คลินิกหมอครอบครัว ปัว-ไชยวัฒนา

คลินิกหมอครอบครัว ปัว-ไชยวัฒนา คลินิกหมอครอบครัว ปัว-ไชยวัฒนา อ.ปัว

คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการกักกันตัวเองที่บ้าน 14 วันสำหรับผู้ที่แวะผ่านหรือกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
06/03/2020

คำแนะนำการปฏิบัติตัวในการกักกันตัวเองที่บ้าน 14 วัน
สำหรับผู้ที่แวะผ่านหรือกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

COVID-19อสม.มีส่วนสำคัญในการติดตาม เฝ้าระวังภายในพื้นที่ได้นะครับ
04/03/2020

COVID-19
อสม.มีส่วนสำคัญในการติดตาม เฝ้าระวังภายในพื้นที่ได้นะครับ

สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ล่าสุด จากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 9 กรกฎาคม 2562 พบผู้ป่วยไข้เลื...
17/07/2019

สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ล่าสุด จากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 9 กรกฎาคม 2562
พบผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 44,671 ราย
เสียชีวิต จำนวน 62 ราย
โดยในเดือนมิถุนายน มีผู้ป่วยจำนวน 15,440 ราย เสียชีวิต 13 ราย

ขอแนะนำประชาชนหากพบเห็นผู้ป่วยมีไข้สูง 2 วัน อาการไม่ดีขึ้น อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม หรือไข้ลดแล้วแต่อาการแย่ลง ซึมกว่าเดิม เบื่ออาหาร ขอให้สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก และรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และห้ามซื้อยารับประทานเอง

ทั้งนี้ ผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่จะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป
เช่น ปวดศีรษะ ตัวร้อน คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัว
สำหรับอาการเด่น คือ ไข้สูงเฉียบพลัน แต่ส่วนมากไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ
อาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง รับประทานยาพาราเซตามอลลดไข้
ห้ามใช้ยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDS: Nonsteroidal anti-inflammatory drug) เช่น แอสไพริน บรูเฟน
โดยปกติอาการจะดีขึ้น หลังไข้ลด กินอาหาร ดื่มน้ำได้ ปากไม่แห้ง ปัสสาวะปกติ

สำหรับผู้ป่วยที่อาการรุนแรงจะมีเลือดออกที่อวัยวะภายในร่างกาย เช่น ทางเดินอาหาร ตับ ม้าม หรือไตวาย มีโอกาสเกิดภาวะช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้
โดยวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือ การกำจัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

จากข่าวใน Facebook ในอาทิตย์ก่อน ถึงการเล่าเรื่องของหญิงคนหนึ่ง ที่พบการฝังตัวของ "พยาธิตืดหมู" ฝังอยู่ที่ลิ้นอ่านข่าวต้...
15/07/2019

จากข่าวใน Facebook ในอาทิตย์ก่อน ถึงการเล่าเรื่องของหญิงคนหนึ่ง ที่พบการฝังตัวของ "พยาธิตืดหมู" ฝังอยู่ที่ลิ้น

อ่านข่าวต้นฉบับ ตามลิงค์นี้ : https://www.facebook.com/DeoJung/posts/10157360218577622

ซึ่งการติดต่อของพยาธิชนิดนี้ไปสู่คน เกิดจากการทานเนื้อหมูดิบที่มีถุงตัวอ่อนพยาธิ หรือหมูสาคู ทำให้พยาธิตัวอ่อนกระจายเข้าสู่ร่างกาย และไชทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้ การกินไข่หรือปล้องสุกพยาธิที่ปนเปื้อนมากับดิน พืชผัก และน้ำดื่ม ก็พบได้เช่นกัน

ในกรณีของเคสข้างต้นพบว่าไม่กินเนื้อสัตว์แบบดิบๆ แต่ชอบกินผักสดตามร้านส้มตำ ร้านปลาเผา แหนมเนือง จึงคาดว่าจะเกิดจากการกินผักสดที่ล้างไม่สะอาด.....................................................................................
ปกติการล้างผักเราก็มักจะล้างแค่น้ำเปล่ากันใช่มั้ยครับ

แต่การใช้เบคกิ้งโซดากำจัดสารตกค้างในผักได้ดีกว่าครับ

แต่ถ้าฆ่าเชื้อโรค ไข่พยาธิ แนะนำล้างด้วยน้ำส้มสายชู / หรือไม่ก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ / หรือใช้โอโซนนะครับ

แต่ไม่แนะนำด่างทับทิมครับ เพราะว่ามักจะมีแมงกานีสที่เป็นโลหะหนักหลงเหลือในผักครับ 😁😁

ที่สำคัญคือ #การล้างด้วยเกลือไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากจะทำให้ยาฆ่าแมลงเกาะแน่นขึ้นครับ

ปล. ห้ามขี้เกียจโดยการใช้น้ำส้มสายชูผสมกับเบคกิ้งโซดานะครับ ต้องใช้แยกกันนะครับ ไม่งั้นมันจะทำลายล้างกันเองได้เป็นแค่เกลือโซเดียมอาซีเตด และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น ทั้งหมดแช่นาน 10 นาทีอย่างต่ำก่อนล้างน้ำผ่านนะเออ

#อัตราส่วนการใช้งาน

1.) น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวงต่อน้ำ 5 ลิตร
2.) เบคกิ้งโซดาใช้เพียงแค่ 0.1% เท่านั้น (ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร)
3.) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% ที่ใช้ล้างแผลใช้เพียงแค่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร
4.) ถ้าใช้เครื่องล้างผักโอโซนควรเปิดสปีดสูงสุดนาน 10 นาที

ปล. หลายคนขอให้ขยายความเรื่อง #เกลือไม่ช่วยอะไรเลย นะครับ

เนื่องจากว่าเกลือนั้นเวลาละลายน้ำแล้วจะทำให้เกิด ionic strength และแรงตึงผิวที่สูงขึ้น!! รวมไปถึงไม่สามารถช่วยให้เกิดการแตกตัว (dissociation) ของสารปนเปื้อนให้ออกมาอยู่ในรูปของไอออน (ต่างจากด่างอ่อนที่แม้ว่าจะเป็น electrolytes เหมือนกัน แต่ช่วยทำให้เกิดการแตกตัว และช่วยทำให้แตกสลาย (break down) สำหรับสารกำจัดศัตรูพืชหลายๆตัวมากขึ้นด้วยนะเออ)

ซึ่งแน่นอนว่าในสูตรยาฆ่าแมลงนั้นมักจะเป็นสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้น้อยอยู่แล้ว รวมไปถึงบางสูตรนั้นมีสารช่วยกระจายตัว (dispersing agents) ช่วยร่วมด้วย

การเติมเกลือนั้นจึงลดการละลาย/ กระจายตัวของสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้น้อย “ให้น้อยลงไปอีก” เนื่องจากเกิด “การรัด” ที่เป็นผลพวงจากการ salting out ของสารอินทรีย์เหล่านี้ในน้ำเกลือนะครับ

จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการเติมเกลือจึงเป็นการทำให้สารปนเปื้อนเหล่านี้เกาะกับผักได้แน่นกว่าการล้างในน้ำเปล่านะครับ.....................................................................................
ที่มาจากเพจ : เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว

การติดตามเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน ทำให้เจอเรื่องราวที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และได้รับประสบการณ์จากคนไข้หลายๆเรื่องคุณยาย โรคประจำ...
11/07/2019

การติดตามเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน ทำให้เจอเรื่องราวที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และได้รับประสบการณ์จากคนไข้หลายๆเรื่อง

คุณยาย โรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ตาสองข้างมองไม่เห็น มีญาติเป็น care giver หลัก คอยดูแลเรื่องอาหารให้ แต่การทานยาคุณยายจัดยาทานเอง

แต่เดี๋ยว...ยายตาสองข้างมองไม่เห็น แล้วจะจัดยาทานเองได้ไง

ลองสังเกตภาชนะที่ใส่ยาของยายแต่ละชนิดจะต่างกัน ยายบอกว่ายายกินยาแบบนี้มานานแล้ว ไม่เคยกินยาผิดเลย ใช้วิธีการคลำขวดคลำแก้วเอา

ทีมเราก็เลยลองให้ยายจับยาให้ดู และบอกวิธีการกินยา ยายสามารถบอกได้ถูกต้องทุกตัวเลย ยาที่อยู่ในแก้วกินยังไง ในกระป๋องกินยังไง ยายบอกได้ถูกหมด

ที่สำคัญ เวลาที่ยายคุย ยายจะยิ้มตลอดเลย ยายบอกไม่ค่อยเครียด มีวิทยุธานินทร์เสาอากาศปลายหักเป็นเพื่อนคู่ใจ ไว้ฟังข่าวและละคร ว่างก็ไถลตัวลงบันได ไปนั่งใต้ถุนบ้านรับลมเย็นๆ ...ลงบันไดเอง หูววว ...
.แม้กายป่วย ใจอย่าป่วยตาม..

11/07/2019

จองพื้นที่โพสต์ 😁😁

ที่อยู่

Pua
55120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30
เสาร์ 08:00 - 16:30
อาทิตย์ 08:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกหมอครอบครัว ปัว-ไชยวัฒนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท