31/03/2026
🔬 วิจัย ม.อ. เผยใช้ ‘โบท็อกซ์’ รักษาภาวะ ‘ตาเขเข้าใน’ ในเด็ก สำเร็จกว่า 50% ชี้กุญแจสำคัญ 🔑 “รีบรักษาภายใน 2 เดือน”
👀 ภาวะตาเขเข้าใน (Esotropia) ในเด็ก เป็นหนึ่งในปัญหาทางสายตาที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองไม่น้อย 😟 แต่ล่าสุดมีรายงานการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำสารยอดฮิตอย่าง ‘โบท็อกซ์’ 💉 (Botulinum Toxin Type A) มาใช้เป็นทางเลือกในการรักษา ซึ่งพบว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะหากได้รับการวินิจฉัยและเริ่มต้นรักษาอย่างทันท่วงที ⏱️
📚 งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาเพื่อประเมินประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ในการรักษาเด็กที่มีภาวะตาเขเข้าในชนิดเกิดขึ้นภายหลัง (Acquired Comitant Esotropia) โดยเก็บข้อมูลย้อนหลัง (ปี พ.ศ. 2556-2562) ในผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 49 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ปี 👧👦
📊 จากการสำรวจพบว่า รูปแบบของตาเขที่พบมากที่สุดในกลุ่มทดลองคือ:
• ตาเขเข้าในแบบเฉียบพลัน (57.2%) ⚡
• แบบเป็นๆ หายๆ (20.4%) 🔄
• แบบเป็นรอบเวลา (12.2%) 🕒
✅ ผลการศึกษาพบว่า การรักษาด้วยโบท็อกซ์มี อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 51% ในช่วง 6 เดือนแรกหลังการรักษา (วัดจากการที่มุมตาเขลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ คือไม่เกิน 10 ปริซึมไดออปเตอร์)
⚠️ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุเพิ่มเติมว่าอัตราความสำเร็จนี้มีแนวโน้มลดลงตามระยะเวลา โดยเมื่อติดตามผลในระยะยาว ความสำเร็จจะอยู่ที่ 48%, 28% และ 21% ที่ระยะเวลา 12, 18 และ 24 เดือนตามลำดับ
🌟 ช่วงเวลาทองของการรักษา 🌟
สิ่งสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้ ไม่ใช่แค่การบอกว่าโบท็อกซ์รักษาได้หรือไม่ แต่คือการค้นพบ "ปัจจัย" ที่ทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จสูงสุด ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
1️⃣ ระดับความรุนแรงก่อนรักษา: ผู้ป่วยที่มีมุมตาเขก่อนการรักษาอยู่ในระดับปานกลาง (มากกว่า 30 แต่ไม่เกิน 50 ปริซึมไดออปเตอร์) จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีอย่างมีนัยสำคัญ📈
2️⃣ ความรวดเร็วในการรักษา: ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด! โดยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยโบท็อกซ์ "ภายใน 2 เดือน" นับตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัย มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าอย่างชัดเจน 🚀
💡 งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ช่วยตอกย้ำว่า ‘โบท็อกซ์’ มีบทบาทสำคัญในทางการแพทย์ในฐานะทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการรักษาภาวะตาเขในเด็ก และองค์ความรู้สำคัญที่ได้จากงานวิจัยนี้ก็คือ "ยิ่งผู้ปกครองพาเด็กไปพบแพทย์และเริ่มรักษาได้เร็วเท่าไร โอกาสที่จะรักษาสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น" 👩⚕️👨⚕️
📞 สอบถามเพิ่มเติม:
🏥 คลินิกตา ชั้น 1 อาคาร 100 ปี โทร: 074-281770, 074-281771
🏥 คลินิกเด็ก ชั้น 1 อาคารอายุรกรรม (อาคาร 13 ชั้น) โทร: 074-281751, 074-281758
🔗 สามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่:
https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0332471
#วิจัยคณะแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #สุขภาพเด็ก #ตาเข #โบท็อกซ์ 🏥💙