หมอยา ปัว

หมอยา ปัว ร้านหมอยา ปัว ให้คำปรึกษาเรื่องยา

เชื้อดื้อยาอันตรายกว่าที่คิด ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ
23/11/2025

เชื้อดื้อยาอันตรายกว่าที่คิด ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ

เชื้อดื้อยากำลังคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกและขยายตัวรุนแรงขึ้นทุกปี ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญภาระผู้ป่วยและการเสียชีวิตจำนวนมาก ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งวิกฤตนี้
ปัญหาเชื้อดื้อยาเป็นภัยระดับโลกที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญมานาน และปัจจุบันยังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานปี 2562 ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 1.27 ล้านคนต่อปีจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ขณะที่ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตกว่า 38,000 คนต่อปี มากกว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนถึงสองเท่า สะท้อนว่าเชื้อดื้อยาได้ลุกลามจนเป็นภัยคุกคามระบบสุขภาพอย่างแท้จริง
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ไม่ครบคอร์ส ใช้ยาแรงเกินไป หรือใช้โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นตัวเร่งให้เชื้อแบคทีเรียพัฒนาและแพร่กระจายความดื้อยาอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง การใช้ยาอย่างรับผิดชอบ และการขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ
การรับมือเชื้อดื้อยาต้องเริ่มตั้งแต่ระดับประชาชน ร้านยา สถานพยาบาล ระบบสาธารณสุข ไปจนถึงนโยบายระดับชาติ ร้านยาและเภสัชกรต้องช่วยคัดกรองและให้คำแนะนำที่ถูกต้อง สถานพยาบาลต้องดำเนินระบบใช้ยาอย่างสมเหตุผล (ASP) ควบคู่กับการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด ภาครัฐต้องเดินหน้าแผนปฏิบัติการระดับชาติ 2566-2570 และเร่งปรับสถานะยาปฏิชีวนะสำคัญให้ควบคุมเข้มงวดยิ่งขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะช่วยชะลอการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาและปกป้องระบบสุขภาพไทยในระยะยาว

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เปิดให้บริการระบบนัดหมายออนไลน์ ผ่าน "หมอพร้อม"คลินิกที่เปิดให้บริการในตอนนี้ คือ1. คลินิกกา...
23/11/2025

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เปิดให้บริการ
ระบบนัดหมายออนไลน์ ผ่าน "หมอพร้อม"

คลินิกที่เปิดให้บริการในตอนนี้ คือ
1. คลินิกกายภาพ ทั้งในและนอกเวลา
2. คลินิกแพทย์แผนไทย
3. ขอใบรับรองแพทย์
4. ศูนย์ตรวจสุขภาพ
5. แผนกทันตกรรม
6. คลินิกสุขภาพเด็กดี (นัดฉีดวัคซีน)
7. คลินิกวางแผนครอบครัว

สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิว ด้วยหมอพร้อม

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว***** ตรวจฟรี ****ขอเชิญสตรี ที่มีภูมิลำเนาอำเภอปัวที่มีอาการผิดปกตินรีเวชฯ ประจำเดือนมามากหร...
13/11/2025

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว
***** ตรวจฟรี ****
ขอเชิญสตรี ที่มีภูมิลำเนาอำเภอปัว

ที่มีอาการผิดปกตินรีเวชฯ
ประจำเดือนมามากหรือน้อยเกินไป
ปวดท้องน้อย
เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ตกขาวผิดปกติ
หรือคันบริเวณช่องคลอด
คลำพบก้อนในช่องท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน
มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เข้ารับการบริการตรวจ

*** บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ***
ด้วยวิธีหาเชื้อไวรัสเอชพีวี เฉพาะสตรีอายุ 30 - 59 ปี
ที่ไม่เคยผ่านการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ด้วยวิธีหาเชื้อไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกมาก่อน

โดยที่ท่านต้อง
1. ไม่เคยผ่าตัดมดลูกออก
2. ไม่มีประวัติพบเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกที่ได้รับการนัดติดตามอยู่แล้ว
3. ไม่อยู่ในระยะมีประจำเดือน

****โปรดนำบัตรประชาชนมาด้วย******

ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 8.30 น.-12.00 น.
ตึกอำนวยการ งานส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว

ประกาศ ทางรพร.ปัวขอแจ้งให้ทราบว่า
ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 -12.00 น. การให้บริการตรวจทางนรีเวชฟรี
จะเปิดรับ walkinได้ในจำนวนจำกัด
เพียง 80 คนเท่านั้น
( เนื่องจากจำกัดด้วยเวลาและสถานที่)
ต้องขออภัยในความไม่สะดวก...หากต้องการรับการตรวจโปรดติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน..ขอบคุณค่ะ

📌 6 ความเชื่อที่ผิด ❌ เกี่ยวกับการดื่มนมวัว 🥛
08/11/2025

📌 6 ความเชื่อที่ผิด ❌ เกี่ยวกับการดื่มนมวัว 🥛

📌 6 ความเชื่อที่ผิด ❌ เกี่ยวกับการดื่มนมวัว 🥛

🥛 อาการท้องอืด และท้องเสียจากการดื่มนม เกิดจากการแพ้นม🥛
✅ ความจริง ✅
อาการท้องอืดและท้องเสียจากการดื่มนมมิใช่การแพ้ (allergy) แต่เกิดจากร่างกายหยุดสร้างเอ็มไซม์แล็กเทส ทำให้ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแล็กโทสในน้ำนมได้ ส่งผลให้มีอาการ ท้องอืด ท้องเสีย ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว โดยแนะนำให้ดื่มนม 1 แก้ว ต่อ 1-2 สัปดาห์ และไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง ควรดื่มนมหลังอาหารหรือเลือกดื่มนมที่ปราศจากแลคโตส(lactose-free)

🥛 นมผงมีคุณภาพสู้น้ำนมโคสดไม่ได้ 🥛
✅ ความจริง ✅
นมผงมีคุณค่าโภชนาการด้อยกว่าน้ำนมสดเพียงเล็กน้อย จากการที่โปรตีนและวิตามินบางส่วนในน้ำนมสดสลายตัวไปกับความร้อน ซึ่งในทางโภชนาการนับว่าไม่รุนแรง เพราะสารอาหารหลักที่คาดหวังจากการดื่มน้ำนมยังคงอยู่ และที่สูญเสียไปก็สามารถทดแทนด้วยการเสริมลงไปได้

🥛 ดื่มนมข้าว นมถั่ว นมนัท ทดแทนนมโคได้ 🥛
✅ความจริง ✅
คุณภาพของโปรตีนในข้าวและถั่วซึ่งเป็นโปรตีนจากพืช มีคุณภาพด้อยกว่าโปรตีนในน้ำนมซึ่งเป็นโปรตีนจากสัตว์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์นมข้าว นมถั่ว และนมนัทที่อาจผลิตขึ้นมาให้มีปริมาณโปรตีนเท่าน้ำนมโค จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายที่ด้อยกว่า เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบถ้วน

🥛 การดื่มนมเป็นประจำทำให้ดื้อยาปฏิชีวนะจากยาปฏิชีวนะที่ปนเปื้อนในน้ำนมโค
✅ ความจริง ✅
เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว อาจเป็นความจริง เพราะเกษตรกรบางราย ใช้ยาปฏิชีวนะผสมกับอาหารแม่โคเพื่อป้องกันโรคเต้านมอักเสบ (mastitie) แต่ปัจจุบันการเลี้ยงดูแบบปล่อยทุ่ง ดูแลด้านโภชนาการและสุขภาพของแม่โคตามแนวทางนมพรีเมียมของ อย. และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์ ทำให้ปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นแล้ว

🥛 ดื่มนมโคแล้วเกิดมะเร็ง 🥛
✅ ความจริง ✅
ผลวิเคราะห์เอกสารงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic reviews) ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์ต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งไต มะเร็งปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมไทรอยด์ และ มะเร็งเม็ดโลหิตขาว การดื่มนมและผลิตภัณฑ์นม ช่วยลดคาวมเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งทหารหนัก

🥛 ดื่มนมกับเนื้อสัตว์ไม่ได้ 🥛
✅ ความจริง ✅
การห้ามกินเนื้อสัตว์ร่วมกับน้ำนมเป็นเหตุผลด้านศาสนามากกว่าอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากการฆ่าลูกโคตัวผู้ที่เพิ่งคลอดตามเเนวปฏิบัติของฟาร์มโคนม ทำให้เกรงว่าจะนำเนื้อของลูกโคไปบริโภคพร้อมกับน้ำนมที่ควรจะเป็นอาหารของมัน ซึ่งเป็นข้อห้ามตามความเชื่อในศาสนายิวมิได้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านอาหาร

----------------------------------------------------------------------

📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ
👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
https://multimedia.anamai.moph.go.th/
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/.anamai.thailand
tiktok.com/.thailand

#กรมอนามัย #ดื่มนม #นม #แพ้นม #นมวัว
#กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
#กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี

สปสช. กำหนดจำนวนรับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ร้านยา-คลินิก 2 ครั้งต่อเดือนสปสช. กำหนดจำนวนเข้ารับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยที...
24/08/2025

สปสช. กำหนดจำนวนรับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ร้านยา-คลินิก 2 ครั้งต่อเดือน

สปสช. กำหนดจำนวนเข้ารับบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ร้านยา คลินิกพยาบาล คลินิกเวชกรรม หาหมอออนไลน์ผ่านแอปและตู้ห่วงใย เป็น 2 ครั้งต่อเดือน เริ่ม 1 ก.ย. 2568 นี้ แจงเพื่อให้บริการเป็นไปตามคุณภาพมาตรฐาน มีระยะเวลาเหมาะสมชัดเจน และไม่ใช้เกินความจำเป็น ย้ำเป็นบริการทางเลือกเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน หากเกินจากนี้หรือรักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปรักษาได้ที่สถานพยาบาลประจำตัวหรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายที่ลงทะเบียนเลือกไว้ได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ใช้สิทธิบัตรทองรักษาเจ็บป่วยเล็กน้อย (Common Illness) ที่

1. ร้านยาคุณภาพ 30 บาทรักษาทุกที่
2. คลินิกพยาบาล 30 บาทรักษาทุกที่
3. คลินิกเวชกรรม 30 บาทรักษาทุกที่
4. การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เช่น หาหมอออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน และตู้ห่วงใย 30 บาทรักษาทุกที่

ใช้สิทธิได้รวมกันไม่เกิน 2 ครั้งต่อคนต่อเดือน

* ยกเว้นอาการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ เนื่องจากเป็นบริการต่อเนื่อง 8 ครั้งต่อในระยะเวลา 6 เดือนตามคู่มือเภสัชกรเพื่อบริการเลิกบุหรี่

* เฉพาะบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยเท่านั้น บริการอื่นๆ ใช้ได้ตามความจำเป็น เช่น ล้างแผล ทำแผล

หากเกินจากนี้หรือรักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น ไปรักษาได้ที่สถานพยาบาลประจำตัวที่ลงทะเบียนเลือกไว้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตน

ผู้ป่วยบัตรทองต้องมาที่ร้านยาคุณภาพ หรือคลินิกพยาบาล หรือคลินิกเวชกรรมเอง ไม่สามารถเอาบัตรประชาชนให้คนอื่นมาแทนได้

ดูรายชื่อร้านยาและคลินิกที่เข้าร่วมได้ที่ https://wdrugapi.nhso.go.th/public/
.............24 สิงหาคม 2568

สอบถามเพิ่มเติม
1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

#30บาทรักษาทุกที่ #เจ็บป่วยเล็กน้อย #ร้านยาคุณภาพ #คลินิกพยาบาล #คลินิกเวชกรรม #หาหมอออนไลน์ #การแพทย์ทางไกล #ตู้ห่วงใย

