Wongsada Clinic วงศ์ษฏาคลินิก คลินิกผิวหนัง-ความงา? สาขาหนองแขมและสำนักงานใหญ่ 02-808-3090-1ต่อ 0 ,085-257-7700

30/05/2020

คลินิกพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. 63
ลูกค้าสามารถติดต่อเพื่อนัดเวลาเข้ารับบริการได้นะคะ
โทร 02808-3090
Line id : หรือ inbox ทาง FB
โดยทางคลินิกปฏิบัติตามมาตรการที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด มีการทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่ Alcohol gel จัดสถานที่เว้นระยะห่าง คัดกรองผู้รับบริการ จัดห้องหัตถการ 1ห้องใหญ่/ลูกค้า1ท่าน พนักงานสวมหน้ากาก, Face shield
ทั้งนี้ขอให้ผู้รับบริการสวมหน้ากากก่อนเข้ามาใช้บริการ
ขอบคุณค่ะ

07/04/2020

เดือน พ.ค.63 ทางคลินิกเปิดให้บริการเฉพาะในส่วนซื้อยา และปรึกษาแพทย์นะคะ
ยังไม่เปิดให้บริการทำหัตถการทางการแพทย์ค่ะ

ลูกค้าสามารถสั่งซื้อยา หรือสอบถามทางโทรศัพท์, Inbox หรือ line id : ช่วงนี้ฟรีค่าจัดส่งค่ะ

โทร 02-808-3090

23/03/2020

ตั้งแต่วันที่ 22มี.ค. - 12เม.ย.63 ทางคลินิกเปิดให้บริการเฉพาะในส่วนซื้อยา ตามเวลาปกติ
ไม่เปิดให้บริการทำหัตถการทางการแพทย์ค่ะ

ลูกค้าเก่าสามารถสั่งซื้อยาทางโทรศัพท์ ช่วงนี้ฟรีค่าจัดส่งค่ะ

โทร 02-808-2714

10/12/2018

แจ้งวันหยุดเนื่องในวันปีใหม่ปิดทำการวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม-วันอังคารที่ 1 มกราคม 2562
และจะเปิดบริการตามปกติในวันพุธที่ 2 มกราคม 2562
ขอบคุณค่ะ

10/12/2018

วงศ์ษฎาคลินิกเปิดบริการปกติ จ-ศ 14.00-20.30
ส,อา 10.00-20.00
ทำหัตการ เช่น กดสิว ผลักวิตามิน มาก่อนเวลา 19.00 น. ขอบพระคุณค่ะ

12/04/2018

สงกรานต์ปีนี้ คลินิกปิดบริการวันที่ ๑๓-๑๖ เม.ย. ๖๑
เริ่มเปิดวันอังคารที่ ๑๗ ค่ะ
ขอให้เดินทางปลอดภัย มีความสุขถ้วนทั่วนะออเจ้า

30/12/2017

เทศกาลปีใหม่คลินิกหยุดทำการ 30ธ.ค.60 - 2ม.ค.61 เปิดวันพุธที่ 3ม.ค.61
ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่นี้นะคะ

04/10/2015

เพื่อความสะดวกของลูกค้า วงศ์ษฎาคลินิกสาขาหนองแขม ปรับเวลาเปิดทำการของวันธรรมดาเป็นดังนี้ค่ะ
จันทร์ - ศุกร์ 14.00 - 20.-30 น. (แพทย์ 14.30 - 20.30น.)
เสาร์ - อา 10.00 - 20.-00 น.
ลูกค้าสามารถเข้ามารับบริการทำหน้าก่อนเวลาปิดทำการ 30 นาทีค่ะ

^^ อยากหน้าเด็กต้องทำ ^^จะมีอะไรที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรากลัวไปได้มากกว่า "ความแก่" ล่ะคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นความจริงที่วันหนึ...
15/01/2015

^^ อยากหน้าเด็กต้องทำ ^^

จะมีอะไรที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรากลัวไปได้มากกว่า "ความแก่" ล่ะคะ ถึงแม้ว่าจะเป็นความจริงที่วันหนึ่งต้องมาถึง แต่หากได้ลงมือดูแลตัวเองเพื่อชะลอวัย ก็จะยิ่งทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงที่น่าชื่นชมและเชื่อเถอะว่า ใคร ๆ ต่างก็จะต้องมาขอถามวิธีที่ทำให้คุณยังดูเต่งตึงสดใสแน่นอน วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำวิธีดูแลตัวเองเพื่อชะลอวัยมาฝากสาว ๆ กัน รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถแน่นอนจ้า

ใส่แว่นกันแดด

ไม่ว่าจะออกไปทำธุระเพียงครู่เดียว หากแสงแดดข้างนอกแรงจ้า ก็ควรจะสวมใส่แว่นกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพราะแว่นกันแดดไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสุขภาพของดวงตาเท่านั้น แต่ยังป้องกันแสงแดดตัวการของการทำร้ายผิว ซึ่งจะนำไปสู่ริ้วรอยต่าง ๆ ที่แก้ยาก แล้วอีกอย่าง หากคุณมีแว่นตากันแดดแบรนด์ดี ๆ ทำไมไม่หยิบออกมาใส่เก๋ ๆ เพื่อเพิ่มความชิคล่ะคะ

กินวิตามิน

การกินวิตามินบำรุงผิวเพื่อชะลอวัย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและได้ผลดี ลองเพิ่มวิตามินโอเมก้า 3 เข้าไปในแต่ละวันดูสิคะ เพราะกรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถต่อต้านการอักเสบที่มีผลต่อการชะลอวัยได้ หรือจะเลือกกินน้ำมันปลา 3 เม็ด 2 ครั้งต่อวัน ก็จะช่วยปกป้องผิวให้อ่อนนุ่มยืดหยุ่นเหมือนผิวเด็กได้

ดูแลสุขภาพฟัน

เมื่อพูดถึงการชะลอวัยแล้ว คุณก็มักจะนึกถึงแต่การดูแลผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวหรือมีริ้วรอย แต่ฟันก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณดูแก่ลงได้เหมือนกัน หากเมื่อคุณยิ้มแล้วฟันมีรอยแตกหรือดูสกปรก ก็ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยได้เหมือนกัน ยิ่งใครที่ชอบดื่มกาแฟหรือชอบนอนกัดฟัน ก็อาจจะทำให้ฟันของคุณดูเหมือนฟันคนแก่ รวม ๆ แล้วเวลายิ้ม ก็จะทำให้คุณดูแก่กว่าวัยนั่นเอง ฉะนั้นลองไปตรวจสุขภาพฟันบ้าง แล้วพฤติกรรมที่ทำให้ฟันดูแย่ ก็เลิกทำเสียเถอะนะ

กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

รู้หรือไม่ว่า การกินอาหารก็สำคัญในการช่วยให้ผิวหนังของคุณดูไม่แก่ไว ลองเลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ถั่วแดง บลูเบอรี่ หรือแอปเปิล มาเสริมในการกินอาหารทุก ๆ มื้่อ จะช่วยชะลอวัย ลดการอักเสบ และช่วยล็อกคอลลาเจนในผิวให้ด้วย

จิบน้ำบ่อย ๆ

แน่นอนอยู่แล้วว่า การที่คุณดื่มน้ำเยอะ ๆ ต่อวันเป็นสิ่งที่ดี แต่การดื่มน้ำที่ถูกต้องจะยิ่งช่วยให้สุขภาพร่างกายของคุณไม่มีปัญหา อย่าดื่มน้ำเยอะ ๆ รวดเดียว เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายสุขภาพมากกว่าบำรุงเสียอีก เอาเป็นว่า เปลี่ยนมาจิบน้ำบ่อย ๆ จิบทีละนิดทีละหน่อยแต่จิบบ่อย ๆ ก็พอแล้ว เพียงเท่านี้ผิวของคุณจะชุ่มชื้นจากภายในไม่แห้งกร้าน

เริ่มต้นทำตั้งแต่อายุยังน้อย

ตอนนี้ถ้ายังไม่มีริ้วรอยหรือยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกว่าคุณแก่ขึ้นแล้ว คุณก็ไม่ควรประมาทและลงมือทำวิธีป้องกันความแก่ไว้ก่อนดีกว่า แค่เพียงอย่าลืมที่จะทากันแดดทั้งใบหน้าและลำตัวทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน อาจจะกางร่มหรือใส่หมวกเพื่อบังแดดอีกชั้นหนึ่งก็ได้ ที่สำคัญ การกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารขยะก็จะทำให้คุณคงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอด้วยค่ะ

เห็นไหมล่ะคะว่า การดูแลตัวเองเพื่อชะลอวัย ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เริ่มทำตั้งแต่วันนี้อย่างจริงจัง แล้วคุณจะไม่เสียดายเวลาที่คุณอุตส่าห์ตั้งใจดูแลตัวเองมาอย่างดี เชื่อเถอะค่ะ :)

------อยากสวยด้วยตนเองต้องอ่าน-------เคล็ดลับ การมาร์ค-พอกหน้า 108 วิธี29 กันยายน 2012 เวลา 20:19 น.วิธีการมาสก์หน้า ควร...
17/12/2014

------อยากสวยด้วยตนเองต้องอ่าน-------

เคล็ดลับ การมาร์ค-พอกหน้า 108 วิธี

29 กันยายน 2012 เวลา 20:19 น.
วิธีการมาสก์หน้า ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยคลีนเซอร์ที่เหมาะกับผิ ว ก่อนที่จะพอกหน้าให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ( ถ้าจะให้ผลดีอาจใช้ผ้าขนหนูชุบอุ่น ๆ นำมาวางบนหน้า ความร้อนจากผ้าขนหนูจะช่วยให้ส่วนผสมในมาสก์ซึมซับสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ) แล้วใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวสดชื่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม ๆ และตามด้วยครีมบำรุงผิวค่ะ คราวนี้ผิวคุณก็นุ่มละมุนสดชื่น และสดใส ...ชัวร์

มาร์คพอกหน้าสูตรใบเตย นำใบเตย4-5 ใบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปปั่นรวมกับไข่ไก่ 2ช้อนโต๊ะจะได้มาร์คพอกหน้าเป็นครีมข้นๆ หอมกลิ่นใบเตย พอกหน้าไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ

ถนอมผิวหน้าด้วยโยเกิร์ต ล้างหน้าให้สะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู แล้วใช้มือแตะโยเกิร์ต(ให้ใช้ชนิดที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้) มาพอกให้ทั่วผิวหน้า เว้นรอบปากและดวงตา นวดและคลีงเบาๆ พอกไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก หมั่นทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ผิวจะเปล่งปลั่งสดใสอมชมพูทีเดียวค่ะ

ครีมพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันและผิวผสม ให้ใช้แตงกวา1 ผล ไขไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และนวลนุ่มชุมชื่น


ลบรอยกระด่างดำบนใบหน้าด้วยมะละกอสุก นำมะละกอสุกมายีให้ละเอียด พอกหน้า ทิ้งไว้ สัก 10 นาที แล้วจึงล้างออก จะช่วยให้ ใบหน้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น

สูตรรักษาฝ้า คั้นน้ำมะขามเปียก ให้ค่อนข้างใสสักหน่อย ตั้งไฟอ่อน รอจนสุก จึงใส่น้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้ต้องทำพร้อมกัน คือมือหนึ่งเท อีกมือก็คนให้ทั่ว นำมาทาหน้า วันละ 1 ชั่วโมง ช่วยรักษาฝ้า และทำให้ผิวหน้านวลใสขึ้น

สูตรสาวหน้าใส ส่วนผสม น้ำผึ้ง น้ำมะนาว ผสมน้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้า มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิว เหมือนครีมที่มีส่วนผสมAHA นั่นแหละ ส่วนน้ำผึ้ง ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น นวดประมาณ 15 นาที

สูตรลดริ้วรอย เลือกใช้ผลไม้ที่หาง่าย จะเป็นแอปเปิ้ล กล้วยหอม แตงกวา หรือมะเขือเทศก็ได้ค่ะ ใช้ปริมาณ 1 ถ้วย นำมาปอกเปลือกและเอาเมล็ดออก นำไปปั่นให้เนื้อละเอียด นำเนื้อผลไม้ที่เตรียมไว้ มาพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก และล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง จะทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลา แลดูสดใส

สูตรกระชับรูขุมขน กล้วยหอม แตงกวา มะเขือเทศ (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง) ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมนมเปรี้ยวหรือน้ำผึ้งลงไป นำไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยทำความสะอาดใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขน และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

เคลนเซอร์สำหรับทุกสภาพผิว โยเกิร์ต 1/2 ถ้วยน้ำมันดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะน้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ (คั้นสด ๆ นะคะ)นำส่วนผสมทั้งหมด มาผสมให้เข้ากัน พอกให้ทั่วหน้าทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

ิ ผิวเรียบเนียนด้วยกาแฟบด ก็บรรดา ครีมขจัดเซลลูไลต์ ที่ราคาแสนแพงน่ะ มีคาเฟอีนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยกระตุ้นการขจัดเซลล์ไขมันและยังขัดผิวให้เรียบเนียน แต่อาจจะดูยุ่งยากกว่าการใช้ครีมกระปุกอยู่บ้าง จึงควรทำในห้องน้ำ และก่อนที่จะลงมือขัดผิวด้วยกาแฟอย่าลืมปูพื้นห้องน้ำด้วยกระดา ษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันท่อน้ำตันค่ะสูตรนี้ใช้กับผิวกายนะคะ ห้ามใช้กับผิวหน้าค่ะและในระหว่างที่ขัดผิว หากมีนวดไปด้วย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้ค่ะ

พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง (จากสเปน) ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบา ๆสักครู่แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาสักประมาณ 5 นาทีจนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ นอนพักให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น พักสักครู่แล้วค่อยๆใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก

นำไข่ขาวมาตีให้ขึ้น แล้วเติมน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละ1 ช้อนชา นำมาชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้มือนวดเป็นวงกลมไปพร้อม ๆ กัน ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วจึงใช้ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำเช็ดออก จะช่วยทำความสะอาดผิว และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นในขณะเดียวกัน

นอกจากนำมาทาหรือพอกหน้า เพื่อให้ผิวสดใส เปล่งปลั่งกันแล้ว ในวันหยุด ลองดื่ม ชาผสมน้ำผี้ง จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวสดใส มีเลือดฝาด แต่ไม่ควรเทน้ำเดือดจัดๆ ลงในน้ำผึ้งนะคะ เพราะอาจทำให้สารที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้ง สลายตัวได้ค่ะ

พอกหน้าด้วยแอ๊ปเปิ้ล (จากเบลเยี่ยม) ปอกแอ๊ปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก แล้วบดให้ละเอียดขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบดจนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆล้างออก

พอกหน้าด้วยแตงโม (จากตุรกี) ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆจากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ นอนพักสักครู่ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

พอกหน้าด้วยไข่ขาว (จากสวิตเซอร์แลนด์) ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออก เทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงนุ่มๆจุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง (จากฝรั่งเศส) ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง หรือมากกว่า แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ (จากญี่ปุ่น) ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมีวิตามินซีและกรดAHA จะช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกได ้หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็นเช็ดมะเขือเทศออก

พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว (จากรัสเซีย) สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ให้ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ 20 นาทีหรือนานกว่านั้นแล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆเช็ดออก ตำรับนี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน จะช่วยให้ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้

การเลือกมาสก์พอกหน้าให้เหมาะกับผิวมัน คุณสามารถใช้มาสก์ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง มาสก์ที่เหมาะกับคนผิวมัน ควรมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความมัน สามารถขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนได้ พร้อมกับช่วยกระชับรูขุมขน

ผิวแห้ง ควรมาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ มาสก์ที่เหมาะกับคนผิวแห้ง ควรมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย นำกล้วยบด 1 ผล ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อน ยีให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่ว ใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นจะทำให้ผิวหน้า ชุ่มชื้นขึ้น สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้งค่ะ

เคลนเซอร์น้ำผึ้ง ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโตีะ กับจมูกข้าวสาลี 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมาทาให้ทั่วใบหน้า ใช้ปลายนิ้วขัดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และขจัดเซลล์เก่าให้หลุดลอกออกมา ซึ่งน้ำผึ้งจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น และยังช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำ

เคลนเซอร์จากโยเกิร์ต ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กับเกลือป่น 2 ช้อนชา นำมาขัดเบา ๆ บริเวณผิวหน้า จะช่วยลดความมันและขจัดเซลล์เก่าให้หลุดลอกออกมา สูตรนี้เหมาะสำหรับผิวผสมและผิวมัน

มาสค์พอกหน้าจากมะละกอ นำมะละกอมาปั่นให้ละเอียด นำพอกให้ทั่วผิวหน้า ในมะละกอจะมีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หมดได้ จึงทำให้ผิวหน้า สดใส เปล่งปลั่ง

มาร์คพอกหน้าจากกล้วยผสมน้ำมันมะกอก กล้วยสุกยีให้ละเอียด เติมน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อครีมข้น นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นขึ้น เหมาะกับผิวแห้ง

มาร์คพอกหน้าสูตรไข่ผสมข้าวโอ๊ตไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับ ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที สูตรนี้เหมาะกับผิวมันค่ะ เพราะจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากใบหน้า และช่วยปรัปผิวให้สมดุลมากขึ้น

มาร์คพอกหน้าจากแตงกวา (เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม) ให้ใช้แตงกวา1 ผล ไขไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอก ให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยสมานผิวหน้ากระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และนวลนุ่มชุ่มชื่น เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม


วงศ์ษฎาคลินิก สาขาหนองแขม ยินดีให้คำปรึกอยากหน้าขาวใสอย่างปลอดภัยพร้อมรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้า
เวลาทำการ จ-ศ 14.00-20.00 น ส-อา 10.00-20.00 น
02-8083090*106-107

เครดิต : vivian*

****อยากริมฝีปากน่าจูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ อ่านเลยจ้า ^-^ ข้อแนะนำในการทาลิปสติก ให้สวยเริ่ดกว่าที่เคย ต่อให้ตอนนี้เมคอัพร...
15/12/2014

****อยากริมฝีปากน่าจูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ อ่านเลยจ้า ^-^

ข้อแนะนำในการทาลิปสติก ให้สวยเริ่ดกว่าที่เคย

ต่อให้ตอนนี้เมคอัพริมฝีปากจะมีหลากหลาย ทั้งทินท์ ทั้งกลอส ไม่ว่าจะเป็นกลอสใสหรือกลอสแบบมีสี แต่ถ้าพูดถึงความคลาสสิคที่ยังไว้วางใจได้เสมอ ก็ต้องยกให้ "ลิปสติก" นี่แหละค่ะ ที่เป็นคู่ใจอันดับหนึ่งทาแล้วได้ลุคที่เป็นโปรเฟสชนั่ นอลกว่าสีสวยสดคมกว่าทำให้เรียวปากดูชัดเจนโดดเด่นได้มากกว่าและคราวนี้เพื่อความสวยของเรียวปากอย่างสมบูรณ์แบบ ลองมาดูข้อแนะนำในการทาลิปสติก ให้สวย ให้เริ่ด กว่าที่เคยกันเลยค่ะ

- เตรียมผิวริมฝีปาก เพื่อจะทาลิปติกให้ดูเรียบเนียน ก็ต้องเตรียมผิวริมฝีปากให้พร้อมด้วย อย่าลืมทำการสครับริมฝีปากด้วยเกลือและกับน้ำมันกินได้ อย่าง Almond Oil หรือ Olive Oil สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือใช้แปรงสีฟันขนนุ่มขัดริมฝีปากเบา ๆ หลังแปรงฟันก็ได้ค่ะ

- เลี่ยงลิปสติกที่มีชิมเมอร์มากเกินไป ลิปสติกที่มีประกายชิมเมอร์มากๆ บางทีก็ดูหลอกตาเกินไป โดยเฉพาะเมื่อจะใช้ทาให้เรียวปากดูมีประกายอิ่มเอิบขึ้นมา การเลือกใช้ลิปสติกที่สามารถให้ความชุ่มชื้น หรือเนื้อที่ดูเป็นครีมมากกว่าจะสามารถให้ประกายออกมาจากตัวเนื้อลิปสติกเองได้ แถมยังดูอิ่มสวยกว่าพวกที่ใช้ลูกเล่นประกายชิมเมอร์

- เลือกลิปสติกเฉดที่เหมาะกับสีริมฝีปาก หากอยากจะทาลิปสติกให้สวย ให้เลือกสีลิปสติกโดยพิจารณาให้รับกันดีกับสีของริมฝีปาก (ไม่ใช่สีผิวนะจ๊ะ) คนที่มีเรียวปากค่อนข้างซีด ดูดีในสีแดงเชอร์รี่ หรือแดงคอรัล คนที่มีปากแดงเป็นสีเลือดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ดูดีในสีฮ็อตพิงค์ สีส้ม หรือสีแดงแครนเบอร์รี่ คนที่มีริมฝีปากค่อนข้างคล้ำ ดูเกิดมากๆในสีแดงอิฐ หรือแดง Burgundy

- วิธีเลือกลิปสติกสีนู้ดให้แจ่ม ลิปสติกสีนู้ดที่ทาแล้วจะดูสวย คือสีนู้ดโทนที่อ่อนกว่าหรือเข้มกว่าสีผิวจริงเพียงเล็กน้อย หากคุณเป็นคนผิวขาวให้เลือกเฉดนู้ดที่เจือสีชมพูจางๆ แต่ถ้าคุณมีผิวเหลืองหรือออกไปทางคล้ำให้เลือกสีเบจที่เข้มกว่าผิวจริงนิดหน่อย จะสวยมาก

- เลือกสีไม่ดีระวังจะเหมือนผีดูดเลือด ลิปสติกสีแดงที่เจือสีน้ำเงินหรือม่วงเอา (สีแดงอันเดอร์โทนน้ำเงิน) ไว้มากเกินไป อาจให้ลุคที่ดูโทรม สูงวัย ไปจนถึงดูเหมือนกับผีดูดเลือดได้ หากต้องการเลือกลิปสติกสีแดงอันเดอร์โทนน้ำเงินแบบนี้ให้เลือกแบบที่เจือสีน้ำเงินหรือม่วงเพียงเล็กน้อย จะปลอดภัยในการใช้มากกว่า

- เคล็ดลับการทาลิปไลน์เนอร์ ปัจจุบันนีลิ้ปสติกมีคุณภาพดีขึ้นมาก ทาแล้วติดทน ไม่เลือนไว ให้เม็ดสีที่แน่นคมชัด จนแทบไม่ต้องใช้ลิปไลน์เนอร์กันเลย ลิปไลน์เนอร์ที่เคยฮิตกันพักใหญ่จึงค่อย ๆ ลดความสำคัญลง แต่ถ้าอยากเน้นขอบปาก โดยเฉพาะรอยหยักตรงกลางริมฝีปากบนที่เขาว่ากันว่าดูเซ็กซี่ ให้เด่นชัดขึ้นให้เลือกใช้ลิปไลน์เนอร์สีที่เท่ากับสีของริมฝีปาก (ไม่ใช่เท่ากับสีลิปสติกนะคะ) วาดเน้นตรงรอยหยักที่ขอบริมฝีปากบน เท่านีก้็ช่วยเน้นให้เห็นส่วนรอยหยักที่เซ็กซี่ได้ชัดเจนแล้ว

- ใช้นิ้วแตะริมฝีปากเบาๆ หลังทาเสร็จ หลังจากทาลิปสติกเสร็จแล้ว ให้ใช้ปลายนิว้แตะให้ทั่วริมฝีปากเบาๆ เพื่อเป็นการทำให้สีลิปสติกที่สดจากแท่งดูละมุนลง และดูกลมกลืนไปบนเรียวปากมากขึ้น

- เริ่มทาปากจากตรงกลาง ในการทาลิปสติกให้เริ่มทาจากตรงกลางริมฝีปากเสมอ จากนั้นจึงค่อยๆ เบลนออกไปที่มุมปากทั้งสองจะทำให้ได้น้ำหนักของสีที่สวยงามกว่า

- ไม่ทาลิปสติกจัดเกินไป หลีกเลี่ยงการทาลิปสติกที่จัดจ้านเกินไป ด้วยการเริ่มทาที่ริมฝีปากล่างก่อน แล้วเม้มปาก สีลิปสติกก็จะกระจายไปที่ริมฝีปากบนด้วย จากนั้นจึงเบลนหรือเติมสีให้พอดีอย่างบรรจงโดยการใช้พู่กันทาปาก

- ทาลิปสติกแล้วซับปาก เคล็ดลับความติดทน เมื่อทาลิปสติกชั้นแรกแล้ว ให้ซับริมฝีปากด้วยกระดาษทิชชู่ จากนั้นจึงทาลิปสติกซ้ำอีกครั้งลิปสติกชั้นแรกทำหน้าที่เหมือนเบส ส่วนชั้นที่สองที่ทาลงไปก็เป็นตัวปกป้องชั้นเบส และทำให้สีดูสดคมชัดมากยิ่งขึ้นและที่ติดทนนานก็เพราะต่อให้ชั้นบนเลือนไป ชั้นเบสที่ทาเอาไว้ก็ยังคงอยู่นั่นเอง

ได้ทราบเคล็ดลับในการทาลิปสติกดีๆ แบบนี้แล้ว
คราวนี้ถึงเวลางัดเอาลิปสติกแท่งเก่งของคุณมาใช้อีกครั้งแล้วล่ะค่ะ
รับรองทาแล้วสวยเริ่ดกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

อ้างอิง เว็บ karmarts

13/12/2014

ครีมหน้าใสที่สาวๆใช้ปลอดภัยแล้วหรือยัง???????

สาวๆแทบทุกคนก็คงจะอยากหน้าใสกันอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นหนึ่งในเครื่องสำอางที่จะต้องมีกันนั่นก็คือครีมหน้าใส เครื่องสำอางที่นำมาใช้กับผิวหน้าเรานั้นต้องใส่ใจกันเป็นพิเศษค่ะ เพราะถ้าใช้แล้วหน้าใสขึ้นจริงเราก็มีความสุข ไปไหนมาไหนก็รู้สึกดี มีความมั่นใจ หรือถ้าเกิดใช้แล้วมันไม่ได้ผลก็อาจจะแค่เสียความรู้สึก แต่ถ้าใช้ครีมหน้าใสแล้วทำให้หน้าเรากลับแย่ลงนี่สิ การรักษาก็ยุ่งยากเสียด้วย แถมต้องเสียเงินเสียทองเพิ่มมากขึ้นอีก

ครีมหน้าใสที่นิยมกันมีมากมายหลายยี่ห้อ ถ้าจะถามว่าครีมหน้าใสตัวไหนใช้ดีที่สุด ก็คงต้องบอกได้ว่า ไม่มีตัวไหนที่ใช้ดีที่สุดหรอกค่ะ ครีมหน้าใสที่ดีที่สุดก็คือตัวที่คุณใช้แล้วเหมาะกับสภาพผิวคุณและได้ผลจริงๆคะ ครีมหน้าใสส่วนใหญ่จะผลิตออกมาโดยไม่ได้จำกัดว่าเหมาะกับผิวประเภทไหน ดังนั้นก่อนจะซื้อมาใช้ก็ต้องดูส่วนผสมให้ดีก่อนคะว่าเหมาะสมกับผิวหน้าของคุณหรือปล่าว

ครีมหน้าใสถ้าจะเลือกซื้อก้็คงต้องระวังเกี่ยวกับพวกสารอันตรายอย่างปรอทหรือสเตียรอยคะ พวกนี้จะทำให้หน้าขาวเร็ว แต่ก็อันตรายมาก ใช้ไปสักพักผิวจะบาง ถ้าเกิดเลิกใช้หน้าก็จะดำ สารพวกนี้เราทดสอบดูเองไม่ได้หรอกคะ นอกจากส่งให้อย.ตรวจดูแต่กว่าจะรู้ผลก็ใช้เวลาเป็นเดือน เพราะฉะนั้นการซื้อครีมหน้าใสก็จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง


ที่ วงศ์ษฎาคลินิก สาขาหนองแขม ยินดีให้คำแนะนำปรึกษาให้คุณสาวๆได้หน้าสวยและใสอย่างปลอดภัยแน่นอนค่ะ
เปิดบริการ จ-ศ 14.00-20.00 น. ส-อา 10.00-20.00 น
02-8083090*106-107
คุณหมอน่ารักและเป็นกันเองรอให้คำปรึกษาอยู่ค่ะ

ขอบคุณ Posted in บทความ | Tagged

ที่อยู่

Wongsada Call Center
Phasi Charoen
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 14:00 - 20:30
อังคาร 14:00 - 20:30
พุธ 14:00 - 20:30
พฤหัสบดี 14:00 - 20:30
ศุกร์ 14:00 - 20:30
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+6628083090

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wongsada Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram