Medicine UDH ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Medicine UDH, อายุรแพทย์ (อายุรศาสตร์), โรงพยาบาลอุดรธานี, Udon Thani.

อายุรกรรม อุดรธานี ซึ่งมีเคสปริมาณมหาศาล
*เพจนี้จัดตั้งมาเพื่อส่งเสริมความรู้บุคลากร
ทางการแพทย์*
หลักสูตรและพันธกิจ อายุรศาสตร์โรงพยาบาลอุดรธานี
https://drive.google.com/file/d/1G1NMyMhGRzSJDpKHOm0RyqwN097xixJm/view?usp=share_link

มีงานประชุมมานำเสนออีกแล้วครับงานประชุมวิชาการ⭐️เวชบำบัดวิกฤตสัญจร เขตสุขภาพที่ 8⭐️โดยสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย ร่...
16/05/2026

มีงานประชุมมานำเสนออีกแล้วครับ

งานประชุมวิชาการ
⭐️เวชบำบัดวิกฤตสัญจร เขตสุขภาพที่ 8⭐️
โดยสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย ร่วมกับโรงพยาบาลอุดรธานี
"Critical Care R8way forum ครั้งที่ 2: Keep growing together"

ณ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัด อุดรธานี
วันที่ 5-6 มิถุนายน 2569

โดยปีนี้ เราได้เชิญอาจารย์ Speaker ระดับประเทศ จากสมาคมเวชบำบัดวิกฤต มาร่วมให้ความรู้กับชาวเขตสุขภาพที่ 8 กันหลายท่านเลยครับ
หัวข้อมีครบวงจร ตั้งแต่
📣แนวทางสมาคมเวชบำบัดวิกฤต
😱การดูแลผู้ป่วย Shock
🍲การให้สารอาหาร
💧การจัดการสารน้ำ
❤️การจัดการระบบ Hemodynamics
🫁และการดูแลระบบหายใจ
นอกจากนี้ยังมี Workshop Respiratory care และการนำเสนอผลงานวิจัยอีกด้วย
เข้มข้นกันเต็มๆ ทั้งสองวันเลยครับ

สามารถลงทะเบียนได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆครับ
สนใจลงทะเบียน Scan QR code ใน Poster หรือติดต่อ
คุณจันจิรา พงศ์พัฒน์ หรือ คุณพรรณปพร อ่อนเหลา
เบอร์โทรติดต่อตาม Poster

สนใจส่งผลงานวิจัย ติดต่อ คุณ ธัญญามาศ วรรณพราหมณ์
ส่งได้ที่ Email: tunyamard1319@gmail.com
เบอร์โทรติดต่อตาม Poster

แล้วเจอกันที่งานประชุมนะครับ

ต้องขออภัยคนที่ยังสนใจงานประชุมนี้นะครับ ตอนนี้เต็มแล้วนะครับ ตอนแรกตั้งใจจะจัดงานภายในจังหวัด หรือในเขต 8 นะครับ ใครลงท...
08/05/2026

ต้องขออภัยคนที่ยังสนใจงานประชุมนี้นะครับ ตอนนี้เต็มแล้วนะครับ ตอนแรกตั้งใจจะจัดงานภายในจังหวัด หรือในเขต 8 นะครับ ใครลงทะเบียนแล้ว“มาไม่ได้จริงๆ” รบกวน message ของเพจด้วยนะครับ จะได้จัดสรรที่และอาหารให้พอครับ ส่วนคนที่ลงทะเบียนแล้ว“มาได้แน่นอน”นั้นไว้เจอกันในงานประชุมนะครับ

มีงานประชุมดีๆมาให้ น้องๆ แพทย์ที่สนใจครับผมลงทะเบียนผ่าน qr code หรือ link ในcomment
08/05/2026

มีงานประชุมดีๆมาให้ น้องๆ แพทย์ที่สนใจครับผม
ลงทะเบียนผ่าน qr code หรือ link ในcomment

ประชาสัมพันธ์ “งานประชุมปลูกถ่ายเปลี่ยนไตสัญจร” ครั้งแรก!!! ที่จังหวัดอุดรธานี 21-22 พ.ค.2569 อาคารตึกอำนวยการชั้น 7 โรง...
28/04/2026

ประชาสัมพันธ์ “งานประชุมปลูกถ่ายเปลี่ยนไตสัญจร” ครั้งแรก!!! ที่จังหวัดอุดรธานี 21-22 พ.ค.2569 อาคารตึกอำนวยการชั้น 7 โรงพยาบาลอุดรธานี

