ลักษณ์เภสัช

ลักษณ์เภสัช ขายยาโดยเภสัชกร

มาส่งเสริมการเล่นของเด็กๆกันค่ะ
12/12/2025

มาส่งเสริมการเล่นของเด็กๆกันค่ะ

18/02/2022

จุดฉีดวัคซีน 21 - 27 กุมภาพันธ์ 2565
จังหวัดสระบุรี เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบ WALK-IN สำหรับประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน และผู้ที่ประสงค์ฉีดเข็ม 2 และ เข็ม 3
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สายด่วนโควิด 096-9099179
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ssjsaraburi.moph.go.th/covid19/mohpromt/

30/12/2021

⛱ จุดฉีดวัคซีน 4 - 7 มกราคม 2565
จังหวัดสระบุรี เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบ WALK-IN สำหรับประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน และผู้ที่ประสงค์ฉีดเข็ม 2 และ เข็ม 3
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สายด่วนโควิด 096-9099179
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ssjsaraburi.moph.go.th/covid19/mohpromt/

27/12/2021

⛱ จุดฉีดวัคซีน 27 - 30 ธันวาคม 2564
จังหวัดสระบุรี เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบ WALK-IN สำหรับประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน และผู้ที่ประสงค์ฉีดเข็ม 2 และ เข็ม 3
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สายด่วนโควิด 096-9099179
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ssjsaraburi.moph.go.th/covid19/mohpromt/

21/11/2021
28/09/2021

💊'ยาฆ่าเชื้อ' รักษาโรคโควิด-19 ได้จริงหรือไม่?

โลกยุคโควิด เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร จริงบ้างเท็จบ้าง ข้อมูลจริงมักเข้าใจยาก ข่าวปลอมมักมีเสน่ห์ดึงดูดให้คนหลงเชื่อ เช่นที่มีการส่งต่อกันอย่างแพร่หลายขณะนี้คือ “Amoxicillin ป้องกันโควิด-19 ได้” ก่อนจะเชื่อต้องรู้จักยาและเชื้อให้ดีก่อน

📌 Amoxicillin คืออะไร?

Amoxicillin เป็นยาต้านแบคทีเรีย แต่คำที่คนคุ้นกันมากกว่าก็คือ “ยาปฏิชีวนะ” ซึ่งทำให้เข้าใจผิดได้ว่ายากลุ่มนี้ฆ่าเชื้อได้ทุกอย่าง ความจริงยาปฏิชีวนะ คือกลุ่มของยาที่ได้จากการสกัด หรือดัดแปลงมาจากสารเคมีที่ได้จากสิ่งมีชีวิตอื่น (กึ่งสังเคราะห์) สิ่งมีชีวิตที่เป็นแหล่งกำเนิดของยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่คือเชื้อรา และยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่มักมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เราจึงใช้ยาปฏิชีวนะเป็นยาต้านแบคทีเรีย ซึ่งจะไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา เชื้อไวรัส หรือเชื้ออื่นใดนอกจากแบคทีเรีย
📌 Amoxicillin ใช้อย่างไร?

เนื่องจาก amoxicillin เป็นยาที่ถูกดัดแปลงมาจาก penicillin ที่เราใช้รักษาการติดเชื้อพวก streptococci เช่น ทอนซิลอักเสบ ได้ผลดี เรารับประทานยานี้เพียงวันละสามครั้ง สะดวกกว่า penicillin ที่ต้องรับประทานก่อนอาหารวันละสี่ครั้ง ถ้าใช้ penicillin เรามักจะลืมกินยา เราจึงนิยมใช้ amoxicillin ในการรักษาทอนซิลอักเสบหรือลำคออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อกลุ่ม streptococci
ส่วน COVID-19 เกิดจากการเชื้อไวรัส SARS-CoV-2
ดังนั้น ไม่ว่ายาต้านแบคทีเรียชนิดใด รวมทั้ง amoxicillin จึงไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ SARS-CoV-2 หมายความว่า amoxicillin ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันหรือรักษา COVID-19 ได้แน่นอน

📌 ผลเสียหากกิน Amoxicillin เพื่อรักษาโควิด-19?

ถ้าเรากินยา amoxicillin โดยเข้าใจว่ายานี้ป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ได้ แล้วเราไม่ป้องกันตนเอง เช่น ถอดหน้ากากเมื่ออยู่หลาย ๆ คน เราก็จะติดเชื้อมาได้ และเมื่อติดเชื้อแล้ว ถ้ายังเข้าใจว่า amoxicillin รักษาได้ ก็ทำให้ชะล่าใจ ไม่ไปรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องและทันการณ์ เป็นผลร้ายไปอีกแบบหนึ่ง
รวมถึงยังเป็นการทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้มากขึ้นด้วยเพราะการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เชื้อเหล่านี้สามารถพัฒนาตนเองให้สามารถทำลายยาได้ และมีชีวิตต่อไปได้ คือการดื้อยานั่นเอง ถ้าเราติดเชื้อดื้อยาเหล่านี้ การรักษาจะยุ่งยากมากขึ้น เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
นอกจากนี้ ยังมียาต้านแบคทีเรียอีกหลายชนิด เช่น azithromycin ที่มีคนเชื่อว่าใช้รักษาโควิด-19 ได้ ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน
📌 ทำไมกิน Amoxicillin แล้วหายเจ็บคอ หรือหายจากโควิด-19 ได้ ทั้งที่ตัวยาไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส

คำตอบคือ ไข้หวัด หรือลำคออักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (รวมทั้งโควิด-19 ด้วย) สามารถหายได้เอง เพียงแต่โควิด-19 เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสที่ภูมิคุ้มกันของเราไม่รู้จักมันมาก่อน ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งจึงมีอาการรุนแรง แต่ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่จะหายโดยไม่ต้องใช้ยาใด ๆ ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนเข้าใจผิดอย่างยิ่งว่า amoxicillin รักษาการติดเชื้อไวรัส (รวมทั้งโควิด-19) ได้
📌 ใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยในยุคโควิด-19

เมื่อเจ็บป่วย โดยเฉพาะถ้าสงสัยว่าติดโควิด-19 ไม่ควรหลงเชื่อข่าวสารเท็จต่าง ๆ ที่แนะนำให้ใช้ยาใด ๆ และไม่ควรซื้อยาต้านแบคทีเรียมารับประทานเอง เพราะอาจได้ยาไม่ตรงกับโรค และเกิดอันตรายดังที่กล่าวมาแล้ว รวมทั้งยังเป็นการเสียทรัพย์โดยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เลย

บทความโดย : ผศ. นพ.กำธร มาลาธรรม
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล
และนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

#ยาฆ่าเชื้อ

24/07/2021

🇹🇭 ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 📆
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564
รวม 14,260 ราย จำแนกเป็น
ติดเชื้อใหม่ 13,605 ราย
ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 655 ราย
ผู้ป่วยสะสม 453,104 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
หายป่วยกลับบ้าน 7,637 ราย
หายป่วยสะสม 300,363 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
เสียชีวิต 119 ราย

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ #ไทยรู้สู้โควิด

08/04/2021

คำถามน่าสนใจจาก ประชาชน

"สอบถามเป็นความรู้หน่อยค่ะ ถ้าเราฉีดวัคซีน sinovac ไปแล้ว วันนึงเอกชนสามารถนำวัคซีนเข้ามาได้เราอยากฉีดซ้ำ ซึ่งอาจจะเป็นวัคซีนคนละเจ้ากัน ฉีดได้มั้ยคะ"

ไปสอบถามแพทย์ด้านนี้มาละ สรุป ได้ครับ
จริงๆตามหลัก ถ้าสองโดสก็ควรเป็นชนิดเดียวกัน คือถ้าเป็นวัคซีน mRNA โดสแรก โดสสองก็ใช้ชนิดเดียวกันแบบยี่ห้ออื่น หรือถ้าเชื้อตายก็ควรเป็นชนิดเชื้อตายเหมือนกัน แต่ต่างยี่ห้อก็ได้

แต่ในกรณี covid-19 ตอนนี้ที่ ตปท กำลังมีการใช้วัคซีนแบบสองชนิดร่วมกัน เช่น ใช้ของ AZ ร่วมกับของ Pfizer ซึ่งเป็นวัคซีนต่างชนิดกัน ซึ่งมีสมมุติฐานว่าน่าจะกระตุ้นภูมิได้ดีกว่าการใช้วัคซีนชนิดเดียวกัน ตอนนี้เห็นว่าเริ่มต้นการวิจัยเรื่องนี้แล้ว อีกไม่นานน่าจะรู้ผล น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทางเยอรมนีให้คำแนะนำว่า ถ้าคนในประเทศเขาคนไหนที่ฉีด AZ ไปโดสแรกแล้ว และอายุยังไม่ถึงหกสิบ โดสสองให้ไปฉีด mRNA วัคซีนแทน

ทีนี้ คำถามที่ถามมา คือถ้าไปฉีด sinovac แล้ว ก็ฉีดโดสสองต่อให้เป็นวัคซีนแบบเชื้อตายแบบเดียวกับ sinovac จากนั้น ในอนาคตถ้าสมมุติมีวัคซีนตัวใหม่ให้เลือก เช่น AZ หรือ JJ จะไปฉีดซ้ำ ก็ไม่เป็นไรครับ ทำได้ ดังนั้นตอนนี้ใครที่เข้าถึงสิทธิในการฉีด sinovac ไปฉีดก่อนเลยไม่เสียหาย

อันนี้ส่วนตัวนะครับ จ่าก็วางแผนไว้แบบนี้ คือ กูรอวัคซีนอยู่ ถ้า JJ มากูฉีดแน่ แต่ระหว่างนี้ ถ้าสมมุติได้สิทธิฉีด sinovac ก่อน กูก็ฉีดไปก่อน ไว้รอวัคซีนเพียงพอแล้วค่อยฉีดตัวที่สนใจอีกที

25/12/2020

รอบ2จะตายมากกว่ารอบแรก! "คณบดีแพทย์ศาสตร์ศิริราช"ออกโรงเตือน! ปลดล็อคประเทศ ระวัง"โควิด-19"กลับมารอบ2 "เจ็บ-ตาย"มากกว่าเดิม2เท่าตัว โดยยกจากสถิติทั่วโลก แนะ3ฝ่ายให้ช่วยกัน รัฐบาล-นักธุรกิจ และประชาชน ให้ดำเนินการตามมาตรการเคร่งครัด ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น-สวมหน้ากาก-รักษาระยะห่าง-ล้างมือบ่อยๆ


เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยแพร่คลิปผ่านทาง Mahidol Channel ออกมาเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Covid-19 รอบ 2 มีโอกาสแน่ รอบแรกคนตายจำนวนหนึ่ง แต่รอบที่ 2 จะมีมากกว่ารอบแรก 1 เท่าตัว ถ้า 1 วันมีคนติดเชื้อ 100 คน มันกระจายไปแบบยกกำลัง 2 ไม่ได้คูณ 2

“มีคนบอกว่าผมออกมาขู่ แต่ไม่ใช่ ผมติดตามทุกประเทศ ผมมั่นใจว่ารอบ 2 มาแน่ เพราะโดยธรรมชาติมันมีโอกาสกลับเข้ามา กลับเข้ามาเราไม่ห่วง แต่ที่ผมห่วงคือ สูง หรือ ไม่สูง ถ้ากลับเข้ามาแล้วติดเชื้ออยู่หน่อยหนึ่งแล้วเรากดลงมาได้ ก็ไม่เป็นไร ถ้ามาแล้วมีการติดเชื้อ ทุกคนที่ติดเชื้อแล้วไม่ตาย จะเกิดภูมิต้านทานขึ้น ถ้าภูมิต้านทานเยอะๆ จนกระทั่งครอบคลุม 2 ใน 3 ของคนไทยทั้งประเทศ โควิด อยู่ในเมืองไทยไม่ได้หรอก”

ส่วนปัจจัยที่ประเทศไทยสามารถควบคุมเชื้อโควิด-19 ได้ดีนั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเพราะ 1 ปัจจัยเรื่องคน การที่เราส่งสัญญาณกับคนไทยว่า ให้อยู่บ้าน ใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ไปดูตามท้องถนน เชื่อว่าเกือบ 100 % เลย


ปัจจัยที่ 2 คือ การบริหารจัดการ ณ วันนี้เราบริหารจัดการได้ดีภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข รัฐบาล ฝ่ายวิชาการคือมหาวิทยาลัย

ปัจจัยที่ 3 คือการตรวจ ตรงนี้คือส่วนที่เรายังทำได้ไม่ถึงกับดีนัก ตัวเลขในอาเซียน 10 ประเทศ ที่ตรวจเยอะที่สุดในเวลานี้ คือสิงคโปร์ ตรวจไปถึง 40,000 กว่าการทดสอบ ต่อประชาชน 1 ล้านคน อันดับ 2 คือบรูไน 30,000 กว่าคน อันดับ 3 คือมาเลเซีย ประมาณ 2,000 พันกว่าการทดสอบ ของประเทศไทย 4,000 กว่าการทดสอบ จะเห็นว่าเราต่างจากที่อื่นเยอะมาก

ปัจจัยที่ 4 ตัวไวรัส ถือเป็นปัจจัยสุดท้าย มีการพูดกันเยอะมากกว่า สายพันธุ์ที่เป็นที่เราต่างจากสายพันธุ์ในอเมริกา มันแตกต่างกัน ซึ่งแตกต่างกันจริง แต่มีการยืนยันแล้วว่าความแตกต่างทางสายพันธุ์ ไม่ได้มีผลกับความรุนแรงของเชื้อ

สำหรับประเทศไทย หากมีการคลายมาตรการ Lockdown นั้น คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ทุกครั้งที่ผ่อนมาตรการ อันดับแรกเลยคือ คนจะออกจากบ้าน ทุกครั้งที่ออกจากบ้านมีโอกาสเสี่ยงกับการไปแพร่เชื้อ หรือรับเชื้อ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว คนเยอะ ๆ ไปอยู่ในร้าน 1 ร้าน ระยะห่างมันก็เป็นไปไม่ได้ เป็นความเสี่ยงตัวที่สองเพราะมันจะใกล้กันมากขึ้น เหลืออันเดียวที่ทุกคนจะต้องทำอยู่คือใส่หน้ากาก แล้วก็ล้างมือบ่อยๆ ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ช่วยในระดับหนึ่ง ทันทีที่เราผ่อนในระยะแรก เรารู้อยู่ว่าเรื่องอยู่บ้านมันจะแย่ลงนะ เรื่องการรักษาระยะห่างมันจะแย่ลงนะ ดังนั้นเราจึงย้ำว่าเรื่องหน้ากากไม่ถอยนะ อันนี้ไม่ผ่อนนะ ทุกคนจะต้องใส่หน้ากาก และพยายามหลีกเลี่ยงเท่าที่จะทำได้

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นกังวลคือเมื่อผ่อนมาตรการ แล้วคนเก็บกดกันเยอะ ระยะหลังนี่เริ่มเห็นแล้วว่าคนไม่ใส่หน้ากากกันบ้างเนื่องจากผับยังปิดอยู่ก็นัดกันไปสังสรรที่บ้าน เปิดผับที่บ้านเลย สังสรรค์กันที่บ้าน ดื่มเหล้ากันที่บ้าน ไม่มีใครใส่หน้ากากดื่มเหล่ากันอยู่แล้ว และดื่มเหล้าเข้าไปคงไม่มีใครกระซิบพูดเบาๆ ถ้ามีแม้แต่ 1 รายที่มีไวรัสอยู่ ก็แพร่ได้ครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังตลอดเวลา

ส่วนบทเรียนจากการระบาดรอบ 2 จากประเทศเพื่อนบ้าน นั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า เราเห็นประเทศหลายประเทศที่เกิดรอบ 2 เกาหลีใต้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เริ่มจะขึ้นรอบ 2 เขาวิ่งกลับมาคุมใหม่หมดทันที อันนี้ก็ลงแล้ว สิงคโปร์รอบแรกสิ้นสุด โอ้โห คนชื่นชมมาก เพราะมีแค่ 509 ราย ณ วันนี้ 2.6 หมื่นไปแล้ว รอบสองกับรอบแรกต่างกันเท่าไหร่เป็นสิบๆ เท่า ที่ไม่นานมานี้เราก็เห็น ฮอกไกโดเป็นเมืองท่องเที่ยว ทีนี้เขาต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาเร็ว จึงประเทศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน พอยกเลิกภาวะฉุกเฉินก็เริ่มเปิดให้คนเข้าไปได้ พอต้น เม.ย.เปิดโรงเรียน ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่ระวังมากเลยนะครับ พอเปิดโรงเรียนนักเรียนเข้ามา พอติดเชื้อโควิด ติดง่ายมากเพราะเด็กไม่แยกกันอยู่แล้ว เด็กก็เล่นกัน เด็กติดเชื้อโควิด มันเหมือนหวัด อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ พอกลับถึงบ้าน พ่อแม่มากอดอีก ก็ติดกันใหญ่ แป๊บเดียว มันเริ่มมีการกระจายใหม่ 19 มี.ค. ฮอกไกโด ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน ต้นเม.ย.เปิดเรียน 7 เม.ย.อีก 6 วันต่อมา เกิดการแพร่กระจายที่โตเกียว และอีก 6 จังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ต้องประกาศเป็นเขตฉุกเฉิน พอ 14 เม.ย. อาทิตย์ต่อมา ฮอกไกโด ต้องปิดเมืองใหม่ และอีก 2 วันต่อมา ญี่ปุ่นทั้งประเทศ ต้องปิดประเทศใหม่

ส่วนที่ว่า อีกนานแค่ไหน ประเทศไทย จะเหมือนเดิม นั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ บอกว่า สภาวะปกติคือมีโควิด อยู่กับเรา ต้องทำใจไว้แบบนี้นะครับ มีการคำนวณไว้คร่าว ๆ ว่า 17-24 เดือน เผื่อไปเลย ปีครึ่ง ถึง 2 ปี เราจะเจอคนที่มีโควิด ก็เหมือนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A , ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เราก็เจออยู่บ้างเป็นครั้งเป็นคราวแบบเดียวกัน มันจะอยู่กับเราอีกระยะหนึ่ง มันจะหายไปหากวัคซีนออก วัคซีนคือ ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เพียงแต่เราแปลงให้เป็นระบบที่เราใส่เข้าไป ณ วันนี้คนที่ติดเชื้อไวรัสเหมือนกับถูกฉีดวัคซีน จนถึงวันนี้ทำใจไว้เลย วัคซีนจะออกมาฉีดได้บนโลกใบนี้นะ ไม่เร็วไปกว่าประมาณเดือน มี.ค.ปีหน้า

เราจะทำให้คลื่นลูกที่ 2 ไม่รุนแรงหรืออย่างไร ขึ้นกับ 3 กลุ่ม คือ ผู้บริหารประเทศ ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ อันนี้จำเป็นนะท่านอย่าผ่อนคลายอะไรเร็วเกินไป ค่อยๆ ผ่อนเถอะ อันนี้เราสื่อมาหลายครั้งแล้ว ดีกว่าผ่อนไปแล้วกลับมาปิดประเทศใหม่ อย่าปกปิดความจริง ปล่อยให้ความจริงมันปรากฎดีกว่า ประชาชนไปรู้เอง ถ้าตัวเลขรัฐบาลบอกแบบหนึ่ง ประชาชนไปรู้แบบหนึ่ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ สถานการณ์ UnTrust (ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ) ประชาชนจะไม่เชื่อ รัฐบาลพูดอะไร ประชาชนบอกไม่จริงหรอก คราวนี้ยุ่งแล้ว บอกให้ทำอะไรก็ไม่ทำ

อันที่ 2 คือผู้ประกอบการ ขณะนี้ท่านมีโอกาสแล้วที่จะทำให้ธุรกิจของท่านกลับมา แต่ท่านต้องช่วยกันนะ ท่านอย่าทำใหเกิดการแพร่กระจาย โดยการทำตามกฎระเบียบที่มีการกำหนดไว้ ทุกร้านที่มีคนเข้าไปต้องใส่หน้ากาก เตรียมแอลกอฮอล์เจลเอาไว้ให้ จัดที่นั่งรักษาระยะห่าง

อันที่ 3 คือ คนไทย คนไทยทุกคนที่ไปใช้บริการต่างๆ ท่านจะต้องระวังตัวท่านเอง ต่อให้ผู้ประกอบการเขาช่วย แต่ท่านไม่ทำมันก็เกิดการแพร่กระจายอีก

3 องค์ประกอบทุกคนต้องช่วยกัน ผู้บริหารประเทศ ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ผู้ประกอบการทั้งหลาย แล้วก็ผู้ใช้บริการ คือคนไทยทั้งประเทศ

นำถุงยาเดิมไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ😊😊😊
08/09/2020

นำถุงยาเดิมไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ😊😊😊

ที่อยู่

21/3 ถ. เทศบาล 5 ต. ปากเพรียว
Saraburi
18000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 21:00
อังคาร 07:00 - 21:00
พุธ 07:00 - 21:00
พฤหัสบดี 07:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 10:00 - 21:00
อาทิตย์ 15:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

0818468794

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลักษณ์เภสัชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram