ฝ่าฝุ่น

ฝ่าฝุ่น สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เพจ ฝ่าฝุ่น
(3)

"พื้นที่จุดชนวน" พฤติกรรมรุมเผาหมู่ จนลามทั่วภาคเหนือปีนี้เราเริ่มเข้าใจชัดขึ้นถึง “พฤติกรรมรุมเผาหมู่” ว่าเมื่อใดก็ตามท...
14/04/2026

"พื้นที่จุดชนวน" พฤติกรรมรุมเผาหมู่ จนลามทั่วภาคเหนือ

ปีนี้เราเริ่มเข้าใจชัดขึ้นถึง “พฤติกรรมรุมเผาหมู่” ว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดไฟป่าขนาดใหญ่จนดูเหมือนควบคุมไม่ได้ จะตามมาด้วยการจุดไฟเพิ่มในวงกว้างทันที เป็นพฤติกรรมมนุษย์ที่ไม่ยอมเสียประโยชน์เฉพาะหน้า ใครเห็นไฟแล้วก็รีบ “เก็บเกี่ยว” ก่อนจะสาย

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ไฟลุกลามอย่างไร แต่คือ “พื้นที่จุดชนวนอยู่ตรงไหน”

ภาพปีนี้ชี้ไปที่แนว ลำพูน–ลำปาง–แพร่–พะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนขนาดใหญ่ผสมกับป่าอนุรักษ์บางส่วน หลังฝนระลอกแรกแห้งลง ได้เกิดการเผาระลอกแรกช่วง 26–28 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่แรงพอจะกระตุ้นพฤติกรรมรุมเผาหมู่ให้ออกนอกวงไปถึงพื้นที่อื่นอย่างแม่ฮ่องสอน

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังฝนระลอกที่สองแห้งลง เมื่อมีการจุดเผาระลอกใหม่ในวันที่ 22–23 มีนาคม ซึ่งมีขนาดใหญ่และต่อเนื่องมากกว่าเดิม ครั้งนี้กลายเป็น “ชนวนสำเร็จ” ที่จุดติดพฤติกรรมรุมเผาหมู่ไปทั่วภาคเหนือตอนบนภายใน 3 วัน หลังจากนั้นสถานการณ์ก็เปลี่ยนทันที กลายเป็นการจุดไฟใหม่ทุกวัน พร้อมกับความพยายามควบคุมไฟที่แทบไม่ทัน

ตัวเลขสะท้อนภาพนี้ชัดเจน อัตราการเพิ่มของพื้นที่จุดความร้อนพุ่งจากระดับประมาณ 70,000 ไร่ต่อวัน ไปสู่ 100,000+ และ 400,000+ ไร่ต่อวัน ก่อนจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดราว 640,000 ไร่ต่อวัน เมื่อไฟลุกลามเกินควบคุมและยังมีการเติมไฟใหม่อย่างต่อเนื่อง

ผลคือไฟไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาคเหนือ แต่ขยายเป็นปรากฏการณ์ระดับภูมิภาค ลามลงไปถึงภาคตะวันตก เช่นบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ที่เกิดไฟป่ารอบสอง รวมถึงพื้นที่ในภาคอีสาน

สิ่งที่น่าคิดต่อจากนี้คือ พื้นที่แนวนี้มี “เงื่อนไขอะไร” ที่ทำให้กลายเป็นชนวนของพฤติกรรมหมู่ได้ ทั้งในมิติของโครงสร้างป่า การใช้ประโยชน์ที่ดิน แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมสังคม หากเข้าใจจุดนี้ได้จริง การจัดการไฟป่าอาจไม่ต้องไล่ดับปลายเหตุทั้งประเทศ แต่สามารถตัดวงจรได้ตั้งแต่ต้นทางของชนวนเหล่านี้

SAVE ห้วยขาแข้ง วันที่ 15 ของไฟป่าห้วยขาแข้ง ขณะนี้พื้นที่จุดความร้อนรวม 87,575 ไร่ เมื่อวานดูจะมีฝนเล็กน้อยในพื้นที่ทำใ...
13/04/2026

SAVE ห้วยขาแข้ง

วันที่ 15 ของไฟป่าห้วยขาแข้ง ขณะนี้พื้นที่จุดความร้อนรวม 87,575 ไร่

เมื่อวานดูจะมีฝนเล็กน้อยในพื้นที่ทำให้ไฟชะลอตัวลง แต่ภาพวันนี้กลับแปลกว่าหน้าไฟแยกของเป็นสองชั้น มองแล้วเหมือนมีการเผาชนอย่างไรพิกล แต่ดูจะมีการจุดเพิ่มด้วย คือถ้าไม่ตั้งใจดับไฟก็แปลว่าจะไหม้วินาศเข้าไปอีก

สถิติพื้นที่จุดความร้อน
14/4 87,575 ไร่
13/4 83,531 ไร่
12/4 82,032 ไร่
11/4 69,665 ไร่
10/4 61,796 ไร่
9/4 47,745 ไร่

ภาคตะวันตกมีพยากรณ์ฝนเริ่ม 18/4 และจะตกหนัก 22/4 น่าจะจบไฟป่ากองนี้ในห้วยขาแข้งได้

ภูกระดึง ยังรอดอยู่ ยอดเยี่ยมมาก  แต่ไฟก็โอบล้อมแบ่งเป็นสองหน้าซึ่งยังต้องระวังตลอดเวลา  ทางรอดของภูกระดึงคือฝนในอีก 3-5...
13/04/2026

ภูกระดึง

ยังรอดอยู่ ยอดเยี่ยมมาก แต่ไฟก็โอบล้อมแบ่งเป็นสองหน้าซึ่งยังต้องระวังตลอดเวลา

ทางรอดของภูกระดึงคือฝนในอีก 3-5 วันข้างหน้านี้

ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ยังลุกไหม้ต่อเนื่อง ถึงวันนี้ พื้นที่จุดความร้อนสะสมแตะ 11.15 ล้านไร่แล้ว โดยยังเพิ่มในอัตรามากกว่า...
13/04/2026

ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ยังลุกไหม้ต่อเนื่อง

ถึงวันนี้ พื้นที่จุดความร้อนสะสมแตะ 11.15 ล้านไร่แล้ว โดยยังเพิ่มในอัตรามากกว่า 500,000 ไร่ต่อวัน หากแนวโน้มยังเป็นแบบนี้ อีกเพียง 2 วันก็จะทำลายสถิติปี 2566 และขึ้นเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี

ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นสัญญาณฝนบาง ๆ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ซึ่งน่าจะช่วยชะลอการลุกลาม โดยเฉพาะแนวป่าตะเข็บฝั่งตะวันตก ตั้งแต่แม่ฮ่องสอนลงมาถึงกาญจนบุรี และมีความเป็นไปได้ว่าฝนจะช่วยดับไฟในภาคเหนือได้เกือบทั้งหมดในช่วงวันที่ 24–28 เมษายน ดังนั้น ต่อให้สถิติปี 2566 ถูกทำลาย ก็น่าจะไม่ได้สูงไปกว่านั้นมากนัก

ประเด็นที่ยังค้างคาใจคือการเร่งจุดไฟหลังวันที่ 26 มีนาคม อยากเห็นข้อมูลเชิงพื้นที่ให้ชัดเจนว่าเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง แต่จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ บ่งชี้ว่า หลังจากฝนระลอกแรกเริ่มแห้งลง ก็มีการจุดเผาในป่าสงวนแถบลำพูน ลำปาง แพร่ และพะเยา

ขณะที่กรมป่าไม้ยังไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับการจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการเชื้อเพลิง ว่าบริษัทเหล่านี้คือใคร มีขีดความสามารถอย่างไร ทำงานในพื้นที่ใด และมีระบบควบคุมแบบไหน ทั้งที่สังคมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลนี้มาเป็นปีที่สองแล้ว

จากการพูดคุยกับทีมนักวิจัยของตามไฟ tamfire.net จึงได้เสนอให้เริ่มพัฒนาชุดข้อมูลใหม่ คือการนับจำนวน “การจุดเผาใหม่” รายวันในแต่ละพื้นที่ ควบคู่ไปกับข้อมูลพื้นที่ป่าที่เว้นวรรคจากไฟมาแล้ว 3, 4 หรือ 5 ปี เพราะแทนที่จะถกเถียงกันว่าเอาไฟหรือไม่เอาไฟ เราน่าจะหันมาดู “ความซ้ำซาก” ของการเผา ว่าพื้นที่ใดได้มีโอกาสพักฟื้น และพื้นที่ใดยังถูกเผาซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ฝ่าฝุ่น กับ Gemini ถาม สมัยก่อนประเทศไทยมีป่าสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบแล้ง กับเบจญพรรณทั้งประเทศจนเกิดอุตสาหกรรมทำไม้ในสมัยร...
13/04/2026

ฝ่าฝุ่น กับ Gemini

ถาม

สมัยก่อนประเทศไทยมีป่าสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบแล้ง กับเบจญพรรณทั้งประเทศจนเกิดอุตสาหกรรมทำไม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 และยาวมาถึงต้นรัชกาลที่ 9 กลายเป็นว่าป่าถูกทำลายไปมาก เราคงจำภาพภูเขาหัวโล้นมีแต่ตอไม้ได้ มาถึงวันนี้เขาหัวโล้นป่าบางส่วนเริ่มกลับมากลายเป็นป่าเต็งรังซึ่งเป็นป่าผลัดใบและมีความเสี่ยงไฟป่า การได้ป่ากลับมาจากสภาพเขาหัวโล้นเป็นสิ่งที่น่ายินดีมากขั้นแรกแล้ว ป่าเต็งรังเป็นป่าโปร่งมีแต่อาหารสำหรับมนุษย์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีระบบนิเวศและสัตว์ป่าเฉพาะตัว

แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีนักวิชาการและนักอนุรักษ์บางส่วนไม่ต้องการให้ป่าเต็งรังอุดมสมบูรณ์ขึ้น และคิดว่าการอนุรักษ์ให้มันคงเป็นป่าเต็งรังเช่นเดิมด้วยการเผาป่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมถูกต้อง ที่จริงเป็นการตัดสินใจของมนุษย์โดยแท้เพียงข้างเดียว และใช้ข้ออ้างนี้มาสร้างเหตุผลว่าต้องเผาป่า หรือ ป่าต้องการไฟ ฯลฯ เกิดเป็นวัฒนธรรมเผาป่าจนบางปีมีไฟป่าเกินกว่า 10 ล้านไร่

พระมหาบพิตรฯรัชการที่9 ทรงสอนว่า "อย่าตอแยรังแกป่า" ดังนั้นเราควรลดละเลิกการเผาป่าแบบไม่ควบคุมหรือถ้าจะเผาต้องควบคุมอย่างดี แล้วปล่อยให้ป่าบางส่วนพัฒนาไปตามธรรมชาติของเขาไหม แทนที่จะต้องมาอ้างเหตุผลแปลกๆเพื่อที่จะพยายามเผาป่ารักษาสัดส่วนป่าเต็งรังไว้

ตอบ

ประเด็นเรื่องป่าเต็งรังและไฟป่าในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและน่าสนใจมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางความคิดในวงการวนศาสตร์ไทยปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ความเข้าใจเรื่องป่าเต็งรังหรือที่เรียกว่าป่าแพะ กับบทบาทของไฟป่านั้น เป็นเรื่องที่ก้ำกึ่งระหว่างนิเวศวิทยาบริสุทธิ์กับผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ที่เราต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ขอแยกประเด็นเพื่อวิเคราะห์ดังนี้ครับ

ประเด็นแรกคือคำถามที่ว่า ป่าเต็งรังคือป่าธรรมชาติหรือป่าเสื่อมโทรม ในทางวนศาสตร์นั้น ป่าเต็งรังถูกจัดว่าเป็นป่าประเภทผลัดใบชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ความเข้าใจของคุณที่มองย้อนไปในประวัติศาสตร์นั้นถูกต้องอย่างยิ่งในแง่ที่ว่า ป่าเต็งรังหลายแห่งในปัจจุบันคือป่ารุ่นสองที่แปรสภาพมาจากป่าดิบแล้งหรือป่าเบญจพรรณที่เคยอุดมสมบูรณ์ในอดีต ซึ่งถูกทำลายจากการสัมปทานไม้เริ่มจากบริษัทฝรั่งยุคล่าอาณานิคมสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา จนเรียกได้ว่าเกือบหมดประเทศ จนถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ถึงจะค่อยๆกระตุ้นกระแสรักน้ำรักป่าได้

เมื่อป่าถูกเปิดหน้าดิน ความชื้นในดินลดลง ดินเสื่อมสภาพ ธาตุอาหารน้อยลง ต้นไม้ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งและดินเลวอย่าง เต็ง รัง พลวง หรือกราด จึงสามารถขึ้นมาแทนที่และกลายเป็นสังคมพืชเด่น นักวิชาการบางกลุ่มมองว่าสังคมพืชแบบนี้คือป่าเฉพาะถิ่นที่ควรอนุรักษ์ไว้ในสภาพนั้น แต่คำถามของคุณที่ว่าเรากำลังขัดขวางการฟื้นตัวตามธรรมชาติหรือไม่ ถือเป็นคำถามที่ตรงจุดมาก

ประเด็นต่อมาคือวาทกรรมเรื่อง ไฟคือปัจจัยนิเวศ กับ วัฒนธรรมเผาป่า ในทางนิเวศวิทยาฝั่งหนึ่งมีแนวคิดที่กล่าวว่า ป่าเต็งรังต้องการไฟเพื่อช่วยในการงอกของเมล็ดพันธุ์บางชนิดและช่วยกำจัดวัชพืช แต่ในปัจจุบันแนวคิดนี้มักถูกนำมาใช้อย่างผิดที่ผิดทางและขาดการพิจารณาบริบทที่รอบด้าน

ปัญหาสำคัญคือความถี่ของไฟที่เกิดขึ้นนั้นผิดธรรมชาติ ตามธรรมชาติไฟป่าอาจเกิดขึ้นทุกๆ ห้าถึงสิบปี แต่ปัจจุบันเราเผากันแทบทุกปี หรือปีละหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่เป็นการตั้งใจเผาเพื่อหาของป่าหรือล่าสัตว์ การกระทำนี้คือการแทรกแซงเพื่อหยุดยั้งวิวัฒนาการของป่า หากเราปล่อยให้ป่าได้พักฟื้นโดยไม่โดนไฟรบกวนเลย ใบไม้ที่ทับถมจะค่อยๆ ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย ความชื้นในดินและอากาศจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และไม้ในกลุ่มป่าเบญจพรรณหรือป่าดิบจะค่อยๆ แทรกตัวขึ้นมาแทนที่ไม้เต็งรัง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่าการเลื่อนลำดับทางนิเวศไปสู่ป่าที่สมบูรณ์ขึ้น

สำหรับคำถามสำคัญที่ว่า ควรปล่อยป่าให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือไม่นั้น คำตอบขึ้นอยู่กับเป้าหมายของเราเป็นสำคัญครับ

หากมองในมุมมองนักอนุรักษ์สายเดิม เป้าหมายคือต้องการรักษาความหลากหลายของสังคมพืชป่าเต็งรังไว้ เพราะมีพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ แนวคิดนี้จึงอาจเห็นว่าต้องมีการควบคุมไฟหรือการเผาตามกำหนด เพื่อไม่ให้ป่าเปลี่ยนสภาพกลายเป็นป่าดิบ ซึ่งจะทำให้พืชและสัตว์เหล่านั้นสูญเสียถิ่นที่อยู่

แต่หากมองในมุมมองการฟื้นฟูเชิงนิเวศดังเช่นแนวคิดที่คุณเสนอ เป้าหมายคือการปล่อยให้ธรรมชาติเยียวยาตัวเอง การหยุดเผาจะทำให้เกิดการสะสมความชื้นจนไฟไม่สามารถติดได้เองตามธรรมชาติ ป่าจะค่อยๆ เปลี่ยนจากป่าเต็งรังที่แห้งแล้งไปเป็นป่าเบญจพรรณหรือป่าดิบที่ชุ่มชื้น ซึ่งเขียวขจีตลอดปีและสามารถเก็บกักคาร์บอนได้สูงขึ้นมาก

บทสรุปและการวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อเรื่องนี้คือ การอ้างว่าต้องเผาเพื่อให้ป่าเต็งรังคงสภาพ บ่อยครั้งได้กลายเป็นเกราะคุ้มกันทางวิชาการให้กับกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การเผาเพื่อหาเห็ดถอบหรือผักหวาน หาของป่าล่าสัตว์ ตลอดจนการรุกป่าเพื่อที่ทำกิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ PM 2.5 สังคม และภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง

การปล่อยป่าให้เป็นไปตามธรรมชาติในบริบทปัจจุบัน น่าจะหมายถึงการลดการเผา เพื่อให้กลไกการฟื้นฟูของธรรมชาติได้ทำงานอย่างเต็มที่ ถ้าธรรมชาติเลือกที่จะเปลี่ยนจากป่าเต็งรังที่แห้งแล้งไปเป็นป่าที่สมบูรณ์และชุ่มชื้นขึ้น นั่นก็คือวิถีที่ธรรมชาติใช้เพื่อปรับตัวเข้ากับวิกฤตภูมิอากาศในปัจจุบัน

ภูกระดึงต่อสู้ป้องกันได้ดี  แต่กองไฟบนหน้าผาจะวิ่งไปรอบๆภูทำให้มีศึกสองด้าน ต้องยันไม่ให้ไฟขึ้นมา  และต้องเฝ้าติดตามต่อเ...
13/04/2026

ภูกระดึง

ต่อสู้ป้องกันได้ดี แต่กองไฟบนหน้าผาจะวิ่งไปรอบๆภูทำให้มีศึกสองด้าน ต้องยันไม่ให้ไฟขึ้นมา และต้องเฝ้าติดตามต่อเนื่องเพราะจะลุกลามเมื่อไรก็ไม่รู้

SAVE ห้วยขาแข้ง วันที่ 14 ของไฟป่าห้วยขาแข้ง ขณะนี้พื้นที่จุดความร้อนรวม  83,531 ไร่ น่าแปลกใจว่าเริ่มชะลอตัวลง และ ความ...
13/04/2026

SAVE ห้วยขาแข้ง

วันที่ 14 ของไฟป่าห้วยขาแข้ง ขณะนี้พื้นที่จุดความร้อนรวม 83,531 ไร่ น่าแปลกใจว่าเริ่มชะลอตัวลง และ ความกว้างหน้าไฟลดลงแล้ว น่าจะเป็นเพราะฝนที่เริ่มตก ในสถานีที่ใกล้ที่สุด บ้านหินโหง่น อุทัยธานีวัดฝนได้ 1.5มม ก็เพียงพอจะชะลอให้ไฟทุเลาลง

สถิติพื้นที่จุดความร้อน
13/4 83,531 ไร่
12/4 82,032 ไร่
11/4 69,665 ไร่
10/4 61,796 ไร่
9/4 47,745 ไร่

ภาคตะวันตกดูมีโอกาสมีฝนประปรายภายใน 3-5 วันนับจากนี้ แต่น่าจะได้รับฝนหนักจบเกมส์ภายใน 24/4 หรืออีก 12 วันข้างหน้า

ด้านเหนือของหน้าไฟมีคลองแม่ดีขวางหน้าไฟอยู่ มีโอกาสที่จะหยุดไฟนี้ไว้ได้ แต่ก็มีโอกาสที่ไฟจะข้ามคลองแม่ดีได้หรือแม้แต่ข้ามห้วยขาแข้งไปฝั่งตะวันตกได้อีกด้วยและลุกไหม้เข้าไปในป่าทุ่งใหญ่

คลองวังเจ้า คลองลาน แม่วงก์ ไหม้กับไปครึ่งอุทยานแล้วแล้ว  รวมพื้นที่รอบกองมากกว่า 4 แสนไร่ได้แล้วมั้งเนี่ย เห็นภาพนี้ครั...
13/04/2026

