กำปั่นยา

กำปั่นยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ราคาปลีก-ส่ง ทั่วโลก

ความจริงที่ว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ยังเป็นคำพูดที่ไม่ล้าสมัย เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการมีสุขภาพดี มีค่ากว่าการได้ลาภเป็นเงินเป็นทองด้วยซ้ำไป เพราะแม้ว่าจะมีเงินมากองจนท่วมตัวก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีคืนมาได้
สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา สุขภาพดีเป็นสิ่งพรหมลิขิตให้แต่ไม่ทั้งหมด หลายคนไขว่ขว้าหาสุขภาพดี ใช้เงินใช้ทองซื้อทำสปา เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก ซื้ออาหารลดน้ำหนักมารับประทาน การมีสุขภาพที่ดีต้องอาศัยตัวเองดูแลสุขภาพ ให้เวลากับตัวเองเพียงวันละ 1 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย อีก 7 ชั่วโมงในการนอนหลับ และรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ เพราะหากเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว อาจสายเกินแก้ ถ้าท่านมีปัญหาขึ้นมาเรายินดีให้คำปรึกษาและจะช่วยดูแลท่านเหมือนญาติ น่ะค่ะ

 #ทลายโกดังปลอมแบรนด์ดัง​ #3ขวดร้อย 😱🤯
04/02/2026

#ทลายโกดังปลอมแบรนด์ดัง​
#3ขวดร้อย 😱🤯

🤯 #เก็บความโกรธของท่านไว้ แล้ว  #8กุมภากาเห็นชอบ ไปปฏิรูปกกต.และองค์กรอิสระทั้งระบบ🫵🏼‼️https://www.facebook.com/share/p/...
02/02/2026

🤯 #เก็บความโกรธของท่านไว้ แล้ว #8กุมภากาเห็นชอบ ไปปฏิรูปกกต.และองค์กรอิสระทั้งระบบ🫵🏼‼️

https://www.facebook.com/share/p/1KgXwjk8PG/?mibextid=wwXIfr

🌎❤️“จงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพราะการเป็นคนมองโลกในแง่ดี แล้วมองผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แล้วมองถูก"
26/01/2026

🌎❤️“จงมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพราะการเป็นคนมองโลกในแง่ดี แล้วมองผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แล้วมองถูก"

สรุปประเด็น #หมอสุภัทร
ตั้งแต่ช่วงโควิด จนถึงมีมติไล่ออกจากราชการ

1) สถานการณ์ตอนนั้น กรุงเทพฯ วิกฤติมาก แต่ที่สงขลาไม่ได้เป็นพื้นที่ระบาด ก็เลยมีการตั้งคำถามว่า ทำงานเป็นหมออยู่ในต่างจังหวัดก็ดีอยู่แล้ว อยู่เฉยๆ จะไปเดือดร้อน ไปทุกข์ร้อนกับคนกรุงเทพฯ เขาทำไม พื้นที่ “อ.จะนะ” จ.สงขลา ตอนนั้น ก็ไม่ใช่พื้นที่แพร่ระบาดสูง แล้ว “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ผู้อำนาวยการโรงพยาบาลจะนะ (ตอนนั้น) กับพวกแพทย์ชนบท เข้ากรุงเทพฯ มาทำไม?

2) ช่วง เม.ย. 2564 สิ่งที่เกิดขึ้น คือ “กรุงเทพฯ” พบผู้ติดโควิด “สูงสุดเป็น อันดับ 1” สูงสุดในประเทศ พบผู้เสียชีวิตและผู้มีอาการหนักเพิ่มขึ้น จากสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้เร็ว และทรุดเร็วมาก

3) ถ้าพอจำกันได้ วิกฤตคนกรุงเทพฯ ณ ตอนนั้น คือ ปัญหาอุปกรณ์ ชุดตรวจโควิด-19 แบบรู้ผลด่วนใน 30 นาที ขาดแคลน, ชุดตรวจ ATK ที่ประชาชนต้องไปหาซื้อหาเองราคาพุ่งอีก 2-3 เท่า (เพราะแทบจะไม่มีการควบคุมจากหน่วยงานของรัฐบาล) ส่วนการตรวจ แบบ RT-PCR (ที่รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมง) ที่ทำได้เฉพาะในโรงพยาบาล เกิดปัญหาผู้ป่วยล้นคิว และวิกฤตเตียงโควิดขาดแคลนอย่างหนัก

4) ทำให้เกิดพลังอาสา “ทีมชมรมแพทย์ชนบท” ประเมินความเสี่ยงว่า “เมืองหลวง” รับมือไม่ไหว จึงช่วยระดมพลังกันมี หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.นะจะ จ.สงขลา (ในขณะนั้น) ในฐานะ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ภายใต้ปฏิบัติการ #แพทย์ชนบทบุกกรุง โดยลักษณะการทำงานช่วงนั้น เป็นการลุยเชิงรุกต่อเนื่อง ของทีมแพทย์ชนบท ในชุด “นักรบสีขาว” PPE ระดมจัดหาชุด ATK มาช่วยตรวจ คลุกคลีกับการ “สวอป” ประชาชนคนแล้วคนเล่านับร้อยนับพันคน เช้ายันมืด ในทุก ๆวัน

5) สิ่งที่ถูกระบุว่าผิดพลาดคือ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ปัญหาคือ ทางกรรมการมองผลลัพธ์ เนื่องจากเห็น 5 บิล ทำไมถึงไม่ซื้อทีเดียว ซึ่งหมอสุภัทรแจ้งว่า ไม่ทราบว่าต้องซื้อกี่ชิ้น เพราะออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนแบบไม่จำกัดจำนวน ทีมงานไม่รู้จำนวนล่วงหน้า

ปรากฎว่า กรรมการสอบวินัยมองว่า มีการแบ่งซื้อ ซึ่งระเบียบราชการมองว่า การจัดซื้อไม่ควรแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แต่ขณะนั้นช่วงวิกฤติ ไม่มีทางรู้ว่าชุดตรวจแค่ไหนจะเพียงพอ กลายเป็นว่าไม่ได้พิจารณาถึงเจตนาที่ทำเลยหรือไม่

6) หมอสุภัทรมองว่า ที่มาของการสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้ ว่า การตรวจสอบวินัยร้ายแรง สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยตนเป็นผู้อำนวยการ รพ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท มีการแสดงความคิดเห็นการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในมุมต่างๆ ซึ่งเป็นการเสนอข้อคิดเห็นเพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะสมัยที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน เคยเป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้พูดถึงการทำงานของกรมฯ เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนที่ไม่เพียงพอ จนชมรมฯ ต้องรวมกันออกปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อปี 2564 กระทั่ง ตนถูกคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย (แต่ไม่ทันได้ย้าย โดนสอบสวนวินัยร้ายแรงเรื่องจัดซื้อ ATK เสียก่อน)

7) ขณะนั้นการหาชุดตรวจ ATK ยากมาก แพทย์ชนบทต้องจัดซื้อเอง ช่วงนั้นมีบริษัทที่ผ่านมาตรฐาน WHO อยู่ 2 บริษัท เทียบราคาหาที่ราคาต่ำสุด ได้ที่ราคาชิ้นละ 230 บาท จากราคาท้องตลาด 350-400 บาท แต่อำนาจผู้อำนวยการ รพ.ชุมชน จัดซื้อได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ดังนั้น ผอ.รพ.ชุมชนที่เข้าร่วมในการช่วยกรุง ก็ช่วยกันจัดซื้อไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่ายอดใช้ต้องใช้เท่าไหร่ เพราะไม่ได้จำกัดว่า จะคัดกรองกี่คน มองแค่ว่าทุกคนมาที่จุดตรวจต้องได้ตรวจ

8 ) หมอสุภัทรยืนยันว่า เป็นการทยอยจัดซื้อ เพราะคุมปริมาณผู้ตรวจโควิดไม่ได้ เมื่อหมดก็ต้องสั่งซื้ออีกครั้ง ทำให้เกิดการตีความว่า แบ่งซื้อ แบ่งจ้าง แต่หมอสุภัทรมั่นใจว่าตนเองจัดซื้อตามความจำเป็น ไม่คิดว่าของจะหมด ไม่รู้ว่าปริมาณการใช้ที่ต้องใช้จริงๆเท่าไหร่ แต่เมื่อของหมดสต๊อก จำเป็นต้องใช้ก็ต้องสั่งใหม่ ทั้งที่หมอสุภัทรมั่นใจว่าตนหามาได้ในราคา ATK ไม่แพงในช่วงนั้น และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไม่แตกต่างกับกรมควบคุมโรคของโรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลสนาม บุษราคัม ณ ขณะนั้น และหมอพยายามขอหลักฐานประกอบการชี้แจงว่า การจัดซื้อของตน กับอีก 3 แห่งแตกต่างอย่างไร แต่กลับไม่ได้รับเอกสาร

9) แม้เวลาผ่านไปนานร่วม 2 ปี อยู่ดีๆก่อนเลือกตั้ง ก็มาเป็นวาระการประชุม เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 คณะกรรมการ อกพ.กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมประจำเดือน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน แหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า มีการเพิ่มวาระเร่งด่วน เข้ามาก่อนประชุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นวาระพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากราชการมาลงสมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน

10) มติที่ให้มีความผิด 4 เสียง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมอนามัย และ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นคนใน ส่วนที่ไม่เห็นด้วย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อ อกพ.มีมติแล้ว ปลัดกระทรวงต้องลงนามให้เป็นไปตามมติ แต่เนื่องจากมีความเห็นแย้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจากคนนอก แจ้งว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความเห็นที่สูสี จึงขอนำไปหารือในที่ประชุม อกพ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและจริยธรรม ของคณะกรรมการ กพ. ทำให้ที่ประชุม อกพ.กระทรวงฯ ยังไม่สามารถมีบทสรุปสุดท้ายได้ ปลัดกระทรวงจึงยังไม่มีการลงนามคำสั่งให้ปลดออกจากราชการ เพื่อรอความเห็นของคณะกรรมการ ก.พ.

11) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คนปัจจุบันเป็นใคร? "พัฒนา พร้อมพัฒน์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย" ทายาทของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว.คมนาคม อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีต รมช.สาธารณสุข และอดีตรมช.คลัง และเขาคือเจ้าของบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของอาคาร SKYY9 หรือที่รู้จักกันในนาม "ตึกประกันสังคม" เป็นอาคารที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เข้าซื้อไปในราคาที่สูงผิดปกติ

12) สรุปว่า : การสั่งให้ นพ.สุภัทร ปลดออกจากราชการ อาจจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็น สส. ถ้าหากได้รับเลือกตั้ง หรือในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องรอติดตามมหากาพย์นี้กันต่อไปว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร?

ไม่ได้กลั่นแกล้ง แค่บังเอิญรีบ แต่มารีบเอาตอนนี้ รีบตัดสินตอนช่วงเลือกตั้ง?

คนที่ทำดี ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ไม่ควรเป็นคนผิดครับ และควรได้รับการยกย่อง

ร่วมเป็นกำลังใจให้หมอสุภัทรด้วยนะครับ

#ตุ๊ดส์review

👁️👁️4 ข้อที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับการหยอดตา (ที่หมอรู้มาจากคนไข้)Patients’ insightsถ้าไม่ได้คุยกับคนไข้ก็ไม่รู้นะว่าทำกัน...
24/01/2026

👁️👁️4 ข้อที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับการหยอดตา (ที่หมอรู้มาจากคนไข้)
Patients’ insights
ถ้าไม่ได้คุยกับคนไข้ก็ไม่รู้นะว่าทำกันแบบนี้

> 1 ขวดยาเปิดใหม่ ทำไมหยอดไม่ออก
นึกว่าโรงงานผลิตผิดพลาด ลืมเจาะรูให้

❌ มีดตัด กรรไกรตัด
✅ ด้านในขวดมีแง่งแหลม ให้บิดฝาจนสุดและแน่นขึ้นอีกระดับ
คล้ายๆเปิดหลอดครีม หรือใช้เข็ม sterile เจาะก็ได้

> 2 น้ำตาเทียมแบบกระเปาะ

❌ หยอดทีเดียวหมด (สิ้นเปลือง หยอด 1-2 หยดก็ล้นพื้นที่กักเก็บของตาแล้ว)
✅ ปิดฝากระเปาะกลับหลังหยอดเสร็จ
เก็บไว้ใช้ได้ 1 วัน
(แม้ว่าในฉลากจะเขียน 12 ชั่วโมง หมอตาส่วนใหญ่ให้ใช้ได้ใน 24 ชั้วโมงหลังเปิด)
เว้นยี่ห้อ hialid mini ฝาสีฟ้า ปิดฝากลับไม่ได้

> 3 น้ำตาเทียมแบบขวดบางชนิด ไม่มีสารกันเสียและเก็บได้มากกว่า 1 เดือน
กลุ่มขวดที่มีเทคโนโลยี ไม่ให้อากาศไหลย้อนกลับเข้าไปเวลาหยด เช่น vislube multi (มี tip seal) อยู่ได้ 3 เดือน, hylo-comod (comod system) อยู่ได้ 6 เดือน
วงการตาก็พยายามตามเทรน sustainability และลดการใช้ plastic อยู่นะ วงการนี้ผลิตขยะเยอะ (disposable material ทั้งหลาย)

> 4 ยาป้ายกลุ่มเจลและขี้ผึ้ง (อยู่ในหลอดยาวๆ) ปลายปากจะแหลม

❌ บีบยาใส่นิ้ว เอานิ้วป้ายตา
ให้เห็นภาพคือเอานิ้วจกเข้าไปในตา เมื่อวานเจอคนไข้เล่าแบบนี้เลย ฟังแล้วหมอก็ตกใจ
มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนและแผลถลอกกระจกตา
วิธีที่หมอแนะนำคือ
✅ บีบยาออกจากหลอด เข้าไปในตา โดยตรง (ตรงตาดำ หรือเยื่อตาก็ได้)
แล้วหลับตา ยาจะเกลี่ยจนทั่วได้เอง ห้ามปลายหลอดสัมผัสตาหรือนิ้ว

>>>>
เอามาจากที่คนไข้ถามรวมๆกัน เชื่อว่าหลายคนไม่รู้
เพราะอยากให้ทุกคนมีสุขภาพตาดี หยอดยาได้ถูกวิธี ประหยัด ปลอดภัย

📷 SRINAGARIND PHARMACY NEWSLETTER ISSUE 26

Source :
Dr. Wathanee : หมอยุ้ย

🦠 Nipah virus😷  #ด่วน! อินเดียวิกฤต สั่งล็อกดาวน์กลุ่มเสี่ยงกักตัวนับร้อย เร่งสกัด ‘ #ไวรัสนิปาห์’ อุบัติขึ้นครั้งแรกในร...
23/01/2026

🦠 Nipah virus
😷 #ด่วน! อินเดียวิกฤต สั่งล็อกดาวน์กลุ่มเสี่ยงกักตัวนับร้อย เร่งสกัด ‘ #ไวรัสนิปาห์’ อุบัติขึ้นครั้งแรกในรอบ 19 ปี ร้ายแรงกว่าโควิด หลังระบาดหนักในเวสต์เบงกอล พบเชื้อจากค้างคาว ไร้วัคซีนรักษา พร้อมสั่งจับตาอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่แต่ตายสูง เตือนอันตรายถึงขั้นสมองอักเสบ-โคม่า
23 มกราคม - มีรายงานว่า รัฐบาลอินเดีย ประกาศกำลังเร่งดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) อย่างเข้มงวด หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 ราย ในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า มีประชาชนเกือบ 100 คน ถูกกักตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด .
ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะธรรมชาติที่สำคัญคือค้างคาวกินผลไม้ รวมถึงสามารถแพร่กระจายผ่านทางหมูหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นเชื้อที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดสูงและมีอัตราการเสียชีวิตที่น่ากังวล
ด้านสำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีคนไข้ 1 รายเสียชีวิตด้วยอาการที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่จะมีการตรวจพบเชื้อในกลุ่มพยาบาลในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากรณีของผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดภายในโรงพยาบาลที่เมืองบาราซัต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกลกาตาที่เป็นเมืองหลวงของรัฐ
สำหรับอาการของผู้ติดเชื้อยืนยันทั้ง 5 ราย พบว่ามีพยาบาลหญิง 1 รายที่ยังอยู่ในอาการโคม่าและจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนพยาบาลชายอีก 1 รายเริ่มมีอาการดีขึ้นและผลตรวจในรอบแรกออกมาเป็นลบแล้ว แต่ยังคงต้องกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคติดต่อในเบเลกาตา ทางตะวันออกของเมืองโกลกาตา ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขรัฐเวสต์เบงกอลกล่าวว่า “อาการของพยาบาลชายดีขึ้นแล้ว แต่ผู้ป่วยหญิงยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตมาก ทั้งสองคนกำลังได้รับการรักษาในห้องไอซียู (หน่วยดูแลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ)”
ผู้เชี่ยวชาญในประเทศซึ่งต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์ทุกปี ได้เตือนถึงลักษณะการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนของไวรัสชนิดนี้
นายราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดียประจำเมืองโคชิน กล่าวว่า เนื่องจากพบไวรัสในค้างคาวบางสายพันธุ์ การติดเชื้อในมนุษย์จึงเกิดขึ้นได้ยาก และเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว ซึ่งหมายถึงการบริโภคผลไม้ที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ไวรัสชนิดนี้อยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายอันดับต้นๆ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยังไม่มียารักษาเฉพาะทางที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการรักษาทำได้เพียงการประคับประคองตามอาการของผู้ป่วยเท่านั้น
เชื้อไวรัสนิปาห์มักมีระยะฟักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ถึง 14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วันในบางกรณี ซึ่งส่งผลให้การตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้นเป็นไปได้ยาก
สำหรับอาการของผู้ป่วยนั้น มักจะเริ่มจากการมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ มีอาการไอ และเจ็บคอ แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เชื้อจะเข้าทำลายระบบประสาทจนเกิดภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการมึนงง สับสน และอาจทรุดหนักจนเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายในเวลาเพียง 24 ถึง 48 ชั่วโมง ไวรัสชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โดยสถิติที่ผ่านมามี อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% - 75% (สูงกว่าโควิด-19 หลายเท่า) หากเข้าสู่ภาวะสมองอักเสบโอกาสรอดจะน้อยลงมาก
ส่วนมาตรการป้องกันเบื้องต้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์ หรืออินทผลัมสดที่อาจมีการปนเปื้อนของน้ำลายและปัสสาวะจากค้างคาว รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่มีอาการป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาด
ไวรัสนิปาห์มีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้คนหลายสิบรายในรัฐเกรละ นับตั้งแต่ปรากฏครั้งแรกในรัฐทางตอนใต้แห่งนี้ในปี 2018
นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าเชื้อไวรัสนิปาห์อาจมีอยู่ร่วมกับค้างคาวผลไม้มานานนับพันปีแล้ว และเกรงว่าสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายมากจะเกิดขึ้นจากค้างคาว โรคติดต่อร้ายแรงเหล่านี้สามารถแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ และเลือดได้เช่นกัน
สำหรับการระบาดที่เมืองบาราซัต รัฐเวสต์เบงกอล ในเดือนมกราคม 2026 นี้ ถือเป็นการกลับมาระบาดครั้งสำคัญในพื้นที่ในรอบ 19 ปี โดยหากพิจารณาตามไทม์ไลน์จะพบว่าพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอลไม่เคยพบการระบาดมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2007 ที่เขตนาเดีย และก่อนหน้านั้นในปี 2001 ที่เมืองศิลิกูรี ซึ่งแม้ว่าในภาพรวมของประเทศอินเดียจะมีการระบาดเกิดขึ้นเกือบทุกปีในระยะหลัง โดยเฉพาะในรัฐเกรละทางตอนใต้ทั้งในปี 2018, 2019, 2021, 2023, 2024 และล่าสุดเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา แต่การกลับมาปรากฏของเชื้อในเวสต์เบงกอลครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งช่วงไปนานเกือบ 2 ทศวรรษและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.........
อ้างอิง : https://www.independent.co.uk/asia/india/india-nipah-virus-outbreak-kolkata-cases-b2905473.html
อ้างอิง : https://www.financialexpress.com/india-news/india-races-to-contain-nipah-virus-outbreak-after-five-cases-in-west-bengal-check-symptoms/4116622/
อ้างอิง : https://www.telegraph.co.uk/global-health/science-and-disease/health-experts-scramble-to-contain-nipah-outbreak-india/
อ้างอิง : https://www.express.co.uk/news/world/2161325/health-deadly-contagion-virus

🤒 #ลาขาด! ทรัมป์เซ็นคำสั่งถอนสหรัฐฯ จาก WHO มีผลสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2026 นี้ (ครบ 1 ปี) ผอ.อนามัยโลกตัดพ้อ! สหรัฐฯ ทิ้ง...
22/01/2026

🤒 #ลาขาด! ทรัมป์เซ็นคำสั่งถอนสหรัฐฯ จาก WHO มีผลสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2026 นี้ (ครบ 1 ปี) ผอ.อนามัยโลกตัดพ้อ! สหรัฐฯ ทิ้งกันทำไม? เตือน "ทรัมป์" ถอนตัวทำโลกไม่ปลอดภัย

🌎(21 ม.ค. 69) สำนักข่าว Xinhua รายงานถ้อยแถลงของ เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ที่ออกมาเตือนสติรัฐบาลวอชิงตันในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการถอนตัวจะมีผลสมบูรณ์

เทดรอสระบุชัดเจนว่า การตัดสินใจถอนตัวของสหรัฐฯ จะทำให้ทั้ง "สหรัฐฯ เอง" และ "โลก" อยู่ในสถานะ "ไม่ปลอดภัย"

การถอนตัวนี้สืบเนื่องจากคำสั่งบริหารของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง (20 ม.ค. 2025) ซึ่งตามกฎบัตรจะ มีผลสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2026 นี้ (ครบ 1 ปี)

ผอ. WHO ย้ำว่างานส่วนใหญ่ของ WHO เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เอง การแยกตัวออกไปเท่ากับตัดเกราะป้องกันตัวเอง และหวังว่าสหรัฐฯ จะ "พิจารณาใหม่" ก่อนดีเดย์ลาขาดอย่างเป็นทางการ

WHO พยายามปรับโครงสร้างงบประมาณเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ แล้ว แต่ยอมรับว่าขาดพี่ใหญ่ไป กระทบหนักแน่นอน

📷 Thaitv2
Source: Xinhua / Global Times

#องค์การอนามัยโลก

📊  #ธุรกิจยุคนี้ต้องปรับตัวให้ไว‘สถานที่ขายยำแผนปัจจุบัน‘ แม่งโคตรดี 😘  #ความไวเป็นเรื่อของปีศาจ #ส่วนความเก่งกาจเป็นเรื...
13/01/2026

📊 #ธุรกิจยุคนี้ต้องปรับตัวให้ไว

‘สถานที่ขายยำแผนปัจจุบัน‘ แม่งโคตรดี 😘
#ความไวเป็นเรื่อของปีศาจ
#ส่วนความเก่งกาจเป็นเรื่องของการออกแบบ

🧑‍⚕️นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ นายแพทย์ นักกิจกรรม ผู้ผลักดันหลักประกันสุขภาพไทยคนจำนวนไม่น้อยรู้จัก หรือเคยใช้สิทธิบัตรทอง ...
09/01/2026

