27/01/2022
ช่วงนี้ก็จะมีคุณพ่อคุณแม่มาปรึกษาที่ร้านว่าจะให้ลูกอายุ 5-11 ไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ดีไหม
ในโพสต์นี้คุณหมอได้อธิบายไว้ครบถ้วนชัดเจนค่ะ
เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
#เราควรพาลูกไปรับวัคซีนโควิดหรือไม่
((( สำหรับเด็ก 5-11 ปี )))
"คุณหมอ มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวัคซีนโควิดในเด็กเล็กที่เพิ่งเข้าไทยคะ จะพาลูกไปฉีดดีไหม ... ซิโนฟาร์มก็รุกเหลือเกินค่ะ คุณหมอ" - คุณแม่ท่านหนึ่ง
นี่เป็นคำถามยอดฮิตประจำสัปดาห์นี้ในห้องตรวจ อาจเป็นเพราะวัคซีนโควิดจากไฟเซอร์สำหรับเด็กเพิ่งเข้ามาถึงไทยเมื่อวานและจะเริ่มฉีดอย่างเป็นทางการที่แรกที่ รพ. เด็กฯ ในวันที่ 31 ม.ค. นี้ ... จำเป็นหรือไม่ ? เสี่ยงไหม ? ซึ่งก่อนปีใหม่พ่อหมอได้สรุปไปแล้วเกี่ยวกับวัคซีนโควิดในเด็ก 5-11 ปี แต่จะขอรวบยอดสรุปให้ฟังอีกครั้งเพราะยังคงมีคนถามถึงวัคซีนเชื้อตายของซิโนฟาร์มด้วย
เริ่มต้นที่ ... ข้อสรุปของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ...
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำวัคซีนโควิดสำหรับเด็ก 5-11 ปี คือ วัคซีนของไฟเซอร์เท่านั้น และต้องเป็นฝาส้มที่ใช้สำหรับเด็กเท่านั้น ! ... จบข่าว ...
จบแล้วครับ แยกย้ายไปทำมาหากินได้ 555 ... แต่หากอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมก็อ่านต่อได้ครับ
ทำไมต้องเป็นวัคซีนชนิดนี้ ... เนื่องจากวัคซีน Comirnaty ที่เป็นวัคซีนชนิด mRNA จากไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทคเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง #มีข้อมูลการศึกษาและใช้จริง ในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป ... โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ขนาด 10 ไมโครกรัม จำนวน 2 เข็มห่างกัน 3-12 สัปดาห์ ... โดยสำหรับไทย ผู้เชี่ยวชาญให้รับห่างกันที่ 8 สัปดาห์ เนื่องจากเหมาะกับการบริหารวัคซีนและพบว่ากระตุ้นภูมิได้ดีกว่าห่างเพียง 3-4 สัปดาห์
ในผู้ใหญ่ฉีดไปแล้วทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านโดส เมื่อปลาย ธ.ค. ที่ผ่านมา อัพเดตข้อมูลล่าสุดของ CDC รายงานการฉีดวัคซีนในเด็ก 5-11 ปีไปแล้ว 8.7 ล้านโดสเด็กกว่า 4 ล้านราย ... พบอัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กเล็ก 5-11 ปีน้อยกว่าเด็กโต 12-18 ปี (1.14 ราย เทียบกับ 40-69 รายต่อ 1 ล้านโดส) และทั้งหมดไม่รุนแรงและ ‘เด็กสุขภาพดี’ ไม่มีคนเสียชีวิต (มีรายงานการเสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กที่มีโรคประจำตัวเป็นสมองพิการชนิด spastic Cerabral Palsy ตอนนี้อยู่ภายใต้การสอบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่) ... ลดติด ลดป่วย ลดตายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดโอกาสการเกิดการอักเสบหลังจากการติดเชื้อโควิด-19 ชนิด MIS-C ด้วย ... [1]
ในขณะที่เด็กทั่วโลกตอนนี้เป็นประชากรกลุ่มเปราะบางที่สุดในการติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์ 'โอมิครอน' พบว่า การตายจากการติดเชื้อในช่วงอายุ 5-11 ปีอยู่ราว 1 ต่อ 15,000 ราย [2] ในขณะที่อัตราตายจากวัคซีนอยู่ที่ 1 ต่อ 2.1 ล้านราย ...
ถ้าติดโควิดไม่เสียชีวิต ... เด็กที่ติดโควิดก็อาจเจอภาวะ Long Covid Syndrome จากรอยโรคที่โควิดฝากไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะปอดและสมอง ... และแน่นอนการเกิด MIS-C ที่เกิดการอักเสบของร่างกายหลังติดเชื้อ 2-6 สัปดาห์ที่พบได้ราว 1 ต่อ 4,000-50,000 ราย (แล้วแต่เชื้อชาติและประเทศที่มีการรายงาน) ในอเมริกามีรายงาน MIS-C 6,431 ราย เป็นเด็ก 5-11 ปีเกือบครึ่ง (45.7%) ... และอีกเรื่องที่เคยเขียนไปแล้วในเพจก็คือ เด็กที่เป็นโควิดมีการรายงานการเกิดโรคเบาหวาน (ทั้งชนิดที่ 1 และ 2) สูงขึ้นราว 2.66 เท่าเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่เคยติดโควิด ...
และแน่นอน เนื่องจากเป็นวัคซีนที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ จึงยังทำให้มีความกังวลในผลข้างเคียงระยะยาว พ่อแม่บางคนไปรับข้อมูลว่าอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอ ... ก็ต้องบอกว่า ตามกลไกของวัคซีนชนิด mRNA นั้นไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับดีเอ็นเอ ... มันเพียงเข้าไปที่ไรโบโซม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโปรตีนของเซลล์ไม่ได้เข้าไปในนิวเคลียสนะจ๊ะ ก็เหมือนกระบวนการการผลิตโปรตีนปกติของเซลล์ของเราอยู่แล้ว และตัววัคซีนเองก็สูญสลายอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ...
สำหรับวัคซีนเชื้อตาย ... ก็ต้องบอกว่า ณ วันนี้ก็ยังไม่มีผลการศึกษาในระยะ 3 (Phase 3 Study) ออกมา ไม่มีข้อมูลว่าใช้จริงในเด็กแล้วได้ผลออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะในเชิงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ลดป่วย ลดตาย รวมถึงการป้องกันการเกิด MIS-C ในเด็ก ... ต้องกล่าวดั่งคุณหญิงจันทร์วาดในเรื่องบุพเพสันนิวาสว่า "ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะ คุณแม่ได้โปรดรับรู้ด้วย" ... 555 ก็มันไม่มีนี่เจ้าคะ ... แต่ก็ถือเป็นวัคซีนทางเลือกหนึ่งที่ยังใช้อยู่ในหลายประเทศ รวมถึงไทย ...
แต่มีคำแนะนำสำหรับเด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไปที่เคยได้รับวัคซีนเชื้อตาย (SinoPharm/SNV) มาก่อนแนะนำให้กระตุ้นด้วย mRNA อีก 1 เข็มห่างอย่างน้อย 3 เดือนหลังเชื้อตายเข็มสุดท้าย ... ส่วนใครจะกระตุ้นเข็มสามด้วยเชื้อตาย อันนี้ก็ไม่มีข้อมูลจริง ๆ ครับ ...
ฉีดครั้งนี้เพื่อเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตได้อีกครั้ง เด็ก ๆ ได้เปิดเทอมได้อีกครั้งแบบไม่ต้องมีการปิดวงกว้างกันอีกแล้ว ซึ่งอีกไม่นานการควบคุมอาจไปในทางของ Test & Stay คือใครติดก็หยุดไป เด็กในห้องก็กักตัว เด็กห้องอื่นก็เรียนต่อไปนั่นเอง เพราะเนื่องจากมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาทั่วโลกสูงจนน่าใจหาย นั่นรวมถึงประเทศไทยด้วย ตอนนี้ตัวเลขกลม ๆ ของเด็กที่ต้องหลุดจากการศึกษาแล้วก็คือ 4 หมื่นกว่าราย ในกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดกว่าอีก 7 แสนราย !
#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
ปล. สั่งหนังสือของหมอวินทั้ง 5 เล่มได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
หรือ https://tamjaimorbooks.page365.net/
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก * ((เล่มล่าสุด))
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. เส้นทางสายนมแม่
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)
อ้างอิง
[1] https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm705152a1.htm
[2] https://covid.cdc.gov/covid-data-tracker/
อ่านเพิ่มเติม
[3] ผลข้างเคียงของวัคซีนในเด็ก อ่านเพิ่มได้ https://www.cdc.gov/vaccines/acip/meetings/downloads/slides-2021-12-16/05-COVID-Su-508.pdf?fbclid=IwAR1uB-Mfd5qXjisNGrwSd3DVo6yLPssgmTX5TpyLRLyfB1UEF_u5OeVFIRg