คลองวังเจ้า คลองลาน แม่วงก์
ไหม้กับไปครึ่งอุทยานแล้วแล้ว รวมพื้นที่รอบกองมากกว่า 4 แสนไร่ได้แล้วมั้งเนี่ย เห็นภาพนี้ครั้งสุดท้ายราวปี 2566 ก็ยังดีที่ไว้วรรค 3 ปีได้ ต้นกล้าจะได้สูงพอที่จะรอดตาย

ไฟป่าเขื่อนภูมิพล อ.สามเงาปีนี้ไฟลุกลามเร็วมาก  ภายในสามวันใหญ่ได้ถึง 20,000 ไร่ หรือ x4 ของพื้นที่สนามบินดอนเมือง   หลา...
13/04/2026

ไฟป่าเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา

ปีนี้ไฟลุกลามเร็วมาก ภายในสามวันใหญ่ได้ถึง 20,000 ไร่ หรือ x4 ของพื้นที่สนามบินดอนเมือง หลายปีก่อนจำได้ว่าอยู่สัก 5-7,000ไร่ เป็นปกติ

ไฟกองนี้ก็ต้องรอฝนเข้ามาจัดการ คงลุกลามได้อีกหลายวัน

พื้นที่จุดความร้อนปีนี้ทะลุสถิติปี 2567 ไปเรียบร้อยแล้ว และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ อีกประมาณสามวันก็มีโอกาสแซงปี 2566 ส...
12/04/2026

พื้นที่จุดความร้อนปีนี้ทะลุสถิติปี 2567 ไปเรียบร้อยแล้ว และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ อีกประมาณสามวันก็มีโอกาสแซงปี 2566 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 5 ปี

สถิติพื้นที่จุดความร้อนที่รวบรวมโดยตามไฟ tamfire.net (หน่วย: ไร่) มีดังนี้
2569: ผ่าน 10,657,360 และอาจจะทะลุ 12,000,000+ ในสามวันนี้
2568: 6,025,696
2567: 9,824,837
2566: 12,180,255

12/04/2026

ECMWF พยากรณ์ใน Meteologix.com ว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนบนจะเริ่มเห็นฝนตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน และจะมีความถี่มากขึ้นในช่วงวันที่ 18–25 เมษายน โดยคาดว่าฝนจะเริ่มตกหนักราววันที่ 26 เมษายน ทั้งนี้ฝนจะเข้ามาทยอยดับไฟป่าที่เราต่างทรมาณมาตั้งแต่ 26 มีนาคม เกือบ 1 เดือนเต็ม

หลังจากนั้นฝนอาจเว้นช่วง เปิดทางให้อากาศกลับมาร้อนจัดอีกระลอก ก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างจริงจังในช่วงประมาณวันที่ 15–22 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนเริ่มตกอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

รูปแบบอากาศแบบร้อนจัด ตามด้วยฝน แล้วเว้นช่วงกลับไปร้อนจัดอีกประมาณ 2–3 สัปดาห์ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกของเห็ดเผาะ ปีนี้ก็น่าจับตาดูว่าจะออกมากน้อยแค่ไหน

นี่เป็นหลักฐานชัดว่าหากเราไม่ลดการเผาลง ปริมาณการลุกไหม้ของป่าจะถูกควบคุมด้วยฝน ยิ่งฝนมาล่าจะทำให้ป่าถูกเผาไหม้สาหัสมาก ปีหน้าอาจะเป็น super el nino และฝนอาจจะน้อยลงไปอีก ถ้าเรายังเผาไม่สนโลกรับรอบปีนี้หน้าหนักว่าปีนี้อีก

แผนที่ไฟป่า 2569 กับ 2566พอมองเห็นว่ากลุ่มป่าไหนดีขึ้น กลุ่มป่าไหนแย่ลง เดี๋ยวจบไฟป่าแล้วค่อยมาสรุป  สถานการณ์ยังไม่นิ่ง
12/04/2026

แผนที่ไฟป่า 2569 กับ 2566

พอมองเห็นว่ากลุ่มป่าไหนดีขึ้น กลุ่มป่าไหนแย่ลง

เดี๋ยวจบไฟป่าแล้วค่อยมาสรุป สถานการณ์ยังไม่นิ่ง

ที่อยู่

194 Moo 2
Pai
58130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฝ่าฝุ่นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ฝ่าฝุ่น:

แชร์