Điều Trị Dứt Điểm Tiểu Đường-Blood D

Điều Trị Dứt Điểm Tiểu Đường-Blood D Blood D - Điều trị khỏi cho hàng triệu bệnh nhân trên khắp các nước Hoa Kỳ, Úc, Canada
⭐⭐⭐⭐⭐ Hotline: Úc +61485971233
Hoa Kỳ: +1 (916) 890 7740

Chế độ ăn uống đóng vai trò quan trọng trong điều trị bệnh tiểu đường. Nhằm đảm bảo người bệnh tiểu đường có thể vừa kiể...
06/12/2024

Chế độ ăn uống đóng vai trò quan trọng trong điều trị bệnh tiểu đường. Nhằm đảm bảo người bệnh tiểu đường có thể vừa kiểm soát được lượng đường trong máu mà vẫn được cung cấp đầy đủ các thành phần dinh dưỡng, mang lại hiệu quả điều trị tối ưu

Vì sao tiểu đường tuýp 2 không điều trị sẽ nặng?Người dân truyền tai nhau tiểu đường tuýp 2 là bệnh nặng vì nghĩ pha...
06/10/2024

Vì sao tiểu đường tuýp 2 không điều trị sẽ nặng?
Người dân truyền tai nhau tiểu đường tuýp 2 là bệnh nặng vì nghĩ phải ăn uống kiêng khem. Việc thay đổi thói quen ăn uống “xả láng” hàng ngày, khiến người bệnh hoang mang, lo lắng. Tuy nhiên, tình trạng bệnh nặng hay nhẹ đều tùy thuộc vào việc tuân thủ chế độ ăn, uống thuốc theo đúng chỉ định của bác sĩ. Nhiều người mắc bệnh tiểu đường 30 năm vẫn sống khỏe nhờ kiểm soát tốt đường huyết. Trong khi đó, nhiều trường hợp mới phát hiện bệnh đã biến chứng nặng do không tuân thủ điều trị.

06/09/2024

TIỂU ĐƯỜNG TUYP 1-TUYP 2 NẶNG MẤY CŨNG KHỎI CHỈ SAU VÀI TUẦN SỬ DỤNG
Không Insulin- Không Thuốc Tây - Không Bệnh Viện
👉Chỉ sau 1 liệu trình hiệu quả rõ ràng
- 6-7 ngày: Hếtt mất ngủ, tiểu đêm
- 10-15 ngày: Hếtt mờ mắt, nhìn rõ hơn
- 20-30 ngày: Hếtt tê bì tay chân
- sau 30 ngày: Đường huyết trở về 5-6 chấm và duy trì suốt đời
Chi phí chỉ rẻ bằng một phần nhỏ so với đến viện
✅ Sản phẩm được đã được chứng nhận, và được nhiều chuyên gia tiểu đường khuyên dùng. Hàng ngàn người đã khỏi TIỂU ĐƯỜNG sau khi sử dụng sản phẩm.
-------------------------------------
⭐ Được Nghiên Cứu - Sản Xuất tại Hoa Kỳ
⭐ Được kiểm định và cấp chứng nhận FDA và GMP
🌎 Blood D đã có mặt tại Mỹ, Canada, Úc, Anh, Đức.. và 16 quốc gia khác trên toàn thế giới
✈️ MIỄN PHÍ VẬN CHUYỂN TOÀN THẾ GIỚI
-------------------------------------
Đừng để bệnh nặng mới tìm cách chữa trị.
☎️ Vui Lòng Để Lại [SỐ ĐIỆN THOẠI] - Bác Sĩ Trung Tâm Gọi Tư Vấn Điều Trị Và Gửi Giá Thuốc Ưu Đãi !

01/18/2024
คุณจะหลีกเลี่ยงโรคเบาหวานได้อย่างไรบ้างโรคเบาหวานเป็นโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต และคร่าชีวิตผู้คนกว่าล้านคนในแต่ละปี...
01/04/2024

คุณจะหลีกเลี่ยงโรคเบาหวานได้อย่างไรบ้าง
โรคเบาหวานเป็นโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต และคร่าชีวิตผู้คนกว่าล้านคนในแต่ละปี มันเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้

สาเหตุของโรคเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลหรือกลูโคสในกระแสเลือดได้ โรคเบาหวานอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว สโตรกหรือโรคหลอดเลือดสมอง ตาบอด ไตล้มเหลว และการตัดอวัยวะส่วนล่าง

เบาหวานเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประชากรโลก องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่าทั่วโลกมีคนป่วยโรคเบาหวานราว 422 ล้านคน ซึ่งมากกว่าเมื่อกว่า 40 ปี ก่อนถึง 4 เท่า

แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานกลับไม่รู้ตัวว่าตนเองป่วยเป็นโรคนี้ อย่างไรก็ดี การปรับวิธีการใช้ชีวิตสามารถป้องกันโรคนี้ได้ในหลายกรณี บีบีซีรวบรวมมาไว้ ดังนี้

สาเหตุของโรคเบาหวาน
เมื่อเรารับประทานอาหาร ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตและเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลกลูโคส หลังจากนั้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่าอินซูลิน ซึ่งผลิตในตับอ่อน และสั่งให้เซลล์ร่างกายของเราดูดซับน้ำตาลเหล่านั้นให้เป็นพลังงาน
เบาหวานมีกี่ชนิด
โรคเบาหวานมีหลายชนิด

ชนิดที่ 1 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่เกิดจากตับอ่อนหยุดผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้น้ำตาลกลูโคสสะสมในกระแสเลือด

นักวิทยาศาสตร์ไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เชื่อว่าอาจเป็นผลจากพันธุกรรมหรือผลจากการติดเชื้อไวรัสที่เข้าไปทำลายเซลล์ที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินในตับอ่อน ผู้ป่วยโรคเบาหวานราว 10% ป่วยเป็นเบาหวานชนิดนี้

ชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่มีสาเหตุจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาไม่เพียงพอ หรือตัวฮอร์โมนอินซูลินเองทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ

เบาหวานชนิดนี้มักจะเกิดในคนวัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาวที่มีน้ำหนักเกินและไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย รวมทั้งประชากรบางกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชียใต้
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) หญิงตั้งครรภ์บางรายอาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานได้ เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอสำหรับแม่และลูกในครรภ์

งานวิจัยหลายชิ้น ซึ่งศึกษาเกณฑ์การเป็นเบาหวานของหญิงตั้งครรภ์ พบว่า หญิงตั้งครรภ์ 6-16% จะมีภาวะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลด้วยการดูแลอาหาร การออกกำลังกาย และ/หรือ การฉีดฮอร์โมนอินซูลินเพื่อป้องกันไม่ให้พัฒนาเป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2

ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) คนทั่วไปอาจได้รับการวินิจฉัยให้เป็นภาวะก่อนเบาหวาน นั่นคือภาวะที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้นและอาจนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด

โรคเบาหวานมีอาการอย่างไร
อาการที่พบได้ส่วนมากเมื่อเป็นเบาหวาน:

รู้สึกกระหายน้ำรุนแรง
ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
อ่อนเพลียมาก
น้ำหนักลดลงโดยไม่ได้พยายาม
มีภาวะการติดเชื้อราที่กลับมาเป็นหลายครั้ง โดยโรงพยาบาลศิริราชอธิบายว่าเป็น การติดเชื้อราที่ช่องคลอด หรือการติดเชื้อราที่ผิวหนัง
ตามัว
แผลเรื้อรังหรือรอยถลอกที่รักษาไม่หาย
ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ระบุว่า อาการของเบาหวานชนิดที่ 1 มีแนวโน้มที่จะเกิดกับผู้ป่วยในวัยเด็กหรือวัยรุ่น และมีความรุนแรงมากกว่า

ส่วนคนที่มีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะอยู่ในวัยที่อายุมากกว่า 40 ปี แต่สำหรับชาวเอเชียใต้อาจอยู่ที่ 20 ปี หรือมีพ่อแม่พี่น้องที่มีประวัติเป็นเบาหวาน มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และกลุ่มที่เสี่ยงอีกกลุ่มคือ พันธุกรรมในชาวเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียใต้ จีน แอฟโฟร-แคริบเบียน หรือแอฟริกันผิวดำ

ป้องกันโรคเบาหวานได้อย่างไร
การป่วยเป็นเบาหวาน มีปัจจัยขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรือปัจจัยแวดล้อม แต่คุณสามารถช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหมาะสมได้ ด้วยการรับประทานอาหารสุขภาพ เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลแปรรูป เปลี่ยนการกินขนมปังขาวและเส้นพาสตามาเป็นอาหารไม่ขัดสี เป็นก้าวแรกที่ดี

น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์และธัญพืชขัดสีจะมีสารอาหารน้อยกว่า เพราะส่วนที่เป็นเส้นใยและอุดมด้วยวิตามินได้ถูกกำจัดออกไป ตัวอย่างเช่น แป้งขาว ขนมปังขาว ข้าวขาว พาสตาขาว ขนมอบ เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ใส่น้ำตาล ขนมหวาน และอาหารเช้าซีเรียลที่เติมน้ำตาล

ส่วนอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะมีอย่างเช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช รวมทั้งน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถั่ว และน้ำมันปลาที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 จากปลาซาร์ดีน แซลมอน และแมคเคอเรล

สิ่งสำคัญ คือ ต้องรับประทานอาหารเป็นระยะ และหยุดรับประทานอาหารเมื่อรู้สึกอิ่มแล้ว

การออกกำลังกายยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ระบบสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร แนะนำว่าควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น วิ่งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เดินเร็ว เดินขึ้นบันได สัปดาห์ละ 2.5 ชั่วโมง
การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายขึ้น หากคุณจำเป็นต้องลดน้ำหนัก ให้ค่อย ๆ ทำอย่างช้า ๆ ในสัดส่วนระหว่าง 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

สิ่งสำคัญอีกเรื่อง คือ ไม่สูบบุหรี่ และตรวจสอบระดับคลอเรสเตอรอลเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย

ส่วนประกอบฉากสมุนไพรธรรมชาติ ปลอดภัยต่อร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆสารสกัดบอระเพ็ด (tinospora cordifolia extrac...
01/03/2024

ส่วนประกอบฉากสมุนไพรธรรมชาติ ปลอดภัยต่อร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ
สารสกัดบอระเพ็ด (tinospora cordifolia extract)…….200mg
สารสกัดผักเชียงดา(Gymnema leaf extract)…………..100มก
เจี่ยวกุหลาน………………500mg
Adenosin(สารสกัดจากเห็ดถั่งเช่า) …………………5mg
สารสกัดจากต้นอินทนิน Lagerstroemia speciose….60mg
มะระขี้นก ………………500mg
แบะหมึ่งตง…200mg
ตังเซียม……200mg
ไป๋จู๋…………200mg
กวาวเครือจีน …90mg
ตีบ้อ……………40mg
ชิแซนดร้า………25mg
เฉินผี………40mg

12/20/2023
โรคเบาหวานเป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสม อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารเ...
12/19/2023

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสม อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน หากไม่มีอินซูลินเพียงพอ ระดับน้ำตาลในเลือด (กลูโคส) จะสูงเกินไปและอาจทำลายเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งนำไปสู่โรคเบาหวานได้ โรคเบาหวานมีหลายประเภท แต่ทั้งหมดมีลักษณะทั่วไปบางประการ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โรคเบาหวานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ตาบอด และไตวาย

โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อคนทุกวัยและทุกเชื้อชาติ แต่พบมากที่สุดในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ชาวอเมริกันประมาณ 1 ใน 10 คนเป็นโรคเบาหวาน แต่จำนวนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากโรคนี้ได้รับการวินิจฉัยและมีแนวทางในการรักษาที่ง่ายในปัจจุบัน ข่าวดีก็คือมีหลายวิธีในการป้องกันหรือควบคุมโรคเบาหวาน และด้วยการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่จึงสามารถมีชีวิตที่มีสุขภาพดีได้
ระยะโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ระยะที่ 1 : สำหรับระยะนี้ ภูมิต้านทานหรือแอนติบอดีในร่างกายเริ่มทำลายเบตา เซลล์ในตับอ่อน แต่ระดับน้ำตาลในเลือดจะยังอยู่ในระดับปกติ ซึ่งยังไม่เป็นผลอันตรายมากนักต่อสุขภาพ
ระยะที่ 2 : เป็นระยะที่เบตา เซลล์ถูกทำลายมากขึ้น ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง จนระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ แต่ยังไม่แสดงอาการตามร่างกายมากนัก
ระยะที่ 3 : เบตา เซลล์ถูกทำลายจนส่งผลกระทบกับร่างกายมาก จนแสดงอาการของโรค
ระยะโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ระยะที่ 1 : อินซูลินในร่างกายยังผลิตได้ปกติอยู่ แต่เซลล์ในร่างกายไม่ค่อยตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลทำให้ร่างกายไม่ได้นำน้ำตาลในเลือดไปใช้ น้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น
ระยะที่ 2 : ระยะนี้คือ ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) คือเซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลินจนผิดปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงถึงระดับ 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ระยะที่ 3 : ระยะนี้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงถึง 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือสูงกว่า ส่งผลให้เกิดอาการของโรคเบาหวานที่ชัดเจน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
ระยะที่ 4 : เป็นระยะที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เนึ่งจากหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดอันตรายได้ รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อชีวิต

12/18/2023

ช้างศึกโต๊ะเล็ก ร่วมสาย 2 ชาติอาเซียน ศึกชิงแชมป์เอเชีย ล่าตั๋วฟุตซอลโลก ที่ประเทศไทย

สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี จับสลากแบ่งสาย AFC Futsal Asian Cup Thailand 2024 หรือ ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2024 รอบสุดท้าย ซึ่งจะเป็นเวทีคัดเลือก 4 ชาติเอเชีย ไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2024 ที่ ประเทศอุซเบกิสถาน เป็นเจ้าภาพ โดยจับสลากที่สำนักงานใหญ่เอเอฟซี ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันพฤหัสบดี 14 ธันวาคม 2566

📌 ผลการจับสลากออกมาดังนี้

กลุ่มเอ : 🇹🇭 ไทย (เจ้าภาพ), เวียดนาม, เมียนมา, จีน

กลุ่มบี : อุซเบกิสถาน, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก, ออสเตรเลีย
กลุ่มซี : ญี่ปุ่น (แชมป์เก่า), ทาจิกิสถาน, เกาหลีใต้, คีร์กีซสถาน
กลุ่มดี : อิหร่าน, คูเวต, บาห์เรน, อัฟกานิสถาน

ขณะที่ "บิ๊กป๋อม" อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด เผยหลังการจับสลากแบ่งสาย "AFC Futsal Asian Cup Thailand 2024" ที่ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นการคัดเลือก 4 ทีมไปฟุตซอลโลก ว่า

"เราอยู่ในกลุ่มที่มีชาติจากอาเซียน 2 ชาติ เวียดนาม และ เมียนมา ซึ่งเราค่อนข้างคุ้นเคยกัน รวมถึง จีน ที่พบกันก่อนหน้านี้ในการคัดเลือกรอบสุดท้าย เอเชี่ยนคัพ ก็ถือเป็นกลุ่มที่เราน่าจะมีโอกาสที่ดีกับเป้าหมายในการเข้ารอบสอง รวมถึงการเป็นแชมป์กลุ่ม อย่างไรก็ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เพราะทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาได้ล้วนมีศักยภาพที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะเวียดนาม ที่มีความแข็งแกร่ง แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือตัวเราเองที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดให้ได้ตามมาตรฐานของเรา"

"นอกจากนี้หากมองข้ามไปที่ กลุ่มบี ที่จะต้องไขว้กันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งค่อนข้างแข็งกันหมด เรียกว่าเป็น กรุ๊ปออฟเดธ ของการแบ่งสายครั้งนี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น อุซเบกิสถาน, อิรัก, ซาอุดิอาระเบีย, ออสเตรเลีย ล้วนแต่มีโอกาสเบียดกันเข้ารอบน็อคเอาท์ทั้งหมด ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นที่หนึ่งหรือสอง ล้วนแข็งแกร่ง ตรงนั้นก็จะเป็นแมตช์ที่สำคัญที่สุดของเรา เพราะเป็นการชี้ชะตาการไปฟุตซอลโลกสมัยที่ 7"

การแข่งขัน เอเอฟซี ฟุตซอล เอเชี่ยน คัพ 2024 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 เมษายน ที่ ประเทศไทย โดยใช้สังเวียนแข้ง 2 สนาม คือ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก และ บางกอก อารีนา โดย 4 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ จะได้สิทธิ์ไปแข่งขัน ฟุตซอล เวิลด์ คัพ 2024 ทันที

กรณี อุซเบกิสถาน ในฐานะเจ้าภาพฟุตซอลโลก ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ทีมที่แพ้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทั้ง 4 ทีม จะได้สิทธิ์ลงเตะในรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาอันดับ 5 ผ่านเข้าไปเล่นใน ฟุตซอลโลก ต่อไป

#ช้างศึก #บอลไทย #ฟุตซอล #ฟุตซอลไทย #ฟุตซอลทีมชาติไทย #ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย

กินเยอะ แต่ผอม! สัญญาณเตือน “โรค เบาหวาน”โรคเบาหวาน (Diabetes) โรคที่ใครได้ยินแล้วก็ต้องรู้จัก แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่แค...
12/15/2023

กินเยอะ แต่ผอม! สัญญาณเตือน “โรค เบาหวาน”
โรคเบาหวาน (Diabetes) โรคที่ใครได้ยินแล้วก็ต้องรู้จัก แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่แค่คนอ้วนเท่านั้น ที่เป็นโรคเบาหวานได้ คนที่รูปร่างผอมเพรียวเอง ก็มีสิทธิ์เป็นโรคเบาหวานได้เหมือนกัน! เพราะเมื่อผอมแล้ว ความระมัดระวังเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด ก็จะลดลง จนอาจทำให้เป็น โรค เบาหวาน โดยไม่รู้ตัวได้

โรค เบาหวาน คืออะไร?
โรค เบาหวาน คือ ความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน เนื่องจากตับอ่อนผลิตออกมาไม่เพียงพอ หรือใช้ไม่ได้ตามปกติ เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงนาน ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดเสียหาย จนทำลายอวัยวะต่าง ๆ เช่น ไต สมอง หัวใจ
โดยโรคเบาหวานนั้น โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
• เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ อาการจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
• เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน อาการจะแสดงแบบค่อยเป็นค่อยไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นเบาหวาน
อาการที่บ่งชี้ว่า คุณกำลังเป็นโรคเบาหวาน มีได้หลายอาการ เช่น ปัสสาวะบ่อยครั้ง ปัสสาวะกลางคืน คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย เป็นแผลหรือฝีง่าย แต่หายยาก คันตามผิวหนังและอวัยวะสืบพันธุ์ ตาพร่ามัว ชาปลายมือปลายเท้า ความรู้สึกทางเพศลดลง หากบิดามารดาเป็น เบาหวาน มาก่อน ลูกก็จะมีโอกาสเป็นเบาหวาน เพิ่มมากขึ้นถึง 6-10 เท่า

อาการของโรคเบาหวาน
ในระยะแรก โรคเบาหวานจะไม่แสดงอาการผิดปกติ โดยอาจตรวจพบโรคเบาหวาน เมื่อตรวจพบภาวะแทรกซ้อน อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนิด จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่อาการที่พบส่วนใหญ่ คือ
• หิวน้ำมาก หิวน้ำบ่อย
• ปากแห้ง
• ปัสสาวะบ่อย
• หิวบ่อย กินจุ
• น้ำหนักลด หรือเพิ่มอย่างผิดปกติ
• สายตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด
• เหนื่อยง่าย
• มีอาการชา โดยเฉพาะมือ และขา
• บาดแผลหายยาก

การตรวจหาเบาหวาน
ในการตรวจหาเบาหวานนั้น แพทย์จะสอบถามอาการผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วย และบุคคลในครอบครัว และการตรวจร่างกาย แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องอาศัยการตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก โดยวิธีวิเคราะห์ระดับน้ำตาลในเลือด สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
• การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เวลาใดก็ได้
• การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
• การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม หรือฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี
• การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลิน ต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ภาวะแทรกซ้อนของโรค
เบาหวาน เป็นโรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ หากไม่มีการควบคุมเรื่องการกินอาหาร และการดูแลรักษาสุขภาพ อย่างถูกต้อง ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือด สูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อเส้นเลือด ที่นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกาย จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น
• โรคแทรกซ้อนที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต
• โรคแทรกซ้อน ชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน
• โรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาท สามารถทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนได้ นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ และการแท้งบุตรเพิ่มขึ้น
การรักษาโรคเบาหวาน

โรคไตจากเบาหวานคืออะไรโรคไตจากเบาหวาน เป็นโรคไตชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน  โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดโรคไตได้ ประม...
12/14/2023

โรคไตจากเบาหวานคืออะไร
โรคไตจากเบาหวาน เป็นโรคไตชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดโรคไตได้ ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้ใหญ่เป็นโรคไตร่วมด้วย

หน้าที่หลักของไต คือ การกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดเพื่อผลิตเป็นปัสสาวะ ไตจะทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิตและสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการมีสุขภาพที่ดี เมื่อไตถูกทำลาย จะไม่สามารถกรองเลือดได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดการสะสมของของเสียภายในร่างกาย หากไตถูกทำลายจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาด้วย
ไตถูกทำลายจากโรคเบาหวานจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ใช้เวลาหลายปี ดังนั้นคุณสามารถปฏิบัติตนเพื่อปกป้องไตของคุณ และป้องกันหรือชะลอการทำลายไตได้

มีชื่อเรียกอื่นของโรคไตจากเบาหวานหรือไม่
โรคไตจากเบาหวาน (diabetic kidney disease) ย่อว่า DKA อาจเรียกเป็นอย่างอื่น คือ โรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease, CDK) หรือ diabetic nephropathy

โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคไตได้อย่างไร
ระดับน้ำตาลกลูโคสที่สูง จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดที่อยู่ในไตของคุณ เมื่อหลอดเลือดถูกทำลายแล้ว ไตจะไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากจะมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ซึ่งส่งผลเสียทำให้เกิดความเสียหายต่อไตเช่นเดียวกัน

อะไรที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตจากเบาหวาน
การเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายต่อไต ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น ถ้าคุณ

มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินไป
มีระดับความดันโลหิตสูงเกินไป
ปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วยเบาหวานที่จะเพิ่มโอกาสเป็นโรคไต มีดังนี้

สูบบุหรี่
ไม่ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหาร
รับประทานอาหารที่มีเกลือสูง
ไม่ค่อยออกกำลังกาย เฉื่อยชา
น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
เป็นโรคหัวใจ
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต
จะบอกได้อย่างไรว่าฉันเป็นโรคไตจากเบาหวาน
ผู้ป่วยทั่วไปที่เป็นโรคไตจากเบาหวานมักไม่มีอาการ วิธีเดียวที่จะรู้ว่ากำลังเป็นโรคไตจากเบาหวานคือจะต้องเข้ารับการตรวจการทำงานของไต
บุคลากรทางการแพทย์จะใช้เลือด และ ปัสสาวะ เพื่อนำมาตรวจการทำงานของไต เพื่อค้นหาว่าคุณเป็นโรคไตหรือไม่ โดยจะนำปัสสาวะมาตรวจหาสารอัลบูมีน (albumin) และนำเลือดมาตรวจค่าการทำงานของไต ว่ายังสามารถกรองเลือดได้ตามปกติหรือไม่

คุณควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตทุกปี ถ้าคุณ

เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2
เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มาเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปี
วิธีในการทำให้ไตมีสุขภาพดีในผู้ป่วยเบาหวาน
วิธีที่ดีที่สุดในการชะลอหรือป้องกันการเกิดโรคไตจากเบาหวาน คือ การพยายามควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และระดับความดันโลหิตให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลให้มีสุขภาพดี และการรับประทานยา หรือใช้ยาฉีดตามแพทย์สั่ง จะช่วยให้คุณควบคุมโรคให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด และช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย

การควบคุมให้ระดับน้ำตาลกลูโคสได้ตามเป้าหมาย
แพทย์จะตรวจค่าระดับน้ำตาลสะสม (A1C) ซึ่งเป็นการตรวจเลือดที่แสดงให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งค่านี้จะแตกต่างจากระดับน้ำตาลกลูโคสที่ตรวจทุกวันด้วยตนเอง หากค่าระดับน้ำตาลสะสมมีปริมาณสูง หมายถึงตลอดช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา คุณมีระดับน้ำตาลกลูโคสสูงมากตลอด

สำหรับเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยทั่วไป คือ น้อยกว่า 7% แต่อย่างไรก็ตามทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะเป็นผู้บอกว่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณคือเท่าใด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดจะช่วยปกป้องไตของคุณได้

ในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมให้ได้ตามเป้าหมาย แพทย์อาจให้คุณตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด อย่าลืมที่จะวางแผนการรักษาร่วมกับทีมแพทย์ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านอาหาร การออกกำลังกาย และยา โดยให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลคุณว่า คุณควรตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดบ่อยเพียงใด
ควบคุมระดับความดันโลหิต
ความดันโลหิต คือความดันของเลือดที่กระทำกับผนังของหลอดเลือด การที่มีความดันโลหิตสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต ได้

แพทย์ที่ดูแลคุณจะทำงานร่วมกับคุณในการตั้งค่าเป้าหมายของการควบคุมระดับความดันโลหิตที่เหมาะสมกับคุณ โดยทั่วไปแล้วความดันโลหิตเป้าหมายสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ น้อยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์ว่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณคือเท่าใด

ยาที่ช่วยลดความดันโลหิตจะช่วยชะลอการเกิดความเสียหายต่อไตของคุณได้ ยาลดความดันโลหิต 2 ชนิด ได้แก่ ยากลุ่ม เอจ อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) และ ยากลุ่มเออาร์บี (ARBs) เป็นยาที่มีกลไกพิเศษในการปกป้องไตของคุณ เพราะว่ายานี้จะชะลอการเกิดความเสียหายต่อไตในผู้ป่วยเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูงและเป็นโรคไตจากเบาหวาน ชื่อของยาในกลุ่มนี้จะลงท้ายด้วยคำว่า -พริล (-pril) หรือ –ซาร์ทาน (-sartan) ยาในกลุ่ม เอจ อินฮิบิเตอร์ และ เออาร์บี นั้น เป็นยาที่ไม่ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์

การสร้างหรือรักษาพฤติกรรมการมีสุขภาพดี
พฤติกรรมที่ส่งเสริมให้มีสุขภาพดี จะช่วยให้คุณควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและระดับความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย การปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่างนี้จะช่วยให้ไตของคุณมีสุขภาพดี

งดสูบบุหรี่
วางแผนการรับประทานอาหารร่วมกับนักกำหนดอาหาร หรือนักโภชนาการ โดยอาหารจะต้องจำกัดปริมาณเกลือและโซเดียม (sodium)
ออกกำลังกายเป็นประจำ
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ คือ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
ใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
ยาถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการรักษาโรคเบาหวาน แพทย์จะสั่งยาโดยขึ้นกับความจำเป็นของคุณ ยาจะช่วยให้คุณควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและระดับความดันโลหิตให้ได้ตามเป้าหมาย คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยามากกว่า 1 ชนิด เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิต

วิธีในการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นขณะดูแลรักษาโรคเบาหวาน
เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า การดูแลรักษาโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียด เสียใจ หรือโกรธ ขึ้นได้ขณะเป็นโรคเบาหวาน แม้ว่าคุณจะรู้ดีอยู่แล้วว่าการมีสุขภาพดีขณะเป็นโรคเบาหวานคือต้องควบคุมและปรับพฤติกรรม แต่เมื่อทำเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดความเครียดและอึดอัดได้ ซึ่งความเครียดจะทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสและระดับความดันโลหิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตามคุณสามารถเรียนรู้วิธีในการจัดการกับความเครียดได้ เช่น หายใจเข้าออกลึก การทำสวน การเดิน เล่นโยคะ นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก หรือฟังเพลงที่ชื่นชอบ

โรคไตจากเบาหวานจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่?
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไตสามารถแย่ลงได้เมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม คุณสามารถปฏิบัติตนตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อปกป้องไตของคุณให้ยังมีสุขภาพดี และชะลอการเกิดความเสียหายต่อไต หรือชะลอการเกิดภาวะไตวายได้ ไตวาย หมายถึง ไตของคุณหมดความสามารถในการทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่งก็คือ เหลือความสามารถในการทำงานได้น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบกับไตปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโรคไตจำนวนมากไม่ได้เป็นโรคถึงขั้นไตวาย

หากไตของคุณถูกทำลายจากโรคเบาหวาน อย่าลืมที่จะจัดการดูแลโรคไตที่เกิดขึ้น

12/12/2023

Address

Clairemont Mesa Boulevard, CA, United States, CA, United States
San Diego, CA

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Điều Trị Dứt Điểm Tiểu Đường-Blood D posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share