วิธีใช้ยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู!!💚
27/07/2025

วิธีใช้ยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู!!
💚

วิธีใช้ยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู!!
💚 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านขออยู่เคียงข้าง และห่วงใยสุขภาพ สุขอนามัย ของประชาชนคนน่าน

เตือน 6 โรคร้าย ❗❗  ที่มากับน้ำท่วม 🌧🔸โรคฉี่หนู🔸โรคเมลิออยด์ (โรคไข้ดิน)🔸โรคตาแดง🔸โรคไข้เลือดออก🔸โรคอุจจาระร่วง🔸โรคไข้หว...
27/07/2025

เตือน 6 โรคร้าย ❗❗ ที่มากับน้ำท่วม 🌧
🔸โรคฉี่หนู
🔸โรคเมลิออยด์ (โรคไข้ดิน)
🔸โรคตาแดง
🔸โรคไข้เลือดออก
🔸โรคอุจจาระร่วง
🔸โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
📌สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่างนี้ ...
https://shorturl.asia/q4bLv
#6โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม
#สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน
#กรมควบคุมโรค

23/07/2025

สัมผัสน้ำท่วมขัง หรือต้องลุยน้ำท่วม

มารับ…ยาป้องกันฉี่หนู
ที่ร้านหมอยา ฟรี!!

การป้องกันโรคฉี่หนู #โรคฉี่หนู #น้ําท่วม
23/07/2025

การป้องกันโรคฉี่หนู

#โรคฉี่หนู
#น้ําท่วม

🐁โรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู
(Leptospirosis) เป็นโรคที่พบว่าระบาดมากที่สุดในช่วงฤดูฝน น้ำฝนจะชะล้างเอาเชื้อโรคต่าง ๆ จากสภาพแวดล้อมไหลมารวมกันอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมขัง สาเหตุของโรคฉี่หนู

อีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ กดติดตามได้ที่ Facebook Fanpage
👉 กดดู รู้โรค by กรมควบคุมโรค

⏬ติดตามข้อมูลข่าวสาร
เว็บไซต์ สื่อต้นแบบโรคและภัยสุขภาพ สำนักสื่อสารคความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
Home / สื่อมัลติมีเดีย / อินโฟกราฟิก
👉 https://shorturl-ddc.moph.go.th/AwhOH

#โรคฉี่หนู
#แชร์บอกต่อ
#สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่12จังหวัดสงขลา
#กรมควบคุมโรค

🌧️ โรคอันตรายที่มาพร้อมกับหน้าฝนและน้ำท่วม🐀 โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Le...
23/07/2025

🌧️ โรคอันตรายที่มาพร้อมกับหน้าฝนและน้ำท่วม

🐀 โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira มักพบการระบาดในหน้าฝน หรือช่วงที่มีน้ำท่วมขัง สัตว์ที่แพร่เชื้อโรคนี้ ได้แก่ พวกสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู โดยที่ตัวมันไม่เป็นโรค สัตว์พวกนี้เก็บเชื้อไว้ที่ไต ดังนั้นเมื่อฉี่ออกมาจะมีเชื้อนี้ปนอยู่ด้วยจึงเป็นที่มาของคำว่า“โรคฉี่หนู” นอกจากจะพบเชื้อนี้ในหนูแล้วยังพบได้ใน สุนัข วัว

🧫 เชื้อโรคนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ 2 ทางคือ
1. ทางตรง โดยการสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้ออยู่ หรือ โดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด
2. ทางอ้อม เช่น
o เชื้อจากฉี่หนูปนอยู่ในน้ำหรือดิน แล้วเข้าสู่คนทางบาดแผล
o มือสัมผัสเชื้อที่ปนอยู่ในน้ำหรือดิน แล้วเอาเชื้อเข้าทางเยื่อบุในปาก ตา จมูก
o กินน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป

🧪 กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค
• เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ชาวสวน
• คนงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โค สุกร ปลา
• กรรมกรขุดท่อระบายน้ำ เหมืองแร่ โรงฆ่าสัตว์
• กลุ่มอื่นๆ เช่น แพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องทดลอง ทหารตำรวจที่ปฏิบัติงานตามป่าเขา
• กลุ่มประชาชนทั่วไป มักเป็นเกิดในที่มีน้ำท่วม ผู้ที่บ้านมีหนูมาก ผู้ที่ปรุงอาหารหรือรับประทานอาหารที่ไม่สุก หรือปล่อยอาหารทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝา

🧪 การติดต่อของโรค
• เมื่อคนสัมผัสเชื้อซึ่งอาจจะเข้าทางแผล เยื่อบุในปากหรือตา หรือแผล ผิวหนังปกติที่เปียกชื้นเชื้อก็สามารถไชผ่านไปได้เช่นกัน
• เชื้ออาจจะเข้าร่างกายโดยการดื่มหรือกินอาหารที่มีเชื้อระยะฟักตัวของโรค
• โดยเฉลี่ยประมาณ 10 วันหรืออยู่ระหว่าง 4-19 วัน ระยะติดต่อ
• การติดต่อจากคนสู่คนเกิดได้น้อยมาก

🧪 อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อโรคฉี่หนู
ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคฉี่หนูจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย มีเพียงประมาณ 10-15% ที่จะมีอาการรุนแรง เมื่อเชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย มีระยะฟักตัวก่อนเกิดอาการเร็วหรือช้าในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน

บางรายมีอาการเร็วภายใน 2 วัน บางรายนานหลายสัปดาห์หรืออาจจะถึง 1 เดือน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มมีอาการประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากรับเชื้อ และผู้ติดเชื่อก็มีหลายลักษณะอาการดังนี้คือ

• ไม่มีอาการเลย
• มีอาการน้อย
• มีอาการมาก
• มีอาการรุนแรง
• มีภาวะแทรกซ้อน และในบางรายเป็นอันตรายถึงชีวิต
อาการเด่นๆ ของโรคฉี่หนู
ผู้ที่เป็นโรคฉี่หนูมักมีอาการที่เป็นลักษณะเด่นๆ 2 ระยะ คือ

1️⃣ ระยะแรก อาการแสดงต่างๆ จะเป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อโดยตรง ผู้ป่วยจะมี
• อาการไข้สูง
• หนาวสั่น
• ปวดศีรษะ
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
• ปวดหลัง
• ปวดหน้าท้อง
• ปวดต้น ขา
• ปวดน่อง
• เจ็บคอ
• เจ็บหน้าอก
• ไอ คลื่นไส้
• อาเจียน
• ตาแดง
• เยื่อบุตาบวม
• มีผื่น
• ต่อมน้ำเหลืองโต
• ตับโต
• ม้ามโต

อาการมักเป็นหลายอย่างๆ ร่วมกันไม่เฉพาะเจาะจงกับอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง คล้ายๆ กับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มาลาเรีย ไข้ไทฟัส (ไข้รากสาดใหญ่) ซึ่งอาการระยะแรกนี้มักจะเป็นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วอาการจะดีขึ้น แต่หลังจากนั้น 2-3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการในระยะที่ 2 ตามมา

2️⃣ ระยะที่สอง เป็นอาการที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของตนเอง ซึ่งมักทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้หลายอย่าง เช่น
• การเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
• ตาอักเสบ
• หลอดเลือดอักเสบ
• ปอดอักเสบ
• กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
• เลือดออกในเนื้อปอด
• ตัวเหลืองตาเหลือง หรือภาวะดีซ่าน
• ไตวายเฉียบพลัน
• ภาวะเลือดออกง่ายตามอวัยวะต่างๆ และอาจทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลวและเป็นอันตรายถึงชีวิตในที่สุด

👨‍⚕️ การวินิจฉัยโรคฉี่หนู
การติดเชื้อโรคฉี่หนูที่ไม่รุนแรงอาจยากต่อการวินิจฉัย เนื่องจากมีอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่น ๆ เช่น โรคหวัด ในขณะที่โรคฉี่หนูชนิดรุนแรงจะวินิจฉัยได้ง่ายกว่า เนื่องจากแสดงอาการรุนแรงมากกว่า
เริ่มแรกแพทย์จะตรวจร่างกายเบื้องต้นและซักถามประวัติผู้ป่วย ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง เช่น เพิ่งกลับมาจากการเดินทาง เล่นกีฬาทางน้ำ

มีการสัมผัสกับแหล่งน้ำจืด มีอาชีพที่ต้องทำงานกับสัตว์ หรือเคยพักหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคฉี่หนูควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้แพทย์ทราบ หากแพทย์พิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการติดเชื้อจากโรคฉี่หนู จึงอาจมีการส่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือตรวจทั้งคู่ ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการของโรคชนิดรุนแรง

อาจต้องใช้การวินิจฉัยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การเอกซเรย์ทรวงอก การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับและไตเพิ่มเติม เป็นต้น

💊 การรักษาโรคฉี่หนู
โดยมากโรคฉี่หนูมักไม่มีอาการรุนแรงและหายดีได้เอง หรืออาจรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างยาเพนิซิลลิน (Penicillin) หรือดอกซีไซคลิน (Doxycycline) เป็นระยะเวลา 5-7 วัน ซึ่งควรต้องรับประทานตามกำหนดให้ครบถ้วนแม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดจนหมด และป้องกันการกลับไปติดเชื้ออีกครั้ง

นอกเหนือจากยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยอาจรับประทานยาแก้ปวดอย่างไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อลดอาการปวดศีรษะ มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
ในขณะที่ผู้ป่วยโรคฉี่หนูแบบรุนแรงจะต้องนอกพักที่โรงพยาบาล และรักษาอาการติดเชื้อด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะเข้าไปในกระแสเลือดโดยตรง และหากมีอวัยวะใด ๆ ที่เสียหายจากการติดเชื้อ

ทำให้ไม่สามารถใช้หรือทำหน้าที่ตามปกติได้ก็อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือต่าง ๆ เข้าช่วย เช่น ผู้ป่วยอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือหากติดเชื้อที่ไตทำให้ไตเสียหายจนทำงานไม่ได้ก็ต้องใช้การล้างไตเข้าช่วย เป็นต้น

ผู้ป่วยบางรายอาจออกจากโรงพยาบาลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่บางรายอาจต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะของผู้ป่วย รวมถึงความเสียหายต่ออวัยวะที่ติดเชื้อ
ส่วนหญิงตั้งครรภ์ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเชื้ออาจแพร่ไปสู่ทารกในครรภ์และส่งผลให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการของโรคฉี่หนูจึงอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

🧼 การป้องกัน
1. กำจัดหนู
2. ควรสวมชุดป้องกัน เช่น รองเท้าบู๊ต ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อผ้า
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นพาหะ ของโรคดังกล่าว
4. หลีกเลียงการว่ายน้ำที่อาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่
5. หลีกเลี่ยงไม่ไปสัมผัสปัสสาวะโค กระบือ หนู สุกร และไม่ใช้แหล่งน้ำที่สงสัยว่าอาจปนเปื้อนเชื้อ หลีกเลี่ยงอาหารที่ปล่อยค้างคืน โดยไม่มีภาชนะปกปิด เป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการทำงานในน้ำหรือต้องลุยน้ำ ลุยโคลนเป็นเวลานานๆ
7. รีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายโดยเร็วหากแช่ หรือ ยำลงไปในแหล่งน้ำที่สงสัยว่าอาจปนเปื้อนเชื้อ

Cr. กรมควบคุมโรค

ที่อยู่

323 หมู่ 3 ต. ปัว
Pua
55120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

094-6022556

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอยา ปัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ร้านหมอยา มีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษาตลอดเวลาเปิดร้าน

มีปัญหาเรื่องยา/สุขภาพ แวะมาขอคำปรึกษากับทางร้านได้นะคะ เรามีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษาตลอดเวลาเปิดร้าน 8.00 - 20.00 น.