เขียวจนเหนียวติดหนวด SnoopCat

เขียวจนเหนียวติดหนวด SnoopCat รักษาผู้ป่วย

KDKT 🐢🕶️🔥5 แถม 5 350-. 💚10 แถม 10 500-. 💚มีปลายทาง
02/13/2023

KDKT 🐢🕶️🔥
5 แถม 5 350-. 💚
10 แถม 10 500-. 💚
มีปลายทาง

01/24/2023

😊💚🙏

10/26/2022

💚

ของจริง ตรงปก 😊🙏
10/20/2022

ของจริง ตรงปก 😊🙏

10/20/2022

🐢

10/04/2022

🏝️🐢🙏😊

10/02/2022

"ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร
เราไม่สามารถรู้ทุกตอนของชีวิตอีกคนหนึ่งได้
เราจึงไม่จำเป็นต้องไปตัดสินใคร
ด้วยแค่ด้านใดด้านหนึ่งที่เราเห็น
ที่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของเขา"

-----

น้องฟรัง นักแสดงสาว พูดเกี่ยวกับเรื่อง social bullying ในงาน TED X CHULALONGKORNU เธอพูดถึงตัวละครที่เธอเคยเล่นชื่อ ‘ออย’ คนเห็นออยในตอนแรก จะเกลียดการกระทำของตัวละครตัวนี้มาก มีแต่ comment ด่า แต่ปรากฏว่า พอฉายตอนต่อไป คนไปได้ทราบปูมหลังที่เฉลยว่า ทำไมตัวละครตัวนี้ จึงเป็นคนแบบนี้ กลับมีแต่คนสงสาร เห็นใจ และเข้าใจออย

‘ออย’ ยังโชคดี ที่เป็นตัวละครให้คนได้เห็นทุกตอนของเธอ จนในที่สุดคนที่เคยตัดสินเธอด้วยคำเลวร้าย กลับเข้าใจเธอมากขึ้นได้…แต่ในชีวิตจริง คงไม่เป็นเหมือนที่ออยเจอมาแน่ๆ

ทันทีที่ชีวิตเราพบเจอผู้คน และการกระทำของเขา…
เราเห็นคนอื่น ในแบบที่เราไม่ชอบ
เราตัดสินทันทีว่ามันคือความไม่ดีในตัวคนคนหนึ่ง
ทั้งๆที่ เราไม่รู้จักชีวิตของเขาด้วยซ้ำ

ออกมาเป็นการนินทา ดูถูก และให้ร้าย

เช่น

เราเห็นคนรวย ที่อวดของแบรนด์เนม
เราไม่เคยเห็นตอนเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำ
เราไม่เคยเห็นวันที่เขาลำบาก
เราไม่รู้พื้นฐานครอบครัวเขา
เราไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เขานำเสนอทั้งหมด
แต่เรามักมีคำพูดแย่ๆมากมายที่จะตัดสินการกระทำของเขา

คำถามคือ
“เรารู้จักเขาดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เราเห็นทั้งหมดของชีวิตเขารึเปล่า?”
“เราเข้าใจเขาและวิธีคิดของเขาหรือไม่?”
“เราเอาอะไรมาสรุปว่าเขาดี หรือไม่ดี เพียงมุมที่เราเห็นมันพอรึเปล่า?”

เราแค่คิดว่าเราเห็นสิ่งนั้นแล้วเราพูดถึงเขา
เราไม่รู้หรอกว่า คำพูดที่ตัดสินเขา มันส่งผลอะไรได้บ้าง

เรากำลังทำให้คนอื่นเข้าใจผิดในตัวเขา
เรากำลังทำร้ายคนที่เรากล่าวถึง
เรากำลังทำให้ตนเองดูแย่ลงที่เอาเรื่องของคนอื่นไปพูดไม่ดี
เรากำลังทำให้เรื่องที่เราตัดสินไปเอง แพร่กระจายออกไป ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด

เราไปตัดสินเขาทำไม
ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย

ในเมื่อที่เราเห็นก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตใคร
ก็ไม่มีใครที่ควรต้องถูกตัดสินด้วยคำพูดร้ายๆจากเราเช่นกัน

#ตุ๊ดส์review

// เขียนไว้เตือนสติตัวเอง จึ้กๆ

ในมุมของคนที่ถูกพูดถึง...
เราแคร์ทุกคนบนโลกไม่ไหว เราแคร์ได้มากสุดก็คือความสุขตัวเอง เราอาจจะอธิบายความเป็นเราให้ทุกคนบนโลกรู้จักเราทุกมุมทุกด้านไม่ไหว แล้วก็ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เพราะมันคือเรื่องของเรา

การตัดสินคนด้วยภาพหนึ่งภาพ มันง่ายมาก เขาไม่ได้รู้จัก หรือเห็นเราในทุกมุมเสียหน่อย จึงไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเสียเวลากับทุกคน

แต่นั่นแหละคือปัญหาของคนอื่น ไม่ใช่ปัญหาของเรา ถ้าเราเอาปัญหาของเขามาเป็นของเรา เราจะหาความสุขในชีวิตไม่ได้เลย

"...เราแค่เป็นตัวของเราเอง และมีความสุขกับการเป็นตัวเอง...ที่ต้องช่างแม่งคำเลวๆของคนอื่นให้เป็น"

09/22/2022

Test

KDKT 🐢🕶️ ส่งฟรี 🔥3 แถม 3 300-. 💚6 แถม 6 450-. 💚มีปลายทางสนใจข้อความหรือ👇https://lin.ee/6oAwfyP
09/14/2022

KDKT 🐢🕶️ ส่งฟรี 🔥
3 แถม 3 300-. 💚
6 แถม 6 450-. 💚
มีปลายทาง
สนใจข้อความหรือ👇
https://lin.ee/6oAwfyP

09/08/2022

1) เราสังเกตว่าครอบครัวไทย หรือระบบการศึกษาเรา ชอบถามความฝันเด็ก "โตขึ้นอยากเป็นอะไร?" พยายาม force ให้เรามีเป้าหมาย ต้องอยากเป็นนั่นเป็นนี่ เอาจริงๆ เราว่าเด็กก็ตอบไปมั่วๆแหละ ในใจก็คือ "กูยังไม่อยากเป็นอะไรเลยค่ะ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน" เราเชื่อว่ามีเด็กคิดแบบนี้ แค่อยากเป็นเด็กที่มีความสุข ได้วิ่งเล่น กินขนม มีพัฒนาการที่สมวัย ตามวัย ยังไม่คิดอะไรเรื่องฝันยิ่งใหญ่เลย แต่ผู้ใหญ่รอให้เราแบกฝันซะแล้วล่ะสิ!

2) กระบวนการศึกษาบ้านเรา ก็พยายามจะ shape เด็กตั้งแต่แผนการเรียนหรือสายการเรียน ให้รู้ตัวว่ารีบถนัดอะไร รีบแยกสาย แยกคณะ พุ่งไปเป้าไปข้างหน้า มีความกดดันในทางเลือกด้วย แต่ในขณะที่ให้เลือก ลืมไปรึเปล่าว่าจริงๆ ก็มีเด็กบางส่วนที่ยังไม่ตกผลึก หาไม่เจอ แต่ก็เรียนๆไปก่อน ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วพอมันไม่ชอบทีหลัง ก็กลับลำไม่ได้แล้ว เพราะลงทุนไปแล้ว เสียเวลากับมันไปแล้ว

3) การค้นหาตัวตนว่าชอบอะไรจึงสำคัญ หมายถึงอยู่กับสิ่งที่ชอบ อยากเรียนรู้ไปได้นานๆ ไม่ได้หมายถึงความฝันเสมอไปนะ เช่น แสนดีเรียนประวัติศาสตร์ เพราะชอบวิชาทางนี้ เขามีความสนใจด้านนี้ อยากเป็นนักประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือ Big Dream หรือต้องไปเป็น เอาสิ่งที่ชอบมากดดันชีวิตตัวเอง แต่อย่างน้อยฉันรู้แล้วแหละว่าอยู่กับอะไรแล้วมีความสุข อันนี้ควรต้องรู้ ทุกคนควรมีสิ่งที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขนะ

4) เราคิดว่าฝันจริงๆของคนแต่ละคนในสังคม อาจจะมีเป็นบางคนเท่านั้นที่มี แต่บางคน 'จำเป็นต้องมี' เพราะสังคม ครอบครัว และเพื่อนฝูงเป็นตัวบีบคั้นให้ตัวเองต้องมีบ้าง แล้วทำๆมันไป เรียนๆมันไป ทั้งๆที่ความจริงก็ยังไม่รู้ว่ากูชอบมันไหม เพราะสังคมพยายามบอกให้คุณต้องมีเป้าหมาย ต้องมีฝันนะ ถึงจะ complete ให้ชีวิตคุณมันสมบูรณ์ ไม่มีไม่ได้เลยนะ

5) เราว่าการไม่มีฝันไม่ผิด แล้วการยังไม่รู้ว่าฉันอยากเป็นอะไร ไม่ได้ใจร้ายกับเราเกินไป แต่มันจะได้พาเราไป "ชิมชีวิต" ทดลองหลายๆอย่าง แสนดีใช้คำว่า "Flow" หมายถึงการปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามเส้นทางของมัน โดยไม่ต้องบังคับบีบคั้นตัวเอง แต่ถามว่าแนวคิดนี้ทำไมสำหรับบางครอบครัวจึงมีปัญหา??? เพราะครอบครัวบางคนไม่มีเวลาให้เขาได้คิดแบบนั้น เธอต้องรีบสำเร็จ เพื่อให้ครอบครัวสบาย เธอต้องมีเป้าหมายนะ นั่นหมายความว่าแสนดี เกิดมาในครอบครัวที่คุณชัชชาติไม่ได้บีบรัดหรือเคร่งเครียดเป้าหมายของลูกให้ประสบความสำเร็จเพื่อกลับมาตอบแทนครอบครัว หรือทำเพื่อตัวเอง เพียงแต่แค่อยากเห็นลูกมีความสุขเติบโตมาได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง เขาจึงอยู่ในสภาพที่ "ไร้ความกดดัน"

6) เด็กไทยโตมาแบบการถูก "ฝากความฝัน ฝากความหวัง" แบกอะไรบนบ่าแทนพ่อแม่ไว้เพียบเลย เพราะต้องมีเป้าหมายหนึ่งคือ "ดูแลครอบครัวได้" นั่นทำให้ฝันของเด็กไทยต้องชัด โดยเฉพาะบ้านเด็กที่ไม่ elite ไม่ได้ร่ำรวย ฝันหรือเป้าหมายยิ่งต้องก้อนโต แบกถุงฝันหนักบ่ามากๆ เพราะรายได้ต้องดี ชีวิตต้องมั่นคง ต้องดูแลพอแม่ได้ จะมาคิดว่าไม่มีฝัน ชิลๆ ครอบครัวไม่โอเคกับคุณหรอกฮะ บ้านที่ยากจน หรือไม่ได้ร่ำรวยมาก ความกตัญญูกตเวทีต้องยืนหนึ่ง แน่นอนล่ะ เบี่ยผู้สูงอายุเดือนละหลักร้อย จะไม่กตัญญูกตเวทีได้ยังไง

7) การปล่อยชีวิตไหล ในมุมของแสนดี เราว่าดูสบายๆ แล้วเหมือนพาตัวเองไปชิมชีวิตเรียนรู้อะไรได้หลากหลายดี แต่ในขณะที่ผู้ใหญ่ จะมองว่าเด็กที่คิดแบบนี้คือเด็กไม่มีอนาคต เอ้า! กูผิดอีก ที่กูอยากใช้ชีวิตแบบที่ค่อยๆใช้เรียนรู้ไปตามธรรมชาติของเส้นทางชีวิต ดังนั้นตรรกะของแสนดี น่าสนใจก็จริง แต่บริบทของสังคม และความกดดันทางครอบครัว ไม่ได้อนุญาตให้คุณปล่อยไหล เขาตีความว่าคุณไม่มีอนาคตและผิดมหันต์เลยล่ะ

8 ) เรามีตัวอย่างจากการเคยนั่งฟังสัมภาษณ์ "คุณป๋อง กพล ทองพลับ" พี่เขาชอบฟังเรื่องผีแต่เด็ก เขาไม่ได้มีฝันว่าโตมาอยากเป็นผี หรือเป็นดีเจนะ แต่ชีวิตพาเขาไปเป็นคนที่อยู่กับสิ่งที่ชอบคือ "นักฟังเรื่องผี" เขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวืตพาเขามาเป็นอาชีพนีกฟังเรื่องผีได้ยังไง แต่จะเห็นว่ามันไม่ใช่ฝัน ไม่ใช่ภาพสุดท้ายของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาอยู่กับมันแล้วสนุก อยากทำมันเรื่อยๆ การมีสิ่งที่ชอบมันดีนะ แต่มันไม่ต้องบังคับใครให้เธอมีฝัน ทุกคนใช้ชีวิต เดินทางไป และพบเจอเส้นทางจากสิ่งที่ชอบ + จังหวะชีวิตได้เสมอเลยนะ ตามแต่โอกาสชีวิตจะพาเราไปทดลองชิมประสบการณ์ที่เราสนใจ แม้เราไม่ได้มีฝันยิ่งใหญ่เสมอไปครับ

9) ไม่มีฝันก็ไม่มี แต่สิ่งที่ต้องมีคือ วันนี้มีความสุขรึยัง? แต่ละวันที่ใช้ชีวิตเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีคุณค่า และให้คุณค่ากับตัวเอง รักตัวเอง และทำดีกับตัวเองในทุกวัน ไม่มีฝัน ไม่ได้เป็นปัญหาของเรา แต่มันมักเป็นปัญหาของคนอื่นที่ตัดสินเราน่ะสิ ฝันในหัวกู แต่หนักหัวคนอื่นได้ไงวะ???

ฝัน หรือไม่ฝันไม่รู้ไม่เป็นไร รู้แค่ว่า "อย่าบังคับให้ใครฝันก็พอ" เพราะฝันมันเป็นของแต่ละคน ไม่ควรมีใครแบกฝันของคนอื่น แล้วโกหกว่าฉันมีฝันอยู่เลย

IG : Tootsyreview
TW : ThinkTalkLoud
#ตุ๊ดส์review


ที่มา : VDO สัมภาษณ์ Sanpiti Sittipunt ข้อดีของการไม่มีความฝัน จาก Workpoint Today

08/31/2022

ทุกสิ่งล้วนลวงตา เงินตราทำให้เราออกห่างจากคำว่ามนุษย์

08/05/2022

กัญชาก็เหมือนอาหารตามสั่ง

เราไม่รู้ว่าร้านไหนดี หรือไม่ดี ถ้าไม่ได้ลองชิม

ชอบก็แดกอีกรอบ ไม่ชอบก็ร้านอื่นครับ

😸

Address

Miami, FL

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when เขียวจนเหนียวติดหนวด SnoopCat posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share

Category