สมองอัจฉริยะ

สมองอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมองและระบบประสาท สารสกัดสมุนไพรธรรมชาติจากพืชพรมมิ

13/06/2018

เรียนให้สนุกเมื่อมีความสุขจะยิ่งจดจำ...
สุดยอดการสอนคุณครู โรงเรียนบ้านสำโรง อ.สนม จ.สุรินทร์ ผันวรรณยุกต์ อักษรกลาง สูง ต่ำ แบบครื้นแครง สนุกสนานไม่มีเบื่อ ผันได้ทั้งวัน ใช้กลองน้อยประกอบจังหวะ (ปฏิรูปการอ่านออกเสียงได้โดยใช้กลองน้อย)

เครดิต: Wattana Wongchalard

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย
ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

🌟เวลาที่ลูกกลับจากโรงเรียน พ่อแม่ควรจะต้องพูดคุยกับลูกเพื่อให้รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร? โอเคไหม? ..มาดูกันว่าเราควรถามอะไ...
18/05/2018

🌟เวลาที่ลูกกลับจากโรงเรียน พ่อแม่ควรจะต้องพูดคุยกับลูกเพื่อให้รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร? โอเคไหม? ..มาดูกันว่าเราควรถามอะไรลูกบ้างค่ะ

👉1.อะไรดีที่สุดในวันนี้
มันเป็นคำถามปลายเปิดเนอะ
ซึ่งเป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบมากมาย
เด็กจะชอบตอบคำถามนี้
เพราะเป็นเรื่องที่เค้าชอบ
เค้าตื่นเต้น มีความสุข เราจะได้รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามนี้เป็นคำถามที่ลูกจะมีความสุขและตาเป็นประกาย
เวลาตอบ

👉2. อะไรที่ลูกไม่ชอบเลยวันนี้
คำถามนี้ตรงข้ามกับคำถามแรกเลย
คำถามนี้เป็นคำถามเชิงลบ
แต่เป็นคำถามที่เราจะได้คำตอบ
ที่ช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า
เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน
ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่ลูกไม่ชอบ กลุ่มเพื่อนของลูก หรือแม้กระทั่งการถูกเพื่อนรังแก
แต่ไม่จำเป็นต้องถามคำถามนี้ทุกวันนะ
ถามบ้างเป็นครั้งคราว
คือไอ้คำถามที่ไม่ชอบอะไรที่สุดอะ ให้ถามบ้าง เพื่อที่เราจะได้รู้และแก้ไขปัญหาหรือรับมือกับปัญหาได้

👉3.ลูกนั่งทานข้าวกับใครวันนี้
คำถามนี้จะทำให้เรารู้ว่า ลูกเข้าสังคมได้มั้ย ลูกเปลี่ยนคนนั่งไปเรื่อยๆ หรือนั่งกับคนเดิมตลอด ถ้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราก็อาจจะถามถึงคนเก่าๆบ้างว่าไม่นั่งกับ A B แล้วเหรอ แล้วรอฟังเหตุผล จะทำให้เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คือลูกอาจจะมนุษยสัมพันธ์ดี นั่งกับใครก็ได้ เพื่อนอยากนั่งด้วย หรือที่ต้องเปลี่ยนเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครอยากนั่งใกล้ ส่วนถ้านั่งกับคนเดิมตลอด ก็ลองถามดูว่าไม่นั่งกับ A B บ้างเหรอ แล้วฟังเหตุผลลูกเราจะสามารถประเมินได้

👉4. กิจกรรมที่โรงเรียนง่ายหรือยาก
อันนี้เราจะได้รู้ว่าลูกเรียนทันเพื่อนมั้ย ลูกอ่อนวิชาไหน โดยไม่ต้องรอผลสอบ
เราจะได้แก้ไขได้ก่อน

👉5. คุณครูเป็นอย่างไรบ้าง
อันนี้เราต้องดูสีหน้าลูกด้วยเวลาตอบ
คือถ้าถามไป ลูกแบบตาเป็นประกาย คุณครูใจดี ให้ทำนั่นนี่ สนุกมากงี้
อันนี้ก็หมดห่วง
แต่ถ้าถามไปแล้วหน้าเศร้าๆ
เลี่ยงๆ ไม่อยากตอบ
ก็อย่าไปเซ้าซี้ จดไว้ก่อน
มีโอกาสลองไปคุยกับครู

👉6. ลูกเล่นกับใครวันนี้
อันนี้จะได้ผลคล้ายกับนั่งกินข้าวกับใคร
คือจะได้เรื่องการเข้ากับคนอื่น

👉7. โรงเรียนมีงานอะไรที่กำลังจะมาถึง
คือเด็กอะ บางทีครูสั่งไรมา ก็ไม่มาบอก
ด้วยเพราะลืมบ้าง ไม่ใส่ใจบ้าง
ข้อนี้จะช่วยให้ลูกไม่ลืมงานที่ต้องเตรียม ต้องทำ

🚩เราไม่จำเป็นต้องถามทั้ง 7 คำถาม
ทุกวัน อาจจะสลับๆกันไป
เพื่อให้เราได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ลองเอาไปใช้ดูนะ. จะได้เข้าใจลูกมากขึ้น
Cr.

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย
ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

24/04/2018

ความคิดและคำพูดไม่เหมือนเด็กที่เรียนไม่เก่งเลย
สนับสนุนโดย เพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

การดูแลสมอง 10 ประการ:(อ่านเถอะดีมาก)1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ ต้องการ...
23/04/2018

การดูแลสมอง 10 ประการ:(อ่านเถอะดีมาก)

1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว
2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่า สมองคือก้อนไขมัน
ซึ่งจำเป็นต้องมี ไขมันดีไปทดแทน ส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กิน ไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดี อย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรส เป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซี กินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติ และนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมอง เข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่น ที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการ เห็นภาพ และมีความคิด สร้างสรรค์
4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจ ในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมอง ว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวัน สมองจะปรับพฤติกรรมเรา
ให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ทุกครั้งที่ยิ้ม หรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสาร แห่งความสุข หลั่งออกมา
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้ หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้ และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุข ก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลือง พลังงานสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวัน ลงในสมุดบันทึก เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมี ที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี
9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกซิเจน 20-25% ของออกซิเจน ที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการ ส่งพลังงานที่ดี ไปยังสมอง
10. อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลดีๆให้ คนอื่นเสมอ เพราะสมองของเรา จะจดจำข้อมูล ที่เราแบ่งปันให้คนอื่น

"หนูดี - วนิษา เรซ"

สนับสนุนโดย เพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

เด็ก ๆ รักการปิดเทอมและเฝ้ารอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะนั่นหมายถึงการพักจากการไปโรงเรียน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปิดเท...
27/03/2018

เด็ก ๆ รักการปิดเทอมและเฝ้ารอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะนั่นหมายถึงการพักจากการไปโรงเรียน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปิดเทอมไม่ได้หมายถึงการหยุดการเรียนรู้ ช่วงปิดเทอมไม่ควรเป็นเวลาที่เด็กจะได้เล่นเกมตลอดทั้งวัน หรือนอนทั้งวัน แต่เด็ก ๆ ควรได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนชายทะเล ได้ทำกิจกรรมที่สนุกหลากหลาย รวมทั้งการได้เรียนรู้สิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดเทอมในช่วงถัดไป

จากการศึกษาของกระทรวงศึกษาของสหรัฐอเมริกาพบว่าเด็ก ๆ ขาดการเรียนรู้ไปถึง 25 % ในช่วงปิดเทอม จากการศึกษาของ แฮริส คูเบอร์จากมหาวิทยาลัยดุกค์ พบว่าผู้ปกครองที่มีฐานะปานกลางและร่ำรวยจะช่วยให้ลูกมีการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องในช่วงปิดเทอมได้ โดยใช้วิธีส่งลูกไปเรียนพิเศษหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่กระตุ้นการเรียนรู้ แต่แท้ที่จริงแล้วเด็กๆสามารถเรียนรู้และสนุกสนานในช่วงปิดเทอมได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากมาย กิจกรรมต่อไปนี้จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างง่าย ๆ มีดังนี้