🧑‍⚕️นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ นายแพทย์ นักกิจกรรม ผู้ผลักดันหลักประกันสุขภาพไทย
คนจำนวนไม่น้อยรู้จัก หรือเคยใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกโรค อันเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ ด้านสาธารณสุขที่รัฐมีหน้าที่ต้องจัดให้ ซึ่งผู้ที่บุกเบิกริเริ่มแนวคิดนี้ในเมืองไทยไม่ใช่นักการเมืองคนไหน แต่เป็นนายแพทย์ผู้มีนามว่า สงวน นิตยารัมภ์พงศ์
ย้อนไปในปี พ.ศ.2520 นักศึกษาแพทย์จบใหม่ทุกคนต้องเลือกโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อเข้าปฏิบัติงานเป็นแพทย์ใช้ทุนในต่างจังหวัด ซึ่งหากใครเคยชมภาพยนตร์เรื่องหมอเจ็บ ฉากหนึ่งที่คุ้นตากันดีคือบรรดานักศึกษาแพทย์จะมายืนรอเพื่อจับฉลากโรงพยาบาลที่ตนเองต้องไปปฏิบัติภารกิจ หลายคนภาวนาให้ได้จังหวัดหัวเมืองที่พอจะมีแสงสีให้ได้หย่อนใจ แต่ไม่ใช่สำหรับ ‘หมอหงวน’ หรือ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ บัณฑิตคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เลือกไปประจำที่โรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ในตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาล
สิ่งที่เป็นแรงผลักสำคัญให้ นพ.สงวนเลือกจังหวัดที่ติดอันดับความยากจนที่สุดเป็นพื้นที่แรกที่รับราชการ นั่นคือเลือดของความเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและคนทุกข์ยากมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ที่รามาธิบดี ในสมัยนั้น สงวนเป็นตัวตั้งตัวตีทำหนังสือ ‘มหิดลสาร’ ที่มีเนื้อหาตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม เผยแพร่ความคิดและอุดมการณ์ที่ว่ากันว่าก้าวหน้าในห้วงเวลานั้น โดยใช้นามปากกาว่า ‘พงศา อารัมภ์’ สงวนสวมหมวกนักศึกษาควบนักกิจกรรมในเวลากลางวัน ส่วนยามค่ำเขากลับมาสวมเสื้อกาวน์ขึ้นวอร์ดดูแลคนไข้
หลังเหตุการณ์ ‘6 ตุลา 2519’ แกนนำนักศึกษาหลายคนตัดสินใจเข้าป่า แต่สงวนกลับเลือกปักหลักอยู่ในเมือง ไม่ใช่เพราะอุดมการณ์ที่เปลี่ยนผัน แต่เพื่อสั่งสมความรู้ไปช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่อย่างที่ตัวเองมุ่งหมาย หลังเรียนจบ เขาสานต่อเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมให้กับเพื่อนมนุษย์ ด้วยการไปเป็นแพทย์ชนบทที่ราษีไศล และหลังจากรับราชการได้ 5 ปี นพ.สงวนก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่เบลเยียมและอังกฤษ เมื่อกลับมาแล้ว เขาก็ยังกลับไปเป็นแพทย์ชนบทต่อที่โรงพยาบาลบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งทั้งที่ศรีสะเกษและนครราชสีมา นพ.สงวนได้เข้าไปบุกเบิกโครงการสุขภาพชุมชน ตั้งแต่เรื่องโภชนาการหมู่บ้านไปจนถึงการจัดตั้งกองทุนยา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญของทั้ง นพ.สงวน และโฉมหน้าระบบสาธารณสุขของไทย เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2529 นพ.สงวนย้ายมาทำงานในกระทรวงสาธารณสุข และเริ่มเรียนรู้เรื่องระบบการเงินและงบประมาณสาธารณสุข ซึ่งได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่วางอยู่บนฐานคติที่การรักษาพยาบาลคือ ‘สิทธิ’ ซึ่งเดิมทีนั้นการรักษาพยาบาลของไทยไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะชนบท บางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล หากไม่เช่นนั้นก็ต้องรอให้โรงพยาบาลจำแนกเป็นผู้ป่วยอนาถา รอรับการสงเคราะห์จากโรงพยาบาล
ราว พ.ศ.2543 นพ.สงวนได้รับทุนจากสหภาพยุโรปให้ทำงานเรื่องปฏิรูประบบสุขภาพ โดยเริ่มทดลองที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในชื่อโครงการ 70 บาท รักษาทุกโรค เก็บค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วย 70 บาท และโครงการจะจ่ายงบอุดหนุนรายหัวในส่วนที่เหลือ เล่ากันว่าช่วงนั้น นพ.สงวนนำโครงการเข้าไปปรึกษากับรัฐบาล แต่ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยคำตอบที่ว่างบประมาณไม่เพียงพอ แต่ นพ.สงวนไม่ล้มเลิกความคิด เขาเดินหน้าศึกษาลู่ทางความเป็นไปได้เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึง
เขานำแนวคิดเรื่องระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้าไปคุยกับพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งก็ได้รับคำปฏิเสธเหมือนเดิม มีเพียงพรรคไทยรักไทย ที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ที่ให้ความสนใจ จนกลายมาเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคไทยรักไทยนำไปใช้ประกอบการหาเสียงจัดตั้งรัฐบาล จนออกมาในรูปของนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค ของรัฐบาลไทยรักไทยในที่สุด
นพ.สงวนเคยกล่าวเอาไว้ว่า ช่วงแรกของการผลักดันโครงการ สิ่งที่ต้องเผชิญอย่างหนักคือ ความหวาดระแวงว่าโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค จะเป็นเพียงนโยบายประชานิยมของพรรครัฐบาล รวมถึงแรงเสียดทานที่ว่าตนเองทำงานรับใช้นักการเมือง เพื่อแลกกับตำแหน่งหน้าที่การงาน
“กว่าจะมาขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นใครจะรัก ใครจะชัง ใครจะด่าว่าเรารับใช้นักการเมือง เราก็รู้ตัวเองดีว่าเราไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่เคยมีใครรู้หรอกว่าเขาเสนอให้ตำแหน่งทางการเมืองกับผม แต่ผมไม่เคยรับเลย”
นอกจากแรงเสียดทานทางสังคมที่ นพ.สงวนต้องเผชิญ สิ่งท้าทายสำคัญที่เกือบทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปไม่ได้คือ การได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างจำกัด ซึ่งหากจะให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ งบรายหัวที่รัฐบาลควรจะจัดสรรให้คือคนละ 2,200 บาท ต่อคนต่อปี ซึ่งในปีแรก พ.ศ.2545 ได้งบประมาณเหมาจ่ายต่อปีคนละ 1,202.40 บาท ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 6 ปี กว่าที่รัฐบาลในขณะนั้นจะจัดสรรงบประมาณมาให้ได้เกือบเท่าที่ตั้งไว้ ซึ่งงบที่ได้คือ 2,100 บาท
กระนั้น นพ.สงวนก็เห็นว่า หากต้องการให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างถ้วนหน้าจริง จะต้องไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้นที่ขึ้นอยู่กับพรรครัฐบาล เพราะหากภายภาคหน้าเปลี่ยนรัฐบาล โครงการก็อาจถูกพับเก็บไปได้ จึงจำเป็นต้องมีการตราขึ้นเป็นกฏหมายเพื่อบังคับใช้ เป็นที่มาของการตั้ง สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เป้าหมายสูงสุดก็เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ บูรณาการ 3 กองทุนเข้าด้วยกัน คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และกองทุนข้าราชการ ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งระบบหลักประกันสุขภาพขึ้นมาจนถึง พ.ศ.2558 สามารถช่วยให้คนไทยมีสิทธิรักษาพยาบาลได้ถึง 48.386 ล้านคน หรือราว ๆ 160 ล้านครั้ง หากนับจากการเข้ารับบริการรักษาพยาบาล
นพ.สงวนกล่าวไว้เสมอตั้งแต่ครั้งที่เริ่มผลักดันระบบขึ้นมาว่า ระบบประกันสุขภาพนั้นอย่างไรเสียเงินมันก็ไม่พอ สิ่งที่ต้องคิดถึงคือในอนาคตต้องมองหาภาษีใหม่ ๆ เข้ามาช่วย เช่น ภาษีกำไรจากการขายหุ้น กำไรจากภาษีการซื้อขายเงินตราในตลาดเงิน และสิ่งหนึ่งที่นายแพทย์ผู้นี้มักกล่าวอยู่เสมอต่อความเห็นต่างคือ
“หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นระบบของการ ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ ในสังคม คนมีช่วยคนจน คนไม่ป่วยช่วยคนป่วย ให้ทุกคนเสียค่าใช้จ่ายในอัตราเดียวกันหรือไม่เสีย เป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่มีวัฒนธรรมของประชาคมที่เจริญแล้ว คือการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในสังคม ไม่ใช่อยู่อย่างตัวใครตัวมัน”
น่าเสียดายที่ นพ.สงวนจากไปด้วยวัย 55 ปี ด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อ พ.ศ.2551 ซึ่งหากหมอยังมีชีวิตอยู่ เขาคงจะได้เห็นว่าระบบหลักประกันสุขภาพที่เขาร่วมปลุกปั้นขึ้นมานั้นยังคงเผชิญกับสิ่งที่เขากังวลเสมอมา นั่นคือความไม่จีรังของโครงการ ที่แม้ว่าจะถูกทำให้อยู่ในรูปกฎหมายแล้วก็ตาม หากแต่มันยังคงแกว่งไหวไปมาตามรัฐบาลที่เลือกให้ความสำคัญ
ที่มา
รำลึกถึงชีวิตและผลงาน นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์
https://www.doctor.or.th/clinic/detail/6968?fbclid=IwAR3rIdJ0hDZPLy9v0pFW24SVmOxS0aNBwDDT4dmtZqCkSpAcQ6zebhmyVCI

๘ เรื่องเพื่อเข้าใจปณิธาน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ให้กำเนิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
https://www.sarakadee.com/2017/06/13/8-facts-sanguan-nittayarumpong/?fbclid=IwAR2HPg9MZYihtuk50lylROoUWIbIkujJ7LNIQIeo0TlEi9tjBRMsPqCCT-g

10 ปีการจากไปของ หมอสงวน ฮีโร่บัตรทอง เปลี่ยนคนไข้อนาถาให้ได้สิทธิ์ถ้วนหน้า
https://thestandard.co/10-years-doctor-sanguan/

เปิดข้อมูล '30 บาทรักษาทุกโรค' ปี 2558 ช่วยคนไทยได้มากกว่า 160 ล้านครั้ง
https://www.tcijthai.com/news/2016/15/scoop/6357

ประยุทธ์ ยันไม่เลิก '30 บาท' เพียงหาวิธีการให้มันดีขึ้น ขู่ใครพูดอีก มีเรื่องแน่
https://prachatai.com/journal/2015/12/63214

[สาระ+ภาพ] ย้อนฟังประยุทธ์พูดถึง 30 บาทรักษาทุกโรค เวทีไทย-เวทีโลก
https://prachatai.com/journal/2019/09/84476
เรื่อง: รวิวรรณ รักถิ่นกำเนิด
ภาพประกอบ: อภิญญา มาลยาภรณ์
อ่าน "นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ นายแพทย์ นักกิจกรรม ผู้ผลักดันหลักประกันสุขภาพไทย" เวอร์ชันเว็บไซต์ที่ https://thepeople.co/sanguan-nityaramphong-universal-health-care/
Source : ThePeople

30/12/2025

📣เรียน ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ

👩‍⚕️ร้านกำปั่นยา
🌠ขอประกาศหยุดทำการช่วงปีใหม่

📅ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 - 2 มกราคม 2569
------------------------------
🎆 #โดยจะเปิดทำการอีกครั้ง
📍ในวันที่ 3 มกราคม 2569

29/12/2025

🧧李萬山藥丸 ( 和胃整腸丸 ) 老舖 釣魚商標 泰国
🎣Lee Buan Soa / ตราตกเบ็ด

หากพูดถึงยาสามัญประจำบ้าน เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยคุ้นตากับ "ยาเม็ดลี้บ้วนซัว" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ยาตกเบ็ด" หรือ "ยาตาแป๊ะตกเบ็ด" 🎣 ตามตราสัญลักษณ์ที่อยู่บนกล่องยา 💊

โดยเฉพาะคนที่เคยมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นจุกเสียด เพราะเป็นยาจีนที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานานกว่า 70 ปี

🌿 กำเนิด "ยาเม็ดลี้บ้วนซัว" จากสงครามโลกสู่ยาสามัญประจำบ้าน

ต้นกำเนิดของยาตัวนี้ย้อนไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 💣 (ประมาณปี พ.ศ. 2486 หรือ ค.ศ. 1943) โดยเริ่มจากธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ ของชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยนายมกลิ้ม แซ่ลี้ และ นางลี้เอี้ยสี ได้ก่อตั้งโรงงานยา "ลี้บ้วนซัว ดิสเปนซารี่ (ห้างเก่า)" ขึ้นที่ถนนกลันตัน เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
"ยาเม็ดลี้บ้วนซัว" ผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้า "ตราตกเบ็ด" ซึ่งเป็นที่จดจำของคนไทยมานานกว่า 7 ทศวรรษ โดยเฉพาะสูตรยา "เจียตึ้งอี๊" ซึ่งเป็นสูตรต้นตำรับที่ใช้กันแพร่หลาย ✨

💊 สรรพคุณของยาเม็ดลี้บ้วนซัว

ยาเม็ดลี้บ้วนซัว เป็นยาจีนที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง และขับลม 💨 นอกจากนี้ บางคนยังใช้บรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย 🦷

แต่มีหลายคนที่ก็อาจจะตกใจ เมื่อเปิดกล่องมาเจอคำว่า "ของเมียหลวง!" ฉลากสุดจี๊ดนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่น 🤔

นี่คือหนึ่งในเรื่องลับ ๆ ที่หลายคนไม่เคยสังเกต ถ้าคุณเคยซื้อยาเม็ดลี้บ้วนซัวมาลองเปิดดูที่ฝาด้านในของกล่องดี ๆ จะพบว่ามีข้อความ "ของเมียหลวง" 👩🏻 ติดอยู่ ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมต้องระบุแบบนี้ ? แล้วมี "ของเมียน้อย" ด้วยเหรอ 🤨

🏭 ความลับที่ถูกเปิดเผย ยาตราตกเบ็ดมาจาก 2 โรงงาน

จริง ๆ แล้ว ยาเม็ดลี้บ้วนซัวมีการผลิตจาก 2 โรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาในตระกูลของผู้ผลิตยา

1️⃣ โรงงานต้นตำรับ ฉลากจะมีคำว่า "ของเมียหลวง" ❤️ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นสูตรต้นตำรับดั้งเดิม มีสีของกล่องที่เข้มกว่า

2️⃣ อีกโรงงาน กล่องมีสีอ่อนกว่าค่อนไปทางสีส้ม 🧡 ❌ ไม่มีคำว่า "ของเมียหลวง" บนฉลาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมานาน แต่ไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าสูตรของทั้งสองโรงงานแตกต่างกันหรือไม่


📌 ยาเม็ดลี้บ้วนซัว ตำนานที่ยังอยู่คู่คนไทย

แม้ว่าจะมีปริศนาเรื่อง "ของเมียหลวง" และ "ของเมียน้อย" แต่สิ่งที่แน่นอน คือ ยาเม็ดลี้บ้วนซัว (ตราตกเบ็ด) ยังคงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่หลายครอบครัวไว้วางใจ 💕 เพราะสรรพคุณที่ใช้ได้ผลจริง ถ้าบ้านใครมียาตัวนี้ ลองเปิดกล่องดูซิว่ามีฉลากแบบใด 😂

#ลี้บ้วนซัวตราตกเบ็ด
#ยาแก้ปวดท้อง
#ปวดท้องจุกเสียด
#ยาแก้ปวดท้องคู่บ้าน
Source : สุดโปรด

😩 ท็อปแชร์ ท็อปซีเคร็ท! พกยาดมยังไง ไม่หายแน่นอน!⁣ทุกคนเคยเป็นไหม? จะใช้ยาดมทีไร หายทุกที! เหมือนมีขาเดินหนีได้เอง⁣⁣วันน...
16/12/2025

😩 ท็อปแชร์ ท็อปซีเคร็ท! พกยาดมยังไง ไม่หายแน่นอน!⁣
ทุกคนเคยเป็นไหม? จะใช้ยาดมทีไร หายทุกที! เหมือนมีขาเดินหนีได้เอง⁣

วันนี้ท็อปมีเคล็ด(ไม่)ลับมาบอก 💨👇⁣
🤣 ทริค 1: จับยาดมใส่เคสไว้เลย ของที่มีเคสมันจะดูมีค่าขึ้นมาทันที หวงสุด ๆ ไม่กล้าทำหายแน่นอน!⁣
🤣 ทริค 2: ห้อยคอไว้ไปเลยจ้า! จะได้หยิบใช้ได้ตลอดเวลา⁣
🤣 ทริค 3: มีไว้หลาย ๆ อัน วางไว้ทุกที่! เช่นโต๊ะทำงาน โต๊ะข้างเตียง ในรถ อยากใช้ตอนไหน ก็มีพร้อมทุกจุด⁣

✨ แต่สิ่งเดียวที่หายแน่ ๆ คือบรรเทาอาการคัดจมูกเนื่องจากหวัด เพราะนี่แหละ! ยาดมตราตะขาบ 5 ตัว ของจริงเรื่องความเฟรช 💨 ตะขาบแบบใหม่มีไว้ดม ไม่ต้องเป็นลมก็ดมได้!⁣

✅ การบูร เกล็ดสะระแหน่ พิมเสน และตัวยาอีกเพียบ⁣
✅ บรรเทาอาการคัดจมูกจากหวัด⁣
✅ เติมความสดชื่น ให้สมองโล่ง คูลได้ทุกลมหายใจ⁣

😤 ถ้ายังจะหายอีกนะ… รอบหน้า “ท็อป” จะติด AirTag ให้ยาดมเลยแล้วกัน!⁣

#ยาดมตะขาบ5ตัว #ตะขาบตัวท็อป

♀️  #มาทำความรู้จักกับเอสโตรเจนชนิดใหม่ : ESTETROL (E4)🚺  #ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีการนำมาใช้ในทางคลินิกในปัจจุบัน มีทั้งชน...
06/12/2025

♀️ #มาทำความรู้จักกับเอสโตรเจนชนิดใหม่ : ESTETROL (E4)

🚺 #ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีการนำมาใช้ในทางคลินิกในปัจจุบัน
มีทั้งชนิดที่มาจากธรรมชาติ ได้แก่
estrone (E1)
estradiol (E2)
และ estriol (E3)
ซึ่งถูกค้นพบตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 1931 และ 1933 ตามลำดับ ต่อมาจึงมีการสังเคราะห์ฮอร์โมน ethinyl estradiol (EE) ในปี ค.ศ. 1938 และได้รับการรับรองจาก FDA ในปี ค.ศ. 1943 นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนเอสโตรเจนจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง คือ conjugated equine estrogens (CEEs) ซึ่งสกัดได้จากปัสสาวะของม้าเพศเมีย ถูกนำมาใช้ในปี ค.ศ. 1941 จึงนับเป็นเวลากว่า 80 ปี ที่ไม่มีเอสโตรเจนจากธรรมชาติชนิดใหม่มาใช้ในทางคลินิก [1]

estetrol หรือ E4
ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1965 เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนที่พบเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ถูกสร้างจากตับของทารกในครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 9 สัปดาห์ สามารถตรวจพบในพลาสมาและปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ มีการศึกษาที่รายงานว่า E4 มีฤทธิ์เป็น weak estrogen เมื่อเทียบกับ E2 และมีความพยายามศึกษาเพื่อใช้ E4 เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ (fetal well-being) แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีความแปรปรวนของระดับ E4 ค่อนข้างมาก การศึกษาเกี่ยวกับ E4 จึงถูกยุติลง จนกระทั่งในปีค.ศ. 2000 ความสนใจในการศึกษา E4 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์กลับมาอีกครั้ง [2]

E4 ออกฤทธิ์โดยการจับกับ estrogen receptor (ER) ชนิด ERa และ ERb โดยมีความจำเพาะในการจับ (affinity) ต่อ ERa สูงกว่า ERb 4-5 เท่า แต่เมื่อเทียบกับ E2 พบว่า E4 มี affinity ต่อ ERa ต่ำกว่า E2 ประมาณ 25 เท่า จึงจัดเป็น weak estrogen นอกจากนี้ E4 ยังมีคุณสมบัติเป็นทั้ง estrogen agonist และ antagonist ขึ้นกับเนื้อเยื่อ การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า E4 มีฤทธิ์ในการคุมกำเนิดโดยยับยั้งการตกไข่ ช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบและความผิดปกติที่เกิดจากเนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์ฝ่อแห้งในหญิงหมดประจำเดือน ช่วยยับยั้งการสลายมวลกระดูก และไม่มีผลต่อการสร้างโปรตีนจากตับ

E4 เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ที่แตกต่างจากเอสโตรเจนชนิดอื่น E4 มี oral bioavailability (90%) มีค่าครึ่งชีวิตยาว (24-32 ชั่วโมง) ถูกแปรสภาพโดยไม่ต้องอาศัย CYP450 แต่อาศัยเอนไซม์ uridine 5’-diphospho-glucuronosyltransferase (UGT) เป็นหลัก ได้เป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ (inactive conjugated metabolites) และถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นหลัก (69%) นอกจากนี้ E4 ยังไม่มีกระบวนการ enterohepatic circulation จากคุณสมบัติข้างต้นทำให้ E4 มีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและอาการไม่พึงประสงค์ เช่น โรคของถุงน้ำดี ลิ่มเลือดอุดตัน เป็นต้น เมื่อเทียบกับเอสโตรเจนชนิดอื่น สำหรับผลต่อเต้านม การศึกษาในหลอดทดลองพบว่า E4 มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการ proliferation ของ breast epithelial cells และ breast cancer cells ที่น้อยกว่า E2 ค่อนข้างมาก [1-4]

ปัจจุบัน E4 ได้รับการรับรองการใช้ในสหรัฐอเมริกา ยุโรปและออสเตรเลียสำหรับการคุมกำเนิดในรูปแบบของยาเม็ดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptive; COC) ซึ่งประกอบด้วย E4 15 mg และฮอร์โมนโปรเจสตินชนิด drospirenone 3 mg (สูตร 24/4) ผลการศึกษาทางคลินิกในสหรัฐอเมริกา/แคนาดา และในยุโรป/รัสเซีย พบว่ายาคุมกำเนิดชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด โดยมีค่า Pearl Index (PI) เท่ากับ 2.65 และ 0.47 ตามลำดับ ซึ่งใกล้เคียงกับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมชนิดอื่น ๆ เช่น EE/norethindrone acetate 10 µg/1 mg ซึ่งมีค่า PI เท่ากับ 2.6 เป็นต้น และจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสองการศึกษา (จำนวนอาสาสมัคร 3,417 คน) พบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถทนต่อยาได้ดีและยามีความปลอดภัย โดยมีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์คิดเป็น 52.3% ของจำนวนอาสาสมัครทั้งหมด อาการที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งพบมากในช่วง 3 เดือนแรกของการใช้ยา ได้แก่ เลือดออกผิดปกติ (9.5%) เจ็บหรือตึงคัดเต้านม (4%) สิว (3.3%) และอารมณ์เปลี่ยนแปลง (3.2%) อย่างไรก็ตามมีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากการใช้ยาคุมดังกล่าว (3.5%) ได้แก่ ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำ ซึมเศร้า และตั้งครรภ์นอกมดลูก การศึกษานี้ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับไขมัน กลูโคส HbA1C และโพแทสเซียม นอกจากนี้ E4 กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยทางคลินิกสำหรับใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน การรักษามะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก [1-5] อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ E4 ยังคงต้องมีการติดตามต่อไป

…………
❤️‍🩹 รูปแบบในไทย (ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2025)
-ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม: E4 15 mg + Drospirenone 3 mg
-รูปแบบ 28 เม็ด (24 เม็ดฮอร์โมน + 4 เม็ดแป้ง)
-ข้อบ่งใช้:
✅คุมกำเนิด
✅รักษาอาการปวดประจำเดือน
✅รักษาประจำเดือนมาผิดปกติ
- คาดว่าในอนาคตจะมีการใช้ E4 เดี่ยวเป็นฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือนด้วย
👩🏻‍⚕️สรุป
E4 คือก้าวใหม่ของฮอร์โมน Estrogen ในยาคุมกำเนิด ที่ให้ความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่น้อยกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของ ลิ่มเลือดอุดตันและมะเร็งเต้านม จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัยในระยะยาว


References

1. Gérard C, Arnal JF, Jost M, Douxfils J, Lenfant F, Fontaine C, et al. Profile of estetrol, a promising native estrogen for oral contraception and the relief of climacteric symptoms of menopause. Expert Rev Clin Pharmacol. 2022 Feb 1;15(2):121–37.

2. Gérard C, Foidart JM. Estetrol: From preclinical to clinical pharmacology and advances in the understanding of the molecular mechanism of action. Drugs RD. 2023;23(2):77–92.

3. Fruzzetti F, Fidecicchi T, Montt Guevara MM, Simoncini T. Estetrol: A new choice for contraception. J Clin Med. 2021;10(23):5625.

4. Lee, A., Syed, YY. Estetrol/Drospirenone: A review in oral contraception. Drugs, 2022;82(10): 1117–1125.

5. Chen MJ, Jensen JT, Kaunitz AM, Achilles SL, Zatik J, Weyers S, et al. Tolerability and safety of the estetrol/drospirenone combined oral contraceptive: Pooled analysis of two multicenter, open-label phase 3 trials. Contraception. 2022 Dec 1;116:44–50.

เรียบเรียงโดย
ผศ.ดร.ภญ.สุพัตรา ลิ่มสุวรรณโชติ
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ที่อยู่

ถนน เพชรเกษม
Ratchaburi
70000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:30
อังคาร 08:00 - 20:30
พุธ 08:00 - 20:30
พฤหัสบดี 08:00 - 20:30
ศุกร์ 08:00 - 20:30
เสาร์ 08:00 - 20:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กำปั่นยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง กำปั่นยา:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram