Mindful-Awareness

Mindful-Awareness Mindfulness & Self-Awareness are the keys to understand one's Life and Nature, It allows you to witn

02/08/2026
02/07/2026
02/07/2026

๗. ข้อพินิจฯ ก่อนภาวนา
ชีวิต กับ การภาวนา (๕)

*ในโครงการประชุมวิชาการ เรื่อง
"ศาสนธรรมกับการพัฒนาจิตใจในสังคมปัจจุบัน"
ณ ธรรมสถาน จุฬาฯ ๘-๑๐ ก.พ. ๒๕๒๗

ผมได้ยินเรื่องสัจธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งเรามักจะพูดกันว่า คำตรัสของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสัจธรรม พระไตรลักษณ์นั้นป็นสัจธรรม อันนี้ผมขอติงว่า อันที่จริงนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม ของพระเยซูก็ตาม ไม่ใช่ตัวสัจธรรม เป็นเพียงคำอธิบายสัจจะซึ่งอธิบายไม่ได้ โปรดเข้าใจจุดนี้ให้ดี เพราะว่าถ้าศาสนิกเกิดเข้าใจว่าคำสอนของพระเยซู หรือพระพุทธเจ้าเป็นตัวสัจธรรมแล้ว เราจะมุ่งจำแต่ถ้อยคำพระวจนะนั้น ๆ แล้วก็คิดว่าเข้าถึงสัจธรรม

การครอบครองข้อรู้อันมากมาย ไม่ใช่เครื่องหมายของผู้รู้แจ้งเห็นจริง พระพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระภิกษุว่า "เธอนั้นคิดพล่านไปทั้งวัน แต่มิใช่ผู้ทรงธรรม" คำอธิบายสัจจะที่ทำให้คิดพล่านไปทั้งวันเหล่านั้นไม่ใช่ตัวสัจจะ สัจจะนั้น แน่ล่ะ ผมคิดว่าอธิบายไม่ได้ ที่อธิบายได้นั้นเป็นแบบจำลองเหมือนกับที่เราอธิบายสิ่งที่เราเห็น เราร้องเรียกมันว่าแสงแดดนี้ แต่นั้นก็ไม่ใช่แสงแดด หรือที่อธิบายว่าเป็นตัวผม นั่นก็ไม่ใช่ตัวผมเช่นกัน ถ้าใครมาสอนว่าสัจจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างดีที่สุดผมก็สร้างแบบจำลองขึ้นมาได้ และมากไปกว่านั้นผมก็อาจจะอิงแอบว่าผมเป็นผู้รู้สัจจะ ผมอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของสัจจะในพระพุทธศาสนา

ในพระพุทธศาสนา มีสิ่งที่เรียกว่าปรมัตถ์ ปรมัตถ์สัจจะ และปรมัตถ์สัจจะนั้นหมายถึงพูดไม่ได้ และไม่เป็นอะไรที่สมมติมาพูดกัน ถ้อยคำทั้งหมดล้วนล้มเหลว

ที่ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นตัวสัจจะนั้นก็ไม่จริง เพราะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานี้ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องคิดขึ้น ถ้าคิดขึ้นอย่างนี้เป็นชั้นทฤษฎี สิ่งที่เรียกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาคือ การเปลี่ยนแปลง ความทุกข์ ความไร้รูปร่าง การบังคับบัญชาไม่ได้ นั้นเป็นสิ่งที่ต้องเห็นประจักษ์ ไม่ใช่คิดขึ้น

การเห็นกับการคิดนั้นต่างกันมากทีเดียว เมื่อผมคิดถึงใครคนหนึ่งผมไม่ได้เห็น แต่เมื่อผมเห็นเป็นไปได้ทีเดียวที่ความคิดถึงนั้นได้ยุติลงแล้ว เพราะว่ามีการเห็นซึ่งสมบูรณ์ เมื่อเราเคลื่อนไหว เมื่อเราเริ่มสังเกตการคู้เข้าเหยียดออก การลุกนั่งลุกยืน เราเห็นโดยไม่ต้องคิดแยกแยะเลย และดังนั้น ผู้เห็นกับสิ่งที่ถูกเห็นได้ประมวลกันเข้าแล้ว สิ่งที่ถูกเห็นกับผู้เห็นได้ประมวลเข้าเป็นอาการของการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ขึ้นกับการคิดหรือคะเนใด ๆ

กายกับจิตจะประสานกันขึ้น ความเป็นซึ่งไม่ต้องจำว่าเป็น เป็นสิ่งที่เราประสบเอง ถ้อยคำอันมากมายนี้รังแต่จะขวางกั้นไม่ให้เรารู้จักตัวเราในความเป็น

"ข้อพินิจฯ ก่อนภาวนา" ประกอบขึ้นจากการพูดสองส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดปรารภธรรมะกับนักศึกษาในสถานศึกษาและในชั่วโมงเรียน กับอีกส่วนหนึ่งเป็นการพูดในช่วงปฏิบัติธรรมโดยจำเพาะของผู้ที่ต้องการปฏิบัติ ในอาศรมนวชีวัน จังหวัดสงขลา / พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม ๒๕๒๗ โดย: มูลนิธิอริยาภา

02/07/2026

พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกได้ทรงช่วยและได้ช่วยสัตว์โลกให้พ้นจากความทุกข์ความร้อนมาแล้วเป็นอันมาก และแม้จะไม่ได้ทรงดำรงพระชนมายุสังขารและดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็จริง ทุกวันนี้ยังได้ทรงช่วยและได้ช่วยอยู่ตลอดเวลา ผู้ได้รับพระกรุณาคุณและกรุณาคุณย่อมประจักษ์แก่ใจตนโดยที่ผู้อื่นไม่อาจเข้าใจได้

พระพุทธองค์และพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ทรงช่วยและช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ผ่านทางพระธรรมคำสอน ผู้ใดรับฟังและปฏิบัติตามผู้นั้นจักพ้นทุกข์แน่นอน มากน้อยควรแก่ความปฏิบัติ นี่เป็นกรุณาที่ถูกแท้ เป็นกรุณาในพรหมวิหารธรรมที่แท้จริง
--- พระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

02/06/2026

ปีนี้ 2569 บวกอีก 45 ปี ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มานี่ ตรัสรู้แล้วก็เผยแผ่ธรรมะมา 45 พรรษา แล้วก็ปรินิพพานนะ ก็ 2,600 กว่าปีแล้ว มีคนได้รับผลได้รับอานิสงส์ของสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบ ก็มากมายหลากหลายนะ *.
มีผู้บรรลุธรรม มีผู้เข้าถึงธรรมตามที่พระพุทธเจ้าท่านรู้เห็น เป็น เข้าถึง ซึ่งก็มีหลากหลายชั้นภูมิ ธรรมะระดับโลกิยะ ธรรมะระดับโลกุตระ #โลกุตระก็คือขาดจากโลก *.
โลกหมายถึง.. มีลักษณะนะ โลกนี่ โลกหมายถึงจิตเรา *.
ลักษณะของโลกก็มีจิตที่มันข้องอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีลาภก็เสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุขมันก็มีทุกข์ นี่ลักษณะของโลกคือเรายินดีพอใจในรูป ในเวทนา ในสัญญา สังขาร วิญญาณ ยินดีพอใจในโลกธรรมที่ปรากฏเกิดขึ้นกับชีวิตเรา ยินดีอยู่กับ กิริยาของขันธ์ที่มันปรากฏเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่มีอยู่จริงนะ *.
สิ่งที่เราติดในสายตาพระอริยเจ้า หรือในลักษณะของสัจธรรม สัจธรรมคือความจริงแท้ๆ นะ มันไม่มี *.
แต่เราจะเห็นต่างจากพระอริยเจ้าทั้งหลาย เราก็เลยเวียนว่ายอยู่ในสิ่งที่เรามืดบอด เราไม่รู้ เราติดอยู่ในโลกของสมมุติ คือมันไม่มี แต่เราว่ามันมี*.
ที่เป็นอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะว่าเราไม่มีดวงตาเห็นธรรม

พระวชิรธรรมมุนี
(หลวงตาสุริยา มหาปัญโญ)

01/25/2026

รู้ให้มันชัดเจนนะ
เหมือนเรารู้รูปนามเหมือนเราได้ทางไปนิพพานแล้วนะ
คือมันสว่างขึ้นมามันรู้ทันที*.
แต่มันสว่าง
สว่างในชีวิตประจำวันนี้นะ
สว่างในขณะที่เรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ปกติ
ไม่ได้สว่างเพราะเข้าฌานนะ*.
ถ้าสว่างแบบเข้าฌานนี่ก็จะเป็นแบบ..
เรามีสมาธิปฏิบัติสมาธิ
แต่มันยังไม่เกิดปัญญา*.
สว่างแบบเข้าฌานเปรียบได้กับสว่างแบบมีเงา นะ
แต่ วิปัสสนาเนี่ยเป็นจอมยุทธ์ไร้เงา
ไม่มีเงา*.
เงาคือไฟฉายมาทางนี้มันมีเงาทางนั้น
ส่องมาทางนั้นมีเงาทางนี้
ส่องข้างบนเงาข้างล่างอย่างนี้*.
เราเห็นกายแต่ไม่เห็นจิต
มองเห็นจิตแต่ไม่แจ่มแจ้งกายนี่เห็นมั้ย
อันนี้คือมันมีเงา*.
เงาก็คืออุปาทานนั่นแหละ
อุปาทานขันธ์ซ่อนอยู่ข้างใน
มันบัง*.
นี่เราไม่ให้มันมีเงา
เห็นแจ่มแจ้งสว่างไสวหมดเลย
ข้างนอกข้างในไม่ต่างกัน*.
พระวชิรธรรมมุนี
(หลวงตาสุริยา มหาปัญโญ)

01/23/2026

นิพพาน เปรียบเสมือน "ไฟที่สิ้นเชื้อ"
​เมื่อมีคนถามว่าเมื่อพระอรหันต์ตายแล้วไปไหน? พระองค์ทรงย้อนถามว่า
​"ถ้าไฟข้างหน้าท่านดับลง เพราะหมดเชื้อ ท่านจะบอกได้ไหมว่าไฟนั้นสัญจรไปทิศเหนือ ทิศใต้ หรือทิศไหน?"
คำตอบคือบอกไม่ได้ เพราะไฟดับเพราะ "สิ้นเชื้อ" (กิเลส) นิพพานจึงไม่ใช่การไปอยู่ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่คือการหยุดวงจรการลุกไหม้ของทุกข์อย่างสิ้นเชิง
​ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของเหตุและผล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
#ธรรมะพระพุทธเจ้า

Address

St. Louis, MO

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mindful-Awareness posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Mindful-Awareness:

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram