หมอเวร

หมอเวร หมอเวรไม่อยู่เวร ออกมาคุยเรื่องสุขภาพแบบที่คนไม่กล้าถามหมอกัน

รอดเกณฑ์ทหาร 2 ปี แต่ใช้เวลาลดน้ำหนัก 3 ปี แบบนี้ก็ไม่เอานา 😅
05/04/2026

รอดเกณฑ์ทหาร 2 ปี แต่ใช้เวลาลดน้ำหนัก 3 ปี แบบนี้ก็ไม่เอานา 😅

เทคนิครอดเกณฑ์ทหาร ! หนุ่มอ้วนลงทุนทำร้ายสุขภาพของตัวเอง ซัด "ชานม" วันละสองแก้วเป็นประจำทุกวัน ติดต่อกันนาน 3 เดือนต่อเนื่อง เพื่อให้ค่า BMI สูงลิ่วจนไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร
ข้อมูลจากช่องติ๊กต็อก คุณ Mon_witchaphon เผยถึงเรื่องนี้ว่า ผลสุดท้ายหนุ่มรายนี้ทำสำเร็จ น้ำหนักพุ่งจริง 30 กิโลกรัมในสามเดือน รอดเกณฑ์ทหาร กลับบ้านได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตะโกนถามตอนเดินกลับว่า "แล้วจะกลับมาลดได้ไหมเนี่ย" เจ้าตัวตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า "ได้ครับ ลดเย็นนี้เลย" ด้านชาวโซเชียลฯ บางส่วนมีคอมเมนต์เป็นห่วงสุขภาพระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ค่า "BMI" หรือ Body Mass Index คือ ดัชนีมวลกายที่ใช้คำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูงเพื่อประเมินระดับไขมันและความเสี่ยงโรคเบื้องต้น (เช่น เบาหวาน ความดัน) คำนวณโดยใช้สูตร น้ำหนักตัว(กก.) / ส่วนสูง(ม.)
เกณฑ์มาตรฐานสำหรับคนเอเชียคือ 18.5–22.9 (ปกติ), 23–24.9 (น้ำหนักเกิน), 25–29.9 (อ้วน), และ (อ้วนระดับ 2)
#เกณฑ์ทหาร #ข่าวกระแส #ทีวีพูล

05/04/2026

ราคาดีเซลบันเทิงแบบนี้ คุณคิดว่าจะมีประกาศห้ามนำรถกระบะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์อาทิตย์หน้ามั้ย // 50 บาท เอ๋ย 50 คะแนน

เห็นข่าวโควิดสายพันธุ์ใหม่มาอีกแล้ว ชื่อ "ซิเคด้า" หรือแปลตรงตัวคือจั๊กจั่น ฟังแล้วอาจดูจั๊กจี้ แต่จริงๆ มันก็คือสายพันธ...
05/04/2026

เห็นข่าวโควิดสายพันธุ์ใหม่มาอีกแล้ว ชื่อ "ซิเคด้า" หรือแปลตรงตัวคือจั๊กจั่น ฟังแล้วอาจดูจั๊กจี้ แต่จริงๆ มันก็คือสายพันธุ์หนึ่งของโอไมครอนเจ้าเก่านั่นแหละ สาเหตุที่ชื่อแบบนี้เพราะพฤติกรรมมันเหมือนจั๊กจั่นที่ชอบแอบไปฝังตัวนิ่งๆ อยู่ใต้ดินเป็นปีๆ ก่อนจะลอกคราบออกมาเป็นตัว เหมือนกับสายพันธุ์นี้ที่เคยระบาดที่แอฟริกาแล้วเงียบหายไปจนคนลืม พอได้จังหวะอัปเวลก็ลอกคราบโผล่มาจ๊ะเอ๋โลกอีกรอบ

ว่ากันตรงๆ คือเชื้อโรคมันก็กำลังเล่นเกมเอาตัวรอดตามหลักธรรมชาตินั่นแหละ คือลดความโหดลงบ้าง ทำตัวไม่ให้เด่นแต่เน้นติดง่ายแพร่เชื้อได้ไว เพื่อให้เผ่าพันธุ์ไวรัสของมันมีชีวิตรอดต่อไปได้หลายเจนเนอเรชั่น อาการมันเลยดูเหมือนไข้หวัดธรรมดาจนบางทีเราติดแบบไม่รู้ว่านี่เจอโควิดหรือแค่เผลอไปเดินตากแดดนานกันแน่

ส่วนเรื่องที่กังวลว่าจะเข้าไทยมั้ย หรือต้องปิดประเทศจนอดไปเที่ยวรึเปล่า หมอเวรไปคุยกับอาจารย์ด้านโรคติดเชื้อที่โรงพยาบาลรามคำแหงแล้ว แกบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าน้องยื่นพาสปอร์ตผ่าน ตม เข้ามาเดินเล่นในไทยแต่อย่างใด เราฟรีวีซ่าสำหรับบางประเทศก็จริง แต่สำหรับโควิดซิเคด้าอันนี้ยังไม่มีกำหนดคิวบุ๊คตั๋วมาเยือนไทยนะ

แต่ต่อให้น้องหลุดเข้ามาจริงก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวขนาดต้องขังตัวเองอยู่ในบ้านเหมือนคราวก่อน คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้เพราะลำพังไม่มีเชื้ออะไร เศรษฐกิจเดิม ๆ ก็พาเราใจหวั่นไหวไปกับค่าน้ำมันกันหมดแล้ว อีกทั้งอย่างที่เรารู้กัน โควิดมันได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว ความรุนแรงเลยลดลงจนแทบแยกไม่ออกจากหวัดทั่วไป ยกเว้นกลุ่มเสี่ยงอย่างพวก 608 หรือคุณปู่คุณย่า คนมีโรคประจำตัว และคุณแม่ที่กำลังท้อง อาจต้องระวังเป็นพิเศษหน่อย เพราะถ้าบังเอิญจั่วติดขึ้นมาอาการอาจจะไม่ชิลล์เท่าวัยรุ่นทั่วไปน่ะนะ

แวะมาเล่าข่าวเฉย ๆ ไปละ ไม่เขียนเดี๋ยวมาร์คก็ขยันลดเอนเกจอีก จะเขียนจริงจังลูกเพจบางคนก็หาว่าหมอชอบขู่ให้กลัวซะงั้น เอาใจยากจริง ๆ ทั้งคนทั้งอัลกอลิทึ่มยุคนี้ ถถถ+

02/04/2026

งานไทด์อินตัวสุดท้ายของพี่เหน่งสินะ สมฉายาเจ้าชายไทด์อินจริง ๆ

01/04/2026

เนื่องในวันโกหก ขอคนละหนึ่งประโยคที่คิดว่าหมอกำลังโกหกเราอยู่

งูสวัด ฝันร้ายของคนวัย 50+ ยิ่งเป็นโรคหัวใจ ไต เบาหวาน อาการยิ่งรุนแรงกว่าเดิมเชื่อว่าทุกคนตั้งแต่ Gen Y ขึ้นไปคงจำความแ...
31/03/2026

งูสวัด ฝันร้ายของคนวัย 50+ ยิ่งเป็นโรคหัวใจ ไต เบาหวาน อาการยิ่งรุนแรงกว่าเดิม

เชื่อว่าทุกคนตั้งแต่ Gen Y ขึ้นไปคงจำความแสบทรวงของโรคอีสุกอีใสได้ดี ตอนเด็ก ๆ เป็นกันแทบทุกบ้าน แล้วสุดท้ายมันก็หาย เราก็โตขึ้น ใช้ชีวิตต่อ จนลืมมันไปสนิท

“แต่รู้ไรมั้ย ความจริงคือ…มันไม่ได้หายไปไหน” [1]

เชื้อตัวเดียวกันมันยังคงหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของเราเงียบ ๆ เหมือนจอห์นวิคที่เราไม่ได้เชิญ แต่พี่แกมานั่งรออยู่โต๊ะหลังบ้านและเราก็ใช้ชีวิตไปแบบไม่คิดอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งอายุเราเริ่มเข้าเลข 5 [1]

แล้วรู้ไหม วัย 50+ เกือบทุกคนเสี่ยงเป็นงูสวัดนะ ต่อให้ยังเดินเร็ว วิ่งได้ ตรวจสุขภาพทุกปี หลายอย่างก็ดูปกติดี แต่ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ มันไม่ได้ลดฮวบแบบตกบันได แต่มันค่อย ๆ ถอนคันเร่งแบบเงียบ ๆ แล้วงูสวัดก็เลือกจังหวะนั้นแหละ ปะทุบึ้มเป็นโกโก้ครั้นช์ขึ้นมาเอง [1,2]

โดยเฉพาะในกลุ่มวัย 50+ ที่มีโรคร่วม เช่น โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคเบาหวาน จะยิ่งมีความเสี่ยงเป็นงูสวัดมากขึ้น และอาจทำให้อาการของโรคเดิมรุนแรงกว่าเดิม จากสถิติพบว่าหลังติดเชื้องูสวัด ผู้ที่เคยมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาก่อน มีความเสี่ยงเกิดซ้ำเพิ่มขึ้นถึง 121 เท่า หลังการติดเชื้องูสวัดภายใน 30 วันเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยเป็นงูสวัด [3] ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานที่เคยคุมระดับน้ำตาลได้ดี อาจควบคุมได้ยากขึ้น น้ำตาลสูงง่ายจนต้องปรับยา [4] เช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคไตที่มีความเสี่ยงไตวายเพิ่มขึ้นถึง 36% และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย [5]

หลายคนยังเข้าใจว่างูสวัดก็แค่ผื่น ที่ขึ้นมาเป็นแนวตามลำตัว ทายากินยาหาหมอตี๋เดี๋ยวเดียวก็หาย แต่คนที่เคยเป็นจะรู้ดีว่าความกวนของโรคนี้มันไม่ได้จบแค่ผื่น คือผื่นอาจจะแห้งสนิทไปแล้ว แต่ความปวดมันยังอยู่ บางคนปวด แสบ ร้อน คัน ชา สลับกันไป เหมือนเส้นประสาทมันยังไม่ยอมสงบ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าอาการปวดตามแนวประสาทหลังเป็นงูสวัด ซึ่งพบว่าเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเลยด้วย แล้วมากไปกว่านั้นประมาณ 1 ใน 5 อาจเจอว่างูสวัดขึ้นตา เสี่ยงตาบอดอีก หากขึ้นที่ใบหน้า อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก [1,6,7]

แล้วผลกระทบมันยังไม่หมดแค่นี้งูสวัดอาจทำให้เสี่ยงเป็นสโตรค หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ แตก ตัน สูงถึง 137% หลังจากป่วยเป็นงูสวัด 1 สัปดาห์ [8] และในทางกลับกัน หากผู้ที่เคยเป็นสโตรคมาก่อน เสี่ยงเป็นสโตรคซ้ำสูงถึง 35 เท่า [9]

หลายคนอาจจะบอกว่า “ก็ยังแข็งแรงดีนะ” ซึ่งก็จริง อาจจะแข็งแรงดีในวันนี้ แต่ภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้ฟิตแค่ไหน ก็ไม่สามารถหยุดกระบวนการที่มองไม่เห็นได้ทั้งหมด [1]

สิ่งที่จะช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงได้คือ ดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด และพิจารณาทางเลือกในการเสริมการป้องกันด้วยวัคซีนตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ [10,11]
หากคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะถ้ามีโรคหัวใจ โรคไต หรือโรคเบาหวาน อย่าชะล่าใจ

กรุณาปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล เป็นต้น
เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับโรคและวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด [10,12]

เรื่องบางเรื่องดูเหมือนเล็กในวันที่ยังไม่เกิด เหมือนรถอีแก่ของคุณ ที่มั่นใจว่าเมื่อวานก็ยังขับได้ปกติ แต่จู่ ๆ รถไปดับกลางสี่แยกหรือกลางทางด่วนนั่นแหละ ร่างกายของเราก็เหมือนกัน วันนี้ดูชิวดูเฟียสได้อยู่ แต่ข้างในมันอาจจะเริ่มอ่อนแอลงจนเป็นโอกาสให้พวกเชื้อโรคปะทุขึ้นมาอีกก็ได้ ซึ่งโรคเกือบทุกอย่าง การเมนเทนเมื่อเทียบกับการรักษาตอนป่วย มันประหยัดกว่าทั้งในแง่ต้นทุนและเวลา อย่ารอจนถึงวันที่ป่วยเลย เหนื่อยกว่าเยอะบ่องตง

#โรคงูสวัด
-------------------------------------------------------------
Non-promotional material
NP-TH-HZU-SMP-260033 | 03/26

เอกสารอ้างอิง:
1.Harpaz R;MMWR Morbidity and Mortality Weekly Report;2008;57;1-40
2.Thantithaveewat T;Southeast Asian J Trop Med Public Health;2019;50;94-100
3.Parameswaran GI;Open Forum Infectious Diseases;2023;1-5
4.Mu~noz-Quiles c;human vaccines & immunotherapeutics;2017;13;2606-2611
5.Lin SY;Eur J Clin Microbiol Infect Dis;2014;1-7
6.Kawai K;BMJ Open;2014;e004833
7.Kovacevic J;Clinics in Dermatology;2024;42;355-359
8.Minassian C;PLoS medicine;2015;12;e1001919
9.Parameswaran GI;Clin Infect Dis;2022;1-6
10.IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule
11.Harvard Health;2021;1-13;How to boost your immune system
12.CDC;2025;1-3;Adult Immunization Schedule by Medical Condition and Other Indication

โอ้โห ถึงจะไม่ว่างยังไง เตรียมขายเวรแน่นอน 😆
30/03/2026

โอ้โห ถึงจะไม่ว่างยังไง เตรียมขายเวรแน่นอน 😆

เจอกัน คอนเสิร์ตใหญ่
พฤศจิกายน 2569
อิมแพค อารีน่า

เดชะบุญ ที่พี่เค้าไม่ได้บังเอิญมาถ่ายตรีนหมอบน BTS ไม่งั้นมีแววโดนย้ายประเทศกันจนระบบสาธาฯ ล่ม 😅
30/03/2026

เดชะบุญ ที่พี่เค้าไม่ได้บังเอิญมาถ่ายตรีนหมอบน BTS ไม่งั้นมีแววโดนย้ายประเทศกันจนระบบสาธาฯ ล่ม 😅

ถ้าใครเป็นสายออกกำลังกายล่ะก็ นาทีนี้น่าจะได้ยินคำว่า   กันจนเบื่อเลยล่ะ ส่วนใครที่เห็นมาผ่านตา ยังไม่ได้เคยดู หรือเพิ่ง...
24/03/2026

ถ้าใครเป็นสายออกกำลังกายล่ะก็ นาทีนี้น่าจะได้ยินคำว่า กันจนเบื่อเลยล่ะ ส่วนใครที่เห็นมาผ่านตา ยังไม่ได้เคยดู หรือเพิ่งเคยได้ยิน หมอขออธิบายสั้นๆ

มันคือการเอา "การวิ่ง" มาฟีเจอริ่งกับ "ฟิตเนส" จับมารวม Deck กันในสนามเดียว วิธีการคือวิ่ง 1 กิโลฯ เพื่อไปเจอภารกิจฟิชโช่ 1 ด่าน ทำแบบนี้วนไปแบบนี้ 8 รอบ สรุปคือวิ่งรวม 8 กิโลฯ กับอีก 8 สถานี ใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง อารมณ์เหมือนไปเข้าค่ายทหารสมัย รด. แต่เปลี่ยนจากเสียงครูฝึกโหดๆ เป็นเสียงหอบจนแทบร้องขอชีวิตของตัวเองแทน

ความบันเทิงมันอยู่ตรงที่ทั้งหมดนี้ต้องทำต่อเนื่องชนิดที่ว่า แทบไม่มีจังหวะให้พักหายใจ ซึ่งต่างจากการวิ่งหรือเข้ายิมทั่วไป เพราะถ้าวิ่งปกติเรายังพอคุมเพซประคองตัวได้ หรือถ้าเข้ายิมเรายังได้นั่งไถมือถือพักระหว่างเซ็ตได้ แต่ไอ้ HYROX เนี่ย จังหวะที่เราคิดจะพักคิดถึงคิทแคท แต่มันดันให้เราไปวิ่ง 1 กิโลเมตรแทน แล้วแต่ละฐานก็เข้มๆ ทั้งนั้น เช่นพายสกี, ผลักและลากเลื่อนของหนักๆ, พุ่งหลังกระโดดไกล รวมไปถึงทุ่มบอลข้ามกำแพงที่ขนาดลูกบอลดูแล้วให้บล็อกเลสเนอร์มาทุ่มก็น่าจะต้องมีร้องโอดโอยกันบ้าง

สรุปง่ายๆ คือต้องอึด แข็งแรง และที่สำคัญคือต้อง หายใจให้ทัน ด้วย!

มันเลยไม่แปลกที่เราจะเห็นนักกีฬาชายถอดเสื้อกันแทบทุกคน จนบางทีนึกว่าหลงมางานบิกินี่รันในร่ม โอเคล่ะว่ากิจการมันเบิร์นกันแบบร่างร้อนเป็นเตาเผาจริง การใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นมันก็ช่วยเรื่องระบายความร้อนได้ดี เคลื่อนไหวก็ง่าย ที่สำคัญถือเป็นการปล่อยให้ซิกซ์แพ็คที่อุตส่าห์ปั้นมาได้ทำหน้าที่ในไอจีอย่างถูกกฏหมายโดยไม่ต้องกลัวเพื่อนมาเม้นต์อำให้อยากบล็อกมันเล่น

ดังนั้นถ้าใครริจะลองล่ะก็ สิ่งที่แรกที่ต้องเตรียมไม่ใช่กล้องมือถือไว้อัพสตอรี่ แต่มันคือความพร้อมของร่างกาย เพราะอย่างแรกเลยคือต้องวิ่งให้ได้ประมาณนึง แล้วก็ต้องมีแรงเหลือพอไปเข้าฐานต่างๆ โดยที่กล้ามเนื้อและข้อต่อไม่ประท้วงหยุดงานไปเสียก่อน ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว น้ำหนักตัวเยอะ หรือประวัติบาดเจ็บเข่า หลัง ไหล่ จริงๆ ก็ไม่ได้ห้ามเล่นหรอกนะ แต่ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว

หัวใจหลักเลยคือการซ้อมนี่แหละ แต่อย่าไปเล่นบทโหดตั้งแต่วันแรก ต้องค่อยๆสร้างพื้นฐานให้แน่นก่อน เริ่มจากทำให้ตัวเองวิ่งได้สม่ำเสมอ บวกกับการเสริมความแข็งแรงพื้นฐาน แรกๆ อาจแยกสลับวันกัน พอเริ่มอยู่ตัวก็ค่อยๆ เพื่อความโหดแบบ HYROX ในแต่ละฐานเข้าไป ให้ร่างกายได้ชินกับการสภาวะขาเปลี้ยแต่ยังต้องไปต่อ เพราะถ้ายังไม่พร้อมแล้วรีบบู๊ล่ะก็ สิ่งที่ได้ไม่ใช่ความฟิตแต่มันคืออาการเจ็บสะสมรอวันระเบิดเป็นโกโก้ครันช์

อีกอย่างที่มักละเลยกันก็คือเรื่องพื้นฐานอย่างอาหาร การนอน และการพักฟื้น ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้สมรรถภาพทางกายและความาสามารถในการฝึกซ้อมแย่ลง กินอาหารให้พอให้ร่างกายได้พลังงานเพื่อการซ้อมและซ่อมแซม จากนั้นก็ต้องนอนและการพักฟื้น ร่างกายจะได้ซ่อมแซมและฟื้นตัวเพื่อฝึกซ้อมได้ต่อไป

คือ HYROX เนี่ย มันต้องการทั้งความอึดและความแข็งแรงของร่างกายพร้อมๆ กันก็จริง เพราะถ้าเราอึด มันก็ทำให้เราไปต่อในเกมได้ ส่วนความแข็งแรงมันก็ช่วยให้แต่ละด่านไม่ดูดพลังเราไปจนหมด แต่ HYROX มันคือการสลับระบบพลังงานตลอดเวลา วิ่งเสร็จก็ต้องรีบฟื้นตัวเพื่อทำฐานต่อไป การพื้นตัวที่ดีก็จะช่วยให้เรารักษาเพซได้จนจบ ส่วนเรื่องความเร็วนั้น ถ้าเป็นระยะเริ่มต้นล่ะก็ แนะนำว่าอย่าไปสนใจเลย เอาให้จบก่อนก็พอ

ที่สำคัญ งาน Hyrox ปีนี้มีผู้เข้าแข่งต้อง CPR ด้วย !!