1. ทำอาหาร เข้าครัว การทำอาหารถือเป็นทักษะที่มีประโยชน์และจำเป็นในชีวิต ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาการพึ่งพาตัวเองในอนาคตเท่านั้นแต่การทำอาหารยังช่วยพัฒนาทักษะด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการนับ การหาร ชั่ง ตวง วัด เวลา และเรียนรู้การถนอมอาหารอีกด้วย

2. เล่นกีฬา กิจกรรมการเล่นกีฬาไม่เพียงแต่พัฒนาความแข็งแรงด้านร่างกายเท่านั้นแต่ยังพัฒนาสมองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นบาสเกตบอล แชร์บอล ฟุตบอล เทนนิส การขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เทควันโด ล้วนแล้วแต่พัฒนาความเชื่อมั่นในตัวเอง การทำงานเป็นทีม ความสามัคคี และการคิดอย่างมีเหตุผลอีกด้วย เด็กที่มีอายุ 14 ปีขึ้นไปหากฝึกการเล่นกีฬาจะทำให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อ มีสุขภาพที่ดี มีการพัฒนา และติดไปจนเป็นนิสัยจนโต

3. อ่านหนังสือ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าการอ่านช่วยพัฒนาสมองในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นการจัดเวลา และให้เด็กมีโอกาสได้อ่านหนังสือประมาณ 1 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันจะช่วยให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น มีนิสัยรักการอ่าน เปิดโลกจินตนาการ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดีกว่าการดูทีวีทั้งวัน หรือเล่นมั่วสุมกับเพื่อนๆ การให้เด็กมีโอกาสไปห้องสมุด หรืออาจให้รางวัลเล็กๆน้อยๆกับเด็กหลังจากการอ่านจะช่วยกระตุ้นให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น และจะติดเป็นนิสัยไปจนโต

4. เล่นหมากรุก หรือหมากฮอส การเล่นเกมบนหมากกระดาน จะช่วยพัฒนาสมองได้อย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมิติสัมพันธ์ การเรียนรู้เรื่องของตัวเลข ทิศทางความสัมพันธ์ จากกศึกษาที่ฮ่องกงพบว่าการเล่นหมากกระดานช่วยพัฒนาการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้ถึง 15% หลังจากทำแบบทดสอบ ในปัจจุบันเด็กมักไม่สนใจการเล่นเกมหมากกระดานเท่าไหร่ เนื่องจากชอบการเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากกว่า การเล่นหมากรุกต้องใช้ความอดทนและฝึกสมาธิ ดังนั้นผู้ปกครองควรเสริมแรงให้เด็กรักการเล่นหมากกระดานต่างๆ โดยการเล่นกับเด็ก สอนวิธีเล่นอย่างสนุกสนาน และให้รางวัลเล็กๆน้อยๆ เพื่อที่เด็กจะหันกลับมาสนใจการเล่นหมากกระดานมากขึ้น

ไม่เพียงแต่การเล่นหมากรุกและหมากฮอสเท่านั้น การต่อคำศัพท์ ( Scrabble) เกมเศรษฐีหรือเกมบนกระดานต่างๆ จะช่วยพัฒนาคำศัพท์และรู้จักความหมายของคำ และช่วยพัฒนาภาษา การคิดเลข การใช้เงิน การนับ และถ้าเล่นกันหลายคนรวมกัน จะช่วยพัฒนาด้านการปรับตัวเข้ากับสังคม รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย

5. เรียนรู้ทางดนตรี ดนตรีนับว่าเป็นกิจกรรมที่พัฒนาสมองและเป็นกำไรในการสร้างความฉลาดที่แสนสนุกอีกอย่างหนึ่งในช่วงปิดเทอม เด็กๆสามารถหาเวลาฝีกซ้อมในระหว่างวัน กิจกรรมดนตรีถือว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างวินัย สร้างความอ่อนโยนและช่วยพัฒนาสมองไปในตัว

6. ทำสวน การทำสวนถือว่าเป็นการสอนธรรมชาติศึกษาให้แก่เด็ก ทำให้เด็กๆรักธรรมชาติ สร้างโลกสีเขียว ลดมลพิษทางอากาศและทำให้มีจิตใจที่อ่อนโยนอีกด้วย

7. เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ช่วยพัฒนาคำศัพท์ การติดต่อสื่อสาร และการเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆอีกด้วย การให้เด็กได้อ่านหนังสือ เรียนรู้คำศัพท์ที่สนุกสนานจะช่วยให้เด็กๆรักการอ่านไปในตัว รวมทั้งพัฒนาความสามารถในการเขียนในอนาคต ในปัจจุบันการค้าเสรีเข้ามามีบทบาท การเปิดตัวกับต่างประเทศมีมากขึ้น ดังนั้นภาษานับว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นอย่างยิ่ง

8. จดบันทึก การเขียนไดอารี่ การจดบันทึกจะช่วยพัฒนาการเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็น การจดบันทึกจะช่วยพัฒนาความคิดในการวางแผน การรู้จักตนเอง รวมทั้งเป็นการช่วยระบายความคับข้องใจ ความเครียด ช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี

9. เขียนเรื่องสั้น เขียนเรื่องราวในจินตนาการและท่องโลกในจินตนาการ การเขียนช่วยพัฒนาคำศัพท์ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกผ่านตัวอักษร ซึ่งไม่แน่ลูกของเราอาจจะเป็นนักเขียนรางวัลซีไรท์ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้

10. เล่นเกมการศึกษา และเกมที่มีคุณค่าทางคอมพิวเตอร์ มีนักการศึกษามากมายต่อต้านการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ นั่นหมายถึงเกมที่มีความรุนแรง หรือเกมที่เด็กติดจนไม่มีอันจะทำอะไร แต่เกมการศึกษาหรือเกมคอมพิวเตอร์บางอย่าง จะช่วยพัฒนาสมองและสร้างความสนุกสนานที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยได้ ดังนั้นการจัดเวลา การดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการคัดสรรเกม นับว่ามีประโยชน์และจำเป็นเพราะเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต

11. เรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ การแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ การฝึกการสังเกตความเหมือนและความแตกต่าง การนับ การเพิ่มขึ้นและลดลง กิจกรรมคณิตศาสตร์เหล่านี้เด็กๆควรได้รับการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการบวกตัวเลขทะเบียนท้ายรถคันหน้า การสังเกตป้ายโฆษณา การช่วยคุณแม่ไปซื้อของที่ร้าน การทำแบบฝึกหัดที่สร้างสรรค์ ล้วนแล้วแต่เป็นการพัฒนาทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับชีวิตในอนาคต

กิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นกิจกรรมที่จะช่วยสร้างให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยพัฒนาความคิด สร้างสรรค์จินตนาการ และพัฒนาสมอง แต่ที่สำคัญที่สุดคือทุกกิจกรรมนั้นต้องให้เด็กๆมีความสนุกสนาน ไม่ใช่ยัดเยียดความรู้ บังคับ หรือให้เด็กต้องคร่ำเคร่งมากเกินไป เพราะกิจกรรมในช่วงปิดเทอมควรเป็นกิจกรรมที่ทั้งมีความสนุกและเกิดประโยชน์กับเด็กอย่างคุ้มค่าในเวลาเดียวกัน

สนับสนุนโดย เพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

มากินอาหารเช้า..สร้าง IQ กันเถอะ     วันหนึ่งๆ ลูกน้อยวัย 1 ปีขึ้นไป ควรได้รับประทานอาหารหลักๆ 3 มื้อนะครับ มื้อเช้า มื้...
26/03/2018

มากินอาหารเช้า..สร้าง IQ กันเถอะ
วันหนึ่งๆ ลูกน้อยวัย 1 ปีขึ้นไป ควรได้รับประทานอาหารหลักๆ 3 มื้อนะครับ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น ไม่รวมมื้ออาหารว่าง หรือนมที่ดื่มเสริมต่างหาก ซึ่งอาจรวมเป็น 4 – 5 มื้อ แต่ถ้าถามว่า มื้อใดสำคัญที่สุดและขาดไม่ได้เลย คำตอบคือ มื้อเช้า

อาหารเช้าคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองให้ตื่นตัว พร้อมรับกับการเรียนรู้ และทำให้ลูกของคุณนั้น มีพัฒนาการทางการเรียน และจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดี เราลองมาดูกันนะครับว่า

