26/11/2025
ความเจ็บปวดทางใจจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
___________________________________
ในช่วงเวลาที่ข่าวสาร ข้อมูลถาโถมทุกวันอย่างไม่หยุดนิ่ง ภาพและเรื่องราวจากพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ท่วมท้นหน้าฟีด ไม่ว่าจะเป็น "ภาพบ้านเรือนจมน้ำ" "ผู้ประสบภัยสูญเสียทรัพย์สินและคนที่รัก" หรือ "กระแสน้ำที่ซัดถล่มบ้านเรือนชุมชน" ล้วนสามารถทิ้ง "รอยแผลในใจ" ให้กับเราที่ติดตามข่าวสารได้โดยไม่รู้ตัว
การรับรู้ข่าวสารภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ความวิตกกังวล และความทุกข์ใจที่สะสมทีละน้อย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเรามากกว่าที่คิด การเข้าใจว่าเรากำลังได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากข่าวภัยพิบัติ และการดูแลตัวเองอย่างอ่อนโยนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อหัวใจเราซึมซับความเจ็บปวดของผู้อื่น
แม้เราจะไม่ได้ประสบเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่การเห็นภาพความรุนแรง ความสูญเสีย และความทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจทำให้จิตใจของเราเกิดภาระโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดจากภาพจำที่วนเวียนอยู่ในหัว และความรู้สึกสงสารที่ล้นเกินใจจะรับไหว ล้วนเป็นสัญญาณของ "ความเจ็บปวดทางจิตใจจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร"
ความรู้สึกที่เข้ามาในใจ...โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
การติดตามข่าวสารความขัดแย้งหรือภัยพิบัติร้ายแรง เหมือนกับการที่เราเปิดรับ "กระแสแห่งความทุกข์" เข้ามาในหัวใจอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกกังวล หวาดกลัว สงสาร หรือเศร้าใจ อาจค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจโดยที่เราไม่รู้ตัว
บางทีภายนอกเราอาจดูเหมือนปกติ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความสั่นคลอน ภาพความสูญเสีย ความเจ็บปวด หรือการจากลาอาจวนเวียนอยู่ในใจไม่หยุด
รู้จักสัญญาณเตือน...เพื่อดูแลตัวเองอย่างทันท่วงที
______________________________________
อาการเหล่านี้อาจบอกเราว่า จิตใจกำลังต้องการความเอาใจใส่:
หวนคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ จนภาพจำรบกวนชีวิตประจำวัน เหมือนหนึ่งว่าเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
รู้สึกผิดที่ตัวเองปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเรารู้สึกเชื่อมโยงหรือเห็นอกเห็นใจผู้ประสบภัยมาก ความรู้สึกนี้อาจท่วมท้นจนยากจะรับมือ
รู้สึกกระวนกระวาย วิตกกังวล หรือตื่นตัวผิดปกติ เวลาได้ยินหรือเห็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์
นอนไม่หลับ หรือฝันร้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้น
หลีกเลี่ยงการพูดคุย เกี่ยวกับภัยพิบัติ แม้แต่เรื่องการเตรียมรับมือในพื้นที่ของตนเองเมื่อมีความจำเป็น
แยกตัว เงียบเฉย หรือรู้สึกว่าไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของตนเองและคนรอบข้างได้
อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียว หรือหงุดหงิดง่ายโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน
คุณไม่ได้อ่อนแอ...แค่จิตใจกำลังต้องการการดูแล
_____________________________________
การตระหนักว่าจิตใจของเรากำลังอ่อนล้าและต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่ความอ่อนแอเลย แต่เป็นการแสดงความรู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง และการให้ความเมตตากับตัวเอง
หากคุณรู้สึกว่าภาระทางใจหนักหน่วง รบกวนการใช้ชีวิต หรืออารมณ์ความรู้สึกเกินกว่าจะจัดการได้ด้วยตนเอง อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต การขอความช่วยเหลือเป็นก้าวแรกที่กล้าหาญและชาญฉลาดที่สุด
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น ด้วยความอ่อนโยน
_______________________________
หากยังไม่พร้อมพบผู้เชี่ยวชาญ ลองเริ่มดูแลตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้:
จำกัดเวลารับข่าวสาร กำหนดช่วงเวลาชัดเจนในการติดตามข่าว แล้วหยุดพัก เปลี่ยนมาทำกิจกรรมที่ชอบบ้าง ให้จิตใจได้พักผ่อน
ดูแลร่างกายและจิตใจ นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ สม่ำเสมอ เพราะร่างกายที่แข็งแรงช่วยให้จิตใจแข็งแรงตามไปด้วย
ทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย หาเวลาทำสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ทำให้รู้สึกสงบหรือมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือออกไปสัมผัสธรรมชาติ
แบ่งปันความรู้สึก พูดคุยกับคนที่เข้าใจ การระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจได้ช่วยให้จิตใจเบาลงได้มาก
ช่วยเหลือตามกำลัง การบริจาคสิ่งของ หรือติดต่อสอบถามความเป็นอยู่ของคนที่เราห่วงใย ก็ทำได้ แต่ขอให้ทำบนพื้นฐานที่จิตใจของเราพร้อมรับมือด้วย
ขอส่งความห่วงใยและกำลังใจอย่างจริงใจไปถึงทุกคนที่อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจจากข่าวสารหรือเหตุการณ์รอบตัวในช่วงเวลานี้ ขอให้เชื่อมั่นเสมอว่า "หลังพายุผ่านพ้น ท้องฟ้าจะกลับมาสดใสอีกครั้ง"
การใส่ใจดูแลสุขภาพใจของตนเอง และการเปิดใจรับความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น คือสิ่งที่กล้าหาญและฉลาดที่สุด เป็นก้าวสำคัญที่จะพาเราผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง
ขอให้ทุกคนพบกับความสงบ ความเข้มแข็งภายในใจ และอยู่รายล้อมด้วยผู้คนที่อบอุ่น และขอให้ทุกท่านเปี่ยมด้วยพลังใจ เพื่อส่งต่อการดูแลแก่ทุกคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
คุณไม่ได้เดินทางผ่านเรื่องนี้คนเดียว แม้ในวันที่คุณไม่พร้อม ขอให้รู้ว่าเราพร้อมดูแลคุณเสมอครับ