27/04/2026
ถ้าใครลองทำตามก็อาจจะเจอ ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสีย ตะคริวกินท้อง คลื่นไส้อาเจียรได้ ถ้ากินคาร์บ 115 กรัมต่อชั่วโมง(460 แคลอรี่หรือเทียบประมาณข้าว 5.75 ทัพพี) แบบ Sabastian Sawe ชายคนแรกที่ทำลายกำแพงวิ่งมาราธอนภายใน 2 ชั่วโมงได้ ในการแข่งอย่างเป็นทางการ
เนื่องจากถ้าเราได้รับคาร์โบไฮเดรตเข้มข้น เมื่อเจอน้ำย่อยในขณะที่ท้องว่าเลือดไปเลี้ยงระบบดูดซึมอาหารน้อยลงเพราะเรากำลังออกกำลังกาย ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาดังที่กล่าวมา แต่ถ้าเจือจางมากเกินไปเราก็กลายเป็นได้รับน้ำมากเกิน
นักวิทยาศาสตร์จึทำการหาส่วนผสมที่จะแก้ปัญหานี้ขึ้นมาให้ได้ โดยใส่สารที่จำเป็นอย่าง maltodextrin, fructose, pectin, sodium alginate, และ sodium chloride ลงไปในผลิตภัณฑ์ Maurten โดยพระเอกของผลิตภัณฑ์มาจากสองส่วนคือ alginate (เป็นเจลธรรมชาติ ที่เป็นคาร์บเชิงซ้อนที่ได้จากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล) และ pectin (เป็นสารที่ใช้ในกระบวนการที่ทำให้เกิดเจล พบได้ในผนังเซลล์ของพืช โดย เลือกมาจาก เบอร์รี่ แอปเปิ้ล และผลไม้อื่นๆ) โดยผลิตภัณฑ์ Maurten นี้ในตอนแรกจะเป็นของเหลวแต่ทันทีที่โดนกรดในกระเพาะอาหารจะกลายเป็นเจล ซึ่งเจลจะช่วยทำให้ผ่านกระเพาะไปลำไส้เล็กอย่างรวดเร็ว ทำให้ลดปัญหาอาการไม่พึงประสงค์ได้ (และการที่เป็นเจลทำให้ค่า GI ต่ำลง หรือการดูดซึมทำได้ช้าลงทำให้เราได้รับพลังงานเสถียรขึ้น ไม่เหวี่ยงขึ้นลงมากเกินไป) *ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีสูตรใหม่อะไรเพิ่มเติมรึยัง
เมื่อเทียบกับคนทั่วไป ระหว่างออกกำลังกาย ถ้าระยะเวลาประมาณ 1-2.5 ชั่วโมงเติมคาร์บประมาณแค่ 30-60 กรัมต่อชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าต้องออกกำลังกายเกิน 2.5 ชั่วโมงค่อยให้เติมได้ประมาณ 90 กรัม
ซึ่งตอนตอนคิปโชเก้ วิ่งในโปรเจค 1.59 มีข้อมูลว่าเค้าวางแผนจะเติมคาร์บอยู่ที่ 60-100 กรัมต่อชั่วโมง (ทั้งๆที่วิ่งแค่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง)
แต่ตอนนี้มีข้อมูลเผยออกมาว่าแผนของ Sawe นั้นกินคาร์บสูงถึง 115 กรัมต่อชั่วโมงเลยทีเดียว(ดูรูปในคอมเมนท์) โดยข้อมูลจาก CITIUS MAG เผยว่า
ทีมวิจัยของ Maurten ได้ลงพื้นที่ไปกับทีมของ Sawe ในประเทศเคนยาเป็นเวลา 32 วัน โดยแบ่งการลงพื้นที่ทั้งหมด 6 ครั้ง ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนปีที่แล้วจนถึงปีนี้ พวกเขาได้ฝึกระบบทางเดินอาหารของเขาให้สามารถรับโหลดพลังงานในระดับนี้ได้ โดยการจำลองสถานการณ์วันแข่งขันจริงในการฝึกซ้อม เทคโนโลยีไฮโดรเจลที่พวกเขาพัฒนามาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้นักกีฬาสามารถดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้ถึง 90-120 กรัมต่อชั่วโมงโดยไม่เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีการใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวปรับสมดุลในเลือด (Blood Buffer) เนื่องจากช่วยลดการสะสมของกรดแลคติก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแสบร้อนในกล้ามเนื้อระหว่างการออกแรงอย่างหนัก
Sawe ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดของ Maurten ในวันแข่งขัน การทานไบคาร์บอเนตล่วงหน้าถือเป็นความตั้งใจ เพราะระดับความเข้มข้นในกระแสเลือดจะขึ้นสู่จุดสูงสุดประมาณ 60-90 นาทีหลังจากรับประทาน ดังนั้นการทานล่วงหน้ามากกว่า 2 ชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการปรับสมดุลอยู่ในระดับสูงสุดพอดีในช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน โดย Sawe กล่าวกับสื่อในการแถลงข่าวว่า เขาทานขนมปังสองแผ่นและดื่มชาผสมน้ำผึ้งเป็นอาหารเช้าก่อนการแข่งขัน
เราจึงเห็นได้ว่าไม่ใช่สักแต่ว่ามีเจลชนิดพิเศษแล้วใครก็จะทำตามได้ หลายคนน่าจะมีประสบการณ์ลองพยายามดื่มน้ำรับคาร์บให้ได้เท่าทีคำนวณ ก็อาจจะอาการที่ไม่พึงประสงค์ข้างต้น เนื่องจากมันมีความจำเป็นที่ต้องฝึกให้ร่างกายสามารถรับน้ำและสารอาหารในปริมาณมากได้เช่นกัน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจะทำลายกำแพงที่เราเคยเชื่อกันว่าไม่น่ามีมนุษย์คนไหนทำได้ มันต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆมากมาย ดังนั้นถ้าใครตั้งเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพของตนเองแล้ว ก็อย่าลืมให้ความสำคัญในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬาในทุกๆด้านนะครับ
โค้ชเป้ง
ปล.ข้อมูลส่วนมากได้มาจากผลิตภัณฑ์ ใครจะไปทำตามควรค้นคว้าเพิ่มเติมก่อนนะครับ