20/05/2026
#เช็กสัญญาณเตือน6ธาตุอาหารที่เสาวรสขาด
ผมได้ค้นคว้ารายงานการขาดธาตุอาหารของเสาวรสในต่างประเทศ พบว่ามีหลายชิ้นงานแต่ที่น่าสนใจคือเอกสารจาก Hort Innovation /Passion Fruit Australia เขาได้สรุปไว้ใน 1 หน้า ที่มีทั้งภาพและคำอธิบายถึงอาการขาดธาตุอาหาร ตลอดจนวิธีแก้ไขปัญหา ผมเห็นว่ามีประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกเสาวรสจึงนำมาเล่าต่อนะครับ
#การขาดธาตุอาหารในเสาวรส
#1ธาตุไนโตรเจน
#อาการ ใบเริ่มมีสีเขียวซีดและจะเปลิ่ยนเป็นสีเหลืองในกรณีที่ขาดรุนแรงสีจะซีดสม่ำเสมอทั้งใบ
#การวินิจฉัย ใช้การตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในใบเพื่อยืนยันระดับการขาดธาตุอาหาร
- อาจเกิดจากระดับไนโตรเจนในดินไม่เพียงพอ
- ควรตรวจสอบความเสียหายของรากที่อาจขัดขวางการดูดซึมไรโตรเจน
#การรักษา
- ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่กำหนดตามผลวิเคราะห์ใบ
- ฉีดพ่นยูเรียทางใบ อัตรา 500กรัมต่อน้ำ 100 ลิตรจะช่วยให้เสาวรสฟื้นตัวเร็ว
-แก้ไขความเสียหายของราก
#2ธาตุโพแทสเซี่ยม
#อาการ ใบอ่อนจะเกิดจุดสีขาวเล็กๆ ส่วนใบแก่จะเกิดรอยไหม้สีฟางข้าวและในที่สุดใบจะร่วงหล่น
#การวินิจฉัย
-ใช้การตรวจวเคราะห์ธาตุอาหารในใบเพื่อยืนยัน
-อาจเกิดจากโพแสเซี่ยมในดินไม่เพียงพอ
-อาจเกิดจากมีปริมาณแคลเซี่ยมและเเมกนีเซียมในดินมากเกินไปจนไปยับยั้งการดูดซึมโพแทสเซี่ยม
#การรักษา
- ใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมในอัตราที่กำหนดตามผลวิเคราะห์ใบ
-การฉีดพ่นด้วยโพแสเซียมไนเตรท (13-0-46) อัตรา 2 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร
#3ธาตุแมกนีเซียม
#อาการ มีรูปแบบเด่นชัดคือบริเวณเส้นใบยังคงเป็นสีเขียวแต่พื้นที่ระหว่างเส้นใบจะกลายเป็นสีเหลือง มักพบเห็นบ่อยในช่วงเดือนที่อากาศหนาวเย็นและพบในใบแก่ที่โตเต็มที่
#การวินิจฉัย
- ใช้การตรวจวิเคราะห์ใบเพื่อยืนยัน
-อาจเกิดจากระดับแมกนีเซียมในดินไม่เพียงพอ
-อาจเกิดจากการใส่ปูนขาว ยิปซั่มหรือปุ๋ยโพแทสเซียมมากเกินไปจนยับยั้งการดูดซึมแมกนีเซียม.
#การรักษา
-ใส่แมกนีเซียมออกไซด์(ในกรณีที่ความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ที่ 5.5-6.5)
-ใส่โดโลไมต์ (ในกรณีที่ ความเป็นกรด-ด่างของดินต่ำกว่า 5.5)
-การฉีดพ่นด้วยแมกนีเซียมซัลเฟต 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 100ลิตรจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
#4ธาตุแมงกานิส
#อาการ เนื้อเยื่อใบมีสีซีดลงแต่บริเวณเส้นใบทั้งหมดจะเข้มข้น มักพบในใบที่เพิ่งเติบโตเต็มที่
#การวินิจฉัย
-ใช้การตรวจวิเคราะห์ใบเพื่อยืนยัน
-มักเกิดจากการใส่ปูนขาวหรือโดโลไมต์ในปริมาณมากเกินไป ซึ่งทำให้ดินมีความเป็นด่างและยับยั้งการดูดซึมแมงกานีส
-พบบ่อยในดินทรายหยาบ
#การรักษา
-ฉีดพ่นทางใบด้วยแมงกานีสซัลเฟต 100กรัมผสมยูเรีย 100กรัมต่อน้ำ 100 ลิตร จะช่วยเห็นผลในระยะสั้น
-ห้ามใส่ปูนขาวหรือโดโลไมต์เกิน 1ตันต่อเฮกตาร์ต่อการใส่หนึ่งครั้งในดินทรายหรือ 2ต้นต่อเฮกตาร์ในดินชนอดอื่น หากจำเป็นต้องใช้ในปริมาณสูงกว่านี้ให้แบ่งใส่หลายๆครั้งห่างกัน 6-12สัปดาห์
หมายเหตุ 1เฮกตาร์เท่ากับ 6.25 ไร่
#5ธาตุสังกะสี
#อาการ พบในใบใหม่ โดยมีสีเหลือง/เขียวสว่างระหว่างเส้นใบ ส่วนเส้นใบยังคงมีสีเขียว ใบจะมีขนาดเล็กลงและกระจุกชิดกันบนกิ่งมากกว่าปกติ
#การวินิจฉัย
-ใช้การตรวจวเคราะห์ใบเพื่อยืนยันผล
-อาจเกิดจากสังกะสีในดินไม่เพียงพอ
-อาจบ่งชี้ถึงสถาวะที่ยับยั้งการดูดซึมสังกะสี เช่นดินมีค่าความเป็นกรด -ด่างสูง หรือมีระดับฟอสฟอรัสหรือไนโตรเจนมากเกินไป
#การรักษา
-ฉีดพ่นทางใบด้วยซิงค์ซัลเฟตเฮปตาไฮเดรท อัตรา 100กรัมต่อน้ำ 100ลิตร เพื่อผลในระยะสั้น
-แก้ปัญหาระยะยาวด้วยการใส่ปานซิงค์ซัลเฟตลงในดินตาที่ระบุในรายงานผลการวิเคราะห์ใบหรือดิน
#6ธาตุโบรอน
#อาการ อาจทำให้ดอกร่วง ผลที่กำลังพัฒนาจะปูดเบี้ยว เป็นปุ่มปมและมีรอยย่น
#การวินิจฉัย
-อาการที่คล้ายกันนี่อาจเกิดจากโรคไวรัส ความเสียหายจากแมลงหรือการผสมเกสรที่ไม่สมบูรณ์จากสาเหตุอื่น
-ใช้การตรวจวเคราะห์ใบเพื่อยืนยัน
#การรักษา
-ฉีดพ่นทางใบด้วยสารโซลูบอร์ (Solubor) อัตรา 100กรัมต่อน้ำ 100 ลิตร
-การแก้ไขระยะยาวด้วยการใส่ผงบอเเรกซ์หรือโซลูบอร์ลงในบริเวณโคนต้น
ข้อควรระวัง การใส่โบรอนในปริมาณมากเกินไปอาจเป็นพิษต่อพืชได้
#แหล่งที่มาของข้อมูล : Hort Innovation / Passion Fruit Australia
การแปลโดย Google Gemini
-ถ้าท่านผู้อ่านเห็นว่ามีประโยชน์ก็ช่วยกันส่งต่อนะครับ