ทานอาหารเช้าแล้ว มีดียังไง
• สมองตื่นตัว มีสมาธิ ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
• กระตุ้นทั้งระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้และมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนได้ดีขึ้น
• มีพลังงานในการประกอบกิจกรรมต่างๆ
• ส่งเสริมให้เป็นคนอารมณ์ดี

ผลเสียของการไม่ได้ทานอาหารมื้อเช้า
• ทำให้ลูกน้อยขาดสมาธิและบั่นทอนการทำงานของสมอง ทำให้เรียนรู้ช้า
• อารมณ์เสีย ขี้หงุดหงิด
• หากไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์และยังส่งผลต่อสติปัญญา ทำให้ขาดสมาธิ ส่งผลเสียในระยะยาวอีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว เรามาชวนลูกน้อยกินอาหารเช้าให้เป็นนิสัยกันเถอะค่ะ


ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/
"อเลอไทด์ ALERTIDE" ผลิตภัณฑ์บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยฟื้นฟูความจำและบำรุงสมองฟื้นฟูและบำรุงระบบประสาทและสมองช่วยเพิ่มความจำ เสริมสร้างสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้

สอบถามและปรึกษาปัญหาลูกรักฟรี / สั่งซื้อ☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

หน้าจอทำลูกสุขภาพเสีย สมองเสื่อม จริงหรือการให้ลูกเข้าถึงหน้าจอสมาร์ทโฟนเร็วเกินไป หรือใช้แท็บเล็ตเร็วเกินไป ไม่ก่อให้เก...
20/03/2018

หน้าจอทำลูกสุขภาพเสีย สมองเสื่อม จริงหรือ

การให้ลูกเข้าถึงหน้าจอสมาร์ทโฟนเร็วเกินไป หรือใช้แท็บเล็ตเร็วเกินไป ไม่ก่อให้เกิดผลต่อดีพัฒนาการ ซึ่งเด็กๆ ควรจะเล่น หรือทำกิจกรรมมากกว่าการจมอยู่กับหน้าจอ แถมสุขภาพก็เสียไปด้วย ไปติดตามผลกระทบกันค่ะ

- ผลกระทบด้านสุขภาพ

ความที่แท็บเล็ตนั้นใช้งานง่าย เด็กๆ ตัวน้อยจึงสามารถใช้งานได้ แต่เพราะวัยดังกล่าวเป็นช่วงที่ต้องการการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ นั่นจึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญเกิดความวิตกกังวล ขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาใดที่ยืนยันว่าแท็บเล็ตสามารถช่วยเด็กๆ ในการพัฒนาทักษะของพวกเขา

แต่ที่แน่นอน คือ การใช้งานแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนของพวกเขา นอกจากจะส่งผลเสียต่อสายตาของเด็กๆ แล้วยังทำให้เด็กๆ ขาดการพัฒนาสมองที่ควรจะได้รับจากการเล่น หรือการพูดคุยกับคนรอบข้าง ส่งผลต่อความสามารถในการเข้าสังคมตามวัยอีกด้วย

- พัฒนาการอ่าน-เขียนไม่ถึง

ทักษะการใช้ภาษาของเด็กปฐมวัยยังไม่คล่อง การพัฒนาของสมองก็ยังไม่เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้เด็กไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหน้าจอเท่าที่ควร ถ้าหากมีการใช้แท็บเล็ตในวัยนี้ เด็กจะไม่ได้ฝึกเรื่องการเขียน การคิดคำนวณและยังส่งผลกระทบเรื่องพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพราะเด็กจะต้องมีการฝึกกล้ามเนื้อเวลาที่เด็กเขียน ในการจับดินสอ เพื่อที่จะใช้ในการฝึกฝน ซึ่งจะแตกต่างกับการที่เด็กจะใช้นิ้วกดปุ่ม ดังนั้นการใช้มือสำหรับการขีดเขียนหนังสือจึงย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ

ข้อมูลจาก Digitaltrends ,TIME , นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

28/02/2018
10 เคล็ดลับทำให้ลูกตั้งใจอ่านหนังสือสอบ1.  #เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างให้พ้นมือเด็กเด็กทุกคนจะขาดสมาธิในการทบทวนบ...
22/02/2018

10 เคล็ดลับทำให้ลูกตั้งใจอ่านหนังสือสอบ

1. #เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างให้พ้นมือเด็ก
เด็กทุกคนจะขาดสมาธิในการทบทวนบทเรียนถ้ามีอุปกรณ์ที่ทำให้เขาติดต่อกับโลกภายนอกได้อยู่แค่เอื้อมวิธีที่ดีสุดคืออย่าให้มีอุปกรณ์พวกนี้ระหว่างเรียน

2. #เฟซบุ๊คคือศัตรูตัวร้ายในการเรียน
ถ้าจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างเรียน พ่อแม่ต้องตกลงกับลูกว่าห้ามเข้าเฟซบุ๊คเด็ดขาด เฟซบุ๊คเป็นตัวอันตรายที่ทำให้เสียสมาธิระหว่างเรียน
3. #สร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การเรียน
ห้องเรียนที่สงบเงียบไม่มีเสียงรบกวนช่วยให้เด็กมีสมาธิในการทบทวนความรู้ได้เต็มที่ พ่อแม่ควรเอาใจใส่ให้เด็กทุ่มเทความสนใจในวิชาที่ต้องทบทวนโดยไม่มีอะไรมารบกวน
4. #ให้ความสำคัญกับเรื่องที่จะต้องสอบ
การไถ่ถามเด็กเกี่ยวกับวิชาที่เรียนและหัวข้อสำคัญที่น่าจะออกข้อสอบเป็นเหมือนการเตือนเด็กไปในตัว ว่าควรให้เวลาและเจาะลึกกับวิชาที่จะต้องสอบก่อน
5. #อย่าเรียนกับเพื่อนสนิท
คนชอบคิดว่าถ้าได้เรียนกับเพื่อนสนิทจะทำให้เรียนได้ดีกว่าเรียนคนเดียว แต่จริง ๆ แล้วเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้าเรียนกับเพื่อนที่สนิทกันมากเท่าไหร่ ความตั้งใจและสมาธิจะน้อยลงเท่านั้น เพราะมัวแต่คุยเล่นกัน จนลืมไปว่ากำลังเรียนอยู่
6. #จัดตารางการอ่านหนังสือให้เหมาะสม
ช่วยดูตารางการอ่านหนังสือของลูก อย่าให้ตรงกับเวลาที่ลูกต้องไปทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ลูกชอบเป็นพิเศษ เช่น เรียนเต้นหรือว่ายน้ำ เป็นต้น เพราะเด็กจะรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ต้องอ่านหนังสือวิชาที่แสนน่าเบื่อ แทนที่จะได้ไปทำกิจกรรมโปรดของตัวเอง และอาจทำให้เด็กเกลียดวิชานั้นไปเลยก็ได้ ถ้าจะให้ดีพ่อแม่ควรฝึกลูกให้รู้จักใช้เวลาก่อนนอนทุกคืนทบทวนบทเรียนที่เรียนมาจนติดเป็นนิสัย เป็นการสร้างวินัยการเรียนและไม่กระทบเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ ในตอนกลางวันของลูก ทำให้จัดตารางเวลาได้ง่ายขึ้น
7. #งดของขบเคี้ยวระหว่างเรียน
เด็กชอบกินขนมเวลาเรียน พ่อแม่ควรให้ลูกกินแต่สิ่งที่มีประโยชน์บำรุงร่างกายและสมองเด็กในวัยเรียนให้สมบูรณ์เต็มที่ เช่น ชงช็อกโกแลตร้อนให้ลูกดื่มเป็นการเพิ่มพลัง หรือผลไม้แทนที่จะเป็นพวกขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ งดขนมกรุบกรอบเด็ดขาด
8. #ตั้งใจเรียน
อะไรก็ตามที่ทำให้เด็กไม่ตั้งใจเรียน อย่าเอามาไว้ใกล้ตัวเด็ก โดยเฉพาะมือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทันสมัยต่าง ๆ
9. #ครูไม่ใช่เสือ
เวลาพูดถึงครู เด็ก ๆ มักกลัวหรือไม่ก็ทำเหมือนครูเป็นเสือสิงห์ที่จ้องแต่จะขย้ำถ้าเด็ก เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสอนลูกว่าครูคือที่พึ่งของเด็กในด้านการเรียน ถ้าเด็กไม่เข้าใจหรือสงสัย ครูจะเป็นคนที่ให้คำตอบและอธิบายได้ดีที่สุดโดยเพาะเวลาใกล้สอบ บางครั้งครูก็อาจจะเผลอบอกข้อสอบด้วยซ้ำไป
10. #สอนลูกให้รู้จักจัดระเบียบตัวเอง
พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากที่จะสอนให้ลูกรู้วิธีจัดการกับหน้าที่ของตัวเองในแต่ละวันอย่างเหมาะสม ดูว่าลูกใช้เวลาจัดระเบียบตัวเองทั้งเรื่องเรียนและเรื่องอื่น ๆ ได้โดยที่ไม่อัดแน่นทุกอย่างภายในวันเดียวหรือสองสามวันก่อนสอบ ให้ลูกได้มีเวลาผ่อนคลาย เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องฝึกลูกให้รู้วิธีจัดระเบียบตัวเอง ลูกจะได้ไม่เครียดและมีผลการเรียนดีสมกับที่ตั้งใจไว้
สนับสนุนโดย เพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

