12/04/2026
"วัณโรคปอด อีกครั้ง(อีกแล้ว) !!!"
ก่อนปิดสงกรานต์
มีผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 84 ปี มาปรึกษาหมอที่คลินิกหมอครับ
ไอเรื้อรัง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ไข้ต่ำๆช่วงเย็น
เอาตรงๆแค่ประวัตินี่แพทย์ทั่วไปในไทยก็ต้องคิดถึง "วัณโรคปอด" อยู่ในใจเสมอแล้ว
ผู้ป่วยไปเรื้อรังมาเป็นปีๆ ไปตรวจตามที่ต่างๆ ก็ได้รับการบอกว่าเป็น หลอดลมอักเสบ กรดไหลย้อน(อันนี้ก็งงมากไม่มีอาการทางเดินอาหารอะไร) ก็ได้ยารักษามา แน่นอนอาการย่อมไม่ดีขึ้น
จนกระทั่งวันที่ 8/04/2569 ไปตรวจเอกซเรย์ปอดที่ รพ.แห่งหนึ่ง แล้วเอาเอกซเรย์ปอดมาปรึกษาที่คลินิกฯ
ดังภาพด้านล่างครับ
หมอคิดถึงวัณโรคปอดครับ
ซักประวัติเพิ่มเติม เคยสัมผัสผู้ป่วยวัณโรคปอดในอดีต(มารดา) ไม่มีโรคมะเร็งในครอบครัว ไม่สูบบุหรี่ อาชีพในอดีตทำสวนยาง ตอนนี้เป็นคนดูแลเฝ้าสามีที่นอนติดเตียง
เจอแบบนี้ ส่วนตัวหมอ
# ขอเก็บเสมหะส่งตรวจทันที
# ตรวจเลือดพื้นฐาน
เริ่มยาต้านวัณโรคสูตรมาตราฐานทันที
เพราะ!!!
1.จากประวัติ+ตรวจร่างกาย+เอกซเรย์ปอด ไม่มีสาเหตุอื่น เช่น ก้อนเนื้อในปอดหรือส่วนอื่นๆที่ผิดปกติ
2.ลดการแพร่กระจาย ประวัติไอมาเป็นปีๆ ผู้ป่วยต้องดูแลสามีที่ติดเตียง
3.ไม่เคยผ่านการรักษาวัณโรคมาก่อน แม้ว่าเคยสัมผัสมารดาที่เป็นวัณโรค ก็ยังไม่คิดถึง"เชื้อดื้อยา" เพราะปัจจุบัน ในไทยกรณีแบบนี้จะมีวัณโรคที่ดื้อยา ข้อมูลคือ 1.2% เท่านั้น
3.ขณะนี้ล่าช้ามากแล้ว คือมีอาการมานานแม้ว่าเพิ่งมาพบหมอที่คลินิกฯครั้งแรก แต่วัณโรคสามารถจะแพร่ไปอวัยวะอื่นๆได้ การรักษาตั้งแต่แรกย่อมดีกว่าเสมอ
ในกรณีที่แพทย์ได้ให้การรักษา วัณโรคปอด ก็ต้องดูว่าอาการดีขึ้นจริงหรือไม่ เอกซเรย์ปอดดีขึ้นไหม ผลเสมหะเป็นอย่างไร มีอาการแพ้ยาหรือไม่
ในผู้ป่วยที่เพิ่งจะรักษาวัณโรคปอดครั้ง
อาการมักดีขึ้นใน 2 สัปดาห์
เอกซเรย์ปอดดีขึ้นใน 2 เดือน
ดังนั้นช่วง 2 สัปดาห์แรกที่รักษา ต้องงดดูแลสามีที่ติดเตียงไปก่อน
แฮ่ม..คนในบ้านต้องมาเอกซเรย์บวกลบเจาะเลือดดูวัณโรคแฝงเพื่อการรักษาแบบป้องกันด้วย
"หมอรติครับ แล้วคนรอบๆบ้านที่แม่ไปพูดคุยล่ะครับ ก็ควรมาตรวจคัดกรองเช่นกันครับ"
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ
หมอรติ
12/04/2569