำดำเขียว ล้างพิษ
บางตำราจีนใช้กับโรคสะเก็ดเงิน หรือเรื้อนกวาง

วิธีการใช้
ต้มรับประทานครั้งละ 15-60 กรัม

ข้อควรระวัง
ผู้ที่สภาพร่างกายอยู่ในภาวะเย็น ควรระมัดระวังในการรับประทาน และสตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน

26/08/2015

แปะฮวยจั่วจิเช่า

แปะฮวยจั่วจิเช่า เป็นไม้เถา มีใบเป็นคู่ มีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอก



ในปากมดลูก ช่วยกระตุ้นสมรรถภาพการกลืนกินเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว และเพิ่มพูนภูมิคุ้มกันในของเหลวในร่างกาย

แปะฮวยจั่วจิเช่ามีสรรพคุณแก้ร้อนใน ถอนพิษไข้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และละลายเสมหะ ใช้บำบัดอาการไส้ติ่งอักเสบ เจ็บและบวมหลอดคอ คางทูม สิว เนื้องอกในทางเดินย่อยอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งในตับอ่อน เนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะและยังใช้บำบัดแผลจากงูพิษกัดได้อีกด้วย และหากใช้ประกอบกับแห่โกวเช่าและชะเอม จะช่วยบำบัดโรคตับอักเสบชนิดเรื้อรังและชนิดติดต่อได้

ชาชงแก้ร้อนในสักชุดไหมคะ
22/08/2015

ชาชงแก้ร้อนในสักชุดไหมคะ

14/08/2015

สรรพคุณ

ชาร้อนๆๆแก้อาการร้อนใน ช่วยให้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้นสักแก้วไหมคะ
14/08/2015

ชาร้อนๆๆแก้อาการร้อนใน ช่วยให้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้นสักแก้วไหมคะ

21/07/2015

สมุนไพรที่นำมาใช้ในครั้งนี้เป็นสมุนไพรจีนผสมกับ

สมุนไพรไทยที่ช่วยบำรุงผิวหนังและต้านการอักเสบ ร่วมกับ

สมุนไพรไทยที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ถูกนำมาพัฒนาเป็นสูตร

ชาเฉพาะที่ปลอดภัยสูง และส่งผลถึงภาวะของโรคสะเก็ด

เงินทำให้ลดอาการคัน อักเสบ และการหลุดลอกของผิวหนัง

ได้อย่างชัดเจน

วิธีทาน
1.นำชาใส่ในแก้ว กดน้ำร้อนใส่แก้วทิ้งไว้ 10-15 นาที
ดื่มได้ขณะน้ำอุ่น หรือ ดื่มเย็นๆๆโดยให้ดื่มแทนน้ำเปล่า
ดื่มต่อเนื่อง
2.ใน 1ซอง สามารถชงได้ 1-3 แก้ว แล้วจึงเปลี่ยนชงชาซอง

ใหม่
3.สามารถกรอกใส่ขวดน้ำไปดื่มตามสถานที่ต่างๆได้ตาม

สะดวก

ข้อควรปฏิบัติในระหว่างดื่มชา
1.งดหรือหลีกเลี่ยงการนำ "เคมี" ทุกประเภทเข้าสู่ร่างกาย
อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน

(เรื้อนกวาง)Psoriasis

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน ห้ามรับประทานอาหารดัง

ต่อไปนี้โดยเด็ดขาด
1. อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง ปู ส่วนปลาต่างๆ สามารถ

รับประทานได้ แต่ห้ามรับประทานปลาที่ไม่มีเกล็ด เช่น ปลา

ดุก ปลาไหล
2. ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว (ถั่วเหลืองรับประทานได้)
3. ของหมักดอง เช่น ผลไม้ดอง ปูดอง ปลาร้า ผักกาดดอง
4. อาหารรสจัดต่างๆ เช่น เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด เค็มจัด (ปูเค็ม

ปลาเค็ม)
5. สัตว์ปีก เช่น เป็ด ห่าน
6. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์
7. อื่นๆ ได้แก่ หน่อไม้ เนื้อวัว ข้าวเหนียว
8. ขนุนสุกๆ คันมากๆ
9. ระวังร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านที่ต้มน้ำซุปด้วย ห้วกุ้ง ปลา

หมึกแห้ง

ที่อยู่

Amphoe Nong Bua Lamphu
310320

เบอร์โทรศัพท์

088-5533442

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การดูแลสุขภาพ โรคสะเก็ดเงินผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท