ดีไทด์ Dtide เพื่อฟื้นบำรุงไต โดย กชพร โทร.099-568-8501

ดีไทด์ Dtide เพื่อฟื้นบำรุงไต โดย กชพร โทร.099-568-8501 ดีไทด์ d-tide เพื่อฟื้นคืนค่าไต โรคไต ไตเสื่อม ไตวาย ไตเรื้อรัง กรวยไตอักเสบ นิ่วในไต

"ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด"

​ภัยเงียบ..ใกล้ตัวที่"ไม่"ควรมองข้าม
ก่อนจะเป็นโรคใดๆ ก็ตาม เรามักจะมีอาการอะไรบางอย่างที่แสดงให้เรารู้ ถึงความผิดปกติของร่างกาย เช่น ปัสสาวะบ่อย มีแต่เรานี่แหละที่จะมองว่าเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ เดี๋ยวก็หาย จนทำให้เราละเลยที่จะใส่ใจ สุขภาพของตัวเอง กว่าจะรู้ก็อาจจะ..สายเกินไป "ปัสสาวะบ่อย" อาจจะเป็นอาการที่ใครหลาย ๆ คนที่เป็นอยู่ แต่ก็ได้แต่สงสัย และไม่ได้เข้ารับการตร

วจจริงๆ แล้วคณุอาจจะเสี่ยงเป็นโรคที่อันตรายมากดังต่อไปนี้

"ปัสสาวะบ่อย ขัด ไม่สุด"
​​
เป็นสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปัสสาวะ โรคต่อมลูกหมากโต โรคติดเชื้อในโรคเบาหวาโรคไตเสื่อม เป็นต้น หากคุณมีอาการ ฉี่บ่อย ปวดกะปริดกะปรอย กลั้นไม่อยู่ ฉี่ไม่สุด ควรเช็คอาการก่อนสายเกินแก้ โดยปกติคนเราจะปัสสาวะตอนกลางวันประมาณ 3-5 ครั้ง ตอนเย็นถึงก่อนนอนอีกประมาณ 1-2 ครั้ง และสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรงจ ะนอนได้นาน 8 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ทั้งนี้เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะจะเก็บน้ำปัสสาวะมากขึ้น และไตจะกลั่นน้ำปัสสาวะน้อยลงในขณะนอนหลับ ​หากใครปัสสาวะบ่อยครั้งกว่านี้ โดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ แสดงว่าร่างกายของ​ คุณกำลังมีปัญหา

"ปัสสาวะบ่อย..สาหตุของโรค"

​ปัสสาวะบ่อยหลายครั้งโดยเฉพาะตอนกลางคืนสาเหตุ เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ภาวะไตอ่อนแอไม่ใช่ โรคไต หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้ความสามารถในการขับน้ำและของเสียออกจากร่างกายของไตด้อยลงและเกิดผลกระทบต่อสภาพของอีเล็กโทรไลต์ และความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย ร่วมทั้งเกิดภาวะพร่อง ทำให้ความสามารถในการขับน้ำและของเสียออกจากฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไต
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกายรวมทั้งอาการปัสสาวะบ่อยด้วย หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนาเป็นโรคต่างๆ รวมทั้งอาจเป็นโรคไตอักเสบหรือโรคไตวายในที่สุด

ปัสสาวะบ่อย อย่ามองข้าม
​ คุณอาจเป็นโรคร้ายโดยไม่รู้ตัว😢😢

ฟื้นฟูดูแลด้วย..ดีไทด์

คู่หูดูแลตับและไต กรีนแอล+ดีไทด์

📣📣11 อาการโรคไตที่ควรสังเกต1. ความผิดปกติของปัสสาวะอาการโรคไตที่อาจสังเกตได้ในระยะแรก ๆ คือความผิดปกติของปัสสาวะ โดยผู้ป...
11/08/2024

📣📣11 อาการโรคไตที่ควรสังเกต

1. ความผิดปกติของปัสสาวะ
อาการโรคไตที่อาจสังเกตได้ในระยะแรก ๆ คือความผิดปกติของปัสสาวะ โดยผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการต่างกัน เช่น ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เนื่องจากการกรองของเสียในไตทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงอาจกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยหรือเพิ่มขึ้นได้
ปัสสาวะเป็นฟอง ซึ่งเกิดจากการที่ไตไม่สามารถกรองโปรตีนอัลบูมิน (Albumin) ทำให้โปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะ กลายเป็นฟองสีขาว
ปัสสาวะมีเลือดปน เกิดจากการที่ไตกรองของเสียได้ไม่ดี ทำให้มีเซลล์เม็ดเลือดปนออกมาในปัสสาวะ
ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ รู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ

2. อาการบวมตามร่างกาย
อาการบวมน้ำเป็นอาการโรคไตที่ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นได้ เพราะโรคไตอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการกรองโซเดียมหรือเกลือในร่างกาย ทำให้เกิดการสะสมและบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มือ ขา ข้อเท้า และเท้า

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไตอาจมีตาบวม โดยเฉพาะในตอนเช้า ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการกรองของเสียในไต ทำให้มีโปรตีนรั่วเข้าไปในปัสสาวะมากขึ้น และทำให้โปรตีนในเลือดลดลง การขาดโปรตีนอาจทำให้หลอดเลือดขยายใหญ่ขึ้น และเกิดอาการบวมที่รอบดวงตา

3. อ่อนเพลีย
อาการโรคไตที่อาจเกิดขึ้นได้คืออ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และไม่มีแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไตทำงานลดลงอย่างรุนแรง ทำให้เกิดสารพิษและของเสียสะสมในเลือด นำไปสู่อาการเหนื่อยล้า และส่งผลให้ผู้ป่วยไม่มีสามาธิจดจ่อกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ อาการอ่อนเพลียของผู้ป่วยโรคไตอาจเกิดจากการนอนไม่หลับ หรือโลหิตจางได้

4. ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงจะทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง เลือดที่จะไหลเวียนไปยังไตจึงมีปริมาณน้อยลง ทำให้ไตไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารในเลือดที่เพียงพอต่อการทำงานของไต และทำให้ความสามารถในการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกทางปัสสาวะน้อยลง การสะสมของน้ำในร่างกายจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หากไตได้รับความเสียหายมาก จะยิ่งไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายได้

5. โลหิตจาง (Anemia)
โดยปกติแล้ว ไตจะสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า อีริโทรโพอิติน (Erythropoietin: EPO) ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น หากไตทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การสร้างฮอร์โมนอีริโทรโพอิตินจะลดลง จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยลง และภาวะโลหิตจางตามมา

ภาวะโลหิตจางจึงเป็นอาการโรคไตที่ควรสังเกต หากมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว เวียนหัว ปวดหัว ผิวซีด หายใจลำบาก และเจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

6. ปัญหาการนอนหลับ
อาการโรคไตอาจมาในรูปแบบของปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เนื่องจากไตกรองของเสียและสารพิษได้ไม่ดี ทำให้นอนหลับยากและนอนไม่หลับ นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไตมักมีโรคอื่นที่ส่งผลให้นอนหลับไม่เพียงพอ เช่น โรคอ้วน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome)

7. ความผิดปกติของผิว
อาการโรคไตอาจมีผลต่อผิว เพราะไตทำหน้าที่รักษาปริมาณแร่ธาตุในเลือดให้เหมาะสม หากไตเกิดความเสียหาย จะไม่สามารถกรองของเสียและแร่ธาตุฟอสฟอรัสออกไปได้เท่าที่ควร เมื่อมีฟอสฟอรัสสะสมอยู่มาก จะทำให้มีอาการคันที่อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและการนอนหลับ

เมื่ออาการโรคไตรุนแรงขึ้น อาจทำให้ผิวซีดลง เข้มขึ้น หรือสีผิวเปลี่ยนไป ผิวหนังบางบริเวณเกิดผื่นหรือตุ่มนูน ผิวหนาขึ้นเป็นปื้นหยาบ และรอยเส้นลึกที่ผิวหนังได้

8. การเปลี่ยนแปลงของเล็บ
หน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของไตคือช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก อาการโรคไตจึงอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่เล็บ เช่น เกิดแถบสีขาวที่เล็บ โดยอาจกินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของเล็บ (Half-and-half Nails) หรือมีลักษณะเป็นเส้นสีขาวที่เล็บ (Muehrcke's Nails) ซึ่งอาจเกิดจากการมีโปรตีนอัลบูมินในเลือดต่ำ

9. ความอยากอาหารและการรับรสเปลี่ยนไป
อาการโรคไตอาจส่งผลให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียน เนื่องจากมีของเสียและสารพิษสะสมในร่างกาย รวมทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายบางคนสูญเสียการรับรส มีอาการขมปากหรือรับรสหรือมีกลิ่นโลหะในปาก เนื่องจากการสะสมของของเสีย เช่น ยูเรีย ในร่างกายจะส่งผลต่อการทำงานของต่อมรับรสชาติ

10. อาการปวดและหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
การทำงานผิดปกติของไตจะส่งผลต่อระดับแร่ธาตุในร่างกาย เช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัสต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้เป็นตะคริว ซึ่งเป็นการหดเกร็งของกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รู้สึกเจ็บเหมือนเข็มทิ่มที่แขนและขา รวมถึงอาจทำให้ปวดขาและปวดหลังส่วนล่างใต้ซี่โครง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตรงกับไต

11. เจ็บหน้าอก และหายใจลำบาก
เจ็บหน้าอก และหายใจลำบากเป็นอาการโรคไตที่มักพบในผู้ป่วยระยะท้าย ๆ โดยเกิดจากการมีน้ำปริมาณมากสะสมในปอดและรอบ ๆ เยื่อหุ้มหัวใจ

อาการโรคไตของผู้ป่วยแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนที่เป็นโรคไตระยะแรกอาจไม่มีอาการใด ๆ ข้างต้นเลยจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรงของโรค นั่นคือหลังจากไตเกิดความเสียหายอย่างหนักไปแล้ว ดังนั้น หากสังเกตว่าตัวเองมีอาการโรคไต ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาแต่เนิ่น ๆ หากได้รับการรักษาเร็ว อาจช่วยชะลอความเสียหายและความรุนแรงของโรคไตได้

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ คนในครอบครัวมีประวัติโรคไต และผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตมากกว่าคนทั่วไป ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากพบความผิดปกติของไต จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตามเมื่อสังเกตว่าตัวเรามีอาการไตเสื่อมแล้ว แนะนำใช้เสริมอาหารดีไทด์ เพื่อไตที่แข็งแรง เพื่อฟื้นคืนค่าไตให้ไวก่อนที่เซลล์ไตจะเสื่อมมากกว่านี้
ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

👩‍⚕️👩‍⚕️สัญญาณเสี่ยง นิ่งถุงน้ำดีอาจไม่ใช่แค่ปวดท้อง1. ท้องอืด2. แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หลังทานอาหารไขมันสูง เป็นๆ หายๆ เ...
11/08/2024

👩‍⚕️👩‍⚕️สัญญาณเสี่ยง นิ่งถุงน้ำดี

อาจไม่ใช่แค่ปวดท้อง

1. ท้องอืด
2. แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หลังทานอาหารไขมันสูง เป็นๆ หายๆ เรื้อรัง
3. ปวดไต้ลิ้นปี่ ขายโครงด้านขวา
4. คลื่นไส้อาเจียน มีไข้หนาวสั่น
5. ดีซ่านตาเหลือง ตัวเหลือง

ปรึกษา สอบถาม โทร. 099-5688-501

👩‍⚕️👩‍⚕️ชวนสังเกตอาการโรคไตเริ่มแรก พร้อมแนวทางการป้องกันโรคไต เป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อไตเกิดความเสียหายจนกระบวนการทำงานผ...
09/08/2024

👩‍⚕️👩‍⚕️ชวนสังเกตอาการโรคไตเริ่มแรก พร้อมแนวทางการป้องกัน

โรคไต เป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อไตเกิดความเสียหายจนกระบวนการทำงานผิดปกติไป โดยอาการโรคไตเริ่มแรกจะสังเกตได้ค่อนข้างยากและมักมีลักษณะอาการแสดงที่ค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับชนิดและสาเหตุของโรค อย่างไรก็ตาม หากเราทราบแนวทางการสังเกตอาการโรคไตเริ่มแรก ก็อาจนำใช้ไปสังเกตตนเองและคนใกล้ตัวได้ และอาจช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ไตเป็นอวัยวะที่มี 2 ชิ้น อยู่บริเวณเหนือเอวทั้งสองข้าง มีขนาดประมาณข้างละ 1 กำมือ มีหน้าที่หลัก ๆ คือ ช่วยกรองของเสียและของเหลวส่วนเกินจากร่างกายผ่านการขับปัสสาวะ เนื่องจากไตของผู้ป่วยโรคไตทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจึงมักมีของเสียสะสมอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิตได้

📌รู้จักกับอาการโรคไตเริ่มแรก
โรคไตจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเฉียบพลัน และชนิดเรื้อรัง โดยอาการโรคไตเริ่มแรกก็มักจะแตกต่างกันในแต่ละชนิด ดังนี้

🔸️โรคไตชนิดเฉียบพลัน (Acute Kidney Disease)
โรคไตชนิดนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเลือดในร่างกายไปหล่อเลี้ยงไม่พออย่างฉับพลัน โดยสาเหตุที่มักพบ เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียเลือดในปริมาณมาก การเกิดภาวะช็อก (Shock) หรือป่วยเป็นในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเอง (Autoimmune diseases) อย่างโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus)

โดยอาการที่อาจพบได้ เช่น

• ปัสสาวะน้อยลง
• เกิดอาการบวมบริเวณขา ข้อเท้า และเท้า
• อ่อนเพลีย
• หายใจไม่อิ่ม
• สับสน
• เจ็บหน้าอก
• หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

🔸️โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตชนิดนี้จะพบว่า ประสิทธิภาพการทำงานของไตค่อย ๆ ลดลง โดยสาเหตุหลักที่มักพบได้บ่อย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กรวยไตอักเสบ การติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเอง และการใช้ยาบางชนิดเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะยาในกลุ่มเอ็นเสด

สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มนี้ อาการโรคไตเริ่มแรกจะมักสังเกตได้ยาก หรือมักไม่พบเลยจนโรคเริ่มมีความรุนแรง โดยเมื่อเริ่มเกิดอาการ อาการที่อาจพบได้ เช่น

• ปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน
• บริเวณเท้าและข้อเท้าเกิดอาการบวมและเมื่อกดจะมีลักษณะบุ๋มลงไป
• ผิวแห้ง คันผิว
• คลื่นไส้ อาเจียน
• ในกรณีผู้หญิงอาจพบภาวะขาดประจำเดือน
• ในกรณีผู้ชายอาจพบว่าความต้องการทางเพศลดลง

สนับสนุนโดย D-TIDE ดีไทด์ เพื่อไตที่แข็งแรง
ปรึกษาสอบถาม โทร.099-5688-501 พี่ป้อมค่ะ

👩‍⚕️👩‍⚕️ฟื้นฟูสุขภาพไตด้วยอาหารเสริมดีไทด์: ดูแลไตของคุณในทุกๆ วันการฟื้นฟูโรคไตเป็นเรื่องที่สำคัญ และอาหารเสริมดีไทด์เป...
06/08/2024

👩‍⚕️👩‍⚕️ฟื้นฟูสุขภาพไตด้วยอาหารเสริมดีไทด์: ดูแลไตของคุณในทุกๆ วัน

การฟื้นฟูโรคไตเป็นเรื่องที่สำคัญ และอาหารเสริมดีไทด์เป็นตัวเลือกหนึ่งที่อาจช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพไตได้

สุขภาพไตที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อการมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่การเผชิญกับปัจจัยต่างๆ ในชีวิตประจำวันอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้น การเลือกอาหารเสริมที่เหมาะสมเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูและดูแลสุขภาพไตได้

# # # ทำไมดีไทด์ถึงเหมาะสมในการฟื้นฟูโรคไต?

1. **ส่วนผสมจากธรรมชาติ**: ดีไทด์ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของไต
2. **การดูแลที่ครอบคลุม**: ดีไทด์มีสารอาหารและสารสกัดที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และส่งเสริมการล้างพิษจากร่างกาย
3. **วิจัยและพัฒนา**: ดีไทด์ได้รับการพัฒนาและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านการแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุด

# # # ประโยชน์ของการทานดีไทด์

- **ช่วยขจัดสารพิษ**: ส่วนผสมในดีไทด์ช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย ทำให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- **ส่งเสริมการทำงานของไต**: การดูแลไตอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคไตและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- **เพิ่มพลังงานและความสดชื่น**: การทานดีไทด์อย่างต่อเนื่องช่วยเสริมสร้างพลังงานและความสดชื่นให้กับร่างกาย

# # # วิธีการทานดีไทด์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ควรทานดีไทด์ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ควรทานควบคู่กับอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวัน

การดูแลสุขภาพไตไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณเลือกดีไทด์เป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูและดูแลไตอย่างเหมาะสม ก็สามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและสุขภาพดีได้ในทุกๆ วัน

ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

👩‍⚕️👩‍⚕️อาการโรคไต ระยะสุดท้ายสาเหตุของภาวะไตวายขณะที่ไตวายเฉียบพลันเกิดจากการอุดตันของทางเดินปัสสาวะแบบปุบปับ หรือภาวะค...
31/07/2024

👩‍⚕️👩‍⚕️อาการโรคไต ระยะสุดท้าย

สาเหตุของภาวะไตวาย
ขณะที่ไตวายเฉียบพลันเกิดจากการอุดตันของทางเดินปัสสาวะแบบปุบปับ หรือภาวะความดันโลหิตลดต่ำมากอย่างกะหันหัน ภาวะไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่เกิดจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (แม้จะคุมได้ดี) กัดจากนั้นก็งจะเป็นโรคไตเอง เช่น หน่วยไตอักเสบเรื้อรัง, การมีถุงน้ำที่ไต, โรคไตจากภูมิคัมกันผิดปกติ, โรคไตจากพันธกรรม, โรคไตจากยากยาหรือสารพิษ, โรคหลอดเลือดไตอดตัน เป็นต้น ที่เหลืออาจเกิดจากโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ่า ๆ, ภาวะต่อหมวกหมากไตนาน ๆ จนอุดกันทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง, โรคเลือดที่มีภาวะเม็ดเลือดแตกบ่อย ๆ

อาการและอาการแสดงของภาวะไตวายระยะสุดท้าย

✅️อาการหลักคือ
**คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
**ปัสสาวะออกน้อยลง ตัวบวม เห็นขัดที่หน้าแย้ง หลังเท้า หนังตา และส่วนของลำตัวที่อยู่ด้านล่าง เช่น นอนตะแดงขวา
นาน ๆ ลำตัวและแขนด้านขวาจะบวม ถ้านอนหงายนาน ๆ หลังก็จะบวม
**เหนื่อย อ่อนเพลีย หายใจหอบลึก ไอเวลานอนราย เพราะน้ำท่วมปอด ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ต้องลุกมานั่งหอบกลางดึกหลายครั้ง
**คันตามผิวหนังโดยไม่มีผื่น
**กล้ามเนื้อกระตุกหรือเป็นตะคริว

✅️อาการแสดงคือ
**ความดันโลหิตสูงขึ้น
**ค่าครีเอตินีนในเลือดสูงขึ้น คำนวณ EGFR ได้ < 15 ml/min/1.73m2
**เลือดมีความเป็นกรดผิดปกติ และอาจมีโพแทสเซียมในเลือดสูง ฟอสฟอรัสในเลือดสูง แคลเซียมในเลือดต่ำ
**โลหิตจาง

ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

**สิ้นเดือนนี้! เตรียมรับพลังใหม่กับ D-TIDE! 🌟**  เติมเต็มร่างกายด้วยสารสกัดธรรมชาติจากน้ำมันปลา กระเทียม โกจิเบอร์รี่ แ...
30/07/2024

**สิ้นเดือนนี้! เตรียมรับพลังใหม่กับ D-TIDE! 🌟**

เติมเต็มร่างกายด้วยสารสกัดธรรมชาติจากน้ำมันปลา กระเทียม โกจิเบอร์รี่ และอีกมากมาย! 🌿✨
ฟื้นฟูพลังงานและสุขภาพให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เตรียมพร้อมลุยทุกสถานการณ์!
**โปรโมชั่นพิเศษ!** ซื้อวันนี้ 3 กล่องขึ้นไป รับของแถมทันที!
**อย่าพลาด!** ปิดเดือนนี้ให้เต็มเปี่ยมด้วยสุขภาพดีจากธรรมชาติ
-TIDE #สุขภาพดี #พลังธรรมชาติ #โปรโมชั่นสิ้นเดือน

ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

👩‍⚕️👩‍⚕️อุทารณ์เตือนนักกินอุทาหรณ์เตือนใจเหล่าคนรักการกินทั้งหลาย ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุยังน้อยชีวิตพลิกผัน! หนุ่ม 27 ...
29/07/2024

👩‍⚕️👩‍⚕️อุทารณ์เตือนนักกิน

อุทาหรณ์เตือนใจเหล่าคนรักการกินทั้งหลาย ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุยังน้อย

ชีวิตพลิกผัน! หนุ่ม 27 คุณพ่อลูก 3 เผยป่วยเป็นไดวาย ตั้งแต่อายุยังน้อย ขอเดือนเป็นอุหาหรณ์ เป็นเพราะชอบดื่มน้ำอัดลม นิยมมากในหมู่วัยรุ่น

นายทันพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคไตในวัย 27 ปี โดยมีสัญญาณเดือนง่าย ๆ ดังนี้
ㆍ ในเดือนสิงหาดม 2559 เขาเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง เขาจึงซื้อยาแก้ปวดมากิน
อย่างไรก็ตาม อาการปวดหัวยังคงมีอยู่ นี่คือสัญญาณเล็ก ๆ ของการเจ็บป่วย

ㆍ ในเดือนมีนาคม 2560 เขาไปดรวจสุขภาพ ดรวจเลือด ปัสสาวะ และอัลตราชาวนด์ จนทราบว่าตนเองป่วย ภาวะไดวายระยะที่ 2 เมื่ออายุเพียง 27 ปี

นายทันเผยกับสื่อว่า"ก่อนที่ผมจะป่วย ผมเป็นคนมีความสุขมาก ๆ ทำกิจกรรมอย่างแข็งขัน ผมรู้ว่าเป็นโรดนี้ตอนที่ผมเพิ่งแต่งงานได้ 2 ปี ตอนนั้นทุกอย่างแทบจะพังทลาย"

สาเหตุของภาวะไดวาย ว่าเป็นโรคความดันโลหิดสูงเป็นเวลานาน ซึ่ง
นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคใดในที่สุด หลายคนมักมองข้ามเรื่องความดันโลหิตสูง แต่ความดันโลหิตสามารถนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงมากมายได้ในอนาคต
จากเรืองราวของเขา เขาขอแนะนำให้ทุกคนใส่ใจควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับคงที่

ในช่วง 3 ปีแรกหลังจากพบว่าไดวาย เขาปรับการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นและรับประทานอาหารเพื่อสขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาละเลยการรับประทานอาหารส่าหรับผู้ป่วยโรคได และไม่ค่อยได้ไปตรวจสุขภาพเป็นระยะ

นั่นทำให้อาการของเขาค่อย ๆ แย่ลง กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นายทันจึงต้องเข้ารับการฟอกไตและฟอกเลือดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

ผู้ป่วยล้างไดต้องให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารเป็นอย่างมาก ต้องรับประทานอาหารอ่อน ๆ เพราะการกินเครื่องเทศมากจะ
ทำให้ไตเสียหาย ต้องจำกัดการบริโภคอาหารที่มีโพแทสเซียมสง เช่น กล้วย, ขนุน ส้ม, ส้มเขียวหวาน, ส้มโอเนื้อแดง เพื่อให้สามารถรักษาไตไว้ให้ได้นานที่สุด

ขณะเดียวกันควรดื่มน้ำ ตามปริมาณที่แพทย์แนะนำ เพราะผู้ที่เป็นโรคไตจะไม่สามารถขับถ่ายของเหลวได้ตามปกติเช่นเดิม ดังนั้นการดื่มน้ำมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ความดันโลหิตไม่คงที่ หัวใจล้มเหลวได้

คำเตือนเรื่องน้ำซึ่งนิยมในหมู่วัยรุ่นที่อาจทำให้ป่วยไตวาย ภาวะไดวายเรื้อรังนั้นมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดได้ ทั้งพันธุกรรม ปัจจัยทางกายภาพ โดยเฉพาะมี
สาเหตหนึ่งที่นายทันเน้นย้ำว่า

คนหนุ่มสาวควรใสใจ คือการดื่มน้ำสะอาดมากๆ
เครื่องดื่มน้ำอัดลมนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงของตับและไตวายอีกด้วย

นายทันยังเล่าด้วยว่าสัญญาณของไดวายมักจะสังเกตได้ยาก และโรคนี้ก็ยังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ เมื่อตรวจพบ ผู้ป่วยจำนวนมากก็เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว

สัญญาณหลายอย่างที่สามารถเตือนผู้ป่วยไตวายได้ ได้แก่
ㆍอาการคั่งของของเหลวและอาการบวมน้ำที่แขนขาและใบหน้า
ㆍปัสสาวะมีฟองเหมือนฟองสบู่
ㆍปวดบริเวณเอวบ่อย ๆ
ㆍผื่นคันตามผิวหนังบ่อย ๆ
ㆍกลิ่นปาก
ㆍความอ่อนแอ-เหนื่อยล้าทางร่างกาย

หากคุณมีสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่มีโรคก็ถือว่าดีมาก แต่ถ้าโซคร้ายป่วยเป็นโรค ก็สามารถวางแผนการรักษาได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้โรคด่าเนินไปจนสายเกินไป

เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้ป่วยโรคไตวาย เพียงอายุ 27 ต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง

มีสัญญาณเตือนแนะนำทานดีไทด์ D-TIDE เพื่อไตที่แข็งแรงนะคะ
ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

👉โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของผลึกยูริกแอซิดในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง โดยมักเกิ...
26/07/2024

👉โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของผลึกยูริกแอซิดในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง โดยมักเกิดขึ้นที่นิ้วหัวแม่เท้า แต่อาจเกิดขึ้นที่ข้ออื่นๆ ได้ด้วย

# # อาการของโรคเก๊าท์

1. ปวดข้ออย่างรุนแรง: อาการปวดมักเกิดขึ้นฉับพลันและรุนแรงมาก
2. ข้อบวมแดง: ข้อที่เป็นมักบวม แดง ร้อน และอ่อนเจ็บ
3. การเคลื่อนไหวลำบาก: อาการปวดและบวมทำให้การเคลื่อนไหวลำบาก

# # สาเหตุของโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป กรดยูริกเหล่านี้อาจสะสมเป็นผลึกในข้อ สาเหตุที่ทำให้กรดยูริกในเลือดสูง ได้แก่

1. พันธุกรรม: มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์
2. อาหาร: บริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล
3. สุรา: ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
4. โรคอ้วน: คนอ้วนมีความเสี่ยงที่จะมีกรดยูริกสูง

# # ภาวะแทรกซ้อนของโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังนี้

1. **ภาวะข้ออักเสบเรื้อรัง**: การอักเสบของข้ออย่างต่อเนื่องและรุนแรงจนทำให้ข้อเสียหาย
2. **การก่อตัวของโทฟี (Tophi)**: การสะสมของผลึกยูริกในเนื้อเยื่อที่ไม่ใช่ข้อ เช่น ใต้ผิวหนัง ซึ่งสามารถมองเห็นหรือสัมผัสได้
3. **โรคนิ่วในไต**: ผลึกยูริกสามารถก่อตัวในไตและทำให้เกิดนิ่วในไตได้
4. **โรคไตวาย**: การสะสมของกรดยูริกในไตอย่างเรื้อรังสามารถทำให้ไตเสื่อมจนเกิดภาวะไตวาย

การรู้จักโรคเก๊าท์และภาวะแทรกซ้อนจะช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เมื่อสังเกตุเห็นและรู้ตัวว่ามีมีอาการเก๊าต์แล้ว แนะนำทานดีค้าท์ และ ดีไทด์ เพื่อลดชลอความเสื่อมที่เกิดขึ้นได้ดี
ปรึกษา สอบถาม โทร.099-5688-501 พี่ป้อมค่ะ

25/07/2024
"5 สัญญาณโรคไต" 1. **ปัสสาวะขัดหรือปัสสาวะลำบาก**   - มีอาการปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ2. **ปัสสาวะเป็นฟองหรือมีเลือดปนในปัสสา...
19/07/2024

"5 สัญญาณโรคไต"

1. **ปัสสาวะขัดหรือปัสสาวะลำบาก**
- มีอาการปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ

2. **ปัสสาวะเป็นฟองหรือมีเลือดปนในปัสสาวะ**
- แสดงถึงการรั่วของโปรตีนหรือเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ

3. **ความดันโลหิตสูง**
- ความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง

4. **บวมที่ขา ข้อเท้า หรือเท้า**
- มีอาการบวมบริเวณขา ข้อเท้า หรือเท้า

5. **บวมที่หน้าโดยเฉพาะในตอนเช้า**
- บวมหน้าหรือรอบดวงตาเมื่อตื่นนอน

สัญญาณเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นที่อาจไม่ชัดเจนจนกระทั่งภาวะไตเสื่อมได้ก้าวเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว จึงควรระวังและสังเกตอาการเหล่านี้เพื่อตรวจสอบและรักษาในระยะเริ่มแรก ให้ดีไทด์ช่วยฟื้นฟู ป้องกัน รักษา ก่อนสายนะคะ

ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดต่อร่างกาย
18/07/2024

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดต่อร่างกาย

🔥โรคไตในไทยติดอันดับ 3 ของอาเซียน🔥ปัจจุบันคนเป็นโรคไตมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงวัย หรือผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะ...
17/07/2024

🔥โรคไตในไทยติดอันดับ 3 ของอาเซียน🔥

ปัจจุบันคนเป็นโรคไตมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงวัย หรือผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดัน เกิดการอักเสบที่ไตขาดเลือด นิ่วในไตภาวะโรคอ้วน พวกนี้จะมีปัญหาที่เป็นต้นเหตุของโรคไตแล้วทุกคนแทบจะทุกคน คนหมู่มากเสี่ยงกับโรคเหล่านี้ทั้งนั้นเลย นั่นหมายความว่าทุกคนก็เสี่ยงที่จะมีปัญหาในเรื่องของไตเสื่อมนั่นนเอง จะเสื่อมแบบค่อยๆ เสื่อมหรือจะเสื่อมแบบเฉียบพลันหรือที่เรียกว่าไวเฉียบพลันก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ทีนี้เราจะทำอย่างไรให้ไตสตรอง เราจะทำยังไงให้สตรอง

ต้องตรวจตรวจสุขภาพไตอย่างน้อยๆสัก 6 เดือนครั้ง 1 ปี 1 ครั้ง อย่างน้อยนะไม่ใช่ 3 ปี 5 ปีครั้งนึง อันนี้รับรองเลยว่าคุณเข้าใกล้กับเครื่องฟอกไตแน่นอนเดี๋ยวจะมาลงรายละเอียดให้ดูว่มั ทำไมเข้าใกล้กับเรื่องฟอกไต

- ดูจากประวัติคนในครอบครัวอย่างน้อย 3 เจนูเนอร์เรชั่นขึ้นไป พ่อ พ่อของพ่อ แล้วก็พ่อของพ่อขึ้นไปนะคะ ว่ามีใครมีภาวะของคนเป็นโรคไตบ้างในเบื่องต้น
- คนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึนไป (แต่จริงๆแล้ว ภาวะไตเสื่อมจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 30 ปีแล้ว คืออายุ 30 ปี ไตเริ่มเสื่อม คนที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน ได้รับสารพิษตกค้าในรูปแบบต่างๆ เช่น อาหารการกิน หรือมลภาวะทางอาการ เหล่านี้ ฉะนั้นวิธีการทำให้ไตแข็งแรงก็คือการหลีกเลี่ยง การป้องกัน การรวจค่าไต ซึ่งการตรวจสุขภาพไตเพื่อตรวจหาค่า 3 ค่า หลักๆ คือ ตรวจคัดกรอ BUN ตรวจค่า ครีเอตินีน และ EGFR ซึ่งจะเป็นตัว่งบอกได้ในะดับนึงว่า คุณมีความเสี่ยงไตเสื่อมหรือไม่ แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ เช่น เวลาเรากินยาบางประเภทที่มีส่วนประกอบของสเตียรอย เช่นพวกยาลดอักเสบหลายๆ ชนิด ถ้าทานสเตียรอยเข้าไปค่า BUN ก็เพิ่มขึ้นได้แต่ไตก็ยังไม่เสื่อม ดื่มน้ำน้อยเป็นกิจวัตเลย BUN ก็เพิ่มขึนได้ เลือดออกทางเดินอาหาร BUN ก็เพิ่มขึ้นได้

10 อาการ!! ฟ้องว่า "ไต" ของคุณไม่ไหวแล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป!!

1. ปัญหาเรื่องการนอน
2. ปวดหัวบ่อยๆ เหนื่อยง่าย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง
3. ผิวหนังมีอาการคันแห้ง
4. มีกลิ่นปากหรือปากที่มีรสโลหะ
5. หายใจถี่
6. มือและเท้าข้อเท้าบวม
7. ปวดหลัง
8. ตาบวม
9. ความดันโลหิตสูง
10. การเปลี่ยนแปลงของปัสสาวะ

อย่างไรก็ตามหากว่าคุณมีภาวะไตเสื่อมแล้ว แนะนำดูแลด้วยสารเสริมอาหารที่มีคุณภาพอย่างดีไทด์ เพื่อสกัดไม่ให้อาการลุกลายิ่งขึ้น และยังสามารถคืนค่าไตให้คุณได้
ปรึกษา สอบถาม : https://lin.ee/Tr4xYS0
โทร.099-5688-501

ที่อยู่

ิ98/205 บึงยี่โถ ธัญบุรี
Pathum Rat
12130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีไทด์ Dtide เพื่อฟื้นบำรุงไต โดย กชพร โทร.099-568-8501ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดีไทด์ Dtide เพื่อฟื้นบำรุงไต โดย กชพร โทร.099-568-8501:

แชร์

ประเภท