06/01/2020
ช่วงนี้ได้กิน "ข้าวเหนียวใหม่" ครับ
ข้าวใหม่ ก็คือ ข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วก็เอามาสีเลย
ข้าวเก่า คือ ข้าวที่เก็บไว้ค้างปีหรือหลายเดือน ในหลองข้าว(ยุ้งข้าว) แล้วค่อยเอามาสี
ทางเหนือ ส่วนมากทำนาได้ปีละครั้ง (ประมาณว่าปลูกช่วงวันแม่ เกี่ยววันพ่อ) ช่วงนี้ก็เลยจะได้ข้าวใหม่มา
(แต่ทางภาคกลางก็จะปลูกได้มากกว่า 1 ครั้งเพราะมีน้ำตลอด)
พอได้ข่าวใหม่มาชาวบ้านก็จะทำพิธี "ตานข้าวใหม่"
ตานข้าว = ถวายข้าว
เอาข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวหลาม ข้าวจี่ ไปทำบุญ
เป็นประเพณีและความเชื่อของคนล้านนา
ข้าวใหม่จะลักษณะก็จะเป็นเม็ดใสๆ มีความหอม มีคุณค่าทางอาหารอยู่มาก เช่นจมูกข้าว
(ในรูปบางเม็ดจะเริ่มขาวแล้ว)
ถ้าจะแช่ข้าวก็จะแช่แค่ 2-3 ชม. เวลานึ่ง ก็แป๊บเดียว
ถ้าข้าวเก่าเม็ดจะขาวขุ่น ไม่หอม ต้องแช่นาน นึ่งนาน
ข้าวใหม่ ยังมี พลังงานความร้อนจากแสงแดด มีความชุ่มฉ่ำของน้ำ มีสารอาหารแร่ธาตุจากดินที่ติดค้างมา
ข้าวใหม่ ยังมี "พลังชีวิต" อยู่มาก
ถ้าทิ้งไว้ เกิดการสันดาป ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แยกตัว ทำให้เกิดความขุ่นและแข็ง เป็นข้าวเก่า
การจะนึ่งให้ข้าวเก่าสุก ก็เลยต้องใช้น้ำและไฟ มากกว่า ข้าวใหม่
ตะกรันในผนังหลอดเลือดเรา ในตอนแรกจะมีเป็นแค่ "คราบไขมัน"
คราบไขมัน เกิดจาก การที่เยื่อบุผนังหลอดเลือดถูกทำให้เสียหายเลยทำให้ไขมันLDLและ เซลล์เม็ดเลือดขาว จากในกระแสเลือด สามารถสอดแทรกเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือดได้
เวลาผ่านไปก็จะเกิดการสะสมไขมันข้างใต้เพิ่มขึ้น และมีเยื่อบุไฟบรัส มาปกคลุมด้านบน ทำให้เกิดเป็นตะกรันที่นูนขึ้นและทำให้รูหลอดเลือดตีบลง เลือดผ่านไปได้น้อยลง
เวลาผ่านไปเยื่อบุไฟบรัสหนาตัว มีเซลล์กล้ามเนื้อเรียบเข้ามา และมีแคลเซี่ยมมาเกาะทำให้แข็งขึ้น
(ตรงนี้เราเรียกว่า "ตะกรันที่เสถียร(Stable plaque)"
จินตนาการ ถึง อะโวคาโด ที่มีเปลือกแข็งข้างนอกและมีเนื้อที่มันอยู่ข้างใน)
ในความเห็นส่วนตัว ร่างกายคงอยากจะกำจัด ไขมันที่มันสะสมข้างใต้เหล่านี้
ก็เลยก็ต้องใช้ "น้ำ" = การมีเส้นเลือดเล็กๆงอกใหม่เข้าไปในตะกรันจากผนังหลอดเลือดข้างนอก
และใช้ "ไฟ" = กระบวนการอักเสบต่างๆ จากเม็ดเลือดขาว สารอักเสบ ทั้งหลาย
ส่งผลให้เกิดการตายภายในไขมัน มีเลือดออกในตระกรัน มีการอักเสบ ทำให้เยื่อหุ้มไฟบรัสที่ปกคลุมข้างบนบางลงและสุดท้ายก็เกิดการแตกของตระกรัน
(ตรงนี้เราเรียกว่า "ตะกรันที่อ่อนไหว(Vulnerable plaque)"
คงคล้ายภาพยนตร์เรื่อง Armageddon ที่จะต้องทำลายดาวหางที่จะพุ่งชนโลก โดยการขุดเจาะเข้าไปแกนข้างในแล้ววางระเบิดให้มันแตกออกมา)
ทำให้ตะกรันเกิดบาดแผล มีการสร้างลิ่มเลือดเพื่อซ่อมแซม
ถ้าลิ่มเลือดใหญ่มาก ก็จะอุดตันเส้นเลือด เกิดการขาดเลือดที่อวัยวะนั้น
ถ้าเป็นที่เส้นเลือดหัวใจ ก็เกิดภาวะ "กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ถ้าเป็นที่สมอง ก็เกิดภาวะ "เส้นเลือดในสมองอุดตัน" เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
ข้าวเก่า ก็เปรียบเหมือนตะกรันที่สะสมความแข็งมานาน
ร่างกายต้องการสลายมัน ก็เลยต้องใช้ทั้ง"น้ำ" และ "ไฟ" มาก
(เหมือนข้าวเก่าที่ต้องแช่น้ำและใช้ไฟนาน)
จนนำไปสู่ภาวะโรคดังกล่าว
เราควรจะป้องกันดังนี้
-กินไขมันที่ดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก
(หัวใจหลักของอาหารแบบเมดิเตอเรเนี่ยน ที่ดีต่อโรคหัวใจ คือ การกินไขมันที่ดี)
-ลดเนื้อสัตว์ ของทอด ไขมันทรานส์
-กินผักผลไม้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของมื้อ
-ปรับความดันให้ปกติ ลดความเครียด
-ออกกำลัง ลดน้ำหนักให้เหมาะสม
-คุมน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ในคนเป็นเบาหวานหรือก่อนเบาหวาน
การดูแลไม่ให้เกิดไขมันสะสมในเส้นเลือด (โดยการกินไขมันที่ดี)
ไม่ทำให้เกิดตะกรันเรื้อรัง
และทำให้เส้นเลือดของเราสะอาดใสที่สุด
ก็เหมือนกับการ "ตานข้าวใหม่" ให้ตัวเอง
ให้ "พลังชีวิต ความหอม และคุณค่า"
ไม่ทิ้งไว้เป็น "ข้าวเก่า" ที่สะสมใน "หลองข้าว"
ซึ่งก็คือ "หลอดเลือดที่รักของเรา"..นั่นเอง
ด้วยรัก
หมอบั๊ม
นพ.ศิวา สุทธนะ