Drugstation ร้านยาแห่งความงาม. และแหล่งสบู่ทำม?
(1)

Drugstation #สถานียาราไวย์ แจ้งวันหยุด12,13 ,14 ,15  เมษายน #ขอส่งความรัก ความปราถราดี แด่ลูกค้าราไวย์ทุกท่านค้า❤️🙏❤️🥰
28/03/2026

Drugstation
#สถานียาราไวย์ แจ้งวันหยุด12,13 ,14 ,15 เมษายน
#ขอส่งความรัก ความปราถราดี แด่ลูกค้าราไวย์ทุกท่านค้า❤️🙏❤️🥰

10/03/2026
Acyclovir Bioavailability (ค่าการดูดซึมของยาอะไซโคลเวียร์) ต่ำมาก และ halfl life สั้น 2-3 ชั่วโมง จึงต้องกินบ่อย 📌 สัดส่...
08/03/2026

Acyclovir Bioavailability (ค่าการดูดซึมของยาอะไซโคลเวียร์) ต่ำมาก และ halfl life สั้น 2-3 ชั่วโมง จึงต้องกินบ่อย
📌 สัดส่วนของยาที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง หลังจากที่เราทานเข้าไปครับ
สำหรับยา Acyclovir ชนิดรับประทาน มีประเด็นสำคัญที่ควรรู้ดังนี้ครับ:
1. ค่า Bioavailability ค่อนข้างต่ำ
• ตัวเลขโดยประมาณ: อยู่ที่ประมาณ 10% ถึง 20% เท่านั้นครับ
• หมายความว่า: หากคุณทานยาขนาด 200 mg ร่างกายจะดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดได้จริงเพียงประมาณ 20-40 mg ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางอุจจาระโดยไม่ได้ถูกดูดซึม
2. ทำไมถึงต้องทานยาวันละหลายครั้ง?
ด้วยความที่ค่า Bioavailability ต่ำ และยาถูกขับออกจากร่างกายค่อนข้างเร็ว (Half-life สั้นประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมง) แพทย์จึงมักสั่งให้ทานยาวันละ 5 ครั้ง (ทุก 4 ชั่วโมง เว้นช่วงนอน) เพื่อรักษาระดับยาในเลือดให้สูงพอที่จะยับยั้งเชื้อไวรัส (เช่น เริม หรือ งูสวัด) ได้ตลอดวันครับ
3. ปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซึม
• ปริมาณยา (Dose-dependent): ความน่าแปลกของ Acyclovir คือ ยิ่งเพิ่มขนาดรับประทานสูงขึ้น เปอร์เซ็นต์การดูดซึมจะยิ่ง ลดลง (เช่น ทาน 200 mg ดูดซึมได้ดีกว่าในเชิงสัดส่วนเมื่อเทียบกับการทาน 800 mg)
• อาหาร: อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมยาอย่างมีนัยสำคัญครับ สามารถทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
ความก้าวหน้า: "Valacyclovir"
เนื่องจาก Acyclovir ดูดซึมได้น้อย จึงมีการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Prodrug (ยาก่อนออกฤทธิ์) ชื่อว่า Valacyclovir ขึ้นมาครับ:
• Valacyclovir มี Bioavailability สูงถึง 55%
• เมื่อทานเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยน Valacyclovir ให้กลายเป็น Acyclovir ในกระแสเลือด
• ผลคือ ทานยาวันละน้อยครั้งกว่า (เช่น 2-3 ครั้ง) แต่ได้ระดับยาในเลือดสูงพอๆ กันหรือดีกว่าครับ
📌📌Acyclovir ข้อควรระวัง: แม้ยาจะดูดซึมได้น้อย แต่ส่วนที่ดูดซึมเข้าไปจะถูกขับออกทาง "ไต" เป็นหลัก ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไตจำเป็นต้องปรับลดขนาดพยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ

Second-generation antihistamines ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้👉ยา Second-generation antihistamines มีข้อดีกว่า First-gen...
26/01/2026

Second-generation antihistamines ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้
👉ยา Second-generation antihistamines มีข้อดีกว่า First-generation antihistamines คือ มีคุณสมบัติเป็นสาร non-lipophilic ผ่าน blood brain barrier ได้น้อย จึงไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนหรือง่วงน้อย รวมถึงไม่มีฤทธิ์ anti-cholinergic effect ทำให้ไม่เกิดอาการข้างเคียง ปากแห้ง ตามัว ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก
👉ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ loratadine, desloratadine, fexofenadine, cetirizine, levocetirizine, rupatadine และ bilastine
👉ยา Second-generation antihistamines ใช้ได้ผลดีในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โดยช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจาก histamine ในการตอบสนองต่อการแพ้ระยะแรก (early-phase response) เช่น อาการคัน จาม น้ำมูกไหล และเคืองตา ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ดีขึ้น
👉การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของยา Second-generation antihistamines พบว่ามีการแนะนำการใช้ยาแตกต่างกันออกไปในแต่ละงานวิจัย ในภาพรวมจึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ายาตัวใดที่มีประสิทธิผลดีที่สุด ทั้งนี้การเลือกใช้ยาให้ปรับเลือกใช้ตามข้อบ่งชี้ ระยะเวลาเริ่มต้นออกฤทธิ์ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ ขนาดยา ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง และราคาของยาแต่ละชนิด
👉เด็ก สามารถใช้ cetirizine และ desloratadine ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ใช้ loratadine fexofenadine ได้ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
👉ผู้สูงอายุ สามารถใช้ยา loratadine และ cetirizine ได้ เนื่องจากไม่มี anticholinergic effect เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคตับควรพิจารณาใช้ cetirizine ซึ่งมี first pass metabolism ที่ตับน้อย ผู้ป่วยที่มีโรคไตควรหลีกเลี่ยงการใช้ cetirizine และ levocetirizine ซึ่งขับออกทางไตเป็นหลัก
👉สตรีมีครรภ์ ควรพิจารณาใช้ loratadine, cetirizine และ levocetirizine ซึ่งอยู่ใน pregnancy category B สำหรับสตรีให้นมบุตรควรพิจารณาใช้ยาที่ขับออกทางน้ำนมน้อยและไม่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม ได้แก่ loratadine, desloratadine และ fexofenadine
👉กลุ่มผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมหรือการขนส่ง ได้แก่ ขับรถ ขับเรือ ขับเครื่องบิน ควรพิจารณาใช้ยาที่ไม่ทำให้มีอาการง่วงซึม คือ bilastine, loratadine, desloratadine และ fexofenadine
👉Download แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2565) สมาคมแพทย์โรคจมูก (ไทย): https://www.thairhinologists.org/ar/

Topic : ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การจ่ายยา โครงการลดความแออัด โมเดล 1, 2, 3Time : Jan 9, 2026 01:30 PM BangkokLink : htt...
06/01/2026

Topic : ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การจ่ายยา โครงการลดความแออัด โมเดล 1, 2, 3
Time : Jan 9, 2026 01:30 PM Bangkok
Link : https://zoom.us/webinar/register/WN_mKvYK80iSWCVoygzVfJkgw
Webinar ID : 963 5114 0332
Passcode : 530468

Fluconazole รักษาตกขาวจากเชื้อรา: กินกี่เม็ดถึงหาย ใช้ซ้ำได้ไหม และใครไม่ควรกิน(1) “ตกขาวจากเชื้อรา” เป็นแบบไหน และทำไมต...
04/01/2026

Fluconazole รักษาตกขาวจากเชื้อรา: กินกี่เม็ดถึงหาย ใช้ซ้ำได้ไหม และใครไม่ควรกิน

(1) “ตกขาวจากเชื้อรา” เป็นแบบไหน และทำไมต้องยืนยันก่อนว่าเป็นเชื้อรา?
ตกขาวไม่ได้หมายความว่าเป็นการติดเชื้อราทุกกรณี เนื่องจากยังมีสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อย เช่น ภาวะเสียสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด (bacterial vaginosis), การติดเชื้อพยาธิ/โปรโตซัว (trichomoniasis), การระคายเคือง หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด ซึ่งล้วนสามารถทำให้เกิดตกขาวผิดปกติได้เช่นกัน
การติดเชื้อราในช่องคลอด (vulvovaginal candidiasis; VVC) มักมีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ คัน แสบ บวม แดง และตกขาวลักษณะขาวข้นเป็นก้อน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้สามารถพบร่วมในโรคอื่น ๆ ได้ การวินิจฉัยจึงควรมีการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่อาการไม่ชัดเจนหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา
การตรวจยืนยันที่ใช้ ได้แก่ การตรวจสารคัดหลั่งจากช่องคลอดด้วยกล้องจุลทรรศน์ (เช่น wet mount หรือ KOH preparation) และการเพาะเชื้อในบางกรณี ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการวินิจฉัยผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้โรคอื่น ๆ ถูกปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังหรือรุนแรงขึ้นได้

(2) Fluconazole คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในการรักษา “เชื้อราในช่องคลอด”?
Fluconazole เป็นยาต้านเชื้อราในกลุ่ม azole ชนิดรับประทาน ใช้รักษาการติดเชื้อรา Candida ได้หลายตำแหน่ง รวมถึงเชื้อราในช่องคลอด (vulvovaginal candidiasis) ในบางกรณี โดยแนวทางมาตรฐานกำหนดขนาดและระยะเวลาการใช้แตกต่างกันตามความรุนแรงและลักษณะของโรค

1. เชื้อราในช่องคลอดแบบไม่ซับซ้อน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถใช้ fluconazole 150 mg รับประทานเพียงครั้งเดียว เพื่อรักษาการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ผลดี หากยาในแผงเป็น 150 mg ต่อเม็ด ก็เท่ากับรับประทานเพียง 1 เม็ด

อาการมักดีขึ้นภายในประมาณ 7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำและประเมินสาเหตุเพิ่มเติม
ข้อควรระวัง: ไม่ใช่ทุกขนาดยาที่ระบุว่า “เม็ดเดียว” จะได้ผลเท่ากัน ต้องตรวจสอบขนาด “มิลลิกรัม” บนกล่องหรือแผงยา เนื่องจากในท้องตลาดมีหลายขนาด เช่น 50 mg, 150 mg หรือ 200 mg

2. เชื้อราที่มีอาการรุนแรง
ในกรณีที่มีอาการคัน แดง หรืออักเสบรุนแรง แนวทางการรักษาอาจปรับเป็น:
* การใช้ยาทาในกลุ่ม azole ต่อเนื่อง 7–14 วัน
หรือ
* Fluconazole 150 mg รับประทาน 2 ครั้ง โดยให้ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 72 ชั่วโมง
ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อรา หรือมีอาการรุนแรงเป็นครั้งแรก ควรส่งตรวจเพื่อยืนยันก่อนเริ่มยา เพราะอาการที่คล้ายกันอาจเกิดจากโรคอื่นที่ต้องการแนวทางรักษาแตกต่างกัน

3. เชื้อราที่เป็นซ้ำบ่อย (Recurrent VVC)
หมายถึงมีอาการติดเชื้อซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้งภายใน 1 ปี แนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ:
* ระยะกดเชื้อ (Induction): Fluconazole ขนาด 100, 150 หรือ 200 mg รับประทานทุก 3 วัน จำนวน 3 ครั้ง (เช่น วันที่ 1, 4 และ 7) หรือใช้ยาทา 7–14 วัน
* ระยะป้องกันการเป็นซ้ำ (Maintenance): รับประทาน fluconazole สัปดาห์ละครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน
ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรให้แพทย์พิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การเพาะเชื้อ หรือการทดสอบความไวต่อยา เนื่องจากอาจพบเชื้อดื้อยา ซึ่งจำเป็นต้องปรับการรักษา

(4) Fluconazole ใช้ซ้ำได้ไหม?
การใช้ fluconazole ซ้ำสามารถทำได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องหรือซื้อยากินเองซ้ำบ่อย ๆ โดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะแม้จะเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอดมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีอาการคล้ายเดิมจะเกิดจากเชื้อราเสมอไป
การใช้ยาซ้ำโดยไม่ผ่านการตรวจ อาจทำให้โรคอื่น ๆ ที่มีลักษณะอาการคล้ายกันไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างเหมาะสม จนอาจกลายเป็นภาวะเรื้อรังหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน
หากมีการกลับเป็นซ้ำบ่อย ยังมีโอกาสที่เชื้อราที่พบจะดื้อต่อ fluconazole หรืออาจเป็นเชื้อคนละชนิดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาเดิม ดังนั้นควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์เพื่อวางแผนรักษาระยะยาวอย่างเหมาะสม

สถานการณ์ที่ควรไปพบแพทย์ แทนการใช้ยาเดิมซ้ำเอง
* เป็นครั้งแรก หรือไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากเชื้อรา
* อาการไม่ดีขึ้นหลังจากรับประทาน fluconazole ภายในประมาณ 7 วัน
* อาการกลับมาเร็วภายในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น น้อยกว่า 2 เดือนหลังการรักษาครั้งก่อน
* มีอาการซ้ำบ่อย (เช่น ≥3 ครั้งภายใน 1 ปี)
* มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้องน้อยมาก, มีไข้, ตกขาวมีกลิ่นแรง สีผิดปกติ, มีแผล หรือมีเลือดออกผิดปกติ

ใครบ้างที่ “ไม่ควรกิน” fluconazole เอง หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
1. หญิงตั้งครรภ์ หรือมีโอกาสตั้งครรภ์
ไม่ควรใช้ fluconazole ชนิดรับประทาน เนื่องจากมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ แม้ความเสี่ยงจะสูงขึ้นชัดเจนเฉพาะในขนาดสูงหรือต่อเนื่องนาน แต่แนวทางส่วนใหญ่ยังคงแนะนำให้ใช้ยาทา azole 7 วันแทน

2. เด็กหรือวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 16 ปี
การใช้ fluconazole เพื่อรักษาเชื้อราในช่องคลอดในอายุ

  interaction
02/01/2026

interaction

Drugstation สุขสันต์วันปีใหม่2026                       ยิ้มไปด้วยกันตลอดปี  #ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณลูกค้า  เพื่อนๆกัลยาณม...
31/12/2025

Drugstation สุขสันต์วันปีใหม่2026
ยิ้มไปด้วยกันตลอดปี
#ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณลูกค้า เพื่อนๆกัลยาณมิตรทุกคนคะ

Drugstation ขอส่งความสุขแด่ญาติ พี่น้องทุกท่าน ที่เข้ามารักษา ที่ร้านสถานียา ขอให้มีความสุขทุกท่าน  ร่างกายแข็งแรง ทุกท่...
31/12/2025

Drugstation ขอส่งความสุขแด่ญาติ พี่น้องทุกท่าน ที่เข้ามารักษา ที่ร้านสถานียา ขอให้มีความสุขทุกท่าน ร่างกายแข็งแรง ทุกท่าน
#ขอบคุณครับ
#ขอบคุณคะ
#ขอบคุณที่มารักษากับ # ียาPHARMaCY

Line mappintar
Tell 0649789444
เปิดวันอังคารที่2 มกราคมคะ

23/12/2025

ที่อยู่

28/41 Moo2 Viset Road , Rawai , Phuket
Rawai
83120

เบอร์โทรศัพท์

+66649789444

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Drugstationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Drugstation:

แชร์