24/01/2026
มาอีกแล้วนะคะ
เตรียมพร้อมนะคะ
วันนี้มาทำความรู้จักกับ Nipah virus กันครับ
🦠Nipah virus (NiV) เป็น zoonotic virus ที่มีความรุนแรงสูง จัดอยู่ในกลุ่ม paramyxoviruses ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1998–1999 จากการระบาดของโรคสมองอักเสบรุนแรงในเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในประเทศมาเลเซีย และในคนงานโรงเชือดหมูที่ประเทศสิงคโปร์ นับตั้งแต่นั้นมา ยังคงมีรายงานการระบาดซ้ำอย่างต่อเนื่องในบังกลาเทศและอินเดีย รวมถึงมีรายงานเป็นครั้งคราวในประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรคมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก
🧬NiV เป็น single-stranded negative-sense RNA virus [ss(-)RNA virus] มี structural proteins หลัก 6 ชนิด โดย protein มีความสำคัญต่อการก่อโรคคือ G protein และ F protein ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเข้าสู่เซลล์ของไวรัสผ่านตัวรับ ephrin-B2 และ ephrin-B3 ตัวรับเหล่านี้พบได้มากใน endothelium และ neurons จึงอธิบายลักษณะเด่นของโรคที่พบเป็น vasculitis ในหลายอวัยวะ และ encephalitis ในผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์ของ NiV ที่ก่อโรคในแถบมาเลเซียและบังกลาเทศมีความแตกต่างกันในระดับพันธุกรรม ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความแตกต่างของความรุนแรงของโรคในมนุษย์
ค้างคาวแม่ไก่ใน genus Pteropus (flying foxes) เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของ NiV จากการสำรวจในประเทศไทย พบว่าค้างคาวแม่ไก่ในธรรมชาติมี antibody ต่อ NiV ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการหมุนเวียนของเชื้อในสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ระบาดในมนุษย์ การแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน (spillover) สามารถเกิดขึ้นได้จาก 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
1. Bat-to-human transmission 🦇มักเกิดจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว โดยเฉพาะการระบาดในบังกลาเทศที่มีความสัมพันธ์กับการดื่มน้ำอินทผลัมดิบ (raw date palm sap) ที่ถูกค้างคาวเข้ามากิน
2. Bridging host 🐷🐴ค้างคาวสามารถแพร่เชื้อ NiV ไปยังสัตว์ชนิดอื่นๆ (intermediate host) และก่อให้เกิดการระบาดในคนตามมาได้ ตัวอย่างเช่น หมู (การระบาดในมาเลเซียและสิงคโปร์) และม้า (การระบาดในประเทศฟิลิปปินส์) โดยการระบาดในมาเลเซียช่วงปี ค.ศ. 1998–1999 เริ่มจากการแพร่เชื้อในหมูเลี้ยงในฟาร์ม ก่อนจะแพร่สู่คนงานเลี้ยงหมู ทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 276 ราย ส่วนการระบาดที่ฟิลิปปินส์ในปี ค.ศ. 2014 เกิดการแพร่เชื้อสู่คนจากการบริโภคเนื้อม้า ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อ 17 ราย
3. Human-to-human transmission 👩⚕️พบการระบาดในบังกลาเทศและอินเดีย โดยมีการแพร่เชื้อภายในโรงพยาบาลจากผู้ป่วยไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่แพร่เชื้อมักมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะรายที่มี respiratory tract symptoms และทุกรายที่มีการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นพบว่าเสียชีวิตทั้งหมด ค่า basic reproductive number (R0) ของ NiV อยู่ที่ประมาณ 0.3-0.5 ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากกว่า 12 ชั่วโมง การดูแลผู้ป่วยโดยตรง และการสัมผัสศพผู้ป่วย
สายพันธุ์ของ NiV ที่ก่อโรคในบังกลาเทศมีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ที่พบในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดย incubation period มักไม่เกิน 2 สัปดาห์ ในขณะที่การแพร่เชื้อจากคนสู่คนในบังกลาเทศ พบว่า incubation period อยู่ที่ประมาณ 9 วัน ผู้ป่วยมักมีอาการไข้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และอาเจียน
🧠มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการ encephalitis ร่วมกับตรวจพบความผิดปกติของ brainstem หรือ cerebellum (rhombencephalitis) เช่น seizure, segmental myoclonus, areflexia, hypotonia, hypertension, tachycardia และ abnormal cerebellar signs
MRI brain มักพบ multiple small lesions (2–7 mm) พบบ่อยในบริเวณ subcortical และ deep white matter ของ cerebral hemispheres ซึ่งเห็นชัดใน T2-weighted image และมักไม่พบ cerebral edema หรือ mass effect มีรายงานภาวะ relapsed หรือ late-onset encephalitis หลัง acute infection ในการระบาดที่มาเลเซียและบังกลาเทศ
🫁ผู้ป่วยจากบังกลาเทศพบ pneumonia ได้ประมาณ 69% โดย case-fatality rate (CFR) ในบังกลาเทศและอินเดียอยู่ที่ประมาณ 91% และ 74% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าการระบาดในมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ CRF ประมาณ 38% มีรายงานของการเกิด myocarditis ร่วมด้วย
👩🔬การวินิจฉัยการติดเชื้อ NiV ควรตรวจด้วยเทคนิค real-time RT-PCR จากเสมหะ เลือด ปัสสาวะ หรือ CSF สำหรับกรณีสงสัยการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล อาจเลือกใช้ throat swab แทน nasopharyngeal swab เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อระหว่างการเก็บสิ่งส่งตรวจ การตรวจควรทำภายใต้ห้องปฏิบัติการ biosafety level 4 (*แก้ไขเพิ่มเติม: ในประเทศไทยนั้นให้พิจารณาทำภายใต้ biosafty level 3 เนื่องจากถูกจัดเป็นเชื้อโรคกลุ่ม 3 ตาม พ.ร.บ. เชื้อโรคและพิษจากสัตว์จากประกาศของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) สำหรับการส่งตรวจอื่นๆ การตรวจทางห้องปฏิบัติการทั่วไปอาจพบ thrombocytopenia หรือ leukopenia ร่วมกับการเพิ่มขึ้นของค่า AST และ ALT สำหรับการตรวจ CSF มักพบการเพิ่มขึ้นของ WBC และ protein โดยที่ระดับ glucose อยู่ในเกณฑ์ปกติ
💊ปัจจุบันยังไม่มี specific treatment ที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพชัดเจนในการรักษาการติดเชื้อ NiV แนวทางการรักษาหลักจึงยังคงเป็น supportive care เช่น การให้ respiratory support ตามความเหมาะสม มีการศึกษายารักษาในมนุษย์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ribavirin โดยข้อมูลจาก observational study ในผู้ป่วย Nipah virus encephalitis พบว่าอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มที่ได้รับ ribavirin ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยา (32% เทียบกับ 54%) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาแบบ randomized controlled trial จึงยังไม่สามารถสรุปประสิทธิผลของยาได้อย่างชัดเจน
👩🚀แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดตามคำแนะนำของ CDC แนะนำให้แยกผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อไว้ใน airborne infection isolation room (AIIR) หากผู้ป่วยมีอาการคงที่ ควรสวม PPE ในระดับเดียวกับการป้องกันการติดเชื้อในกลุ่ม viral hemorrhagic fever สำหรับระยะเวลาของการใช้ precaution ยังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน และควรพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
Reference:
- Mandell, Douglas, and Bennett’s principles and practice of infectious diseases. 10th ed.
- 2007 Guideline for Isolation Precautions: Preventing Transmission of Infectious Agents in Healthcare Settings. Atlanta (GA): Centers for Disease Control and Prevention; 2007. https://www.cdc.gov/infection-control/hcp/isolation-precautions/index.html