✅ สามารถสมัครร่วมงานได้ทั้งประเทศ
✅ ไม่เสียค่าลงทะเบียน
✅ เบิกค่าที่พักและเดินทางได้ตามระเบียบราชการ
✅ เหมาะสำหรับแพทย์และพยาบาลที่ต้องการ update ความรู้และแนวทางการดูแลผู้ป่วยในระดับภูมิภาคเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไต
✅สามารคเพิ่มพูนความรู้สำหรับนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอดโรคไต ได้
✅ มีนิทรรศการการปลูกถ่ายเปลี่ยนไตของระดับเขตสุขภาพที่ 8 ให้เยี่ยมชม

☎️0814507934, 02-7166181-4
✉️ transplantthai1@gmail.com

ว่าด้วย ต่อมน้ำเหลืองโต  Lymphadenopathy  เวลาเราเจอคนไข้ต่อมน้ำเหลืองโต คนไข้ก็อาจมาด้วยก้อนตามที่ต่างๆ เช่น คอ รักแร้ ...
27/03/2026

ว่าด้วย ต่อมน้ำเหลืองโต Lymphadenopathy
เวลาเราเจอคนไข้ต่อมน้ำเหลืองโต คนไข้ก็อาจมาด้วยก้อนตามที่ต่างๆ เช่น คอ รักแร้ อาจจะโตก้อนเล็กๆ ก้อนเดียว หรือหลายๆก้อน หรือเป็นก้อนที่โตมากๆก้อได้ ที่นี่เราจะทำยังไงดี

ก้อต้องตรวจก่อนว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองจริงไหม หรือเป็นอย่างอื่น แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร

🤯ต้องดูจากลักษณะและอาการอื่นๆของก้อน เช่น ถ้ากดแล้วเป็นน้ำ น่วมๆ น่าจะเป็นถุงน้ำ (Cyst) ถ้ามีอาการปวด แดงร่วมด้วย น่าจะเป็นฝี หรือมีการติดเชื้อ ถ้าก้อนมีลักษณะแข็งเป๊ก อาจจะเป็นลักษณะของมะเร็งแพร่กระจายมาจากที่อื่น ถ้าเป็นต่อมน้ำเหลือง ก้อนจะมี consistency แบบ rubbery ไม่ปวด ไม่บวม และไม่แดงร้อน

🙎‍♂️ถ้าเป็นต่อมน้ำเหลืองโตจริงๆ กลไกการมีต่อมน้ำเหลืองมีขนาดโตขึ้น มันเกิดจากอะไรได้บ้าง
1. มันเป็นภาวะปกติของร่างกายที่ทำงานเพิ่มในการกำจัดเชื้อโรคเวลาติดเชื้อ เช่น คนไข้คออักเสบ อาจจะสามารถคลำก้อนได้ที่คอ (reactive lymphadenopathy)
2. โตจากการที่เซลล์ lymphocyte เพิ่มจำนวน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( lymphoma)
3. โตจากการที่มีเซลล์ชนิดอื่นแพร่กระจายมา  metastasis
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นจากอะไรกันแน่ เราจะต้องตัดชื้นเนื้อมาตรวจ และ ย้อมพิเศษเพิ่มเติมนะคะ

🤔แล้วเมื่อไหร่ถึงจะควรตัดต่อมน้ำเหลืองมาตรวจ
โดยทั่วไปก้อจะตัดเมื่อสงสัยไง แนวโน้มที่น่าสงสัย เช่น
• ขนาดก้อนที่โตมาก โตมากว่า 1 เซ็นต์ (ยกเว้นที่ขาหนีบ เอาที่ 1.5 เซ็นต์)
• ก้อนมีลักษณะแข็งๆ ก้อนที่ผิวไม่เรียบ
• ก้อนที่โตมานาน หรือได้รับยาฆ่าเชื้อแล้วไม่ดีขึ้น
• คนที่มีก้อนหลายๆตำแหน่ง
• คนที่มีลักษณะชวนสงสัยอื่นๆ เช่น นน ลดมาก เหงื่อแตกกลางคืน มีอาการตามตำแหน่ง เช่น ท้องโต มีก้อนในปอด

การตัดเพื่อตรวจย้อมจะทำให้ได้การวินิจฉัยที่ชัดเจนและให้การรักษาได้ถูกต้อง 😍

คนไข้ในภาพ จะเห็นลักษณะเป็นต่อมน้ำเหลืองชัดเจน มีหลายก้อน rubbery consistency ไม่เจ็บ ไม่แดง
ผลตรวจคุณลุงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนะคะ (lymphoma)

สารบัญสรุป from-pageCardio-  INTERESTING ECHOhttps://www.facebook.com/share/v/15rQUXTScq/-Coronary D for internisthttps:...
06/03/2026

สารบัญสรุป from-page

Cardio
- INTERESTING ECHO
https://www.facebook.com/share/v/15rQUXTScq/

-Coronary D for internist
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=344396252047499&id=100094313792716&mibextid=ZbWKwL

-CVS In​pregnancy
https://www.facebook.com/share/p/15s23qf6bW/

NCD for​ internist
https://www.facebook.com/share/p/19paVvPwtf/

-IE ESC Guideline​2023
https://www.facebook.com/share/p/1HPhVmgZGT/

-HEART​ Failure​ TX
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=105962585890868&id=100094313792716&mibextid=ZbWKwL
-HT GUideline for internist
https://www.facebook.com/share/p/1C8sPBuJm4/?mibextid=wwXIfr

-NOAC onepage
https://www.facebook.com/share/p/1BA1zUF4cJ/?mibextid=wwXIfr

-new GL pE
https://www.facebook.com/share/p/1DFpDqdpik/?mibextid=wwXIfr

GI
-STRESS​ULCER​ / SRMD
https://www.facebook.com/share/p/1EDz4Y3oio/

-Prebiotic/probiotics
https://www.facebook.com/share/p/15XSQGHhU5/

-hepatitis​ B
https://www.facebook.com/share/p/1HiKAeWAVb/

- HEPATITIS​ C
https://www.facebook.com/share/p/18yGTeKonF/

- Autoimmune Hepatitis
https://www.facebook.com/share/p/1675W5ogVJ/

-GERD​ TX
https://www.facebook.com/share/p/15wRTbmA89/
-GERD​ DX
https://www.facebook.com/share/p/15wE8L8X13/

HEMATO
- GESTATIONAL THROMBOCYTOPENIA
https://www.facebook.com/share/p/1AdoQ1dqnD/

-FFP transfusion
https://www.facebook.com/share/p/15hepVkXEo/

-PLATELET​ TRANSFUSION
https://www.facebook.com/share/p/18hyufbQKp/

-thrombosis​ work up​ trip&trick
https://www.facebook.com/share/p/19w3JfHHQ5/

-Mixing test
https://www.facebook.com/share/p/1A2wSzqnor/

-HEMOPHILIA TX
https://www.facebook.com/share/p/16C9z2TMAz/

- warfarin adjust
https://www.facebook.com/share/p/187wphKVJ4/?mibextid=wwXIfr

-approch hemostasis
https://www.facebook.com/share/p/1CdqZBtEAq/?mibextid=wwXIfr

NEURO
- venous sinus thrombosis
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=423758187444638&id =100094313792716&mibextid=ZbWKwL

-Miller Fisher syndrome
https://www.facebook.com/share/p/15JXctHEaw/

-Wallenberg syndrome
https://www.facebook.com/share/p/1ZodkkLyVH/

- Wernike's encephalopathy
https://www.facebook.com/share/p/18bXfeJEyT/

MOGAD
-https://www.facebook.com/share/p/179TRxsKxV/?mibextid=wwXIfr

-stroke Guideline ASA / AHA GL
https://www.facebook.com/share/p/1Bfcfd2aUk/?mibextid=wwXIfr

-stroke EP2
https://www.facebook.com/share/p/1HkdwLjaYE/?mibextid=wwXIfr

-strokeEP3 blood pressure MX
https://www.facebook.com/share/p/1Ae3GUxwRW/?mibextid=wwXIfr

Critically​Care

-Nutrition​ In​ ICU
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=342139675606490&id=100094313792716&mibextid=ZbWKwL

-Dengue
https://www.facebook.com/share/p/18JLyqSeU1/

POCUS US​ ED2
-https://www.facebook.com/share/v/1SSyL6GD7D/

POCUS​ Ed2
https://www.facebook.com/share/v/12Eqduyxi22/

CO2 retention​ and​ Pulmonary Embolism In​ ICU
https://www.facebook.com/share/p/15wRTbmA89/

Fluid in Sepsis
https://www.facebook.com/share/p/1Wr8N4DPHs/?mibextid=wwXIfr

ENDO
- Updated hyperglycemic crisis https://www.facebook.com/share/p/1JzknezoZR/

-DYSLIPIDEMIA
https://www.facebook.com/share/p/19sQAL39fD/

-ADA guideline
https://www.facebook.com/share/p/1HCuQZZjhi/?mibextid=wwXIfr

-obesity MX JACC 2025
https://www.facebook.com/share/p/16KLRRnHcS/?mibextid=wwXIfr

RHUEMA​TOLOGY
-SLE advice for patient
https://www.facebook.com/share/p/19rfoow9wC/

-RA
https://www.facebook.com/share/p/1Bvoq3DZjt/?mibextid=wwXIfr

GENERAL​ MED
-INFLUENZA VACCINE
https://www.facebook.com/share/p/1ABbKSN1An/

กลับมาอีกครั้งเกือบจะเป็นทุก 3 เดือนครั้งกับ one page summary pulmonary embolism หรือ PE จาก AHA 2026 รอบนี้น่าจะยาวและละเอียดที่สุดตั้งแต่เคยมีเพจมาตามวลีของ apple 555 แต่คิดว่าพยายามสรุปและเป็น work flow การดูแลคนไข้ ตั้งแต่อาการแสดง > วินิจฉัย > การรักษา > และการติดตามที่เหมาะสมในคนไข้กลุ่มนี้ จาก 75 หน้าเหลือ หน้าเดียว จะทำเป็น simplified แบบ work flow มาอีกที

หลักการสำคัญเราจะแบ่งการดูแลคนไข้เป็น 3 ส่วน
1. การประเมินว่าใคร ควรไปทำ CTPA เพื่อ Diagnosis PE ถ้าอาการชัด เหนื่อย desat ตรวจร่างกายlung clear มีขาบวม 1 ข้าง ประวัติเป็นมะเร็ง แบบนี้ก็ไปทำ CTPA เลย ไม่ต้องใช้ score อะไรในการประเมินส่งไปทำ CTPA เลยแบบด่วนๆ แต่ถ้าอาการก่ำกึ่ง บ่นเหนื่อย แต่ sat ดี แต่ กินยาคุมมา ไม่แน่ใจก็อาจจะใช้ score ซึ่งมีหลากหลายซึ่ง แอดเลือกใช้ well score เพราะพวกเราส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งที่ update มาเพิ่ม ในปี 2026 คือมี PE rule out criteria กับ YEARS criteria ร่วมกับ D-Dimer ที่มีค่า cut point ที่ใช้ ช่วยในการตัดสินใจ ว่าใครควรทำ CTPA เมื่อทำ CTPA พบ PE confirm diagnosis ก็จะเข้าส่วนที่ 2 คือ part acute PE management
2. Acute PE management คือ การให้ anticoagulant ปี 2026 prefer NOAC > Warfarin (VKA) > low dose Aspirin (aspirin ยังมีที่ยืนในกลุ่ม PE ไม่เหมือน AF นะครับ ถ้าหากมีข้อห้ามการให้ใน anticoagulants จริงๆ) และที่มีการเปลี่ยนแปลงมากสุด คือจะแบ่งคนไข้ acute PE ออกเป็น 5 stage A to E ตาม style อเมริกาเค้าหละ เพื่อให้จำแนกความเสี่ยงของคนไข้ได้ละเอียดมากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้การติดสินใจดูแลและติดตามคนไข้ได้มากขึ้น โดยจะแบ่งจากปัจจัยข้างล่าง ตามตาราง
- อาการ
- Vital sign
- Acute PE clinical risk prediction score (PESI,sPESI, Hestia บลาๆ)
- RV dysfunction
- Cardiac biomarker (NT proBNP, Troponin)
- Assess shock (lactate, urine output, Cr)
แต่ที่สำคัญที่สุดในการแบ่ง stage คือการพิจารณาให้ advanced management คือ systemic thrombolysis, เพิ่ม CDL (catheter-directed thrombolysis) กับ MT (mechanical thrombectomy) มาเป็นทางเลือกสามารถเลือกทางใดทางหนึ่งตาม บริบทของรพ นั้นๆ แต่ทั่วไปก็คือ systemic thrombolysis ปี 2026 prefer rt-PA 100 mg iv in 2 hr แต่ systemic thrombolysis ตัวอื่นเช่น SK ก็ยังให้ได้เหมือนเดิม กลุ่มที่ สามารถให้ advanced management ได้คือ stage C2,3 ถึง stage E แต่ IIa recommendation แค่ stage E เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำในการ resuscitation ใน acute PE with shock โดยมีคำแนะนำดังนี้
- Fluid resuscitation ให้ไม่เกิน 500 ml มากกว่านี้มีความเสี่ยง RV overload
- First line vasopressor : levophed แต่ให้ไม่เกิน 15 microgram/min เพราะถ้าเกิน จะเพิ่ม PVR
- ถ้า levophed แล้วไม่ดีขึ้น แนะนำ dobutamine และพิจารณาลด PVR ด้วย nitric oxide เป็นต้น
3. ถ้ารอดชีวิตมาได้จาก acute PE ก็เข้าสู่ post acute PE management แนะนำให้เลี่ยงการเดินทางต่อเนื่องนานเกิน 5 ชั่วโมง อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังเป็น PE ส่วน duration of anticoagulant คนไข้ PE ต้องได้ อย่างน้อย 3-6 เดือน(initial phase) ซึ่งแนะนำ extended มากกว่า 6 เดือน เฉพาะ unknown cause และ cancer และติดตาม functional class หลัง treatment ไปแล้ว 3 เดือนถ้ายังมีเหนื่อยอยู่ ควรต้อง evaluate ว่าเป็น CTEPD or recurrent PE ซึ่งมีคำแนะนำในการรักษาและ work up ต่อ
ก็หวังว่าจะได้ ประโยชน์ในการดูแลคนไข้กลุ่มนี้มากขึ้นนะครับ
ปล. อาจจะต้อง zoom บ้างนะครับ เนื้อหาอัดแน่นจริง ถ้าตัวใหญ่กว่า จะเป็น 2 page แล้วครับ 555 กว่าจะอัดลงไปได้ใช้เวลาเป็นสัปดาห์

กลับมาอีกครั้งเกือบจะเป็นทุก 3 เดือนครั้งกับ one page summary pulmonary embolism หรือ PE จาก AHA 2026 รอบนี้น่าจะยาวและล...
06/03/2026

กลับมาอีกครั้งเกือบจะเป็นทุก 3 เดือนครั้งกับ one page summary pulmonary embolism หรือ PE จาก AHA 2026 รอบนี้น่าจะยาวและละเอียดที่สุดตั้งแต่เคยมีเพจมาตามวลีของ apple 555 แต่คิดว่าพยายามสรุปและเป็น work flow การดูแลคนไข้ ตั้งแต่อาการแสดง > วินิจฉัย > การรักษา > และการติดตามที่เหมาะสมในคนไข้กลุ่มนี้ จาก 75 หน้าเหลือ หน้าเดียว จะทำเป็น simplified แบบ work flow มาอีกที

หลักการสำคัญเราจะแบ่งการดูแลคนไข้เป็น 3 ส่วน
1. การประเมินว่าใคร ควรไปทำ CTPA เพื่อ Diagnosis PE ถ้าอาการชัด เหนื่อย desat ตรวจร่างกายlung clear มีขาบวม 1 ข้าง ประวัติเป็นมะเร็ง แบบนี้ก็ไปทำ CTPA เลย ไม่ต้องใช้ score อะไรในการประเมินส่งไปทำ CTPA เลยแบบด่วนๆ แต่ถ้าอาการก่ำกึ่ง บ่นเหนื่อย แต่ sat ดี แต่ กินยาคุมมา ไม่แน่ใจก็อาจจะใช้ score ซึ่งมีหลากหลายซึ่ง แอดเลือกใช้ well score เพราะพวกเราส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งที่ update มาเพิ่ม ในปี 2026 คือมี PE rule out criteria กับ YEARS criteria ร่วมกับ D-Dimer ที่มีค่า cut point ที่ใช้ ช่วยในการตัดสินใจ ว่าใครควรทำ CTPA เมื่อทำ CTPA พบ PE confirm diagnosis ก็จะเข้าส่วนที่ 2 คือ part acute PE management
2. Acute PE management คือ การให้ anticoagulant ปี 2026 prefer NOAC > Warfarin (VKA) > low dose Aspirin (aspirin ยังมีที่ยืนในกลุ่ม PE ไม่เหมือน AF นะครับ ถ้าหากมีข้อห้ามการให้ใน anticoagulants จริงๆ) และที่มีการเปลี่ยนแปลงมากสุด คือจะแบ่งคนไข้ acute PE ออกเป็น 5 stage A to E ตาม style อเมริกาเค้าหละ เพื่อให้จำแนกความเสี่ยงของคนไข้ได้ละเอียดมากขึ้นกว่าในอดีต ทำให้การติดสินใจดูแลและติดตามคนไข้ได้มากขึ้น โดยจะแบ่งจากปัจจัยข้างล่าง ตามตาราง
- อาการ
- Vital sign
- Acute PE clinical risk prediction score (PESI,sPESI, Hestia บลาๆ)
- RV dysfunction
- Cardiac biomarker (NT proBNP, Troponin)
- Assess shock (lactate, urine output, Cr)
แต่ที่สำคัญที่สุดในการแบ่ง stage คือการพิจารณาให้ advanced management คือ systemic thrombolysis, เพิ่ม CDL (catheter-directed thrombolysis) กับ MT (mechanical thrombectomy) มาเป็นทางเลือกสามารถเลือกทางใดทางหนึ่งตาม บริบทของรพ นั้นๆ แต่ทั่วไปก็คือ systemic thrombolysis ปี 2026 prefer rt-PA 100 mg iv in 2 hr แต่ systemic thrombolysis ตัวอื่นเช่น SK ก็ยังให้ได้เหมือนเดิม กลุ่มที่ สามารถให้ advanced management ได้คือ stage C2,3 ถึง stage E แต่ IIa recommendation แค่ stage E เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำในการ resuscitation ใน acute PE with shock โดยมีคำแนะนำดังนี้
- Fluid resuscitation ให้ไม่เกิน 500 ml มากกว่านี้มีความเสี่ยง RV overload
- First line vasopressor : levophed แต่ให้ไม่เกิน 15 microgram/min เพราะถ้าเกิน จะเพิ่ม PVR
- ถ้า levophed แล้วไม่ดีขึ้น แนะนำ dobutamine และพิจารณาลด PVR ด้วย nitric oxide เป็นต้น
3. ถ้ารอดชีวิตมาได้จาก acute PE ก็เข้าสู่ post acute PE management แนะนำให้เลี่ยงการเดินทางต่อเนื่องนานเกิน 5 ชั่วโมง อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังเป็น PE ส่วน duration of anticoagulant คนไข้ PE ต้องได้ อย่างน้อย 3-6 เดือน(initial phase) ซึ่งแนะนำ extended มากกว่า 6 เดือน เฉพาะ unknown cause และ cancer และติดตาม functional class หลัง treatment ไปแล้ว 3 เดือนถ้ายังมีเหนื่อยอยู่ ควรต้อง evaluate ว่าเป็น CTEPD or recurrent PE ซึ่งมีคำแนะนำในการรักษาและ work up ต่อ
ก็หวังว่าจะได้ ประโยชน์ในการดูแลคนไข้กลุ่มนี้มากขึ้นนะครับ
ปล. อาจจะต้อง zoom บ้างนะครับ เนื้อหาอัดแน่นจริง ถ้าตัวใหญ่กว่า จะเป็น 2 page แล้วครับ 555 กว่าจะอัดลงไปได้ใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ช่วงนี้มีเคสเลือดออกมาเล่าให้ฟัง คนแรกเป็นผู้หญิงอายุ 68 มาด้วย large intramuscular hematoma ที่ขาขวาขนาด เกือบ 20 ซม. แ...
04/02/2026

ช่วงนี้มีเคสเลือดออกมาเล่าให้ฟัง
คนแรกเป็นผู้หญิงอายุ 68 มาด้วย large intramuscular hematoma ที่ขาขวาขนาด เกือบ 20 ซม. และที่แขนซ้าย ไม่มีประวัติ trauma Admit ศัลย์กรรม
admin ได้รับ consult เนื่องจาก ศัลยกรรมตรวจพบ isolated aPTT prolong. PT-normal และ platelet ปกติ ไม่มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับประทานยาอะไรเป็นประจำ
PT 13.0 (10.9-12.9 ) APTT 65.3 (20.3-29.4)
น้องบอกว่าคิดถึง Hemophilia และขอปรึกษา น้องก้อไม่ผิดและไม่ถูกซะทีเดียว
เพราะ Hemophilia เป็น X-linked recessive ดังนั้น คนไข้ผู้หญิง โอกาสที่จะเป็น Hemophilia น้อยมากๆ (ถ้าพูดว่า hemophilia เฉยๆ มักจะสื่อไปทางโรค congenital)

แล้วคนไข้น่าจะเป็นโรคอะไร ?? จะบอกว่าเป็น Hemophilia ก้อได้ค่ะ แต่ต้องเติม คำว่า acquired เข้าไปด้วย เป็น acquired hemophilia แต่สมัยที่แอ๊ดเป็น resident เรียกโรคนี้ว่า acquired Factor VIII inhibitor ค่ะ
โรคนี้เป็นยังไง?? มักจะเกิด ในผู้สูงอายุ เฉลี่ย 68 ปี เท่าคนนี้เลยค่ะ เป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนิดหน่อย โดยอาการที่จะมา มักจะเป็น Bleeding ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะ intramuscular hematoma, large ecchymosis

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็น Factor viii inhibitor?? ถ้าเราเจอ isolated aPTT prolong ขั้นตอนไปเราควรส่งทำ mixing test
และต้องให้ห้องแลบ incubated ที่ 2hr ด้วยนะคะ
ผลตรวจเป็นตามนี้
APTT patient 71.0 (25.9-34.4), APTT after mixing 30.5, APTT mixing incubate 2 hr 53.5 second
มันแปลว่า คนไข้มีสารต้าน (inhibitor) กับ factor VIII เนื่องจากเป็นคุณสมบัติเฉพาะของโรคนี้คือ หลัง mixing ทันที ค่า APTT จะยาวหรือปกติก้อได้ แต่ถ้า incubate ที่ 2 ชม ค่า APTT จะยาวกว่าค่าปกติค่ะ (ใช่เลย)
เพื่อเป็นการยืนยันว่า ใช่จริงๆหรือเปล่า เราก้อทำการส่ง Factor VIII inhibitor assay ค่ะ ได้ค่ากลับมาคือ 60.4 NBU/Ml ซึ่งยืนยันว่ามีสารต้านจริงและสูงมาก (ปกติไม่ควรตรวจพบเลย ค่าสารต้านรุนแรงตัดที่มากว่า 5 NBU/Ml)

สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ 1. Stop bleed 2. หาสาเหตุ โดยเฉพาะ secondary malignancy
1. Stop bleeding: ถ้า bleeding ไม่รุนแรง ให้ dexa ไปก่อนค่ะ และรีเฟอร์ไปที่ที่มี hemato แบบไม่ด่วนมาก เพื่ออาจจะพิจารณาให้เป็น immunosuppressive อื่นๆต่อไป
ถ้า major bleeding ก้อให้ dexa เหมือนกันค่ะ แต่ให้รีบ รีแฟอร์ออกจากตัวเราค่ะ 555 ถ้า Hct drop ให้พิจารณาให้เลือดได้ค่ะ
2. แต่การให้ FFP หรือ cryoprecipitate ไม่ช่วยเพราะ factor ที่ให้เข้าไปจะถูกทำลายอยู่ดี
3. ปัจจุบันไม่นานมานี้ สามารถให้ FEIBA ในสิทธิ์ 30 บาท เพื่อ stop bleed ในกรณี life threatening ได้แล้วค่ะ (ต้องขอบพระคุณทีมอจ เบื้องหลังที่ช่วยผลักดันให้คนไข้ค่ะ)

ถ้าที่โรงพยาบาลทำ mixing test ไม่ได้ทำยังไง? ส่วนตัวพี่คิดว่า ถ้าเจอคนไข้ setting แบบนี้แล้วคิดถึง ถือว่าเก่งมากๆแล้วค่ะ ถ้านึกถึงก้อปรึกษา อจ hemato ที่อยู่ใกล้ตัว เข้าถึงได้ค่ะ ว่าอจ คิดเห็นอย่างไร เหมือนไหม?

Setting ที่ควรนึกถึง acquired Factor VIII inhibitor/ acquired hemophilia => คนอายุมาก เพศชายหรือหญิงก้อได้ ตรวจพบมี large ecchymosis ตามแขน ขา ลำตัว หรือ intramuscular hematoma ร่วมกับ isolated APTT prolong โดยไม่มีเหตุของเลือดออกอื่นๆชัดเจน เช่น อุบัติเหตุ กินยา warfarin

ตอนนี้แอดก้อเหนื่อยแล้วค่ะ (เหนื่อยง่าย) ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าคนไข้อีกรายให้ฟัง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆนะคะ

Stroke 2026 : Medicine UDH Ep3 "Blood Pressure Management+Antiplatelet Treatment"🟢Blood Pressure Management general     ...
01/02/2026

Stroke 2026 : Medicine UDH Ep3 "Blood Pressure Management+Antiplatelet Treatment"

🟢Blood Pressure Management general
-> ในผู้ป่วย AIS ที่มี BP ≥220/120 mm Hg ที่ไม่ได้ IVT / EVT → Benefit of early BP lowering uncertain (48–72 h) (Class IIb, LOE C-EO)

-> ในผู้ป่วย AIS ที่มี BP ในผู้ป่วย AIS ที่มีความดันโลหิตสูง และ เข้าเกณฑ์ IV thrombolysis ให้ keep BP < 185/110 mmHg ก่อนให้ยา เพื่อ ลดความเสี่ยงของ hemorrhagic complications จาก IVT (Class I, LOE B-NR)

-> ผู้ป่วยที่จะไป EVT ก็ keep BP < 185/110 mmHg ก่อนไปทำ (Class IIa, LOE B-NR)

-> 24 hr แรก หลัง IVT/EVT keep BP < 180/105 mmHg

->ในผู้ป่วย AIS จาก large vessel occlusion ของ anterior circulation→ ที่มี successful reperfusion ไม่แนะนำ ให้ควบคุมความดันโลหิตให้ ≤140 mm Hg ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลัง EVT ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้อื่น(Class III: Harm, LOE A)

🟢Antiplatelet Treatment
->ในผู้ป่วย acute ischemic stroke (AIS) แนะนำให้ให้ aspirin ภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ (Class I, LOE A)

->ในผู้ป่วย minor non-cardioembolic AIS (NIHSS ≤3) หรือ high-risk TIA (ABCD² ≥4)→ ที่ ไม่ได้รับ IVT→ แนะนำ DAPT ด้วย aspirin + clopidogrel (loading dose ของ clopidogrel) เริ่ม ภายใน 24 ชั่วโมง หลังเริ่มอาการ→ ให้ต่อเนื่อง 21 วัน แล้วเปลี่ยนเป็น single antiplatelet therapy (SAPT)(Class I, LOE A)

-> ในผู้ป่วย non -cardioembolic AIS หรือ high-risk TIA→ ที่มีอาการภายใน ในผู้ป่วย minor non-cardioembolic AIS หรือ high-risk TIA ภายใน 24–72 ชั่วโมง หลังเริ่มอาการ→ หรือ NIHSS ≤4 ภายใน 24 ชั่วโมง และ ไม่ได้รับ IVT→ โดยสันนิษฐานว่ามี atherosclerotic stenosis ≥50% เป็นสาเหตุของ stroke → ให้ DAPT (clopidogrel + aspirin) 21 วัน แล้วตามด้วย SAPT (Class IIa, LOE B-R)

-> ในผู้ป่วย minor non-cardioembolic AIS ภายใน 24 ชั่วโมง หลังเริ่มอาการ ที่ ไม่ได้รับ IVT + CYP2C19 loss-of-function→ การให้ DAPT ด้วย aspirin + ticagrelor (ตามเกณฑ์ )→ ให้ 21 วัน แล้วตามด้วย ticagrelor monotherapy→ อาจพิจารณาแทน DAPT ด้วย clopidogrel + aspirin เพื่อป้องกัน stroke ซ้ำ 90 วัน(Class IIb, LOE B-R)

-> ในผู้ป่วย AIS ที่มี extracranial carotid artery dissection หรือ vertebral artery dissection→ สามารถให้ ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน (Class IIa, LOE B-R)

-> ในผู้ป่วยที่กำลังรับประทาน aspirin อยู่ขณะเกิด non-cardioembolic ischemic stroke หรือ TIA→ ประโยชน์ของการ เพิ่มขนาด aspirin หรือเปลี่ยนเป็นยาต้านเกล็ดเลือดชนิดอื่น ยังไม่ชัดเจน (Class IIb, LOE B-NR)

31/01/2026
Stroke 2026 : Medicine UDH Ep2 "Extended Time Windows for Intravenous Thrombolysis" ในกรณี ที่ ไม่ทราบ onset ที่ชัดเจน/ ...
31/01/2026

Stroke 2026 : Medicine UDH Ep2 "Extended Time Windows for Intravenous Thrombolysis"

ในกรณี ที่ ไม่ทราบ onset ที่ชัดเจน/ เป็นหลังตื่นนอน / มาเกิน 4.5 Hr แล้ว แต่ CT brain ยังดูไม่ดำมาก........ ก็อาจจะสามารถให้ยา thrombolytic ได้ !!!!! (แต่ส่วนใหญ่ต้องมี MRI หรือ perfusion image ซึ่ง รพ รัฐ แบบเราๆ อาจจะไม่ได้ available)

🚑🚑ในผู้ป่วย acute ischemic stroke (AIS) ที่
ไม่ทราบเวลาเริ่มมีอาการแน่ชัด และ อยู่ ภายใน 4.5 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ตรวจพบอาการครั้งแรก ถ้าทำ MRI brain พบ DWI lesion ขนาดเล็กกว่า 1 ใน 3 ของเขตหลอดเลือด MCA ร่วมกับ ไม่มี บน FLAIR
→ สามารถ พิจารณา ให้ IV thrombolysis (Class 2a, LOE B-R)

🚑🚑ในผู้ป่วย AIS ที่มี penumbra ซึ่งตรวจพบจาก automated perfusion imaging และ เป็น wake-up stroke ภายใน 9 ชั่วโมง จาก midpoint of sleep หรือ อยู่ภายใน 4.5–9 ชั่วโมงหลัง last known well → สามารถ พิจารณา ให้ IV thrombolysis (Class 2a, LOE B-R)

🚑🚑ในผู้ป่วย AIS ที่เกิดจาก large vessel occlusion (LVO) มี salvageable penumbra มาพบแพทย์ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ ถ้าไม่สามารถเข้ารับ mechanical thrombectomy ได้ → อาจ พิจารณา ให้ IV thrombolysis (Class 2b, LOE B-R)

ที่อยู่

โรงพยาบาลอุดรธานี
Udon Thani
41000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Medicine UDHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์