“ #อย่าลังเลที่จะหาสิ่งดีๆให้ลูก  #แต่จงลังเลที่จะบังคับลูก”คุณแม่อยากให้กุ้งใส่ชุดนี้ เพราะดูสวยและเข้ากับลูกได้ดี แต่แ...
19/02/2018

“ #อย่าลังเลที่จะหาสิ่งดีๆให้ลูก #แต่จงลังเลที่จะบังคับลูก”

คุณแม่อยากให้กุ้งใส่ชุดนี้ เพราะดูสวยและเข้ากับลูกได้ดี แต่แม่ตัดสินใจแทนลูกไม่ได้

คุณพ่ออยากให้เก้าย้ายโรงเรียนตอนจบประถมฯ เพราะโรงเรียนใหม่ เก้าจะมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยมากกว่า แต่คุณพ่อก็บังคับลูกย้ายโรงเรียนไม่ได้

พ่อแม่คิดมากมายเวลามองหาสิ่งดีๆให้ลูก และเป็นความคิดที่กรั่นกรองมาแล้ว หมอเห็นด้วยว่า เราควรเลือกสิ่งดีๆให้ลูกและครอบครัว และควรทำอย่างยิ่ง หากเรามั่นใจว่ามันดีจริงๆ

แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรคิดให้มากขึ้นอีก นั่นคือ ลูกจะคิดและตัดสินใจอย่างไร?

การคิดล่วงหน้าว่า ลูกจะคิดอย่างไร จะทำให้เราคาดเดาปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นได้...เพื่อที่เราจะได้ควบคุมอารมณ์ตนเองให้ทัน ก่อนที่จะเกิดการโต้เถียงและต้องกลายเป็นบังคับลูก...

หากเราคิดว่า ลูกอาจปฏิเสธและการปฏิเสธนั้นไม่มีผลกระทบอะไร เราก็ควรยอมรับ เช่น กุ้งไม่ชอบเสื้อที่แม่บอก เราก็ควรรับฟังลูกและยอมรับสไตล์ของเขา

แต่ถ้าการปฏิเสธนั้น เป็นการพลาดสิ่งดีๆและอาจมีผลกระทบต่อเขาในระยะยาว เราก็ต้องมุ่งมั่นที่จะดำเนินต่อไป แต่...เราต้องช่วยลูก มองให้ออกว่าสิ่งนี้ดีต่อเขาอย่างไร และรับฟังสิ่งที่อยู่ในใจลูก!!

วิธีช่วยลูก
1. รับฟังความคิดและความรู้สึกของลูกให้มากๆ เพราะการที่ลูกปฏิเสธนั้น เขาอาจมีความกังวลหรือความกลัว เช่น กลัวไม่มีเพื่อน กลัวจะเรียนไม่ไหว กลัวครูดุ กลัวว่าจะไม่เป็นที่พอใจของเราถ้าไปเรียนแล้วไม่เก่งอย่างที่เราคิด ฯลฯ
ความกังวลใจ/ความเครียด มักเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกปฏิเสธสิ่งที่พ่อแม่เสนอ

2. ชวนลูกคิดว่าเพราะอะไร เราถึงคิดว่าสิ่งนี้ดี ด้วยประโยคคำถามปลายเปิด “ลูกรู้มั๊ยจ้ะ เพราะอะไรพ่อแม่ถึงคิดว่าโรงเรียนนี้ดี? หรือ “รู้มั๊ยจ้ะ ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงคิดว่า โรงเรียนนี้ดีและเหมาะสม?”
การตั้งคำถามให้ลูกคิด..เป็นการกระตุกให้ลูกคิดใคร่ครวญให้ดีเอง...

3. ช่วยลูกแก้ปัญหาในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ที่ทำให้ลูกกังวล เช่น การปรับตัวกับเพื่อน การเรียนที่ยากขึ้น กลัวไม่มีเวลาว่าง กลัวจะไม่เป็นที่พอใจของเรา เป็นต้น

4. ให้กำลังใจ และทำให้ลูกรับรู้ได้ว่า เราจะอยู่ช่วยเขาผ่านไปให้ได้

ปล. หากสิ่งนั้นเป็นของดีจริง คงไม่มีใครอยากปฏิเสธ แต่ที่ปฏิเสธก็เพราะไม่ทันได้คิดอย่างใคร่ครวญและมีความกังวลใจ/ความกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง....


Cr: หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก
#เลี้ยงลูกเชิงบวกทุกคนทำได้

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะhttps://www.facebook.com/brainsbright/ 💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่ให้อเลอไทด์เป็นอาห...
18/02/2018

ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

💡ดูแลสมอง...กับนวัตกรรมใหม่
ให้อเลอไทด์เป็นอาหารสมอง
เพิ่มความจำ บำรุง ฟื้นฟูสมอง
และระบบประสาท
สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย

ลูกๆใกล้สอบแล้ว..ต้องอ่านหนังสือหนักมาก💡 วันนี้คุณเตรียมความพร้อมหาตัวช่วยให้กับลูกๆคุณหรือยัง...? #อยากสมองดีต้องมีตัวช...
16/02/2018

ลูกๆใกล้สอบแล้ว..ต้องอ่านหนังสือหนักมาก
💡 วันนี้คุณเตรียมความพร้อมหาตัวช่วยให้กับลูกๆคุณหรือยัง...?

#อยากสมองดีต้องมีตัวช่วย
💫Alertide (อเลอไทด์) 💡อาหารเสริมบํารุงสมองและระบบประสาท ถูกพัฒนาสูตรมาจากดีเบรม ช่วยบำรุงสมองและเส้นประสาท ✅ช่วยในเรื่องของความจำให้ทำงานได้ดีขึ้น พร้อมสารอาหารบำรุงร่างกายถึง 10 ชนิด ✅ทำให้สดชื่นแจ่มใส ✅มีสุขภาพดี ถ้าคุณมีปัญหา ความจำระยะสั้น จำไม่ได้ ✅เด็กสมาธิสั้น ไม่อยู่เฉย ✅สมองเสื่อม ขี้หลง ขี้ลืม ✅กังวล เครียด ✅นอนหลับยาก

💫อเลอไทด์💫ช่วยคุณได้ จากส่วนประกอบที่ถูกคัดสรรค์ จากกระบวนการวิทยาศาสตร์ มาเป็นสุดยอดอาหารเสริมบำรุงสมอง ที่ช่วยเหลือคุณและคนที่คุณรักได้
💫Alertide 💫อเลอไทด์💡
รวมสุดยอดของสารสกัดบำรุงสมองที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวที่ดีเน็ทเวิร์ค
ขนาดบรรจุ 30 เม็ด
☑เลขที่ อย. 10-1-06045-1-0040
☑มีฮาลาลรับรอง
☑สินค้าพร้อมส่ง ของแท้ 💯%
🚚มีบริการเก็บเงินปลายทาง

สายด่วน☎ 081-909-3651 คุณหนุ่ย
ด้วยความปรารถนาดีจากเพจ สมองอัจฉริยะ
https://www.facebook.com/brainsbright/

ที่อยู่

Phra Khanong

เบอร์โทรศัพท์

0819093651

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมองอัจฉริยะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง สมองอัจฉริยะ:

แชร์