คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา นพ.เจษฎา ทองเถาว์
จิตแพทย์ประจำ รพ.พ?

"คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"
245/1-2 ถ.สุขาอุปภัมภ์ ต.ในเมือง
อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
(ข้างวัดป่าแสนอุดม ซอยบ่อนไก่- หน้ารพ.พระศรีฯ)

***ตรวจรักษา***
* โรคปวดศีรษะ ไมเกรน
* ปัญหานอนไม่หลับ
* โรคจิต โรคทางความคิด
* โรคเครียด สมาธิสั้น ตกใจง่าย หายใจไม่อิ่ม
* โรคประสาท ย้ำคิดย้ำทำ วิตกกังวล
* โรคซึมเศร้า เบื่อหน่าย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย
* โรคอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ปัญหาทางอารมณ์
* โรคทางระบ

บประสาทสมอง หลงลืม สมองเสื่อม
* ปัญหาเรื่องเพศ ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ
* ปัญหาการใช้สารเสพติด เลิกหล้า บุหรี่
* ปัญหาครอบครัว ปัญหาพฤติกรรม
* ปัญหาในการปรับตัว ปัญหาด้านบุคลิกภาพ

***เวลาทำการ***
วันอาทิตย์ 09.00-13.00 น.
วันอังคาร – ศุกร์ 18.00 – 20.00 น.
ปิด ทุกวันจันทร์ และ วันเสาร์

***ติดต่อ***
โทรศัพท์ : 088-078-0588 (มีคนรับเฉพาะเวลาเปิดคลินิก)
Facebook : www.facebook.com/D2JED

***MAP***
*Google Map : https://maps.google.com/maps?daddr=15.25380754508469,104.83078323304653

20/03/2026

อาจต้องได้ศึกษาตำรายาสมุนไพรต้านเศร้า
อย่างจริงจังและเร่งด่วน!
💊😖💢

17/03/2026

ข้อมูลสถิติพบว่า
ในช่วงสงคราม อัตราการฆ่าตัวตายมักจะลดลงต่ำกว่าปกติ!
📉 🪖 🫂 🧑‍⚕️ 🕊️

15/03/2026

สิ่งที่น่ากลัวกว่ายาจิตเวชขึ้นราคา
คือยาจิตเวช *ขาดตลาด*
เพราะไม่มีวัตถุดิบ
💊💊😢😢

14/03/2026

เมื่อจิตแพทย์วิเคราะห์ MV เพลง "Go" ของ Blackpink
ในมุมมองของหมอ MV เพลงนี้เต็มไปด้วยสัญญะที่ซับซ้อนหลายชั้นหลายเลเยอร์ โดยมี "lisa" เป็นตัวแทนของโลกทรงกระบอกในอวกาศ และ "rose" ที่เปรียบเสมือนการสร้างตัวตนใหม่ผ่าน "jisoo" และ "jennie" ที่ละลายของอัตตา.
#블랙핑크

14/03/2026

งานวิจัยล่าสุดพบว่า…
การ "นอนโง่ๆ" แบบไม่คิดอะไรเลยแค่ 20 นาที ช่วยให้ระบบกำจัดของเสียในสมอง
ทำงานได้ดีกว่าเดิม!
😴 🧠 🌊 ✨

13/03/2026

งานวิจัยล่าสุดพบว่า…
การฟังเพลงที่เคยชอบตอนมัธยม ช่วยลดความกังวลใจได้เร็วกว่ายาคลายเครียด!
🎧 😌 🕰️ 🎸 ✨

13/03/2026

งานวิจัยพบว่า
คนที่ "โต๊ะทำงานรก"
อาจมีความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้เฉียบคมกว่า!
🎨 🧠 🧐 🖇️

10/03/2026

งานวิจัยพบว่า..การทำตัวไร้สาระ แค่วันละ 5 นาที
สามารถต้านเศร้าได้
🥰💪🤪

8 โรคจิตเวชที่จะตามมาในช่วงเวลา “เงินเฟ้อ”📉🙂💸🧠เงินเดือนออก…แต่ใจยังหวิวอยู่ไหมครับทั้งที่ไม่ได้มีใครไล่ล่าเรา แต่สมองกลั...
09/03/2026

8 โรคจิตเวชที่จะตามมาในช่วงเวลา “เงินเฟ้อ”
📉🙂💸🧠
เงินเดือนออก…แต่ใจยังหวิวอยู่ไหมครับ
ทั้งที่ไม่ได้มีใครไล่ล่าเรา แต่สมองกลับทำเหมือน “ภัยกำลังมา” ตลอดเวลา
และที่น่าตกใจคือ…เงินเฟ้อไม่ได้ทำร้ายแค่กระเป๋าเงินครับ
มัน “กดทับระบบประสาท” ของคนจำนวนมาก จนกลายเป็นอาการทางจิตเวชที่เราเห็นชัดขึ้นในคลินิกจริงๆ
ทีนี้ เราลองมาดูแบบเป็นชิ้นเป็นอันว่า ในช่วงเงินเฟ้อ อะไรจะตามมาได้บ้างครับ
1) โรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) และอาการ “คิดวนเรื่องเงิน”
>ประโยคที่มักได้ยินคือ “พยายามหยุดคิดแล้ว แต่หยุดไม่ได้ครับ”
มีงานวิจัยพบว่าความเครียดจากเงินเฟ้อสัมพันธ์กับปัจจัยสังคมและความเปราะบางหลายอย่างอย่างมีนัยสำคัญ
แปลเป็นภาษาง่ายๆคือ ยิ่งชีวิตตึง ยิ่งเหมือนสมองเปิดโหมดระวังภัยตลอดเวลา
และพอสมองเปิดโหมดนี้นานๆ…มันจะล้า แล้วลากเราไปอาการถัดไปครับ
2) โรคซึมเศร้าแบบ “หมดแรง” ไม่ใช่แค่เศร้า
>ช่วงเงินเฟ้อหลายคนไม่ได้ร้องไห้ แต่ “เฉยชา” และ “เหนื่อยทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มวัน” ข้อมูลชี้ว่าในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ คนที่รายงานว่ารับภาระค่าใช้จ่ายยาก มีแนวโน้มซึมเศร้าสูงกว่า และความสัมพันธ์ระหว่างค่าครองชีพกับอาการซึมเศร้าถูกติดตามอย่างจริงจัง แปลเป็นภาษาคนทั่วไปคือ ความหวังลดลงเมื่อ “คิดแล้วไม่มีทางออก”
และพอความหวังลด…แรงใจก็หายครับ
3) นอนไม่หลับ (Insomnia) แบบ “สมองไม่ยอมปิดร้าน”
>เงินเฟ้อมักพา “ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” มาแบบไม่ให้เตรียมใจ ผลคือร่างกายง่วง แต่สมองยังประชุมเรื่องบิลอยู่บนหมอน งานทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างความไม่มั่นคงด้านอาหาร/ความตึงของทรัพยากรกับสุขภาพจิต พบความเชื่อมโยงกับความทุกข์ใจและปัญหานอนหลับในหลายงาน และพอเรานอนไม่พอ…ความหงุดหงิดและความกังวลจะยิ่งพุ่งครับ
4) Panic/ใจสั่น: “อาการทางกายที่หลอกว่าเรากำลังพัง”
>หลายคนมาด้วยอาการแน่นอก มือชา หายใจไม่สุด แล้วกลัวว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ แต่ประเด็นคือ ความเครียดการเงินทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติ (เหมือนคันเร่ง) ถูกกดค้าง แปลเป็นภาษาเรื่องเล่าคือ…ร่างกายกำลัง “เร่งเครื่อง” ทั้งที่รถจอดอยู่ครับ และเมื่อเริ่มกลัวอาการนี้ เราก็จะเริ่มเลี่ยงสถานการณ์ ทำให้วงจรวิตกกังวลแน่นขึ้นครับ
5) การใช้สาร/แอลกอฮอล์เพื่อ “กล่อมสมอง”
>พอค่าใช้จ่ายกดทับ สมองมักมองหาทางลัดให้ใจนิ่ง บางคนใช้เหล้า บางคนใช้บุหรี่ บางคนใช้สารกระตุ้นทำงานให้ไหว หลักฐานเชิงสาธารณสุขในหลายวิกฤตเศรษฐกิจชี้ว่าความยากลำบากทางการเงินสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น แปลเป็นภาษาง่ายๆคือ “ความทุกข์” ไม่ได้หายไป มันแค่ถูกเลื่อนเวลา แล้วมักคิดดอกเบี้ยครับ
6) ภาวะกินผิดปกติ: กินน้อยลงเพราะประหยัด หรือกินมากขึ้นเพราะเครียด
>ช่วงเงินเฟ้อมีทั้ง “ความหิวจริง” (อาหารแพง) และ “ความหิวทางอารมณ์” (stress-eating) งานด้านความไม่มั่นคงอาหารกับสุขภาพจิตพบความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความทุกข์ใจ แปลเป็นภาษาคนทั่วไปคือ อาหารกลายเป็นทั้ง “ต้นเหตุความกลัว” และ “ที่พึ่งชั่วคราว” ในเวลาเดียวกันครับ
7) อาการกายจากความเครียด (Somatic symptoms) ที่ทำให้วิ่งหาหมอไม่จบ
>ปวดหัวเรื้อรัง ปวดท้อง ลำไส้แปรปรวน เวียนหัว ทั้งที่ตรวจแล้วไม่เจออะไรหนัก นี่พบได้มากขึ้นเวลาคนอยู่ในภาวะตึงยาว เพราะร่างกายกับใจใช้ระบบเดียวกันในการรับสัญญาณภัย และพอร่างกายส่งสัญญาณบ่อย…ใจก็ยิ่งกลัวครับ
8. ความขัดแย้งในครอบครัว และภาวะซึมเศร้าตามมาแบบเงียบๆ
>เงินเฟ้อทำให้ “ความยุติธรรมในบ้าน” ถูกทดสอบ: ใครจ่าย ใครเหนื่อย ใครแบก รายงานระบุว่าความยากลำบากทางการเงินสัมพันธ์กับสุขภาวะจิตที่แย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต แปลเป็นภาษาบ้านๆคือ เมื่อเงินไม่พอ ความอดทนก็หมดเร็ว และคำพูดจะแหลมขึ้นโดยไม่ตั้งใจครับ
คนไข้คนหนึ่งพูดประโยคที่แทงใจมากครับ
“หมอครับ…เงินเดือนเข้าแล้ว แต่ผมยังรู้สึกเหมือนติดลบ”
เขาไม่ได้ติดลบในบัญชีครับ แต่ติดลบใน “ความมั่นคง” เพราะเปิดแอปธนาคารทีไร สมองจะเห็นอนาคตเป็นศูนย์ก่อนเห็นวันนี้
วันหนึ่งเขาบอกว่าเริ่มทำสิ่งเดียวที่ช่วยได้
ไม่ใช่รวยขึ้นทันทีนะครับ แต่คือแยกเงินเป็นกองๆแล้วปิดมือถือหลังเช็กข่าววันละสองรอบ
เขาบอกว่า “ผมยังไม่สบายใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใจไม่สั่นทั้งวันแล้วครับ”
By...คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]--["""""|"""""|"""""|]>
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

ผัก 10 ชนิด ที่คนไทยสามารถปลูกในกระถางไว้กินเองได้ในยามสงคราม!🧑‍🌾🪴🥬🌶️🙂ในสถานการณ์สงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งที่หลายประเ...
06/03/2026

ผัก 10 ชนิด ที่คนไทยสามารถปลูกในกระถางไว้กินเองได้ในยามสงคราม!
🧑‍🌾🪴🥬🌶️🙂
ในสถานการณ์สงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากคือ ความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือน (Household Food Security)
สำหรับคนเมืองในยุคปัจจุบัน แม้จะไม่มีสวนหลังบ้าน แต่ระเบียงคอนโดหรือพื้นที่เล็กๆก็สามารถปลูกผักบางชนิดได้ และผักบางชนิดให้ผลผลิตสูงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ปลูก
พื้นที่เพียงระเบียงเล็กๆก็สามารถกลายเป็นแหล่งอาหารเล็กๆของครอบครัวได้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีโครงการที่เรียกว่า Victory Garden ให้ประชาชนปลูกผักในบ้าน สนาม หรือกระถาง จนสามารถผลิตผักได้ เกือบ 40% ของผักที่บริโภคในประเทศ
:::และนี่คือ 10 ผักที่เหมาะกับการปลูกในกระถางสำหรับคนเมืองครับ:::
1. กะเพรา: "ราชาแห่งการเอาตัวรอด"🪴
ทำไมต้องมี: สิ้นคิดแต่ไม่สิ้นใจ! กะเพราคือผักที่คอมโบกับอะไรก็อร่อย จะหมูสับ ไข่ดาว หรือแค่คั่วกับข้าวเปล่าๆ ก็รอดตายแล้ว
ความคุ้มค่า: ยิ่งเด็ดยิ่งแตก! ต้นเดียวอยู่ได้หลายเดือน เก็บกินได้จนกว่าจะแก่ตายไปข้างหนึ่ง แถมทนแดดไทยแลนด์แบบสุดๆ
2. โหระพา: "อโรมาแห่งชัยชนะ"🪴
ทำไมต้องมี: นอกจากจะทำแกงเขียวหวานหรือผัดหอยลายแล้ว กลิ่นหอมๆ ของมันยังช่วยบำบัดความเครียดในยามวิกฤตได้ดีมาก
ความคุ้มค่า: ปลูกง่ายพอๆ กับกะเพรา แต่ให้สัมผัสที่หรูหรากว่า แค่มีกระถางเล็กๆ ก็เปลี่ยนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดาให้กลายเป็นอาหารพรีเมียมได้

3. ต้นหอม: "ผักคืนชีพ (Infinity Loop)"🪴
ทำไมต้องมี: คือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แค่คุณซื้อมาจากตลาด กินส่วนใบแล้วเอาส่วนรากปักลงดิน... น้องก็งอกใหม่ทันที!
ความคุ้มค่า: ไม่ต้องซื้อซ้ำ ปลูกวนไปในกระถางเดียว เก็บโรยไข่เจียวหรือข้าวต้มได้ตลอดกาล

4. ผักบุ้งจีน: "เดอะ แฟลช (The Flash)"🪴
ทำไมต้องมี: เมื่อความหิวไม่รอใคร ผักบุ้งคือคำตอบ เพราะน้องโตไวระดับ 5G ปลูกแค่ 20 กว่าวันก็ได้ตั้งกระทะผัดไฟแดงแล้ว
ความคุ้มค่า: ใช้พื้นที่น้อยมาก ปลูกในตะกร้าหรือกระถางยาวๆ บนระเบียง แค่หว่านเมล็ดลงไป ไม่นานก็ได้เก็บเกี่ยว

5. พริก: "กระสุนรสเผ็ด"🪴
ทำไมต้องมี: อาหารไทยขาดเผ็ดเหมือนชีวิตขาดรสชาติ พริกช่วยเจริญอาหารและมีวิตามินซีสูงมาก
ความคุ้มค่า: พริก 1 ต้น ให้ผลผลิตเป็นร้อย! เก็บกินได้นานข้ามปี เป็นการลงทุนพื้นที่กระถางที่กำไรเห็นๆ

6. คะน้า: "เกราะป้องกันธาตุเหล็ก"🪴
ทำไมต้องมี: อึด ถึก ทน และให้สารอาหารสูงมาก จะผัดน้ำมันหอยหรือใส่ราดหน้าก็อิ่มท้องได้นาน
ความคุ้มค่า: แม้จะใช้เวลาหน่อย (ประมาณเดือนกว่า) แต่ความกรอบและสารอาหารที่ได้นั้นคุ้มค่าทุกวินาทีที่รอคอย

7. ผักกาดหอม (สลัด): "คลังวิตามินบนระเบียง"🪴
ทำไมต้องมี: ยามสงครามเราอาจขาดผักสด การมีสลัดไว้กินสดๆ ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและได้รับวิตามินครบถ้วน
ความคุ้มค่า: น้องชอบกระถางตื้นๆ ไม่เปลืองดิน แถมหน้าตาสวยงามเหมือนปลูกไม้ประดับไว้โชว์เพื่อน

8. ผักชี: "เครื่องหอมกู้โลก"🪴
ทำไมต้องมี: ไม่ได้มีไว้แค่โรยหน้า แต่รากผักชีคือหัวใจของอาหารไทยหลายชนิด ช่วยชูรสชาติอาหารที่จำกัดให้กลมกล่อมขึ้น
ความคุ้มค่า: ใช้พื้นที่จิ๋วเดียว ปลูกรวมกับต้นไม้อื่นในกระถางเดียวกันยังได้เลย

9. มะเขือ (เปราะ/พวง): "เสบียงหนัก"🪴
ทำไมต้องมี: เป็นผักที่กินแล้ว "อยู่ท้อง" เอาไปใส่แกงหรือจิ้มน้ำพริกก็เพิ่มมวลให้อาหารมื้อนั้นดูยิ่งใหญ่ขึ้น
ความคุ้มค่า: ต้นหนึ่งให้ลูกดกและเก็บกินได้ต่อเนื่องยาวนาน เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตและกากใยที่ดีมาก

10. สะระแหน่: "นักรบจอมรุกราน"🪴
ทำไมต้องมี: ใส่ลาบ ยำ หรือทำเครื่องดื่มดับร้อน ความเย็นของมันช่วยรีเฟรชร่างกายได้ดีเยี่ยม
ความคุ้มค่า: ปลูกง่ายระดับ "วางไว้ก็โต" น้องจะลามไปทั่วกระถางจนคุณต้องขอร้องให้หยุดโต เป็นผักที่การันตีว่าคุณจะมีของกินแน่ๆ
🥬หลักคิดสำหรับคนเมืองในการปลูกผักกินเอง🥬
1. เลือกผักที่ใช้บ่อยในครัว
ผักที่เราใช้ประจำจะทำให้การปลูกคุ้มค่ามากขึ้น
2. เลือกผักที่เก็บเกี่ยวได้เร็ว
ผักที่โตใน 20–40 วัน จะช่วยให้มีอาหารหมุนเวียนเร็ว
3. ใช้พื้นที่แนวตั้ง
การจัดกระถางหลายชั้นช่วยเพิ่มผลผลิตในพื้นที่เล็ก
4. ปลูกหลายชนิดพร้อมกัน
ช่วยกระจายความเสี่ยงหากพืชชนิดหนึ่งปลูกไม่สำเร็จ
By...คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]--["""""|"""""|"""""|]>------
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

05/03/2026

สงครามปะทุ!
คนไทยต้องรับมือกับอะไรบ้าง?
🌍😰⚠️📉

สงครามปะทุ! สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ! คนไทยต้องรับมือกับอะไรบ้าง?🌍😰⚠️📉ข่าวสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ไม่ใช่เรื่องไกล...
05/03/2026

สงครามปะทุ! สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ!
คนไทยต้องรับมือกับอะไรบ้าง?
🌍😰⚠️📉
ข่าวสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือแค่สมมติอีกต่อไปแล้ว เพราะมันเกิดขึ้นจริงแล้ว ความขัดแย้งที่อยู่ห่างออกไปครึ่งโลกกำลังจะกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พัดเข้าใส่กระเป๋าเงินของคนไทยทุกคนเต็มๆ แล้วนี่คือสิ่งที่เราต้องเตรียมเจอครับ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับเรา?
>>หัวใจของปัญหาอยู่ที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่ที่ใช้ขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก และตอนนี้อิหร่านก็ได้ประกาศปิดเส้นทางนี้ ซึ่งอาจทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซหยุดชะงัก

แม้สหรัฐฯ จะประกาศว่าอาจส่งเรือรบมาคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน แต่สถานการณ์ก็ยังคงตึงเครียดอย่างมาก และนี่คือจุดที่น่ากังวลสำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิสูงที่สุดในเอเชีย ทำให้เศรษฐกิจของเราเปราะบางต่อวิกฤตครั้งนี้อย่างยิ่ง 🫥
ผลกระทบตรงถึงกระเป๋าเงินคนไทย
>>เมื่อสงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว นี่คือสิ่งที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น:
**ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูง:
> นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะลุ 100-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจสูงถึง 150 ดอลลาร์ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด แม้ ณ วันนี้ ( 5 มีนาคม 2569) รัฐบาลจะพยายามตรึงราคาดีเซลไว้ที่ประมาณ 29.94 บาทต่อลิตร โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่คำถามคือ...จะตรึงได้นานแค่ไหน? 🫥
ของแพง เงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่ง:
>> เมื่อน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพงตาม นั่นหมายความว่าราคาสินค้าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน จะปรับตัวสูงขึ้นเป็นทอดๆ เงินในกระเป๋าของเราจะมีค่าน้อยลงทันที 🫥
เศรษฐกิจในภาพรวมสะเทือน:
>ภาคการท่องเที่ยวอาจซบเซาจากราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น ขณะที่ภาคการส่งออกก็จะเจอกับต้นทุนค่าขนส่งทางเรือและค่าประกันภัยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้การส่งออกของไทยไปตะวันออกกลางหลายหมื่นล้านบาท
***เราจะรอดได้อย่างไร? (The Survival Guide)
>>ในภาวะแบบนี้ การเตรียมตัวคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด:
ระยะสั้น: เริ่มวางแผนการเงินส่วนตัวด่วนๆ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น วางแผนการเดินทางเพื่อประหยัดค่าน้ำมัน หรือลองหันมาใช้รถสาธารณะให้มากขึ้น
ระยะกลาง: ทบทวนแผนการลงทุน อาจต้องมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อกระจายความเสี่ยง และที่สำคัญที่สุด คือการสร้าง "เงินสำรองฉุกเฉิน" ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน
ติดตามข่าวสาร: รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายด้านเพื่อรับมือ ทั้งการตรึงราคาพลังงาน และการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ มีการพูดถึงการตั้ง 'Economic War Room' เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การติดตามข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้เราปรับตัวและใช้สิทธิ์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้ทันท่วงที
**ข่าวสงครามส่งผลต่อสุขภาพจิตได้จริง**
>งานวิจัยด้านจิตเวชพบว่า การติดตามข่าววิกฤตหรือภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างมีนัยสำคัญ คือเราไม่ได้อยู่ในสงคราม แต่สมองรับรู้เหมือนกำลังเผชิญภัยคุกคามครับ
ในอดีต ข่าวสงครามเดินทางช้า แต่วันนี้ข้อมูลวิ่งเร็วระดับวินาทีครับ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมักดันข่าวที่กระตุ้นอารมณ์แรง เช่น ภาพระเบิด เสียงไซเรน หรือข้อความเตือนภัย ทำให้สมองของเรารู้สึกเหมือนโลกกำลังอันตรายมากกว่าความจริง
นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า negativity bias ข่าวที่น่ากลัวจะดึงดูดสมองมากกว่าข่าวดี
เวลาคนกังวลเรื่องค่าครองชีพหรือความมั่นคงทางการเงิน ระดับความเครียดในครอบครัวมักสูงขึ้น งานวิจัยพบว่า ความเครียดทางเศรษฐกิจสามารถเพิ่มโอกาสการทะเลาะในครอบครัวและภาวะซึมเศร้าได้ครับ
**สิ่งที่คนไทยควรทำ คือ “บริหารข้อมูล”**
>ไม่จำเป็นต้องติดตามข่าวตลอดเวลา
เทคนิคง่ายๆคือ กำหนดช่วงเวลาเช็กข่าววันละ 1–2 ครั้ง และเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
สิ่งนี้ช่วยลด information overload ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเครียดในยุคดิจิทัลครับ
***สิ่งที่เราควบคุมได้ คือ “ชีวิตประจำวันของเรา”***
เราอาจควบคุมสงครามไม่ได้ แต่เราควบคุมสิ่งใกล้ตัวได้
เช่น...
• การใช้เงินอย่างมีสติ
• การพักผ่อนให้เพียงพอ
• การไม่ปล่อยให้ข่าวร้ายครอบงำทั้งวัน
นี่คือ “ภูมิคุ้มกันทางใจ” ที่สำคัญครับ❤️‍🩹
**เรื่องเล็กๆที่อยากเล่า**
มีคนไข้คนหนึ่งเคยบอกหมอว่า เขานอนไม่หลับหลายคืน เพราะดูข่าวสงครามต่างประเทศทั้งคืน
หมอถามว่า “ข่าวนั้นเกิดห่างจากบ้านเรากี่พันกิโลเมตรครับ”
เขานิ่งไปสักพักแล้วบอกว่า “ไกลมากครับหมอ”
หมอบอกเขาว่า โลกอาจมีเสียงระเบิดอยู่บางที่ แต่ในห้องนอนของเรายังมีความเงียบอยู่ครับ
และบางครั้ง การดูแลใจตัวเอง ก็คือการเลือกปิดข่าว แล้วกลับมานอนพักครับ
By...คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]--["""""|"""""|"""""|]>------
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

ที่อยู่

245/1 ถ. สุขาอุมถัมภ์
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

อังคาร 18:00 - 20:00
พุธ 18:00 - 20:00
พฤหัสบดี 18:00 - 20:00
ศุกร์ 18:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 13:00

เบอร์โทรศัพท์

0880780588

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา:

แชร์