26/03/2022
✨️ร้านแก้วเล็ก ชอบบทความนี้มาก เลยค่ะ❣️เลยนำมาฝากให้ลูกค้าลูกเพจ ทุกคนนะคะ⤵️⤵️ #ขายแบบไหนดีกว่ากัน?
กำไรมาก "ขายน้อย" VS กำไรน้อย "ขายมาก"
หากคุณเป็นผู้ประกอบการ คุณจะตั้งราคาขายสินค้าของคุณยังไงระหว่าง
o ขายของกำไรมาก แต่ขายได้ปริมาณน้อย
o ขายของกำไรน้อย แต่ขายได้ปริมาณมาก
แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากที่จะได้กำไรมากกันทั้งนั้น ซึ่ง “ต้นทุน” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งราคาสินค้าเช่นกัน
เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘เจ้าสัวซีพี’ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศไทยที่จัดอันดับโดย Forbes ก็ได้ใช้แนวคิดแบบนี้ในการบริหารธุรกิจของเขาเช่นกัน
หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40 - 50 ปีก่อน รายได้ของคนไทยในสมัยนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ต่ำ เจ้าสัวธนินท์จึงคิดหาวิธีผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับรายได้ของคนส่วนใหญ่ ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้คือการลดต้นทุนการผลิต แต่ต้องคงคุณภาพไว้ได้
ธุรกิจหนึ่งที่ทำให้ CP เติบโตมาถึงทุกวันนี้เลยคือการขาย ‘ไก่’ เพราะเมื่อก่อนไก่มีราคาที่สูงมาก และเป็นอาหารของคนรวย ดังนั้นเขาจึงเริ่มศึกษาการผลิตที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยงไก่ จาก 1 เลี้ยงได้สูงสุด 1 พันตัว กลายมาเป็น 170,000 ตัวในปัจจุบันนี้
เมื่อต้นทุนการเลี้ยงไก่ลดลง ราคาไก่ก็ถูกลง แม้ว่าจะขายไก่ได้ราคาน้อย แต่สามารถเลี้ยงไก่ได้เยอะขึ้น รายได้จึงมากขึ้นเพราะไม่ใช่แค่คนรวยเท่านั้นที่สามารถซื้อไก่ได้แล้ว แต่เป็นคนทั้งประเทศสามารถถึงเข้าถึงสินค้าชนิดนี้ได้
แต่ถึงอย่างนั้นวิธีนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้กับสินค้าทุกประเภท เพราะมันอาจทำให้สินค้าถูก “ลดทอนคุณค่า” ลงก็ได้
ตัวอย่างเช่น สินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงไม่ว่าจะเป็น Chanel หรือ Hermès ถ้าหากมีราคาที่ถูกคนก็จะเริ่มสงสัยในเรื่องของ “คุณภาพ” และ “คุณค่า” ของสินค้า
จะขายแบบไหนควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?
แน่นอนว่าเราขายสินค้าให้กับลูกค้า สิ่งที่ควรนึกถึงอย่างแรกเลยคือ “กลุ่มเป้าหมาย”
ลูกค้าแต่ละกลุ่มก็จะมีความแตกต่างกันออกไป หากคุณกำลังขายของให้กับลูกค้าที่มีรสนิยมเน้นคุณภาพไม่เกี่ยงราคา ถึงแม้ราคาสูงแต่ยินดีจ่าย การเลือกขายสินค้าแพงแต่ปริมาณน้อยก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่นั่นก็ต้องแลกกับการนำเสนอสินค้าที่ถูกจริตของลูกค้าเช่นกัน
“เงินทุน” ปัจจัยหลักก่อนขายสินค้า
ตัวแปรสำคัญในการตั้งราคาคือ “เงินทุน” หรือ “ต้นทุน” ของสินค้า ตัวอย่างจากเจ้าสัวธนินท์ทำให้เห็นว่า หากต้นทุนน้อยคุณก็สามารถขายสินค้าราคาถูกที่เข้าถึงคนจำนวนมากได้ กำไรอาจมากกว่าการขายสินค้าราคาแพงก็ได้ เพราะปริมาณที่ขายออกมา เมื่อนำมารวมกันก็กอบโกยได้มหาศาล
อีกสิ่งที่จะสะท้อนแนวทางในการขายคือ “จุดประสงค์ของการขาย” ที่จะสะท้อน “ภาพลักษณ์” ขององค์กร
หากคุณเป็นธุรกิจใหม่ที่ต้องการสร้างชื่อให้คนรู้จัก การขายสินค้าราคาไม่แพงที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากกว่าอาจเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้คุณได้กำไรที่เพิ่มมากขึ้น หรือการขายสินค้าที่ใช้การตัดสินใจเพียงชั่วขณะ เช่นอาหาร เครื่องใช้ในบ้าน เสื้อผ้า ลูกค้ามองแล้วหยิบได้เลย ก็เหมาะกับการขายราคาไม่แพง
แต่ถ้าหากเป็นสินค้าที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจนานเช่น บ้าน รถยนต์ เครื่องประดับ ของแบรนด์เนม สินค้าเหล่านี้มักจะสร้าง “คุณค่า” บางอย่างให้ลูกค้า นอกจากคิดราคาโดยคำนวณจากต้นทุนแล้ว คุณอาจต้องคำนวณด้านคุณค่าทางจิตใจเข้าไปด้วย สินค้าเหล่านี้จึงมีราคาที่แพง และขายได้เฉพาะกลุ่ม
---------------
จริง ๆ แล้ว “กำไร” อาจไม่ใช่ตัวเลขที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น แต่มันอาจเป็น “ความประทับใจ” ของผู้บริโภค ถึงแม้จะขายสินค้าได้มาก – น้อยแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าไม่ชอบธุรกิจก็อยู่ไม่นาน
“การขาย” ต้องมาคู่กับ “การบริการ” เพื่อทำให้ลูกค้า “พึงพอใจ” และ “กลับมาซื้อซ้ำ” เพื่อสร้าง “กำไร”
----------------
Cr. ขอบคุณ บทความ+รูปภาพประกอบ
#ไปให้ถึง100ล้าน