เพชรรุ่งโอสถ Phetrungosot

เพชรรุ่งโอสถ Phetrungosot ร้านยาเพชรรุ่งโอสถ ขายยาและให้บริการโดยเภสัชกรตลอดวัน

✨ โอเมก้า 3 คุณภาพสูง 1200 MGดูแลหัวใจ ❤️ สมอง 🧠 และสายตา 👁️ ครบจบในขวดเดียว💙 ใครที่…✔ นั่งทำงานหน้าคอมทั้งวัน✔ รู้สึกล้...
25/04/2026

✨ โอเมก้า 3 คุณภาพสูง 1200 MG
ดูแลหัวใจ ❤️ สมอง 🧠 และสายตา 👁️ ครบจบในขวดเดียว

💙 ใครที่…
✔ นั่งทำงานหน้าคอมทั้งวัน
✔ รู้สึกล้า สมองไม่แล่น
✔ อยากดูแลสุขภาพระยะยาว
ตัวนี้ “ตอบโจทย์มาก”

🔥 จุดเด่นที่ลูกค้าชอบ
• โอเมก้า 3 เข้มข้น (EPA + DHA สูง)
• ช่วยดูแลหัวใจ ลดไขมันในเลือด
• บำรุงสมอง ความจำดีขึ้น
• ลดอาการตาล้า ใช้สายตาหนักก็เอาอยู่



💊 กินง่าย แค่วันละ 1 เม็ด หลังอาหาร
เห็นผลต่อเนื่อง สุขภาพดีขึ้นจริง

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ “ยาแก้ปวดฟัน”: เมื่อไหร่ถึงจำเป็นทำไม “ยาปฏิชีวนะ” ไม่ใช่คำตอบของอาการปวดฟัน     อาการปวดฟันส่วนใหญ่มีส...
08/09/2025

ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ “ยาแก้ปวดฟัน”: เมื่อไหร่ถึงจำเป็น

ทำไม “ยาปฏิชีวนะ” ไม่ใช่คำตอบของอาการปวดฟัน
อาการปวดฟันส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากภาวะ pulpitis หรือ apical periodontitis ซึ่งเป็นกระบวนการอักเสบภายในเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันหรือบริเวณปลายรากฟัน การอักเสบดังกล่าวมักทำให้เกิดแรงดันภายในที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวดรุนแรง
ยาปฏิชีวนะไม่สามารถลดแรงดันภายในโพรงประสาทฟันหรือปลายรากฟันได้ จึงไม่สามารถบรรเทาอาการปวดในกรณีเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาที่ตรงจุดคือการทำหัตถการทางทันตกรรมเพื่อขจัดต้นเหตุของการอักเสบ ซึ่งเรียกรวมว่า definitive, conservative dental treatment (DCDT) เช่น
- การเปิดโพรงประสาทฟันบางส่วน (pulpotomy)
- การนำเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันออกทั้งหมด (pulpectomy)
- การรักษารากฟัน (root canal treatment)
- การระบายหนองในกรณีมีฝี (incision and drainage)
ควรร่วมกับการใช้ยาแก้ปวดที่เหมาะสม เช่น ยาในกลุ่ม NSAIDs และ/หรือ acetaminophen เพื่อบรรเทาอาการปวด โดยไม่ควรพึ่งพายาปฏิชีวนะหากไม่มีข้อบ่งชี้จำเป็น

เมื่อใด “จำเป็นต้องใช้” ยาปฏิชีวนะในการรักษาอาการทางทันตกรรม
แม้ว่าอาการปวดฟันส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ในบางกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือการติดเชื้อลุกลาม แพทย์หรือทันตแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับการทำหัตถการเพื่อควบคุมแหล่งติดเชื้อ (source control) เช่น การระบายหนอง การรักษารากฟัน หรือการถอนฟัน โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้:

1. มีอาการแสดงของภาวะติดเชื้อระบบ (Systemic involvement)
ควรสงสัยว่ามีการติดเชื้อลุกลามหากพบอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น
- ไข้ ≥38–38.5°C
- หนาวสั่น
- อ่อนเพลีย
- ชีพจรเต้นเร็ว
- ความดันโลหิตต่ำ
2. บ่งชี้ถึงการติดเชื้อลุกลาม หรือภาวะ cellulitis และสงสัย deep neck space infection
ลักษณะที่ควรระวัง ได้แก่:
- ปวดหรือบวมที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว
- อ้าปากได้น้อย (trismus)
- กลืนลำบากหรือหายใจลำบาก
- น้ำลายไหลมากกว่าปกติ
- เสียงเปลี่ยน
- เจ็บหรือตึงบริเวณลำคอ
3. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีการติดเชื้อลุกลามได้ง่าย (Immunocompromised)
ได้แก่ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น
- ผู้รับเคมีบำบัด
- ผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกันชนิดต่าง ๆ
ในสถานการณ์เหล่านี้การให้ยาปฏิชีวนะถือเป็นข้อบ่งชี้ที่จำเป็นโดยต้องให้ร่วมกับหัตถการเพื่อควบคุมแหล่งของการติดเชื้อ ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการจัดการกับต้นเหตุของปัญหา

เมื่อใด “ไม่ควรใช้” ยาปฏิชีวนะในการรักษาอาการทางทันตกรรม
ยาปฏิชีวนะไม่ควรใช้ ในกรณีที่การติดเชื้อจำกัดเฉพาะบริเวณ และสามารถจัดการต้นเหตุได้ด้วยการทำหัตถการทันตกรรม โดยไม่มีภาวะติดเชื้อระบบหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วย ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ต่อไปนี้

1. Symptomatic irreversible pulpitis
อาการมักแสดงเป็นอาการปวดฟันลักษณะตุบ ๆ ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ความเย็นหรือความร้อน
➡️ การรักษาที่เหมาะสมคือการทำหัตถการทางทันตกรรม (เช่น การเปิดโพรงฟัน) โดยไม่จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ
2. Symptomatic apical periodontitis
ในกรณีที่มีอาการปวดเมื่อกดบริเวณฟันหรือเคาะฟัน แต่ไม่มีอาการบวมลุกลามหรือไข้
➡️ ยาปฏิชีวนะไม่จำเป็น การรักษาควรมุ่งเน้นที่การทำหัตถการเฉพาะที่
3. Localized acute apical abscess
ในกรณีที่สามารถระบายหนองได้ทันทีโดยการเปิดโพรงฟันหรือการทำ drainage
➡️ การทำ source control ทันทีโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะถือเป็นแนวปฏิบัติที่เหมาะสม

การรักษาที่ “ได้ผลจริง” เมื่อมีอาการปวดฟัน
การจัดการอาการปวดฟันอย่างมีประสิทธิภาพควรมุ่งเน้นที่การรักษาสาเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงการระงับอาการ โดยประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การทำหัตถการทางทันตกรรม และการใช้ยาแก้ปวดอย่างเหมาะสม
1. การทำหัตถการเพื่อแก้ไขต้นเหตุ (Definitive Conservative Dental Treatment: DCDT)
เป็นแนวทางหลักในการรักษาอาการปวดฟันอย่างตรงจุด โดยทันตแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามพยาธิสภาพของฟัน เช่น
- Pulpotomy – เปิดโพรงฟันเพื่อนำเนื้อเยื่อบางส่วนออก
- Pulpectomy – กำจัดเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันทั้งหมด
- Nonsurgical root canal treatment – การรักษารากฟันโดยไม่ผ่าตัด
- Incision and drainage – การระบายหนองในกรณีที่มีฝี
- Tooth extraction – การถอนฟัน (ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาฟันไว้ได้)

2. การใช้ยาแก้ปวดอย่างเหมาะสม
> NSAIDs (เช่น ibuprofen) เดี่ยว ๆ หรือร่วมกับ acetaminophen
> ✦ มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดเฉียบพลันหลังการทำทันตกรรม
> ✦ ให้ผลดีกว่ากลุ่ม opioids
> ✦ เป็นทางเลือกแรกที่แนะนำในการควบคุมอาการปวด
ทั้งนี้ การใช้ยาแก้ปวดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ใช้ยาอื่นร่วมด้วย

หากยังไม่สามารถพบทันตแพทย์ได้ทันที ควรดูแลตนเองอย่างไร
ในกรณีที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมได้ในทันที ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นเพื่อลดอาการปวดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ดังนี้
- แนวทางการบรรเทาอาการเบื้องต้น
- ใช้ยาแก้ปวดตามคำแนะนำมาตรฐาน เช่น ibuprofen หรือร่วมกับ acetaminophen ตามความเหมาะสม
- รักษาสุขอนามัยในช่องปาก ด้วยการแปรงฟันอย่างนุ่มนวลและบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหรือสารละลายเกลือเจือจาง
- ประคบเย็น บริเวณแก้มด้านที่ปวด เพื่อช่วยลดการอักเสบและบวม

สิ่งที่ “ไม่ควรทำ”
- ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง เว้นแต่ได้รับคำสั่งจากแพทย์หรือทันตแพทย์
- หากเริ่มมีสัญญาณอันตราย เช่น ไข้สูง อาการบวมลุกลาม กลืนลำบาก หายใจติดขัด หรือมีภาวะเสี่ยงติดเชื้อลุกลามควรไปพบแพทย์

ทำไมการใช้ยาปฏิชีวนะ “พร่ำเพรื่อ” จึงเป็นอันตราย
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนหรือใช้โดยไม่จำเป็น อาจส่งผลเสียต่อทั้งตัวผู้ป่วยและสังคมโดยรวม ดังนี้
1. เพิ่มความเสี่ยงของการเกิด “เชื้อดื้อยา”
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะกระตุ้นให้เชื้อแบคทีเรียปรับตัวและดื้อต่อยา
➡️ ทำให้การรักษาการติดเชื้อในอนาคตยากขึ้น ทั้งต่อตัวผู้ป่วยเองและคนรอบข้างในชุมชน
2. เสี่ยงต่อการเกิด “อาการไม่พึงประสงค์จากยา” (Adverse Drug Reactions)
รวมถึง
- อาการแพ้ยา เช่น ผื่น ลมพิษ หรือ anaphylaxis
- อาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากระบบทางเดินอาหาร เช่น C. difficile colitis ซึ่งอาจทำให้ท้องเสียรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยากลุ่ม clindamycin มีความสัมพันธ์กับการเกิด C. difficile colitis สูง แม้เพียงรับประทานเพียง 1 คอร์ส ก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้ในผู้ป่วยบางราย

⚠️หากมีประวัติแพ้ยา ควรจำชื่อยาที่แพ้และพกบัตรแพ้ยาไว้เสมอ เพื่อแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาหรื...
08/09/2025

⚠️หากมีประวัติแพ้ยา ควรจำชื่อยาที่แพ้และพกบัตรแพ้ยาไว้เสมอ เพื่อแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาหรือซื้อยา เพื่อความปลอดภัยของตนเอง และป้องกันการเกิดอาการแพ้ยาซ้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

😊ท่านไหนกำลังมองหา หรือ สนใจซื้อเครื่องวัดความดันไว้ติดบ้าน ✨ทางร้านขอแนะนำ✨  เครื่องวัดความดันต้นแขน Next Health NH-881...
11/06/2025

😊ท่านไหนกำลังมองหา หรือ สนใจซื้อเครื่องวัดความดันไว้ติดบ้าน

✨ทางร้านขอแนะนำ✨
เครื่องวัดความดันต้นแขน Next Health NH-881
วัดความดัน มีเสียงพูดไทย #รับประกัน 3 ปี✨

👍จดทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ในไทย ผ่านอย. ความแม่นยำสูง

NH-881 จอ LED สีเขียว แดง เหลือง สามารถแสดงผลหน้าจอ ได้ 3 สี
NH-881 มีช่องเสียบ และสาย Adapter รุ่นใหม่เป็น หัว Type C

💪ปลอกแขน
ผ้าพันแขนชนิดสวมขนาดปกติ Size(Normal) ขนาด 22- 40 ซม เป็นแบบมีแกน เวลาสวมจะทบไปแปะกับอีกฝั่ง

