Journaling Our Journey: จิตวิทยาการปรึกษา

Journaling Our Journey: จิตวิทยาการปรึกษา ผมให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและนำเสนอบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับจิตวิทยาครับ

ผมนำเสนอเกร็ดความรู้จิตวิทยาในรูปแบบที่ "ย่อยง่าย" และเป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของทุกๆคนครับ

สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนอยากจะเห็นคือการได้เห็นลูกตัวเองเป็นพ่อคนแม่คนพวกเขาอยากจะเป็นปู่ย่าตายาย และอยากจะเห็นหลานเยอะๆ...
22/05/2026

สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนอยากจะเห็น
คือการได้เห็นลูกตัวเองเป็นพ่อคนแม่คน
พวกเขาอยากจะเป็นปู่ย่าตายาย
และอยากจะเห็นหลานเยอะๆ
เพราะพวกเขารู้จากประสบการณ์ของตัวเอง
ว่าการเป็นพ่อคนแม่คนมันมีความสุขมากขนาดไหน
…พวกเขาจึงอยากให้ลูกได้สัมผัสกับความสุขแบบนั้นบ้าง
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ
ที่พวกเขาผลักดันให้ลูกมีลูกนี้
มันเกิดขึ้นเพราะพวกเขาหวังดีกับลูก
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องนี้
ความหวังดีอาจไม่ได้
นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปครับ
เพราะผลการศึกษาที่มีอยู่พบว่า
เวลาที่เรามีลูกมากกว่าที่เราต้องการ
(เช่น ใจอยากมีลูก 1 คน แต่มีลูก 2 คน)
การมีลูกจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากเท่าไหร่นัก
เพราะนั่นหมายความว่า
เรากำลังแบกรับความรับผิดชอบ
มากเกินกว่าที่เราคาดหวังไว้
มันเหมือนกับเวลาที่เราทำงานเลยครับ
ต่อให้เนื้องานที่เราทำจะเป็น
เนื้องานที่เราชื่นชอบแค่ไหน
แต่หากเราต้องแบกรับหน้าที่
ในการทำงานดังกล่าวมากกว่า
ที่เราคาดหวังไว้ตั้งแต่แรก
(เช่น ตอนสัมภาษณ์งาน
เราเข้าใจว่าเราจะทำงานวันละ 8 ชั่วโมง
แต่พอถึงเวลาจริงๆ เราทำงานวันละ 12 ชั่วโมง)
…เราก็อาจจะไม่ได้ happy กับงานที่เราทำนั้นได้
(ต่อให้มันจะเป็นงานที่เราชื่นชอบก็ตาม)
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากจะขอนำเสนอว่า
หากต้องการให้คนที่เรารักได้มีโอกาส
สัมผัสกับความสุขของการเป็นพ่อแม่อย่างเต็มที่ล่ะก็
เราอย่าไปบีบให้เขามีลูกมากกว่าที่เจ้าตัวเขาสะดวกใจเลยครับ
ไม่อย่างนั้น ความหวังดีของเรา
จะกลายเป็นการสร้างความทุกข์ใจให้เขาได้ครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #กดดัน #ครอบครัว #พ่อแม่ #ลูก

หลายคนรู้สึกผิดหวัง เจ็บปวด และไม่พอใจกับตัวเองอย่างรุนแรง เวลาที่พวกเขาทำอะไรบางอย่างไม่สำเร็จยกตัวอย่างเช่นนำเสนอสินค้...
20/05/2026

หลายคนรู้สึกผิดหวัง เจ็บปวด
และไม่พอใจกับตัวเองอย่างรุนแรง
เวลาที่พวกเขาทำอะไรบางอย่างไม่สำเร็จ
ยกตัวอย่างเช่น
นำเสนอสินค้าและลูกค้าไม่ซื้อ
สมัครงานและถูกปฏิเสธ
สอบไม่ติดคณะสาขาที่หวังไว้
เป็นต้น
เพราะอะไร?
เพราะเวลาที่ลูกค้าไม่ซื้อสินค้าที่นำเสนอ
พวกเขาไม่ได้มองว่ามันคือการที่ลูกค้าไม่ซื้อสินค้าที่นำเสนอ
เพราะเวลาที่พวกเขาถูกปฏิเสธตอนสมัครงาน
พวกเขาไม่ได้มองว่ามันคือการถูกปฏิเสธในการสมัครงาน
เพราะเวลาที่พวกเขาสอบไม่ติด
พวกเขาไม่ได้มองว่ามันคือการสอบไม่ติด
…แต่พวกเขาจะมองว่านี่คือ “หลักฐาน”
ที่ยืนยันว่าพวกเขาเป็น loser เป็นคนขี้แพ้
เป็นคนที่ไม่มีวันประสบความสำเร็จได้อีกด้วย
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความทุกข์ใจของพวกเขาเข้มข้นเป็นพิเศษ
เพราะเหตุการณ์ “ลูกค้าไม่ซื้อสินค้า”
“ถูกปฏิเสธสมัครงาน” “สอบไม่ติด”
มันเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งครั้ง
แต่การตีตราว่าตัวเอง “loser”
“ขี้แพ้” “ไม่มีวันสำเร็จ”
มันคือการฟันธงตัวเองทั้งชีวิต
ดังนั้น หากเราสามารถเรียนรู้
ที่จะมองว่าการที่ “ลูกค้าไม่ซื้อสินค้า”
เป็นเพียงแค่การที่ “ลูกค้าไม่ซื้อสินค้า”
(โดยที่ไม่ตีตราตัวเองเพิ่มเติมว่า “loser”) ได้ล่ะก็
เราอาจจะยังคงรู้สึกทุกข์ใจอยู่ก็จริง
แต่มันจะไม่ใช่ความทุกข์ใจที่เข้มข้น
ทรมานเท่ากับกรณีที่เราตีตราตัวเอง
ว่า “loser” เพิ่มเติมแน่นอนครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ล้มเหลว

หลายคนรู้สึกลังเลที่จะมาพูดคุยกับนักจิตวิทยา เพราะพวกเขากังวลว่า นักจิตวิทยาจะพยายามบีบบังคับให้พวกเขาต้องเปิดเผยเรื่องร...
18/05/2026

หลายคนรู้สึกลังเลที่จะมาพูดคุยกับนักจิตวิทยา
เพราะพวกเขากังวลว่า นักจิตวิทยา
จะพยายามบีบบังคับให้พวกเขาต้องเปิดเผย
เรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่พวกเขาไม่อยากที่จะเปิดเผย

…บีบบังคับด้วยการใช้เหตุผลทำนองว่า
“มันจำเป็นต่อกระบวนการในการพูดคุยกัน”

และเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุผลในลักษณะนี้
พวกเขาก็จะพบว่าตัวเอง “ปฏิเสธไม่ออก”
และต้องยอม “ไหลตามน้ำ” ไปอย่างไม่เต็มใจ

ผมอยากใช้โอกาสตรงนี้เพื่อให้ความมั่นใจ
กับทุกๆคนที่มีความกังวลในเรื่องนี้อยู่ในใจว่า…

“ถ้าเรารู้สึกไม่พร้อมที่จะบอกเล่า
เรื่องราวบางอย่างให้นักจิตวิทยาล่ะก็
เราสามารถบอกนักจิตวิทยาตรงๆได้เลยครับ

แน่นอนครับ หากเราสามารถบอกเล่า
เรื่องราวดังกล่าวให้นักจิตวิทยาฟังได้
มันอาจช่วยให้นักจิตวิทยาทำงานกับเราได้ง่ายขึ้นก็จริง

แต่ต่อให้เราจะไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวนั้น
นักจิตวิทยาก็ยังสามารถทำงานกับเราได้อยู่ดี”

ผมอาจจะไม่สามารถพูดแทนนักจิตวิทยาคนอื่นๆได้
แต่ผมสามารถบอกได้เลยครับว่า
หากวันนี้มีผู้รับบริการมาบอกผมว่า
เขาไม่พร้อมที่จะแชร์เรื่องราวส่วนตัวเรื่องไหนก็ตาม
ผมจะเคารพเขาและจะไม่ซักไซ้ไล่เลียง
หรือ “หลอกล่อ” ให้เขาเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวเพิ่มเติม

…เว้นแต่เจ้าตัวเขารู้สึกพร้อมที่จะแชร์เท่านั้น

นี่คือสิ่งที่ผม (รวมไปถึงนักจิตวิทยาหลายคนที่ผมรู้จักเป็นการส่วนตัว) จะทำครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา

หลายคนเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่ “ไม่ได้เรื่อง”เพราะพวกเขาถูก “ผู้ใหญ่” ในชีวิต (เช่น พ่อแม่ ครู หัวหน้า) ชิ้นิ้วทุกครั้งที...
16/05/2026

หลายคนเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่ “ไม่ได้เรื่อง”
เพราะพวกเขาถูก “ผู้ใหญ่” ในชีวิต
(เช่น พ่อแม่ ครู หัวหน้า) ชิ้นิ้วทุกครั้ง
ที่พวกเขาทำผิดพลาดมาโดยตลอด
ไม่ว่าสิ่งที่ผิดพลาดนั้นจะเป็น
การที่พวกเขาลืมปิดไฟในห้องนอน
การทำแบบฝึกหัดไม่ถูกต้อง
หรือการลืม cc อีเมลให้เจ้านายก็ตาม
พวกเขาฟังเสียงของ “ผู้ใหญ่”
พวกเขาให้คุณค่ากับเสียงของ “ผู้ใหญ่”
และในเมื่อสิ่งที่พวกเขาได้ยินจาก “ผู้ใหญ่”
ล้วนเต็มไปด้วยคำว่า “ไม่ได้เรื่อง”
มันจึงไม่แปลกเลยครับที่พวกเขา
จะมองว่าตัวเอง “ไม่ได้เรื่อง” ตามไปด้วย
คำถามก็คือ ผลการประเมินว่า “ไม่ได้เรื่อง” นั้น
เป็นผลการประเมินที่ “เป็นธรรม” หรือเปล่า?
ถ้าผลการประเมินจะ “เป็นธรรม” ได้
นอกจากผู้ประเมินจะต้องพิจารณากรณีที่ “ทำผิด” แล้ว
ผู้ประเมินก็ควรจะต้องพิจารณากรณีที่ “ทำถูก” ด้วย
มันเหมือนเวลาที่เราทำข้อสอบ
และยื่นข้อสอบให้คนตรวจเลยครับ
การตรวจข้อสอบจะ “เป็นธรรม”
ก็ต่อเมื่อมีการตรวจทุกๆข้อ
ทั้งข้อที่ “ทำผิด” และ “ทำถูก”
หากคนที่ตรวจข้อสอบ
เขาตรวจและให้คะแนน
เฉพาะข้อที่เรา “ทำผิด” อย่างเดียว
โดยที่มองข้ามข้อที่เรา “ทำถูก”
แน่นอนครับว่าผลคะแนนจะออกมา “ไม่ได้เรื่อง”
แต่ผลคะแนนที่ “ไม่ได้เรื่อง” นี้
มันสะท้อนความรู้ความสามารถ
ที่แท้จริงของเราหรือไม่?
ไม่มีทางครับ
และเราก็ไม่ควรให้คุณค่า
กับผลการประเมินที่ “คุณภาพต่ำ” นี้ด้วย
เช่นเดียวกันครับ
หากเราถูกคนอื่นประเมินอย่าง “ไม่เป็นธรรม”
หากเราถูกคนอื่นบอกว่าเรา “ไม่ได้เรื่อง”
เราก็ไม่จำเป็นต้องให้คุณค่า
และเชื่อในผลการประเมินนี้ครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ตัดสิน

พวกเราทุกคนมีจมูกก็จริง แต่บางคนจะ “จมูกไว” เป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆเช่นเดียวกันครับพวกเราทุกคนมีอารมณ์ความรู้สึกเ...
14/05/2026

พวกเราทุกคนมีจมูกก็จริง
แต่บางคนจะ “จมูกไว” เป็นพิเศษ
เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
เช่นเดียวกันครับ
พวกเราทุกคนมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกันก็จริง
แต่พวกเราแต่ละคนจะ “ไว”
ต่ออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน
ลองนึกถึงความกังวลที่เกิดขึ้นในใจ
เวลาที่เราไปยืนพูดในที่สาธารณะดูสิครับ
บางคนรู้สึกกังวลมาก
จนใจเต้นแรงและ
หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
ในขณะที่บางคนรู้สึกกังวล
น้อยมากจนแทบจะ
ไม่เกิดแรงกระเพื่อมในใจเลย
ความแตกต่างนี้เป็นเรื่อง “ธรรมชาติ”
หากเราเป็นคนหนึ่งที่ “ไว”
ต่ออารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
มากกว่าคนอื่นๆล่ะก็
บางครั้ง เราอาจมีมุมมอง
ต่อตัวเองในลักษณะ “ติดลบ”
เราอาจมองว่าตัวเอง “อ่อนแอ”
เราอาจมองว่าตัวเอง “ปัญหาเยอะ”
เราอาจจะไม่ชอบ
“ธรรมชาติ”
ของเราที่เป็นแบบนี้
เราอาจจะมีความคิด
อยากเปลี่ยน “ธรรมชาติ”
ของเราให้ต่างไปจากเดิม
แต่มันไม่ต่างอะไรกับ
กรณีของคนที่ “จมูกไว” เลยครับ
คนที่ “จมูกไว” ไม่สามารถ
เปลี่ยนเป็นคนที่ “จมูกธรรมดา” ได้ฉันใด
คนที่ “ไว” ต่ออารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
ก็ไม่สามารถเปลี่ยน
“ธรรมชาติ” ของตัวเองในจุดนี้ได้ฉันนั้น
สิ่งที่เราทำได้คือการทำความเข้าใจ
“ธรรมชาติ” ของตัวเองและเรียนรู้
ที่จะอยู่กับมันให้ได้อย่างกลมกลืนครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #อ่อนแอ

หนึ่งในคำพูดที่ทำให้คู่รักรู้สึกใจแป้วได้มากที่สุดคือคำว่า…“เราห่างกันสักพักเถอะนะ”ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้หลุดออกมาจากปา...
12/05/2026

หนึ่งในคำพูดที่ทำให้คู่รัก
รู้สึกใจแป้วได้มากที่สุดคือคำว่า…
“เราห่างกันสักพักเถอะนะ”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
หลุดออกมาจากปากของแฟน
หลายคนจะตีความอย่างรวดเร็วว่า…
“แฟนของฉันกำลังบอกเลิก”
ส่งผลให้พวกเขาอาจพูดหรือ
ทำอะไรบางอย่างที่สร้าง
ความเสียหายรุนแรงในความสัมพันธ์ได้
(เช่น เผลอพูดประชดออกไปว่า
“งั้นก็เลิกกันไปเลยสิ!”
แม้ว่าในใจจะไม่ได้อยากเลิกกันก็ตาม)
แน่นอนครับว่า พอถึงจุดนี้
บางคนก็อาจจะไม่ได้สนใจกับ
ความเสียหายที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์อีกต่อไป
เพราะพวกเขามองว่า
ความสัมพันธ์ดังกล่าวมันจบไปแล้ว
แต่ถ้าความสัมพันธ์ยังไม่ได้จบล่ะ?
ถ้าการ “ห่างกันสักพัก”
ไม่ได้แปลว่าการ “บอกเลิก” ล่ะ?
เพราะสำหรับบางคน
เวลาที่พวกเขาพูดว่า
“ห่างกันสักพัก”
…พวกเขาหมายความตามที่พูดจริงๆ
(เช่น พวกเขาต้องการเวลา
ที่จะได้อยู่กับตัวเองเงียบๆสักพัก
และหลังจากที่พวกเขาได้ “เต็มอิ่ม”
กับช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว
พวกเขาค่อยเดินเข้ามาหาแฟนทีหลัง)
เราจะเห็นได้ว่า หากเราด่วนตีความด้วยตัวเอง
เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยครับว่า
เจ้าตัวเขาหมายความ “ตรงตามอักษร” หรือเปล่า
ผมจึงอยากจะเชิญชวนว่า
ในสถานการณ์เช่นนี้
เราหยุดตีความและหันมา
พูดคุยสอบถามเจ้าตัวโดยตรงกันดีกว่าครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ความรัก #ความสัมพันธ์ #สื่อสาร

เวลาที่ความสัมพันธ์เกิด “รอยร้าว” หลายคนตัดสินใจที่จะนิ่งเงียบ ไม่สื่อสารเพราะพวกเขาไม่อยาก “พูดในสิ่งที่ผิด” ออกไป และท...
10/05/2026

เวลาที่ความสัมพันธ์เกิด “รอยร้าว”
หลายคนตัดสินใจที่จะนิ่งเงียบ ไม่สื่อสาร
เพราะพวกเขาไม่อยาก “พูดในสิ่งที่ผิด” ออกไป
และทำให้ “รอยร้าว” ในความสัมพันธ์เลวร้ายไปกว่าเดิม
สถานการณ์แบบนี้…เป็นอะไรที่เข้าใจได้มากๆเลยครับ
แต่มันมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิดการ
“ผัดวันประกันพรุ่ง” ในการสื่อสารไปเรื่อยๆ
เพราะการที่คนเราจะไม่ “พูดในสิ่งที่ผิด”
เลยแม้แต่ประโยคเดียวนั้น…มันเป็นไปได้ยาก
การรอให้มั่นใจก่อนว่าจะไม่ “พูดในสิ่งที่ผิด”
จึงมักจะนำมาสู่การรอต่อไปเรื่อยๆๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มันจึงกลายเป็นว่า ถ้าเลือกที่จะรอ
ก็เสี่ยงที่จะรอไปเรื่อยๆจนไม่ได้พูด
ในทางกลับกัน ถ้าเลือกที่จะพูด
ก็เสี่ยงที่จะ “พูดในสิ่งที่ผิด” และ
ทำให้ความขัดแย้งเลวร้ายกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น
มันคือเรื่องที่ต้องมาพิจารณากันครับว่า
ระหว่างความเสี่ยงที่จะ “ไม่ได้พูด” กับ
ความเสี่ยงที่จะ “พูดในสิ่งที่ผิด” นั้น
อะไรคือสิ่งที่ส่งผลต่อ “รอยร้าว” ในความสัมพันธ์มากกว่า
หลายคนอาจจะมองดูสถานการณ์เช่นนี้
และหวังอยากจะเห็นทางเลือกที่ “สวยงาม” กว่านี้
…ทางเลือกที่ไม่ต้องมีความเสี่ยง
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะไม่ชอบทางเลือก
ที่มีให้เลือกแค่ไหน มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆครับว่า
พวกเขามีทางเลือกให้เลือกเพียงแค่นี้
หากพวกเขายังคงพยายามควานหา
ทางเลือกที่ไม่มีความเสี่ยงใดใดต่อไปเรื่อยๆ
พวกเขาก็มีโอกาสที่จะเสียเวลา
และพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ได้
…ผมหวังว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับคุณผู้อ่าน
ที่กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทำนองนี้นะครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ความรัก #ความสัมพันธ์ #สื่อสาร #ความเงียบ #คำพูด

เวลาที่เราอ่านหนังสือ (หรือ post นี้ของเพจ) พวกเราหลายคนจะยึดคติว่า “ยิ่งอ่านได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น”แต่การอ่านเร...
08/05/2026

เวลาที่เราอ่านหนังสือ
(หรือ post นี้ของเพจ)
พวกเราหลายคนจะยึดคติว่า
“ยิ่งอ่านได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น”
แต่การอ่านเร็ว…มันดีจริงๆหรือ?
ผลการศึกษาที่มีอยู่พบว่า
เวลาที่เราเน้น “ความเร็ว” ในการอ่าน
มันอาจจะช่วยให้เราเข้าใจ
เนื้อหาคร่าวๆของสิ่งที่เราอ่านก็จริง
แต่ถ้าหากเราต้องการทำความเข้าใจ
เนื้อหาที่มีความซับซ้อน
ถ้าเราต้องการที่จะ “ดื่มด่ำ”
กับสิ่งที่เราอ่าน (เช่น อ่านนิยาย)
…การอ่านแบบ “เน้นความเร็ว”
อาจจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก
เพราะถ้าเราจะอ่านและ
ทำความเข้าใจในเรื่องยากๆ
(หรือ “ดื่มด่ำ” กับสิ่งที่กำลังอ่าน) ได้จริงๆ…
บางประโยค เราอาจจะอ่านเร็วๆได้
แต่บางประโยค เราจะต้องค่อยๆอ่าน
…และสำหรับบางประโยค
เราจะต้องมีการย้อนกลับไปอ่านซ้ำ
ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยครับ
หากเราอ่านแบบเน้น “ความเร็ว”
เราจะเห็นได้เลยนะครับว่า
ในบางครั้ง
มันไม่สำคัญเท่าไหร่เลยครับว่า
เราจะอ่านได้เร็วแค่ไหน
แต่ในบางครั้ง สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า
เราเข้าใจสิ่งที่เราอ่านได้ลึกซึ้งแค่ไหนครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #อ่าน

ทุกๆความรักความสัมพันธ์ล้วนแล้วแต่ต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคสำหรับคู่รักบางคู่ พวกเขาไม่สามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาและอุปสรรค...
06/05/2026

ทุกๆความรักความสัมพันธ์
ล้วนแล้วแต่ต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรค
สำหรับคู่รักบางคู่
พวกเขาไม่สามารถก้าวข้าม
ผ่านปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นได้
สำหรับคู่รักบางคู่
พวกเขาสามารถก้าวข้าม
ผ่านปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นได้
สำหรับคู่รักกลุ่มหลังนี้…
บางคู่สามารถอยู่ต่อด้วยกันอย่างมีความสุข
หลังจากที่ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวได้
แต่บางคู่ก็ไม่สามารถอยู่ต่อ
ด้วยกันอย่างมีความสุขได้เช่นกัน
อะไรคือ “ความลับ” ที่ทำให้คู่รักบางคู่
สามารถมีความสุขด้วยกันต่อไปได้?
“ความลับ” ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ
คู่รักที่สามารถก้าวข้ามผ่านปัญหา
และอุปสรรคได้อย่างมีความสุขนั้น
คือคู่รักที่ไม่ “ปล่อยผ่าน” ช่วงเวลาดีๆภายในความสัมพันธ์
…ต่อให้มันจะเป็นช่วงเวลาดีๆที่ดู “เล็กน้อย”
(เช่น แวะร้านกาแฟร้านหนึ่งและพบว่า
รสชาติกาแฟร้านนี้ “ถูกปาก” ตัวเราและแฟนอย่างแรง) ก็ตาม
คู่รักที่ไม่ “ปล่อยผ่าน” ช่วงเวลาดีๆ
จะให้ความสนใจกับช่วงเวลาดีๆที่เกิดขึ้น
ดื่มด่ำกับช่วงเวลาดีๆที่เกิดขึ้น
หรือแม้กระทั่งขอบคุณช่วงเวลาดีๆที่เกิดขึ้น
…ส่งผลให้ช่วงเวลาดีๆที่เกิดขึ้น
ในความสัมพันธ์ของคู่รักเหล่านี้
ถูกจัดเก็บไว้ใน “ธนาคารความทรงจำ”
ของพวกเขาอย่างชัดเจนมากกว่า
(เมื่อเทียบกับกรณีที่คู่รัก “ปล่อยผ่าน” ช่วงเวลาดีๆเหล่านั้น)
ความทรงจำที่ดีที่อยู่ใน “ธนาคารความทรงจำ”
เหล่านี้จึงสามารถทำหน้าที่ “ดูดซับแรงกระแทก”
เวลาที่คู่รักเจอกับปัญหาและอุปสรรคนั่นเองครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ทุกข์ #ความสุข

ทุกวันนี้ หลายคนพบว่า ชีวิตของพวกเขาแต่ละวันมีแต่ความยุ่งเต็มไปหมดเพราะสภาพแวดล้อมในชีวิตของพวกเขามีแต่ “สิ่งเรียกร้องคว...
04/05/2026

ทุกวันนี้ หลายคนพบว่า
ชีวิตของพวกเขาแต่ละวัน
มีแต่ความยุ่งเต็มไปหมด
เพราะสภาพแวดล้อม
ในชีวิตของพวกเขามีแต่
“สิ่งเรียกร้องความสนใจ” ทั้งสิ้น
ยกตัวอย่างเช่น
notification ในมือถือที่ “เรียกร้อง”
ให้เราตอบข้อความไลน์
เป็นต้น
ดังนั้น พอพวกเขาใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ
พวกเขาก็จะพบว่า เผลอแป๊บเดียว
เวลาในแต่ละวันก็หมดไปเสียแล้ว
…แถมยังหมดไปโดยที่พวกเขา
ยัง “ไม่ได้ทำอะไร” ในวันนั้นเลยอีกด้วย!
ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นได้?
เพราะพวกเขาใช้เวลาหมดไปกับ
“สิ่งเรียกร้องความสนใจ”
แต่ “สิ่งเรียกร้องความสนใจ” เหล่านั้น
อาจจะไม่ใช่ “สิ่งที่สำคัญ” สำหรับพวกเขาเสมอไป
ฉะนั้น
หากเราไม่อยากให้เวลา
แต่ละวันหมดไปโดยที่
ยัง “ไม่ได้ทำอะไร” ล่ะก็…
เราต้องอย่าปล่อยให้
“สิ่งเรียกร้องความสนใจ”
ดูดเวลาของเราไปหมด
แต่เราต้องคำนึงถึง “สิ่งที่สำคัญ”
สำหรับเราที่เราอยากทำในแต่ละวัน
และทุ่มเทเวลาของเราให้กับสิ่งเหล่านั้นครับ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #เวลา

หนึ่งในความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นมาในใจของ people pleaser (คนที่ชอบตามใจคนอื่น) หลายๆคนคือความรู้สึกผิดรู้สึกผิดเวลาที่พวกเข...
02/05/2026

หนึ่งในความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นมา
ในใจของ people pleaser
(คนที่ชอบตามใจคนอื่น)
หลายๆคนคือความรู้สึกผิด
รู้สึกผิดเวลาที่พวกเขาไม่ได้ทำใน
สิ่งที่คนอื่นคาดหวังให้พวกเขาทำ
ยกตัวอย่างเช่น
เพื่อนสนิทอยากให้เราช่วยงาน
แต่พอเราปฏิเสธเพราะงานเราล้นมืออยู่แล้ว
เพื่อนก็แสดงออกให้เรารับรู้ว่าไม่พอใจ
ส่งผลให้เรารู้สึกผิดกับเพื่อนอย่างแรง
เป็นต้น
ทำไมหลายคนถึงรู้สึกผิดในกรณีเช่นนี้?
เพราะพวกเขาคาดหวังให้ตัวเอง
ตอบสนองความต้องการของคนอื่นเสมอ
เพราะพวกเขาให้ความสำคัญ
กับการช่วยให้คนอื่น “สมหวัง”
แล้วทำไมพวกเขาเหล่านี้
ถึงโฟกัสกับการเป็น supporter
ให้กับคนอื่นได้ขนาดนี้?
เพราะสำหรับหลายๆคน
ประสบการณ์ชีวิตของพวกเขาได้สอนไว้ว่า
หากพวกเขาต้องการที่จะ “เอาตัวรอด”
พวกเขาจะต้องรับบท supporter!
ยกตัวอย่างเช่น
ตอนเด็กๆ พวกเขาเติบโตมาในครอบครัว
ที่มีการใช้ความรุนแรง
(ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจก็ตาม)
ดังนั้น หากพวกเขาจะ “รอดตัว”
จากความรุนแรงดังกล่าว
พวกเขาจำเป็นต้องหมั่นสังเกตว่า
ผู้ใหญ่ในบ้านต้องการอะไร และพยายาม
ตอบสนองความต้องการนั้นให้ได้
เป็นต้น
ความคุ้นชินกับการ “เอาตัวรอด”
ด้วยการรับบทเป็น supporter นี้
จึงอาจส่งผลให้พวกเขาคาดหวัง
ให้ตัวเองตอบโจทย์ความหวังของคนอื่น
บ่อยจนติดเป็นนิสัยได้
หากพวกเขาไม่แก้นิสัยหรือความคุ้นชินนี้
พวกเขาก็จะต้องเจอกับความรู้สึกผิดอยู่เนืองๆ
(เว้นแต่พวกเขาจะตามใจคนอื่นแบบ 100%)
แล้วพวกเขาจะเริ่มต้นแก้ไข
ความคุ้นชินหรือนิสัยนี้ได้ยังไง?
หนทางหนึ่งที่ช่วยเริ่มต้นแก้ไขเรื่องนี้ได้
คือการหมั่นตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“ฉันต้องตามใจคนอื่นจริงๆหรือ?”
ยิ่งในกรณีที่การตามใจคนอื่น
คือวิธีในการ “เอาตัวรอด” ของตัวเองในอดีต
การหมั่นตั้งคำถามตัวเองกับว่า
“ฉันยังต้องเอาตัวรอดด้วยการใจคนอื่นอยู่อีกหรือ?”
ก็ยิ่งมีความสำคัญเข้าไปใหญ่
การทำเช่นนี้อาจจะไม่ได้นำมาสู่
การเปลี่ยนแปลงแบบ
“หน้ามือเป็นหลังมือ”
ภายในชั่วข้ามคืนก็จริง
…แต่มันจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง
(ทีละเล็กทีละน้อย) ในท้ายที่สุดได้ครับ
#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ปรึกษานักจิตวิทยา #นักจิตวิทยาการปรึกษา #นักจิตวิทยา #ตามใจ #รู้สึกผิด

ที่อยู่

Samut Prakan

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Journaling Our Journey: จิตวิทยาการปรึกษาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Journaling Our Journey: จิตวิทยาการปรึกษา:

แชร์