ถ้าอยากลงแข่งงานประเภทนี้แบบจริงจัง ก็ควรไปตรวจร่างกายเต็มระบบดูก่อน โดยเฉพาะพวก VO2 Max เพื่อประเมินสมรรถภาพหัวใจและปอด (อันนี้ที่โรงพยาบาลรามคำแหงมีอยู่ลองถามที่เคาน์เตอร์ได้เลย) หรือ muscular strength, muscular power, fatigue index, & flexibility ฟีลลิ่งเหมือนรถอีแก่ที่เราขับอยู่ทุกวัน ก็ดูขับได้ปกติดี แต่ถ้าวันนึงคุณจับมันไปแข่งเลอมัง 24 Hr รับรองว่ามีโอกาสขึ้นรถสไลด์ก่อนแข่งจบแน่

ฉะนั้นการแข่งประเภทนี้ก็เช่นกัน ร่างเราที่เตรียมเจอบททดสอบสุดหิน ถ้าไม่ผ่านการตรวจร่างกายอย่างจริงจังก่อน แล้วจับไปลุยงานสุดหินที่ไม่ได้เจอในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ ก็มีโอกาสนอนหมอบเข้าซุ้ม First Aid หรือไม่ก็มีสิทธิกลับจุดเซฟแน่นอน

ข่าวการจากไปของพี่เหน่ง เหม่งจ๋าย ทำให้หลายคนน่าจะสะดุ้งเหมือนกันว่า เฮ้ย มะเร็งตับนี่มันทำไมไปกันไวขนาดนี้วะ แถมคนก็ชอบ...
21/03/2026

ข่าวการจากไปของพี่เหน่ง เหม่งจ๋าย ทำให้หลายคนน่าจะสะดุ้งเหมือนกันว่า เฮ้ย มะเร็งตับนี่มันทำไมไปกันไวขนาดนี้วะ แถมคนก็ชอบอำกันเรื่องกินเบียร์เยอะ จนหลายคนเข้าใจแบบกำปั้นทุบดินว่า “ดื่ม = มะเร็งตับทันที” ซึ่งเอาจริงมันไม่ตรงขนาดนั้น แต่ถ้าดื่มหนัก ดื่มเรื้อรัง จนตับอักเสบ ไขมันพอก ตับแข็ง อันนี้แหละคือทางด่วนที่พาตับพังและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับแบบไม่ขำ

อีกตัวที่ไม่ใช่มุกและโหดจริงคือ “ไวรัสตับอักเสบบี” โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื้อรัง เพราะมันทำให้ตับอักเสบสะสมไปเรื่อย ๆ จนเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับได้ ยิ่งถ้าเรายังซ้ำเติมตับตัวเองด้วยเหล้า ความอ้วน เบาหวาน ไขมันพอกตับ หรือกินยา/สมุนไพร/อาหารเสริมแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ตับก็ยิ่งทำงานหนักเข้าไปอีก
มะเร็งตับมันไม่ได้มาแบบฟลุ๊ก ๆ แต่มันชอบส่งสัญญาณก่อน

คือมันไม่ได้โผล่มาแบบเปิดกล่องสุ่มการ์ดวันพีซแล้วดวงซวยจบเลยนะ ส่วนใหญ่ก่อนจะไปถึงคำว่า “มะเร็งตับ” มันมักมีทางเดินของมันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ไขมันพอกตับ พังผืด ตับแข็ง แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นไป เพราะงั้นอาการช่วงแรกมันเลยชอบมาแบบธรรมดาจนคนเมิน

อาการที่คนชอบมองข้ามก็วนอยู่ไม่กี่แบบนี่แหละ ท้องอืดบ่อย จุกแน่นหลังกินข้าว แน่นท้อง อึดอัดชายโครงขวา หรือบางคนกินนิดเดียวก็รู้สึกอิ่มแปลก ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนกินได้ตามปกติ บางคนเริ่มเพลียง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักค่อย ๆ ลงแบบไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาการพวกนี้มันไม่ได้ฟ้องโต้ง ๆ ว่าเป็นมะเร็งตับ แต่มันก็ไม่ควรถูกปัดทิ้งว่า “เดี๋ยวก็หาย” ทุกครั้งเหมือนกัน

แต่ขอเน้นหน่อยว่า ไม่ใช่คนท้องอืดทุกคนจะเป็นมะเร็งตับนะ อย่าเพิ่งมโนจนจะเขียนพินัยกรรมกันกลางครัว แค่อาการพวกนี้ถ้ามันเรื้อรัง หรือมาคู่กับปัจจัยเสี่ยง ก็ควรไปเช็ก ไม่ใช่เดาเองว่าเป็นแค่กรดไหลย้อนแล้วปล่อยตับพังต่อ

ใครบ้างที่ควรเริ่มคิดเรื่องตรวจตับได้แล้ว
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มมีเสียงในหัวถามว่า “เออ กูควรเช็กตับบ้างหรือยังวะ” คำตอบคือ ถ้ามีข้อไหนต่อไปนี้สักข้อ ก็อย่าชะล่าใจ
กลุ่มที่ควรเริ่มคิดเรื่องตรวจตับจริงจังคือคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือเคยดื่มหนักต่อเนื่อง คนที่อ้วน มีเบาหวาน มีไขมันพอกตับ หรือเคยมีค่าตับแกว่ง ๆ รวมถึงคนที่เคยเป็นหรือสงสัยว่าอาจมีไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ถ้าในบ้านเคยมีประวัติตับแข็ง มะเร็งตับ หรือไวรัสตับอักเสบบี ก็ยิ่งไม่ควรทำเป็นมองไม่เห็น และอีกสายที่ชอบโดนมองข้ามคือพวกกินยาชุด สมุนไพร หรืออาหารเสริมสะเปะสะปะ ตับแม่งทำโอทีเงียบ ๆ อยู่ทุกวันแต่เจ้าของร่างยังนึกว่าบำรุง

ส่วนเรื่องที่หลายคนจำกันผิด ๆ ว่าไวรัสตับอักเสบบีติดจากการกินข้าวกินน้ำร่วมกันแบบง่าย ๆ นั้น ไม่ใช่ประเด็นหลักนะ มันไม่ได้ติดกันง่ายจากการแชร์แก้วน้ำหรือช้อนแบบที่ชอบเล่าต่อกัน ทางเสี่ยงจริง ๆ คือเลือด เข็ม ของมีคม เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก อันนี้ตัวจริงเสียงจริงกว่าเยอะ

ตรวจตับสมัยนี้ไม่ได้แปลว่าเดินเข้าไปแล้วโดนจัดชุดใหญ่เหมือนบุฟเฟต์ การตรวจตับทุกวันนี้มีหลายแบบ แล้วหมอจะเลือกตามความเสี่ยงกับอาการของแต่ละคน ไม่ใช่เดินเข้าไปปุ๊บแล้วโดนป้ายทุกอย่างจนกระเป๋าสตางค์ร้องไห้

การตรวจตับจริง ๆ เริ่มจากของพื้นฐานก่อน อย่างการตรวจเลือดที่ใช้ดูได้ทั้งการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การทำงานของตับ และดูภูมิในบางกรณี โดยในต้นฉบับที่ยกตัวอย่างของ รพ. รามคำแหง ค่าตรวจเริ่มประมาณ 750 บาท ยังไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ ส่วนถ้าต้องดูภาพรวมของตับว่ามีก้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะแทรกซ้อนอะไรไหม การอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนก็เป็นด่านที่เจอบ่อย เพราะช่วยคัดกรองได้ดีและไม่ได้เป็นการตรวจที่โหดอะไรนัก

หลายคนชอบถามว่า “ฉีดตอนเด็กแล้ว ยังต้องไปเช็กอะไรอีกหมอ?” คำตอบที่ตรงกว่าเดิมคือ ถ้าฉีดครบตามเกณฑ์ คนส่วนใหญ่จะมีการป้องกันอยู่ยาว และไม่ได้ต้องฉีดกระตุ้นกันมั่ว ๆ ทุกคน ไม่ใช่เข็มเดียวเสียวได้ถึงอายุ 90 แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องวิ่งไปบูสต์ทุกเดือนเหมือนเก็บสแตมป์ร้านกาแฟ

สิ่งที่ควรทำกว่าการเดาสุ่มคือ ถ้าไม่แน่ใจว่าเคยฉีดครบไหม มีความเสี่ยงสูง เคยมีผลเลือดผิดปกติ หรือแพทย์เห็นว่าควรตรวจ ก็ค่อยตรวจเลือดประเมินเป็นรายคน จะได้รู้ว่าควรทำอะไรต่อ ไม่ใช่เสียเงินฉีดหรือเสียเงินตรวจแบบมั่วซั่ว

ถ้าตรวจแล้วพบว่ายังไม่เคยมีภูมิและไม่เคยฉีดวัคซีนครบ การฉีดวัคซีนตับอักเสบบีก็ยังเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญมาก โดยในต้นฉบับยกตัวอย่างว่าฉีด 3 เข็ม เข็มละประมาณ 1,260 บาท (รวมค่าบริการ แต่ยังไม่รวมค่าแพทย์)
ทำไมต้องรีบตรวจ ทั้งที่ยังไม่ได้ตัวเหลืองตาเหลือง

เพราะถ้าเจอเร็ว เกมมันคนละเรื่องเลย บางเคสยังมีทางเลือกที่แม่นและเจ็บตัวน้อยกว่า เช่น การจี้ก้อนมะเร็งด้วยความร้อน หรือการให้ยาผ่านสายสวนหลอดเลือด แต่ถ้าปล่อยจนก้อนใหญ่ ตับแย่ หรือโรคลุกลาม ทางเลือกก็จะน้อยลง เหนื่อยขึ้น แพงขึ้น และบางทีก็ไปไกลกว่าจุดที่อยากให้เป็น

เอาง่าย ๆ คือ “อย่าฝากชีวิตไว้กับการเดา” ถ้ามีอาการเรื้อรัง มีปัจจัยเสี่ยง หรือไม่เคยเช็กตับมานาน ไปให้หมอประเมินดีกว่า รู้เร็วรักษาเร็ว มันเจ็บตัวน้อยกว่า เจ็บใจก็น้อยกว่า เจ็บกระเป๋าก็น้อยกว่าด้วย

สรุปให้แบบภาษาคนเลยก็คือ มะเร็งตับมันมักไม่มาเดี่ยว ๆ แต่มากับฉากหลังอย่างตับอักเสบเรื้อรัง ไขมันพอกตับ พังผืด หรือตับแข็ง ปัจจัยเสี่ยงตัวเอ้ก็หนีไม่พ้นดื่มหนักเรื้อรัง ความอ้วน เบาหวาน ไขมันพอกตับ และไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ส่วนเรื่องที่คนชอบเข้าใจผิดว่าไวรัสตับอักเสบบีติดง่ายจากการกินข้าวกินน้ำร่วมกันนั้น ไม่ใช่แกนหลักของการติดเชื้อ ทางเสี่ยงจริงคือเลือด เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ของมีคม และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก ขณะที่การตรวจตับเองก็มีหลายแบบและควรเลือกตามความเสี่ยง ไม่ใช่เหมาทุกอย่างทีเดียว และถ้าใครฉีดวัคซีนครบแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ต้องฉีดกระตุ้นกันเป็นกิจวัตรทุกคน แต่ถ้าไม่แน่ใจหรือมีความเสี่ยง ก็ควรคุยกับแพทย์เพื่อตรวจประเมินเป็นรายคน ที่สำคัญสุดคือ เจอไว ทางรักษาจะเยอะกว่า เหนื่อยน้อยกว่า และโอกาสได้ผลดีกว่าการปล่อยจนโรคลาม

เพราะงั้น ถ้ารู้ตัวว่าเป็นสายดื่ม สายพุง สายค่าตับแกว่ง หรือสายไม่เคยตรวจอะไรเลย อย่ามั่นหน้ากับประโยค “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยไป” มากเกินไป ตรวจให้รู้ไปเลย เอาให้ชัวร์ ตับเราจะได้ไม่ต้องมานั่งรับกรรมแทนความชะล่าใจของเจ้าของร่าง

19/03/2026

เห็นหลายเพจเริ่มลงข่าวพี่เหน่ง เหม่งจ๋ายแล้วแอบใจหาย นี่เรื่องจริงป่ะเนี่ย ถ้าจริงนี่หมอเวรซึมทั้งวันเลยนะ

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอเวรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง หมอเวร:

แชร์

ประเภท