😍อุปกรณ์ประกอบในชุด
1. ผ้าพันแขนสำหรับผู้ใหญ่ 1 ชุด
2. Adaptor 1 ชุด
3. มีถุงผ้าสำหรับใส่เครื่อง

🪫🔌เครื่องนี้ใช้แหล่งพลังงานในการทำงานได้ 2 ทาง คือ
- ไฟบ้านโดย เสียบอแดปเตอร์เข้าปลั้กไฟบ้าน
- ใช้ถ่านไฟฉาย เพื่อพกพา
**ไม่ใช่การเสียบอแดปเตอร์เพื่อชาร์จถ่าน
- ใส่ถ่าน AAA 4 ก้อน หรือจะสวมต่อกับปลั๊กไฟ (AC-DC) เพื่อใช้กับไฟบ้านก็ได้

🫡- ใช้ระบบ Oscillation สำหรับวัดความดันโลหิตบริเวณต้นแขน ประมวลผลด้วยระบบดิจิทัล สามารถวัดค่าความดันช่วงหัวใจบีบตัว (Systolic) ค่าความดันช่วงหัวใจคลายตัว (Diastolic) และค่าความถี่ของชีพจร
🫡- สามารถเลือกหน่อยวัดความดันได้ทั้ง มม.ปรอท และกิโล ปลาสคาล
🫡- บันทึกค่าการวัดอัตโนมัติ
🫡- สามารถเรียกดูค่าเฉลี่ยการวัด 3 ครั้งหลังสุด และค่าความดัน อัตราการเต้นชีพจร/วัน/เวลา ในเเต่ละครั้งของการวัด
ได้
🫡- ความแม่นยำ สำหรับค่าความดัน+4มม. ปรอทและอัตราชีพจร +5% ของค่าที่อ่านได้
🫡- หน้าจอแสดง วัน/เวลา/ความดัน Systolic (ค่าบีบตัว)/ ความดัน Diastolic (ค่าคลายตัว)/อัตราการเต้นของชีพจร
🫡- สามารถตรวจวัดความผิดปกติของการเต้นหัวใจ และค่าความดันที่ผิดปกติ พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อตรวจพบ
🫡- เครื่องดับอัตโนมัติ (AUTO OFF) หากไม่มีการใช้งาน ภายใน 2 นาที

มีวางจำหน่ายที่ร้านยาเพชรรุ่ง ด้วยนะครับ

💥สินค้าเข้าแล้วจ้าา 400 เทส💥✅ที่ตรวจ ไวรัสโควิด-19 ✅💞💞💞💞💞💞💞💞💞มีวางจำหน่ายที่ร้านยาเพชรรุ่งโอสถ ทั้ง 2 สาขา เลยนะค่ะ
09/06/2025

💥สินค้าเข้าแล้วจ้าา 400 เทส💥
✅ที่ตรวจ ไวรัสโควิด-19 ✅
💞💞💞💞💞💞💞💞💞
มีวางจำหน่ายที่ร้านยาเพชรรุ่งโอสถ ทั้ง 2 สาขา เลยนะค่ะ

ขอขอบคุณลูกค้าให้จัดเซ็ตชุดสังฆทาน 3 ชุด ไปถวายพระ ชุดเล็ก ตามงบประมานของลูกค้า หรือเลือกยาได้ตามที่ลูกค้าต้องการได้เลยจ...
06/06/2025

ขอขอบคุณลูกค้าให้จัดเซ็ตชุดสังฆทาน 3 ชุด ไปถวายพระ ชุดเล็ก ตามงบประมานของลูกค้า หรือเลือกยาได้ตามที่ลูกค้าต้องการได้เลยจ้าาา ทางร้านยินดีให้บริการค่ะ

แวะมาที่ร้านได้เลยค่าา🫶😍😍

💥💥เตรียมรับมือหน้าฝน ให้พร้อม💥💥สูงวัยกับหน้าฝน ในการดูแลสุขภาพให้พร้อม ต้องทำอะไรบ้างไปดูกันจ้าา
04/06/2025

💥💥เตรียมรับมือหน้าฝน ให้พร้อม💥💥
สูงวัยกับหน้าฝน ในการดูแลสุขภาพให้พร้อม ต้องทำอะไรบ้างไปดูกันจ้าา

น้ำมันเขียวสินค้าเข้าแล้วจ้าาา💞น้ำมันเขียว โพธิ์ทอง 8 cc น้ำมันสมุนไพร บรรเทาอาการแมลงกัดต่อย green herbal oil ยาน้ำมันส...
01/06/2025

น้ำมันเขียวสินค้าเข้าแล้วจ้าาา💞

น้ำมันเขียว โพธิ์ทอง 8 cc น้ำมันสมุนไพร บรรเทาอาการแมลงกัดต่อย green herbal oil ยาน้ำมันสีเขียว ตราโพธิ์ทอง

ทะเบียนเลขที่ G231/64
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรขายทั่วไป

🍃ผลิตจากสมุนไพรแท้ 100%
🍃กลิ่นหอมเย็นสดชื่นจากสมุนไพรต่าง ๆ

ขนาด:
8 cc.

📌สามารถเข้ามาซื้อได้ที่ร้านยาเพชรรุ่งโอสถ
🕰เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ 08.00-20.00น.
สอบถามโทร 094-2292829

เฉพาะ Covid 19 เข้าแล้วน๊าาาา
01/06/2025

เฉพาะ Covid 19 เข้าแล้วน๊าาาา

ที่ตรวจไข้หวัดใหญ่ A/B,covid-19 เข้าแล้วจ้า
01/06/2025

ที่ตรวจไข้หวัดใหญ่ A/B,covid-19 เข้าแล้วจ้า

วันนี้ร้านเปิดตามปกติจ้าาซื้อยา ✅ใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติค่ะ
01/06/2025

วันนี้ร้านเปิดตามปกติจ้าา
ซื้อยา ✅ใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติค่ะ

💙 เข้าใจโรคครูป (Croup) - ดูแลลูกน้อยอย่างมั่นใจ1. โรคครูปคืออะไร?โรคครูป (Croup) คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน มักเก...
30/05/2025

💙 เข้าใจโรคครูป (Croup) - ดูแลลูกน้อยอย่างมั่นใจ

1. โรคครูปคืออะไร?
โรคครูป (Croup) คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน มักเกิดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทำให้กล่องเสียงและหลอดลมบวม มีเสียงหายใจหวีด และไอเสียงเหมือนเห่าหมา

2. อาการที่ควรระวัง:
🔸 ไอแห้ง เสียงเหมือนเห่าหมา
🔸 เสียงหายใจหวีด (Stridor) โดยเฉพาะเวลาเด็กตื่นตกใจหรือร้อง
🔸 เสียงแหบ
🔸 มีไข้
🔸 หายใจลำบาก

3. การรักษา:
🩺 หากอาการไม่รุนแรง:
• พักผ่อนมาก ๆ
• ดื่มน้ำอุ่นหรืออยู่ในห้องที่ชื้น
• ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล

⚠️ หากอาการรุนแรง:
• หายใจลำบากมาก
• ปากเขียว หรือซึม
👉 ควรพาไปพบแพทย์ทันที อาจต้องพ่นยาหรือให้ออกซิเจน
4. การป้องกันและหลีกเลี่ยง:
✅ ล้างมือบ่อย ๆ
✅ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการไอ/หวัด
✅ หมั่นทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของ
✅ ฉีดวัคซีนตามวัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่

สอบถามได้ที่ร้านเลยจ้าา ปรึกษาโดยเภสัชกร

ที่อยู่

256/2 หมู่ 1 ต. นาปรัง อ. ปง
Phayao
56140

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 20:00
อังคาร 07:30 - 20:00
พุธ 07:30 - 20:00
พฤหัสบดี 07:30 - 20:00
ศุกร์ 07:30 - 20:00
เสาร์ 07:30 - 20:00
อาทิตย์ 07:30 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66942262829

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพชรรุ่งโอสถ Phetrungosotผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง เพชรรุ่งโอสถ Phetrungosot:

แชร์