18/04/2026
คราวก่อนสรุปน้ำตาเทียมชนิดที่ไม่มีสารกันเสียไปแล้ว รอบนี้มาดูน้ำตาเทียมชนิดมีสารกันเสียบ้าง
สารกันเสีย (Preservative) หรือสารกันบูด มีใช้ผสมในยาหยอดตาหลายๆ ชนิด รวมถึงน้ำตาเทียม
แน่นอนว่าผสมเพื่อลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเติบโตภายในขวดยา ให้ยังคงสภาพปราศจากเชื้อได้เป็นเวลานาน
แต่ก็มีผลเสียคือ บางชนิดอาจจะมีพิษ (Toxic) ต่อผิวกระจกตา หากต้องใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน
โดยสารกันเสียจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
(1) Detergents ซึ่งจะไปทำลาย Cell wall ของเชื้อโรค ทำให้เซลเชื้อโรคตาย
- ในกลุ่มนี้ก็จะมี Benzalkonium chloride (BAK) ซึ่งเป็นสารที่ใช้บ่อยที่สุด ราวๆ 70% ของยาหยอดตา
โดยมีความเข้มข้นต่างๆ กัน ตั้งแต่ 0.003 -0.02%
มีฤทธิ์จัดการได้ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงเชื้อปรสิตชนิด Acanthamoeba ด้วย
โดย BAK จะไปออกฤทธิ์ที่โครงสร้างโปรตีนที่ยึดระหว่างเซลด้วย ซึ่งจะมีทั้งข้อดีข้อเสีย
ข้อดีคือทำให้ตัวยาผ่านกระจกตาเข้าไปออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
(มีประโยชน์ในกลุ่มยาที่ต้องการให้ไปออกฤทธิ์ด้านในของตามากขึ้นเช่นยาต้อหิน ยาฆ่าเชื้อ)
ขณะที่ข้อเสียก็จะทำให้มีอาการไม่สบายตา น้ำตาออก ปวดตาได้ง่ายกว่าชนิดอื่น ถ้าใช้ต่อเนื่องนานๆ
- อีกชนิดคือ Polyquad เป็นยาในกลุ่มเดียวกับ BAK แต่โมเลกุลใหญ่กว่า 27 เท่า
ขนาดที่ใหญ่กว่าทำให้แทรกซึมเข้าไปทำพิษต่อกระจกตาได้น้อยกว่า BAK
(2) Oxidizing agents จะแทรกซึมผ่าน Cell membrane ของเชื้อโรค ไปยับยั้งการทำงานปกติของเซล
โดยในกลุ่มนี้ เมื่อยาหยอดลงบนตา จะถูก Enzyme จากผิวตา ย่อยให้กลายเป็น เกลือแร่ น้ำ ออกซิเจน ฯลฯ
เลยจะมีผลเป็นพิษน้อยกว่ากลุ่มแรก โดยจะมีที่ใช้อยู่สามชนิด
- Purite
- Sofzia
- Sodium Perborate
จริงๆ แล้วการจะใช้น้ำตาเทียมแบบมีหรือไม่มีสารกันเสีย ขึ้นอยู่กับว่าความจำเป็นเราต้องหยอดต่อเนื่องบ่อยแค่ไหนด้วย
ถ้าเราจำเป็นจะต้องใช้บ่อย และระยะเวลานาน ก็ควรเลือกแบบไม่มีสารกันเสีย
หากเราไม่ได้ใช้เป็นประจำ หยอดนานๆ ที อาจจะใช้แบบมีสารกันเสียอ่อนๆ หน่อยก็ได้
Sofzia ที่ไม่เห็นในตารางเพราะว่าใช้ในยาต้อหินบางชนิด
น้ำตาเทียมที่คนหลายๆ คนคุ้นเคย นั่นคือ Cellufresh MD (แบบขวด) เข้าใจว่าปัจจุบันเลิกผลิตแล้วมั้งครับ
อ่านต่อได้ที่ eyewiki.org/Preservatives_in_Topical_Ophthalmic_Medications
**update Hialid ตาม Google บอกว่า 0.0015% แต่ข้างขวดบอก Presevative free