เบสแคร์ ฟาร์มา Bestcare Pharma

เบสแคร์ ฟาร์มา Bestcare Pharma ปรึกษาปัญหาด้านยา คำแนะนำทุกๆด้าน ?

ใครสนใจ สมัครได้นะคะ ✅✅✅ เจ้าของกันเอง น่ารักค่ะ
05/05/2026

ใครสนใจ สมัครได้นะคะ ✅✅✅
เจ้าของกันเอง น่ารักค่ะ

คลินิกบ้านหมอมดแดงรักสัตว์
⚠️รับสมัคร สัตวแพทย์ประจำ
-จบใหม่หรือมีประสบการณ์
-วุฒิ ป.ตรี สัตวแพทย์ศาสตร์ มีใบประกอบวิชาชีพ
-ทำงาน 5วันต่อสัปดาห์
✅ค่าตอบแทน
-จบใหม่ เงินเดือนเริ่มต้น 33,000
-มีประสบการณ์ 35,000++ (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์)
-ค่าใบประกอบวิชาชีพ
-ค่าเบี้ยขยัน

แนวทางการป้องกันโรคติดต่อ ขออย่าเข้ามาในไทยเลย ✅✅✅
23/01/2026

แนวทางการป้องกันโรคติดต่อ

ขออย่าเข้ามาในไทยเลย ✅✅✅

🥺🥺🥺 สวมหน้ากากแนามัยก่อนออกจากบ้านด้วยนะคะ
19/01/2026

🥺🥺🥺 สวมหน้ากากแนามัยก่อนออกจากบ้านด้วยนะคะ

หลายคนมักคิดว่า PM2.5 สุดแค่ปอด จริงๆ คือไม่ใช่เลยค่ะ มันเร่งความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดให้เพิ่มขึ้นมากเลย เลี่ยงได้เลี่ยงนะคะ เป็นห่วง


🧪 ขอสรุปก่อน PM2.5 ว่าคืออะไร

เราชอบเรียก PM2.5 ว่า ‘ก้อนรวมความโสมม’ คือมันรวมสิ่งอันตรายแบบรวมมิตรยิ่งกว่ากองขยะอีก จุดสำคัญคือมันเล็กมาก มันไปถึงถุงลมค่ะ

ข้างในมีอะไรบ้าง?
▪️ โครงคาร์บอนจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ พวกก่ออักเสบมหาศาล
▪️ แก๊สพิษ เช่น NO₃⁻ และ CO ซึ่งเป็นต้นทางของสารอนุมูลอิสระ
▪️ โลหะหนัก เช่น เหล็ก แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท ที่เร่งการสร้างสารอนุมูลอิสระรุนแรง
▪️ สารก่อมะเร็ง เช่น Polycyclic aromatic hydrocarbon (PAH)



🫁 แล้ว PM2.5 เข้าปอดแล้วเกิดอะไรขึ้น?

1. กระตุ้นตัวรับเคมีในทางเดินหายใจเลยค่ะ
→ สมองสั่งงานระบบ sympathetic เพิ่ม
→ ร่างกายอยู่ในภาวะ stress ระดับต่ำแบบเรื้อรังได้

2. ถูกเม็ดเลือดขาวในปอด (dust cell) จับกิน
→ ปล่อยสารก่ออักเสบ
→ สารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด

3. และที่เพิ่งค้นพบเลยคือ
เซลล์ตัวอ่อนเกล็ดเลือดชื่อเซลล์ MK
(MK = Megakaryocyte นะคะ อย่าคิดมาก)
จับกิน พอโตเป็นเกล็ดเลือด
→ เกล็ดเลือดตัวนี้จะพา PM2.5 ไปทั่วร่างกาย

ดังนั้นบทสรุป ณ ตรงนี้คือ PM2.5 ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่ปอดแล้ว
มันเร่งการอักเสบได้ทั่วเลยค่ะ



💔 คราวนี้มาดูเฉพาะกลไกหัวใจขาดเลือดนะคะ
ต้นเหตุมันมาจากคราบไขมันสะสมผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ซึ่งตัว PM2.5 เร่งแทบทุกขั้นตอน

1. ทำลายแก๊ส nitric oxide
→ หลอดเลือดขยายตัวได้น้อยลง
→ การป้องกันลิ่มเลือดลดลง

2. nitric oxide ถูกดึงไปสร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่ม
→ ภาวะ oxidative stress สูงขึ้น

3. เยื่อบุผนังหลอดเลือดอักเสบ
→ LDL และเม็ดเลือดขาวแทรกเข้าสู่ผนังได้ง่ายขึ้น

4. LDL ถูกเปลี่ยนเป็นชนิดอันตราย (oxLDL) มากขึ้น
→ เม็ดเลือดขาวจับกินมากขึ้น
→ การอักเสบยิ่งรุนแรง

5. เม็ดเลือดขาวสะสมคลอเลสเตอรอลและตๅยเร็ว
→ คราบไขมันหนาขึ้นเรื่อยๆ

6. HDL ลดลง
→ การขนคลอเลสเตอรอลออกจากผนังหลอดเลือดลดลง

7. ในหลอดเลือดที่เริ่มตีบ
→ เลือดไหลเร็วขึ้น
→ ผนังถูกถูแรงและฉีกขาดง่ายขึ้น

8. เมื่อเกิดการฉีกขาด
→ เยื่อบุอักเสบ + nitric oxide ต่ำ
→ ระบบการแข็งตัวของเลือดถูกกระตุ้น
→ ลิ่มเลือดเกิดได้ง่ายและรุนแรงขึ้น


มันกระตุ้นอย่างละนิดอย่างละหน่อยแต่ทุกกลไกค่ะ
ก็ไม่ใช่คนโดนแล้วจะเป็นภาพนี้ทันที

ความรุนแรงขึ้นกับ
ปริมาณที่สัมผัส → ระยะเวลา → โรคประจำตัวเดิมของแต่ละคน



😷 การป้องกันยังสำคัญที่สุด

ควรตรวจระดับ PM2.5 ก่อนออกจากบ้าน
การสวมหน้ากากช่วยลดการรับสารพิษได้
ในวันที่ค่าฝุ่นสูง การใช้หน้ากาก N95 ไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น
และแม้หน้ากากทั่วไปจะกันได้ไม่สมบูรณ์
ก็ยังดีกว่าไม่ป้องกันเลยค่ะ

สวัสดีปีใหม่ 2569 🙏🏻💫ลูกค้า ลูกเพจทุกท่านค่ะขอให้ทุกท่านพอเจอแต่ความโชคดี ความร่ำรวย ความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรง 🩷
31/12/2025

สวัสดีปีใหม่ 2569 🙏🏻💫
ลูกค้า ลูกเพจทุกท่านค่ะ
ขอให้ทุกท่านพอเจอแต่ความโชคดี ความร่ำรวย
ความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรง 🩷

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย🤍🖤🙏🏻และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ข้าพระพุทธเจ้าร้านยาเบสแคร์ ...
25/10/2025

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย🤍🖤🙏🏻
และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘

ข้าพระพุทธเจ้า
ร้านยาเบสแคร์ ฟาร์มา

22/10/2025

กินยา Cefdinir ทำไมอุจจาระเป็นสีแดง‑ส้ม? อันตรายไหม

บทคัดย่อ
อุจจาระสีแดง-ส้มที่พบระหว่างการใช้ cefdinir มักเกิดจากการเกิดสารประกอบ cefdinir–iron complex ที่ไม่ถูกดูดซึมในทางเดินอาหาร โดยมีสีคล้ายเลือดแต่ให้ผลลบต่อการตรวจ guaiac/occult blood และมักหายได้เองเมื่อหยุดยา อาการนี้ไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินหากไม่มีสัญญาณอันตราย (red flags) ร่วม เช่น มีไข้ ปวดท้องรุนแรง ท้องเสียรุนแรง หรือมีเลือดออกทางทวารหนัก ควรสอบถามประวัติการได้รับยา iron, อาหารเสริมเด็ก หรือผลิตภัณฑ์ที่มี iron และแนะนำให้เว้นระยะการให้ยา cefdinir และ iron อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการลดการดูดซึมของยา และลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยหรือผู้ปกครอง

พยาธิสรีรกลไก
ภาวะอุจจาระสีแดง‑ส้มที่พบระหว่างการใช้ cefdinir เกิดจากตัวยาหรือเมตาบอไลต์ของยาเกิดปฏิกิริยาจับกับ ferric ion (Fe³⁺) ในทางเดินอาหาร กลายเป็นสารประกอบที่ไม่ถูกดูดซึม (non-absorbable complex) และถูกขับออกทางอุจจาระ ทำให้อุจจาระเปลี่ยนสีโดยไม่ใช่เลือดจริง ภาวะนี้พบได้บ่อยในทารกหรือเด็กที่ได้รับนมผงเสริม iron (iron-containing infant formula) หรือในผู้ป่วยที่รับประทาน iron supplement หรือ multivitamin with iron ร่วมกับยา

ลักษณะทางคลินิกและระยะเวลา
ภาวะอุจจาระสีแดงจาก cefdinir มักเริ่มภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังเริ่มยา และหายไปภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังหยุดยา ผลการตรวจ guaiac/occult blood มักให้ผลลบ และโดยทั่วไปผู้ป่วยไม่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารอื่นร่วม เช่น ปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสีย มีรายงานเคสที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ซ้ำได้เมื่อให้ยา cefdinir อีกครั้ง

ความแตกต่างจากเลือดในอุจจาระ (Pseudo‑hematochezia vs True Bleeding)
ลักษณะที่สนับสนุนภาวะ pseudo‑hematochezia จาก cefdinir ได้แก่:
- มีประวัติได้รับ cefdinir ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มี iron
- อุจจาระมีสีแดง‑ส้มสม่ำเสมอ ไม่พบลักษณะเป็นลิ่มเลือด
- ผลตรวจ guaiac/occult blood ให้ผลลบ
- ไม่มีอาการระบบ เช่น ไข้ ปวดท้องแบบบีบตัว (colicky pain) หรือ tenesmus
- สีของอุจจาระกลับเป็นปกติเมื่อหยุดยา หรือหลังจบคอร์สการรักษา
ในผู้ใหญ่ก็มีรายงานลักษณะ guaiac‑negative red stool ที่หายได้เองหลังหยุดยาเช่นกัน (PMC)

เมื่อใดควรสงสัยว่ามีเลือดจริงหรือภาวะรุนแรง ?
หากผู้ป่วยมีอาการ เช่น อุจจาระเป็นน้ำหรือมีเลือดปน (watery/bloody diarrhea), ปวดท้องรุนแรงแบบบีบ (colicky abdominal pain), มีไข้ อ่อนเพลียมาก หรือมีภาวะช็อก ควรพิจารณาภาวะ Clostridioides difficile–associated diarrhea (CDAD) รวมถึงสาเหตุเลือดออกในทางเดินอาหารอื่น ๆ ตามคำเตือนในฉลากยา

ปัจจัยเสี่ยงและผลต่อเภสัชจลนศาสตร์
การได้รับ iron supplement ขนาด 60 มิลลิกรัมของ elemental iron อาจลดการดูดซึม cefdinir ได้ประมาณ 80% ขณะที่ multivitamin with iron ที่มี iron 10 มิลลิกรัม ลดการดูดซึมได้ประมาณ 31% ดังนั้นจึงแนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมงระหว่างการให้ cefdinir กับ iron supplement หรือ antacid ที่มี aluminum หรือ magnesium เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาเชิงซ้อนและลดผลกระทบต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยา
แม้ iron-fortified infant formula ที่ใช้ในปริมาณตามการศึกษาจะไม่ส่งผลต่อการดูดซึมของ cefdinir อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ยังสามารถพบภาวะอุจจาระสีแดงได้จากกลไกการเกิด cefdinir–iron complex ดังกล่าว

สำหรับผู้ป่วย/ผู้ปกครอง
อุจจาระสีแดง‑ส้มที่พบระหว่างการใช้ cefdinir โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มี iron มักไม่ใช่เลือด และจะหายไปได้เองเมื่อหยุดยา หรือเมื่อจบคอร์สการรักษา อย่างไรก็ตาม หากมีอาการถ่ายเหลวรุนแรง ถ่ายมีเลือดปนจริง มีไข้ หรือปวดท้องมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินภาวะ C. difficile และหาสาเหตุอื่นที่รุนแรง

บทสรุป
ภาวะอุจจาระสีแดง‑ส้มจากการใช้ cefdinir มักเป็นภาวะไม่รุนแรง (benign) และไม่พบ heme (heme-negative discoloration) โดยมีสาเหตุจากการเกิด cefdinir–iron complex มากกว่าจะเป็นเลือดจริง พบได้บ่อยในทารกหรือเด็กที่ได้รับผลิตภัณฑ์เสริม iron การซักประวัติ การตรวจ occult blood และการประเมิน red flags มีบทบาทสำคัญในการหลีกเลี่ยงการตรวจที่ไม่จำเป็น และลดความวิตกกังวลของผู้ปกครองหรือผู้ป่วย พร้อมกันนี้ควรแนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมงระหว่างการให้ยา cefdinir กับผลิตภัณฑ์ที่มี iron เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาเชิงซ้อน

เอกสารอ้างอิง
1. Lancaster J, Sylvia LM, Schainker E. Nonbloody, red stools from coadministration of cefdinir and iron-supplemented infant formulas. Pharmacotherapy. 2008;28(5):678–81.
2. Graves R, Weaver SP. Cefdinir-associated “bloody stools” in an infant. J Am Board Fam Med. 2008;21(3):246–8.
3. Roath MC, Di Palma JA. Correspondence: Cefdinir and red stool. Gastroenterol Hepatol (N Y). 2013;9(6):338.
4. Al Okla S, Prashanth GP, Kurbet S, Al Attraqchi Y, Asaad A. Emergent “bloody diarrhea” associated with the use of oral cefdinir in young children: a brief report and review of literature. J Emerg Med. 2023;64(2):220–3.
5. Shammout A, Pazderka P. Bloody stools in the emergency room: cefdinir-induced red stools in a 7-month-old male. Cureus. 2024;16(9)\:e68887.
6. U.S. National Library of Medicine. CEFDINIR capsule [prescribing information]. DailyMed [Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US);

✅✅✅
21/09/2025

✅✅✅

🥤อันตรกิริยาระหว่างน้ำผลไม้กับยา

น้ำผลไม้เป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมบริโภคในชีวิตประจำวันและมักถูกมองว่าเป็นอาหารสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มีรายงานทางวิชาการระบุว่าน้ำผลไม้บางชนิดอาจก่อให้เกิดอันตรกิริยากับยา โดยเฉพาะเมื่อบริโภคในปริมาณมากหรือบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลไกที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1. การยับยั้งหรือกระตุ้นเอนไซม์ในกลุ่มไซโตโครม พี 450 (Cytochrome P450; CYP450) โดยเฉพาะเอนไซม์ CYP3A4

2. การรบกวนการทำงานของโปรตีนลำเลียงยา เช่น พี-ไกลโคโปรตีน (P-glycoprotein; p-gp)

กลไกเหล่านี้ทำให้การดูดซึม การกระจายตัว การเมแทบอลิซึม และการขับถ่ายยาถูกเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ระดับยาในเลือดสูงหรือต่ำกว่าปกติ และอาจมีผลทางคลินิกที่ไม่พึงประสงค์

ตัวอย่าง น้ำผลไม้ที่มีอันตรกิริยากับยา
1. น้ำเกรปฟรุต
💊 Simvastatin, lovastatin, amiodarone, cyclosporine, carbamazepine (CYP3A4 substrates)
⚠️ เพิ่มระดับยาในเลือด → เสี่ยงพิษจากยา

2. น้ำส้ม
💊 Alendronate, fexofenadine, atenolol, montelukast
⚠️ ลด bioavailability → ลดประสิทธิภาพยา

3. น้ำส้มเสริมแคลเซียม
💊 ยาที่มี Al, ธาตุเหล็ก, fluoroquinolones (ciprofloxacin)
⚠️ ลดการดูดซึมยา

4. น้ำแอปเปิล
💊 Fexofenadine, atenolol, montelukast, aliskiren
⚠️ ลด bioavailability → ลดประสิทธิภาพยา

5. น้ำส้มโอ
💊 Sildenafil, cyclosporine
⚠️ ลดฤทธิ์ sildenafil แต่เพิ่มพิษ cyclosporine

6. น้ำทับทิม
💊 Sildenafil
⚠️ เพิ่ม bioavailability → เสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์

7. น้ำแครนเบอร์รี่
💊 Simvastatin
⚠️ เพิ่มเสี่ยงตับอักเสบ และ rhabdomyolysis

✅ สรุป
น้ำผลไม้บางชนิดที่บริโภคในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลกระทบต่อยาที่ใช้ได้ โดยเฉพาะหากบริโภคในปริมาณมาก ประเด็นที่ต้องคำนึงถึงคือ น้ำผลไม้สามารถลดประสิทธิภาพของยาหรือเพิ่มความเป็นพิษของยาได้

💢ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา อาจต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำผลไม้บางชนิดระหว่างการใช้ยาบางประเภท💢

📝 บทความโดย: เภสัชกร หน่วยข้อมูลยาและพิษวิทยา

📸 รูปภาพประกอบโดย: นายนภดล ปฏิรัตนัง
(นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์)

💬 เผยแพร่โดย: ทนพญ. รัษฎา บุญประเสริฐ
(นักเทคนิคการแพทย์ เชี่ยวชาญ)

#สาระพิษวิทยา #ศูนย์พิษวิทยาศิริราช

OMEPRAZOLE  ✅ ทุกท่านสังเกตุยาประจำตัวของตนเอง และคนในครอบครัวด้วยนะคะ 🫶🏻
08/08/2025

OMEPRAZOLE ✅ ทุกท่านสังเกตุยาประจำตัวของตนเอง และคนในครอบครัวด้วยนะคะ 🫶🏻

Omeprazole ยาสามัญที่มีการใช้บ่อยมาก
ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องมีการใช้ในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหาร ได้แก่

📍ผู้ป่วยที่ได้รับยา dual anti platelets (DAPT) ที่มีปัจจัยเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง
- ประวัติ GI ulcer/hemorrhage
- ใช้ anticoagulants
- ใช้ NSAIDs
- ใช้ steroids

📍ผู้ป่วยที่ได้รับยา DAPT ที่มีปัจจัยเหล่านี้ 2 ข้อขึ้นไป
- อายุ 65 ปีขึ้นไป
- Dyspepsia
- GERD
- H. pylori infection
- chronic alcohol use

📌 อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญ (ไม่ได้เกิดกับทุกคน บางอย่างพบได้น้อย) ได้แก่
- Atrophic gastritis หรือกระเพาะอาหารฝ่อซึ่งอาจจะนำไปสู่การเกิดการขาดวิตามินบี 12 ทำให้เกิดโรคโลหิตจางและอาจทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้
- สัมพันธ์กับการติดเชื้อ Clostridoides difficile ซึ่งทำให้เกิดโรคท้องเสียลำไส้อักเสบเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่นอนโรงพยาบาล
- สัมพันธ์กับการเกิดกระดูกหัก (hip, wrist, spine factures) โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกพรุน โดยมากเมื่อใช้ยา 1 ปีขึ้นไป
- สัมพันธ์กับการเกิดภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ โดยมากเมื่อใช้ยา 3 เดือนขึ้นไป

ดังนั้น เมื่อมีการใช้ยานี้ในระยะยาวจึงควรต้องติดตามอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้ด้วยนะครับ 

(ข้อมูลนี้รวมถึงเอกสารอ้างอิง มีเขียนสรุปในเล่ม short note โรคในร้านยาและ pharmacotherapy ด้วยครับ)

ที่อยู่

207 ถนน ผังเมือง 4 (เยื้องปากซอยปะจูรง) ก่อนถึงตลาดสดผังเมือง 4 ตำบล สะเตง อำเภอ เมือง
Yala
95000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 21:00
อังคาร 09:00 - 21:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 09:00 - 21:00
อาทิตย์ 14:00 - 21:04

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เบสแคร์ ฟาร์มา Bestcare Pharmaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์