14/04/2026
"พื้นที่จุดชนวน" พฤติกรรมรุมเผาหมู่ จนลามทั่วภาคเหนือ
ปีนี้เราเริ่มเข้าใจชัดขึ้นถึง “พฤติกรรมรุมเผาหมู่” ว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดไฟป่าขนาดใหญ่จนดูเหมือนควบคุมไม่ได้ จะตามมาด้วยการจุดไฟเพิ่มในวงกว้างทันที เป็นพฤติกรรมมนุษย์ที่ไม่ยอมเสียประโยชน์เฉพาะหน้า ใครเห็นไฟแล้วก็รีบ “เก็บเกี่ยว” ก่อนจะสาย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ไฟลุกลามอย่างไร แต่คือ “พื้นที่จุดชนวนอยู่ตรงไหน”
ภาพปีนี้ชี้ไปที่แนว ลำพูน–ลำปาง–แพร่–พะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนขนาดใหญ่ผสมกับป่าอนุรักษ์บางส่วน หลังฝนระลอกแรกแห้งลง ได้เกิดการเผาระลอกแรกช่วง 26–28 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่แรงพอจะกระตุ้นพฤติกรรมรุมเผาหมู่ให้ออกนอกวงไปถึงพื้นที่อื่นอย่างแม่ฮ่องสอน
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังฝนระลอกที่สองแห้งลง เมื่อมีการจุดเผาระลอกใหม่ในวันที่ 22–23 มีนาคม ซึ่งมีขนาดใหญ่และต่อเนื่องมากกว่าเดิม ครั้งนี้กลายเป็น “ชนวนสำเร็จ” ที่จุดติดพฤติกรรมรุมเผาหมู่ไปทั่วภาคเหนือตอนบนภายใน 3 วัน หลังจากนั้นสถานการณ์ก็เปลี่ยนทันที กลายเป็นการจุดไฟใหม่ทุกวัน พร้อมกับความพยายามควบคุมไฟที่แทบไม่ทัน
ตัวเลขสะท้อนภาพนี้ชัดเจน อัตราการเพิ่มของพื้นที่จุดความร้อนพุ่งจากระดับประมาณ 70,000 ไร่ต่อวัน ไปสู่ 100,000+ และ 400,000+ ไร่ต่อวัน ก่อนจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดราว 640,000 ไร่ต่อวัน เมื่อไฟลุกลามเกินควบคุมและยังมีการเติมไฟใหม่อย่างต่อเนื่อง
ผลคือไฟไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาคเหนือ แต่ขยายเป็นปรากฏการณ์ระดับภูมิภาค ลามลงไปถึงภาคตะวันตก เช่นบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ที่เกิดไฟป่ารอบสอง รวมถึงพื้นที่ในภาคอีสาน
สิ่งที่น่าคิดต่อจากนี้คือ พื้นที่แนวนี้มี “เงื่อนไขอะไร” ที่ทำให้กลายเป็นชนวนของพฤติกรรมหมู่ได้ ทั้งในมิติของโครงสร้างป่า การใช้ประโยชน์ที่ดิน แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมสังคม หากเข้าใจจุดนี้ได้จริง การจัดการไฟป่าอาจไม่ต้องไล่ดับปลายเหตุทั้งประเทศ แต่สามารถตัดวงจรได้ตั้งแต่ต้นทางของชนวนเหล่านี้